مشاركة

แก้ปัญหาในแบบของข้า

last update تاريخ النشر: 2025-12-13 15:22:13

"ท่านเลี้ยงข้ามาอย่างไรก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนแต่งงานก็ไม่ได้มีเงินขวัญถุงมาให้ตั้งตัว สามีที่ท่านยัดเยียดให้ข้า บีบบังคับจิตใจเขามาแล้วไล่เราออกจากตระกูลแยกบ้านให้ ก็รู้ๆ อยู่ว่าเขาป่วยกำพร้าพ่อแม่ไม่มีเงินให้ แต่พวกท่านก็ยอมรับแล้วนี่ว่าเขายากจนแล้วจะรีดไถกันได้ ไม่เรียกว่าอำมหิตจะให้เรียกว่าอย่างไร"

นางร่ายยาวเท้าความหลังเวลานี้ย่าเหลียวไม่อายนางก็ไม่อายเช่นกัน ผู้คนที่มุงดูต่างส่งเสียงฮือฮา ถึงบางคนจะรู้เรื่องของนางแต่เรื่องแต่งงานพวกเขาเพิ่งรู้ความจริงว่านางถูกบีบออกจากตระกูลโดยการแต่งงาน

"บ้านกับที่ดินข้าก็ยกให้แล้วเจ้ายังเนรคุณด่าข้าอีก น่าน้อยใจนัก" ย่าเหลียวเล่นบทบาทตัดพ้อเหมือนเป็นผู้ถูกกระทำ ตีสีหน้าเศร้าสร้อย

ป้าสะใภ้รองกระตุกแขนของย่าเหลียวมองดูสายตาคนในหมู่บ้านนางก็รู้สึกหวาดหวั่นแต่ย่าเหลียวไม่สนใจยังหมายมั่นเอาชนะต่อไป

"มันคือส่วนของพ่อแม่ข้าต่างหากที่จริงท่านควรแบ่งให้มากกว่านี้ แต่ตระกูลจางก็เจียดมาให้ข้าเท่านี้คิดบ้างหรือไม่ หากท่านตายไปจะบอกท่านปู่ว่าอย่างไรทำเช่นนี้ไม่ถือว่าลำเอียงกับข้าหรอกรึ เทียบกับลูกหลานคนอื่นนับว่าท่านใจดำกับข้าที่สุด"

จางลี่อิงไม่ยอมแพ้วันนี้ขาดเป็นขาดนางยอมให้คนตระกูลจางกดขี่มานานถึงตอนนี้คงไม่มีเรื่องใดต้องพูดกันอีก ย่าเหลียวได้แต่อึ้งเหมือนถูกตบหน้าซ้ำๆ พูดไม่ออกสักคำ ตั้งแต่ท่านปู่เสียไปนางก็ไม่เคยได้รับความยุติธรรมอีกเลย

หลังจากจิ่นฟานอวี้เข้ามาอยู่ได้ไม่นานก็บังคับให้ทั้งคู่แต่งงานกันโดยย่าเหลียวเป็นคนจัดการเองทั้งหมด

นางถือไม้กวาดกระชับไว้ในมือแน่นย่างสามขุมแววตาเย็นยะเยือกมองดูน่าขนลุกท่านย่าเหลียวกับป้าสะใภ้รองระแวงความบ้าของนางที่เอาแน่เอานอนไม่ได้เดินล่าถอยออกมา เกรงว่าอาจคลุ้มคลั่งฆ่าคนตายได้

"ยังจะเอาเงินอีกหรือไม่"

นางกัดฟันพูดเสียงกรอดข่มขู่ทั้งสอง ป้าสะใภ้รองเห็นท่าไม่ดีเขย่าแขนท่านย่าให้รีบกลับ

"เจ้ากล้าพูดขู่ข้า"

