Partager

รับรางวัล

last update Date de publication: 2025-12-14 09:12:47

"ใช่แล้วข้าจะเอาไว้กินแล้วก็เอาไว้ขายด้วย"

นางยิ้มร่าเริงมือผอมบางเขี่ยเมล็ดผักที่แช่น้ำในกระป๋องไปมา จิ่นฟานอวี้เห็นดังนั้นก็ขอมาหนึ่งกระป๋องถกแขนเสื้อเตรียมลงมือ

"ข้าช่วยปลูก"

เขาบอกกับนางพลางเดินไปอีกแปลง

"แต่ว่าเจ้าต้องอ่านหนังสือ"

นางเกรงใจเขาอยากให้ใช้เวลานี้ตักตวงความรู้ให้เต็มที่เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบส่วนงานสวนนี้นางจะจัดการเอง

"ไม่เป็นไรข้าอยากช่วย"

เขาเอ่ยขึ้นสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดแล้วลงมือปลูกผัก นางเห็นเขาอยากช่วยก็ไม่อยากพูดพร่ำเพรื่อลงมือปลูกอีกแปลงแปลงผักสิบแปลงมีผักอยู่หกชนิด จางลี่อิงและจิ่นฟานอวี้ปลูกผักเสร็จเขาก็ล้างมือกลับเข้าห้องอ่านหนังสือต่อ ส่วนนางก็รดน้ำจนเสร็จเอาหญ้าแห้งที่เก็บมาด้วยคลุมแล้วปิดรั้วเอาไว้

จางลี่อิงเตรียมตัวเอาเห็ดตากแห้งไปขายที่ตลาด เช้าวันรุ่งขึ้นนางรีบไปแต่เช้าก่อนตลาดจะวาย เส้นทางลัดหากอยากไปให้ถึงเร็วขึ้นจะมีซอกซอยเล็กแคบอยู่เส้นหนึ่งแต่ผู้คนไม่สัญจรเพราะค่อนข้างเสี่ยงอันตราย มักมีขอทานหรือโจรและพวกอันธพาลหนีการจับกุมของมือปราบมาซ่อนตัวดักปล้นคนผ่านไปผ่านมาบ่อยๆ

แต่ก็เป็นเส้นทางเดียวที่ช่วยย่นระยะเวลาไปถึงตลาดได้เร็วขึ้น นางเดินไปถึงท้ายซอยปรากฏร่างชายสองคนแอบสะกดรอยตามเงียบๆ นางเดินไปตามทางช้าลงเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่เดินเป็นจังหวะบางครั้งเร็วบางครั้งช้า จนโผล่พ้นมายังถนนกว้างมีคนเดินผ่านหนาตาได้อย่างปลอดภัยโดยที่เสียงนั้นก็ได้หายไปจากโสตประสาทเช่นกัน เรื่องการรับรู้เสียงต่างๆ นางก็เคยฝึกมาจนชำนาญถึงเกิดในร่างใหม่แต่ทักษะไม่หายไปยังใช้ประโยชน์ยามคับขันได้

นางทำตัวปกติเดินไปวางตะกร้าลงพบเจอชาวบ้านนำของป่ามาขายหลายคน จึงมาสมทบกับพวกเขาที่เพิ่งเริ่มขายเช่นเดียวกัน มีคนที่เคยซื้อเห็ดไปทำอาหารแล้วติดใจในรสชาติมาซื้อเห็ดตากแห้งไปอีกห้ากำมือ คนขายปลาพูดคุยกับลูกค้าของนางถึงรสชาติแปลกแต่อร่อยก็ทำให้อยากลองกินบ้าง จึงเอาปลามาแลกนางก็ยอมให้แลก ผ่านไปครู่หนึ่งคนขายไก่นำเนื้อไก่มาแลกเห็ดนางก็ยอมให้แลก ตอนนี้ขายได้เงินบ้างแล้วแลกเป็นสิ่งของเล็กน้อยก็ไม่เดือดร้อน