อย่าเหลียวแม้จะหวาดหวั่นแต่ก็ไม่ยอมลดละยังพ่นคำสบถต่อไป จางลี่อิงเงื้อไม้กวาดขึ้นมาทำตาขาวแสยะยิ้มร้ายคล้ายคนเสียสติจริงๆ ป้าสะใภ้รีบดึงแขนของนางเดินเร็วๆ ออกจากบ้านไป พวกนางก็กลัวเหมือนกันว่าถ้าจางลี่อิงเกิดบ้าขึ้นมาคงต้องเจ็บตัวแน่นอน ชาวบ้านเห็นดังนั้นก็ต่างหวาดกลัวไปตามๆ กัน วงแตกแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันทันที

ไม้กวาดในมือถูกลดลงนางถอนหายใจยาวไม่นึกว่านอกจากยากจนหน้าตาอัปลักษณ์มีสามีขี้โรคและยังต้องรับมือกับญาติมหาภัยนี่อีก หญิงสาวนั่งลงตรงตั่งด้านข้างวางไม้กวาดลงเหม่อมองไปรอบๆ

ลมหนาวพัดโชยความเย็นของอากาศกระทบผิวหน้าจนขึ้นริ้วสีแดงเรื่อแม้จะเพียงน้อยนิดแต่ก็รู้ว่าความเย็นเยือกส่งผลต่อร่างกายมากขึ้นเหมือนว่าอากาศมีอุณหภูมิลดต่ำลงอีก หากแต่จางลี่อิงไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิด นางนั่งพักให้ความโกรธเริ่มจางลงก็ลุกขึ้นไปหุงข้าวทำกับข้าว

"ไม่ต้องให้เงินบ้านสกุลจางอีกนะ"

จางลี่อิงบอกกับจิ่นฟานอวี้เขาวางชามข้าวลงมองนางอีกครั้ง

"เพราะเหตุใด"

เสียงนุ่มทุ้มของบุรุษวัยสิบแปดถามขึ้นเสียงของเขาดูน่าฟังยามได้ยินฟังแล้วไม่ขัดหูหรือชวนอารมณ์เสียแต่อย่างใด

"ข้าว่ามันสมเหตุสมผลแล้วเราไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา คราวหลังถ้าพูดไม่รู้เรื่องข้าจะเอาไม้มาจุดไฟจี้ให้ตูดไหม้เลย"

นางพูดขึ้นอย่างเหลืออด ปกติก็ไม่ชอบคนเอาเปรียบอยู่แล้วไม่ว่าหน้าไหนนางก็ปราบมาแล้วนักต่อนัก ได้ฟังดังนี้จิ่นฟานอวี้แค่นยิ้มในลำคอขบขันกับคำพูดและท่าทางขึงขังที่ดูไม่น่ากลัวสักนิด เขาเป็นคนพูดน้อยการแสดงอารมณ์ไม่ค่อยมีเพียงแค่รู้สึกขันก็ยังแสดงออกไม่มาก มีความเป็นผู้ดีมีชาติตระกูลดุจคุณชายผู้สูงศักดิ์ นางเหลือบมองเห็นเขายิ้มขำก็ออกอาการเก้อเขินคีบข้าวกินต่อเงียบๆ เช่นเดิม

นางออกไปหาของป่าได้เห็ดมาเต็มตะกร้านำมาตากแห้งเอาไว้เก็บกินนานๆ อีกส่วนหนึ่งเอาไว้ขาย

ช่วงบ่ายนางจะปลูกผักจึงไปหาอุปกรณ์ในโรงเก็บฟืนโชคดีมีจอบกับเสียมอยู่จึงเอาออกมาใช้ ไม้ไผ่ที่ตัดมาด้วยก็จัดการทำเสาขึ้นเป็นรั้วสวนเล็กๆ ข้างบ้าน จางลี่อิงทำเป็นหลายอย่างชาติก่อนนางเคยออกค่ายอาสา สร้างโรงเรียนสร้างห้องน้ำแล้วยังได้ปลูกผัก ตอนเป็นสายลับก็เคยฝึกใช้ชีวิตในป่าเรียนรู้เรื่องพืชสมุนไพรต่างๆ พร้อมกับหาของป่าประทังชีวิตจึงเป็นเหตุผลที่นางรู้จักและทำเป็นหลายอย่าง

หญิงสาวขุดร่องผักยกร่องขึ้นมาหลายร่องหาไม้มาผ่าเป็นซีกสำหรับใช้ทำค้างผักไม้เลื้อย นางไปขอมูลวัวป้าหลิ่วที่บ้านนั้นเลี้ยงวัวหลายตัวจึงมีมากพอแบ่งปันได้ ป้าหลิ่วใจดีกับนางเสมอมามีสิ่งใดก็แบ่งกันเพราะเวทนาที่นางสติไม่ดี พอตอนนี้เห็นว่ารู้จักทำมาหากินก็สนับสนุนเต็มที่

จิ่นฟานอวี้เอางานเข้าไปส่งในเมืองที่เดิม รอบนี้ส่งล่าช้าแต่ก็ได้มาถึงห้าตำลึงเงิน เขาจึงซื้อของมาไว้เป็นการแบ่งเบาภาระของนางไปด้วย

"จะปลูกผักหรือ"

เขาถามขึ้นเมื่อเห็นนางก้มๆ เงยๆ กับแปลงผักอยู่สักครู่แล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปรวดเร็วแคว้นต้าเฉียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาโดยไร้สงคราม พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ทั่วทั้งแคว้นหลุดพ้นจากความยากจนประกอบกับฮ่องเต้ส่งความช่วยเหลือและดูแลแต่ละเมืองอย่างดีที่สุดจิ่นฟานอวี้และจางลี่อิงมีโอรสตัวน้อยสองพระองค์ชื่อจิ่นอี้เหลียนและจิ่นเจี้ยนเวย เด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กชายที่กล้าหาญจิตใจเข้มแข็ง จิ่นอี้เหลียนหน้าตาเหมือนเสด็จพ่อ ส่วนจิ่นเจี้ยนเวยใบหน้าเหมือนแม่ ทั้งคู่นั่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้มีนางกำนัลรายล้อมและองครักษ์อีกสองนายมองด้วยความรักความเอ็นดู"ท่านพี่เมื่อไหร่เสด็จพ่อจะกลับมาข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่"จิ่นเจี้ยนเวยพร่ำความในใจเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ จิ่นอี้เหลียนกอดน้องชายเอาไว้ปลอบใจให้คลายเศร้า เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกันเหมือนบิดา"ไม่ร้องไห้นะเด็กดี พี่อยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว"จิ่นเจี้ยนเวยยังเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดเบะปากซบใบหน้าน่าเอ็นดูคล้ายมารดากับไหล่ของพี่ชายจิ่นฟานอวี้กับจางลี่อิงกลับมาที่ตำหนักในช่วงเย็น วันนี้มีประชุมใหญ่ที่ท้องพระโรง หลายเรื่อง ต่อจากนั้นก็แยกประชุมของแต่ละฝ่าย จางลี่อิง