ของขายจนหมดตะกร้านางไม่ได้ซื้ออาหารกลับไปด้วยเพราะมีปลากับไก่พอกินหลายมื้อ เตรียมตัวเดินทางกลับแต่ไม่ใช่เส้นทางเดิม นางเดินอ้อมไปอีกด้านที่ทะลุหากันกับซอยแคบที่เป็นทางลัดเข้ามาด้านใน ทันใดนั้นมีชายสองคนท่าทางไม่น่าไว้ใจเดินมาขวางเอาไว้

"น้องสาว แบกสิ่งใดมาเต็มตะกร้าพี่ขอดูหน่อยสิ"

ชายรูปร่างผอมสูงท่าทางกวนประสาทพูดจาหยอกเย้านาง อีกคนก็ขัดขวางเอาไว้ไม่ให้เดินต่อ

"น้องสาวขายของได้เงินควรแบ่งให้พวกพี่ใช้บ้างนะ"

ชายอีกคนพูดสมทบขึ้นเดินเข้ามาใกล้ๆ นางจึงถอยหลังออกไปตั้งหลัก

"น้องสาวรึ พวกเจ้าดูแล้วก็หน้าตาไม่เลวน่าจะหางานทำ เหตุใดมาขอเงินกับสตรีเยี่ยงนี้เล่าไม่ละอายใจบ้างรึ"

นางพูดพลางมองหน้าชายสองคนสลับกันเขาไม่พูดมากกระชากตะกร้าของนางออกอีกคนเข้ามาค้นตัวหาเงินจากนาง จางลี่อิงใช้ความว่องไวตัวเล็กกว่ากำหมัดชกท้องยื่นขาถีบอีกคนที่อยู่ด้านหลังไปพร้อมกัน นางชิงตะกร้ากลับมาได้วางลงไว้ข้างๆ หันกลับมารัวหมัดใส่สองคนไม่ยั้ง

พวกเขาปวดระบมท้องแทบยืนไม่อยู่นางไม่รอช้าถีบซ้ำจนเขาทั้งคู่ถลาล้มลงหงายท้อง ลุกขึ้นมาได้ก็ขาอ่อนปวกเปียกเซล้มลงไปอีก แต่ยังฝืนลุกขึ้นมาหมายจะสู้กับนางให้ชนะหวังช่วงชิงทรัพย์สินมาให้ได้

นางงัดวิชาการต่อสู้ที่ฝึกมากระโดดขึ้นเหยียบบ่าใช้ขาทั้งสองข้างหนีบหัวของคนร้ายเอาไว้ บิดเพียงเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงดังกรอบจนเขาล้มลงอีกครั้ง จากนั้นกระโดดลงมาเล่นงานอีกคนต่อจับมือไพล่หลังเตะขาให้คุกเข่าลงจับแขนบิดเพียงเล็กน้อยเขาก็ทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้น ทั้งสองร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ร่างกายรวดร้าวระบมราวกับกระดูกหักเป็นชิ้นๆ จนลุกไม่ขึ้นอีก พอดีมีพลเมืองดีมาพบจึงรีบแจ้งทางการ มือปราบสี่นายวิ่งกรูกันเข้ามาจับตัวชายสองคนเอาไว้ได้

"ตามหามาหลายเดือนเจอตัวก็ดีเจ้าตัวแสบ สองคนนี่"

หนึ่งในสี่พูดขึ้นคาดว่าคงเป็นหัวหน้ามือปราบ เขาหันมาทางจางลี่อิงที่กำลังสะพายตะกร้าขึ้นที่หลัง

"ขอบใจแม่นางที่ช่วยจับโจรสองคนได้ พวกมันมีค่าหัวคนละห้าสิบตำลึงก่อเหตุมานับไม่ถ้วนตามจับมาเป็นปีแล้ว วันนี้คงได้ปิดทุกคดีของสองคนนี้เสียที"

นางเพียงยิ้มตอบเตรียมพร้อมจะไป

"ไม่เป็นไรเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ควรช่วยเหลือสอดส่อง"

นางพูดกับหัวหน้ามือปราบ โจรฝีมือกระจอกอย่างนี้ตามจับเป็นปีเชียวหรือคงก่อเรื่องร้ายแรงน่าดูถึงค่าหัวแพงเช่นนี้