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 2

    สงครามสงบจิ่นฟานอวี้มองดูความเรียบร้อยเป็นคนสุดท้ายที่กำลังลำเลียงศพทหารไปทำพิธีต่อไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งผืนดินฉาบทาไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บนตัวเขาไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายบนใบหน้าและลำตัวเมื่อสงครามจบทุกคนต่างแยกย้าย จางลี่อิงกำลังช่วยทหารบาดเจ็บมองเห็นจิ่นฟานอวี้ควบม้าเข้ามาหา หัวใจของนางเต้นแรงยิ้มกว้างยินดีในชัยชนะ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันแน่น การได้พบกันอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งผลงานการรบครั้งนี้แม่ทัพและทหารต่างได้รับรางวัล บางตำแหน่งได้เลื่อนขั้นและได้รับเงินรางวัล เพิ่มเงินเดือนพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้นชินอ๋องจิ๋นฟานอวี้ได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ ส่วนจางลี่อิงรั้งตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทพร้อมด้วยตำแหน่งหมอประจำกองทหารของราชสำนักราชโองการประกาศไปทั่วแคว้นสร้างความยินดีแก่อาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าเถ้าแก่หลี่ร้านสมุนไพรได้ยินข่าวก็ตื้นตันใจ จิ่นฟานอวี้ที่เขาคุ้นหน้าก็คือคุณชายน้อยจวนโหวที่เขาเคยไปส่งสมุนไพรรักษาคนในนั้นเมื่อยังเป็นวัยหนุ่ม มาบัดนี้ได้เป็นถึงองค์รัชทายาทแล้วในขณะที่กำลังจมกับความคิดในอดีตก็มีทห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 1

    "เมืองเหว่ยกลุ่มอำนาจเก่าก่อกบฏพะย่ะค่ะ"แม่ทัพฉีเข้ามารายงานระหว่างที่กำลังประชุมเรื่องการก่อสร้างเมือง"ว่าอย่างไรนะ! พวกมันแข็งข้ออย่างนั้นรึ"ช่วงที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจจากอดีตฮ่องเต้มาได้เพราะครานั้นอีกฝ่ายต้องการฆ่าล้างตระกูลจิ่นเพราะถือเป็นเสี้ยนหนามของบัลลังก์ ตระกูลจิ่นเคยมีอดีตฮ่องเต้และถูกโค่นบัลลังก์ด้วยวิธีสกปรก เมื่อได้อำนาจมาก็ปกครองราษฎรด้วยความเหี้ยมโหดชาวเมืองเดือดร้อนอยู่เป็นนิจมาครั้งนี้จึงถูกเอาคืนจนพ่ายแพ้สิ้นท่าทว่ากลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มสุดท้ายยังหลงเหลือจึงรวมตัวกันก่อกบฏเพื่อชิงบัลลังก์คืนมาเพราะยอมรับชะตากรรมตัวเองไม่ได้และไม่ยอมรับตระกูลจิ่นมาตั้งแต่ต้นเพราะความอิจฉาริษยา" อีกไม่กี่วันกองทัพก็จะมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ"แม่ทัพรายงานฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พวกมันร้องขอชีวิตก็ทรงเมตตาให้อาศัยอยู่เมืองเหว่ยแทน ไม่คิดว่ากลับกลายเป็นฐานทัพให้มาทำลายตัวเอง"วางแผนกลยุทธ์ให้ดีพวกนี้เจ้าเล่ห์เราต้องทันพวกมัน"ทรงปิดประชุมและไปที่ห้องลับพร้อมกับชินอ๋องขออาสาไปช่วยที่ตำหนักชินอ๋องกำลังเตรียมชุดออกรบพร้อมฮ่องเต้ ถูกแยกกองทัพออกเป็นหลายส่วนกองทัพฮ่องเต้จะเป็นแนวหน้าส่วนทหา

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เผยความในใจ-เปลี่ยนสถานะ

    จิ่นฟานอวี้ยกมือบางขึ้นมาจูบความนุ่มนวลทำให้นางอ่อนไหว"เราไม่มีวันหย่าขาดจากกันขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไป"เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดช่วงแรกตอนนี้ในใจของเขาไม่อาจขาดสตรีคนนี้ได้อีกต่อไป จางลี่อิงโผเข้ากอดเขาแน่นนางคิดว่าต้องพบกับความโดดเดี่ยวถึงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ หัวใจของนางก็คล้ายจะแหลกสลายเขากอดนางตอบเช่นกันจูบปอยผมปลอบใจอยู่นานจนกระทั่งหลับไปทั้งคู่ช่วงเช้าทั้งคู่ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่วังหลวง วันนี้จะไปพบกับเจ้ากรมขุนนางที่หน้าท้องพระโรงรอเดินเข้าไปด้วยกัน สองสามีภรรยาจับมือกันเอาไว้แน่นเช่นเดิมเรื่องเมื่อคืนคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ไปทั้งสองจะคอยเคียงข้างกันไม่แยกจากกันอีกความผูกพันทางใจช่วยให้เขาทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกันและกันหน้าประตูวังหลวงนายทหารเฝ้าประตูไต่ถาม จิ่นฟานอวี้จึงยกป้ายสัญลักษณ์ที่เจ้ากรมขุนนางให้ติดตัวไว้ ทหารมองหน้ากันลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงปล่อยเข้าไปพร้อมกับเดินประกบซ้ายขวาฮ่องเต้รอเขาอยู่แล้วจากรายงานของเจ้ากรมขุนนาง ทรงเฝ้ารอใจจดใจจ่อตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระอนุชา เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรงเสนาบดีกรมขุนนางทำคว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ความจริงของจิ่นฟานอวี้

    เจ้ากรมขุนนางรอจิ่นฟานอวี้อยู่ที่จวนเรียกเขาเข้าพบเป็นการส่วนตัว พอเดินทางมาถึงจึงพาจางลี่อิงหาที่พักเสร็จจึงเข้าพบทันทีที่พบหน้าของจิ่นฟานอวี้ เสนาบดีกลับต้องตกตะลึงพยายามควบคุมร่างกายสั่นเทิ้มไม่ให้แสดงออกมาจนน่าเกลียด น้ำตาคลอหน่วยตารื้นขึ้นมา จิ่นฟานอวี้คุกเข่าลงโดยไม่พูดจา จางลี่อิงก็คุกเข่าตามด้วยความงุนงง"อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ายังไม่ตาย"เขาเดินมาจับตัวให้ยืนขึ้นเพียงเท่านั้นก็กอดเอาไว้แน่นร้องไห้ออกมาดั่งคนดีใจที่ได้ของรักกลับคืน"ท่านตา"จิ่นฟานอวี้เรียกสรรพนามนั้นแจ่มชัด เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่ายเช่นกัน"เจ้าคงลำบากมาก ตามันโง่เง่าที่ทำให้เจ้าตกระกำลำบาก ไม่สมควรเป็นตาของเจ้า"เขาเฝ้าโทษตัวเองเจ้ากรมขุนนางมองผ่านมายังจางลี่อิง จิ่นฟานอวี้จึงจับมือนางเดินเข้ามาใกล้"นี่ภรรยาของหลานจางลี่อิงขอรับ"นางคารวะอ่อนน้อม ผู้อาวุโสกว่ายิ้มเอ็นดูในความน่ารักและนอบน้อมของนางแล้วเชิญทุกคนนั่งลง"ตั้งแต่ราชโองการประกาศว่าเจ้าตายแล้วฮ่องเต้โกรธแค้นมาก สั่งตามล่าตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องและทำสงครามคืนความยุติธรรมให้เจ้าและครอบครัว แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตอนน

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   สะสาง

    นายอำเภอได้รับข่าวไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายตัวเองไประรานเถ้าแก่หลี่ถึงหน้าร้านจึงถูกเรียกเข้าพบ"เจ้าทำเช่นนี้เสียชื่อของข้าชื่อเสียงอาของเจ้า พวกเขาจะอับอายขนาดไหนเคยรับรู้หรือไม่"เขาได้แต่นิ่งฟังบิดาบ่นให้ไม่คิดโต้ตอบใดๆ ฟังมาตั้งหลายปีมีแต่คำพูดเดิมๆ แทบจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว"ท่านพ่อข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"เขาเบื่อหน่ายกับความซื่อตรงรักษาภาพลักษณ์ของบิดา เขาก็แค่ทำตามเงื่อนไขเท่านั้นมันอาจจะดูโหดร้ายแต่หลี่อี้ทำตามข้อตกลงไม่ได้เขาก็จนปัญญาช่วยเหลือก็เพราะความอยากครอบครองร้านสมุนไพรความโลภมาบดบังจิตใจทำให้เขาข่มขู่สองพ่อลูกโดยใช้วิธีสกปรกหลอกล่อหลี่อี้ผู้เสเพลมาติดกับ"หน้าที่ของเจ้ามันไม่เหมือนคนอื่นเจ้าควรไปเรียนสอบทำงาน ข้าจะให้อาของเจ้าฝากให้"ความบกพร่องอย่างหนึ่งของนายอำเภอเฉินคือเขามักละเลยการอบรมบุตรชายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาจึงไม่อยู่ในโอวาท ที่ดุด่าได้ทุกวันเพราะอยากให้เขาทำงานในวังหลวงมีอนาคตสดใสดีกว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อนพนันเกเรไปวันๆ ไม่รู้จักรักความก้าวหน้าทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้ว"โธ่ ท่านพ่อ"เขาสุดจะคัดค้านนายอำเภอเฉินกลัดกลุ้มใจเป็นอันมากที่ลูกชายไม่เ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ช่องทางหาเงิน

    ช่วงเช้าจิ่นฟานอวี้ออกไปตักน้ำตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่เคยทำประจำจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักเพียงใดคนในหมู่บ้านก็มักออกไปตักน้ำเป็นสิ่งแรก ตอนเช้าจึงมีคนรอตักน้ำกันเยอะนางตื่นขึ้นมาเก็บที่นอนล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปเคาะประตูหลายครั้งเห็นว่าเสียงเงียบจึงแง้มเปิดดูประตูไม่ได้ล็อคแ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ทำมาหากิน

    นางขอตัวกลับไปนอน ก่อนไปไม่ลืมเอาจานและกาน้ำชาไปเก็บในครัวทิ้งเตาผิงไว้ให้เขา ก่อนหน้านั้นนางใช้เตาผิงเพียงคนเดียวไม่เคยเผื่อแผ่ให้จิ่นฟานอวี้เลยสักครั้ง เลวร้ายลงไปอีกยังสั่งให้เขาก่อไฟให้นางได้ผิงเพียงคนเดียวโดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้ นางทำอย่างนี้ทุกวันโดยไม่เคยคำนึงว่าอีกคนจะหนาวเห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ชีวิตที่เปลี่ยนผัน

    จางลี่อิงมีสามีขี้โรคชื่อจิ่นฟานอวี้ ครอบครัวของนางเจอเขานอนสลบอยู่ในป่าเชิงเขาเมื่อหลายเดือนก่อนจึงพามารักษาที่บ้าน จิ่นฟานอวี้พักรักษาตัวอาศัยอยู่ในบ้านสกุลจาง เมื่ออาการดีขึ้นจึงถามไถ่ความเป็นมาของเขาพบว่าเขาเป็นบัณฑิตมาจากสำนักศึกษาอื่น กำพร้าพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องไร้ญาติขาดมิตร ต่อมาทางตระกูลจางจ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตัวประหลาด

    หมู่บ้านชุนเฟิง อำเภอต้าซุน แคว้นเฉียน"นางหน้าลาย""ตัวอัปลักษณ์""นางคนบ้า""นางปีศาจ""เป็นบ้าแล้วยังอวดดีไปให้พ้น!"เสียงก่นด่าถากถางไม่ขาดระยะขับไล่สตรีผมกระเซิงคนหนึ่งออกไปให้พ้นอาณาเขตบ้านของพวกเขา เหล่าสตรีในหมู่บ้านชุนเฟิงของเมืองต้าซุน หมู่บ้านชนบทห่างไกลความเจริญตั้งอยู่บริเวณตีนเขาชุนเฟ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status