"ข้าจะเชิญแม่นางไปรับเงินที่ว่าการอำเภอตอนนี้ไม่ทราบสะดวกหรือไม่"

เขาเชิญนางพร้อมกับผู้คนที่ทยอยมามุงดูยุยงให้รีบไป

"ไปเถอะ"

"รีบไปรับเงินเร็ว"

"ตั้งร้อยตำลึงเชียวนะ"

จางลี่อิงยิ้มบางมองของในตะกร้ามากมายก็ลังเล ถึงเงินจะมากเพียงใดนางก็ต้องรีบกลับบ้านไปทำอาหารให้สามี

"เชิญเถิดแม่นางข้าขอรบกวนเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น"

เขาไม่ละความพยายาม นางเห็นว่าไม่นานก็ตอบตกลง

ไปถึงที่ว่าการอำเภอหัวหน้ามือปราบแจ้งว่าจางลี่อิงจับโจรใจโฉดได้ นายอำเภอจึงตกรางวัลให้หนึ่งร้อยตำลึงพูดขอบใจและยกย่องนางเป็นการใหญ่

นางอยู่ได้ไม่นานก็ร่ำลานายอำเภอและหัวหน้ามือปราบแบกตะกร้าสานเข้าที่หลังเดินทางกลับบ้าน ตอนนี้สายมากแล้วจิ่นฟานอวี้คงยังไม่กินข้าวนางต้องรีบกลับไป

"ไม่น่าเชื่อว่าตัวเล็กแค่นี้จะเอาอยู่"

นายอำเภอมองไล่หลังนางชื่นชมให้หัวหน้ามือปราบฟัง

"ใช่ขอรับ"

ทั้งคู่ยืนทึ่งมองจนนางเดินลับตา แม้แต่ฝีก้าวก็ดูคล่องแคล่วแบกของเดินตัวปลิวเหมือนตะกร้าเปล่าไม่มีผิด จากนั้นก็กลับเข้าไปทำงานต่อ หัวหน้ามือปราบควบคุมตัวโจรที่สะบักสะบอมไปลงโทษตามขั้นตอนต่อไป

จางลี่อิงมาถึงหน้าบ้านวางของลงเตรียมเอาไปจัดในครัว ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอาหารตกถึงท้องเท่านั้นยังไม่พอวันนี้ออกแรงไปมากย่อมหิวเร็วเป็นธรรมดา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปรวดเร็วแคว้นต้าเฉียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาโดยไร้สงคราม พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ทั่วทั้งแคว้นหลุดพ้นจากความยากจนประกอบกับฮ่องเต้ส่งความช่วยเหลือและดูแลแต่ละเมืองอย่างดีที่สุดจิ่นฟานอวี้และจางลี่อิงมีโอรสตัวน้อยสองพระองค์ชื่อจิ่นอี้เหลียนและจิ่นเจี้ยนเวย เด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กชายที่กล้าหาญจิตใจเข้มแข็ง จิ่นอี้เหลียนหน้าตาเหมือนเสด็จพ่อ ส่วนจิ่นเจี้ยนเวยใบหน้าเหมือนแม่ ทั้งคู่นั่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้มีนางกำนัลรายล้อมและองครักษ์อีกสองนายมองด้วยความรักความเอ็นดู"ท่านพี่เมื่อไหร่เสด็จพ่อจะกลับมาข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่"จิ่นเจี้ยนเวยพร่ำความในใจเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ จิ่นอี้เหลียนกอดน้องชายเอาไว้ปลอบใจให้คลายเศร้า เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกันเหมือนบิดา"ไม่ร้องไห้นะเด็กดี พี่อยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว"จิ่นเจี้ยนเวยยังเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดเบะปากซบใบหน้าน่าเอ็นดูคล้ายมารดากับไหล่ของพี่ชายจิ่นฟานอวี้กับจางลี่อิงกลับมาที่ตำหนักในช่วงเย็น วันนี้มีประชุมใหญ่ที่ท้องพระโรง หลายเรื่อง ต่อจากนั้นก็แยกประชุมของแต่ละฝ่าย จางลี่อิง

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 2

    สงครามสงบจิ่นฟานอวี้มองดูความเรียบร้อยเป็นคนสุดท้ายที่กำลังลำเลียงศพทหารไปทำพิธีต่อไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งผืนดินฉาบทาไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บนตัวเขาไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายบนใบหน้าและลำตัวเมื่อสงครามจบทุกคนต่างแยกย้าย จางลี่อิงกำลังช่วยทหารบาดเจ็บมองเห็นจิ่นฟานอวี้ควบม้าเข้ามาหา หัวใจของนางเต้นแรงยิ้มกว้างยินดีในชัยชนะ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันแน่น การได้พบกันอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งผลงานการรบครั้งนี้แม่ทัพและทหารต่างได้รับรางวัล บางตำแหน่งได้เลื่อนขั้นและได้รับเงินรางวัล เพิ่มเงินเดือนพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้นชินอ๋องจิ๋นฟานอวี้ได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ ส่วนจางลี่อิงรั้งตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทพร้อมด้วยตำแหน่งหมอประจำกองทหารของราชสำนักราชโองการประกาศไปทั่วแคว้นสร้างความยินดีแก่อาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าเถ้าแก่หลี่ร้านสมุนไพรได้ยินข่าวก็ตื้นตันใจ จิ่นฟานอวี้ที่เขาคุ้นหน้าก็คือคุณชายน้อยจวนโหวที่เขาเคยไปส่งสมุนไพรรักษาคนในนั้นเมื่อยังเป็นวัยหนุ่ม มาบัดนี้ได้เป็นถึงองค์รัชทายาทแล้วในขณะที่กำลังจมกับความคิดในอดีตก็มีทห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 1

    "เมืองเหว่ยกลุ่มอำนาจเก่าก่อกบฏพะย่ะค่ะ"แม่ทัพฉีเข้ามารายงานระหว่างที่กำลังประชุมเรื่องการก่อสร้างเมือง"ว่าอย่างไรนะ! พวกมันแข็งข้ออย่างนั้นรึ"ช่วงที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจจากอดีตฮ่องเต้มาได้เพราะครานั้นอีกฝ่ายต้องการฆ่าล้างตระกูลจิ่นเพราะถือเป็นเสี้ยนหนามของบัลลังก์ ตระกูลจิ่นเคยมีอดีตฮ่องเต้และถูกโค่นบัลลังก์ด้วยวิธีสกปรก เมื่อได้อำนาจมาก็ปกครองราษฎรด้วยความเหี้ยมโหดชาวเมืองเดือดร้อนอยู่เป็นนิจมาครั้งนี้จึงถูกเอาคืนจนพ่ายแพ้สิ้นท่าทว่ากลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มสุดท้ายยังหลงเหลือจึงรวมตัวกันก่อกบฏเพื่อชิงบัลลังก์คืนมาเพราะยอมรับชะตากรรมตัวเองไม่ได้และไม่ยอมรับตระกูลจิ่นมาตั้งแต่ต้นเพราะความอิจฉาริษยา" อีกไม่กี่วันกองทัพก็จะมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ"แม่ทัพรายงานฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พวกมันร้องขอชีวิตก็ทรงเมตตาให้อาศัยอยู่เมืองเหว่ยแทน ไม่คิดว่ากลับกลายเป็นฐานทัพให้มาทำลายตัวเอง"วางแผนกลยุทธ์ให้ดีพวกนี้เจ้าเล่ห์เราต้องทันพวกมัน"ทรงปิดประชุมและไปที่ห้องลับพร้อมกับชินอ๋องขออาสาไปช่วยที่ตำหนักชินอ๋องกำลังเตรียมชุดออกรบพร้อมฮ่องเต้ ถูกแยกกองทัพออกเป็นหลายส่วนกองทัพฮ่องเต้จะเป็นแนวหน้าส่วนทหา

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เผยความในใจ-เปลี่ยนสถานะ

    จิ่นฟานอวี้ยกมือบางขึ้นมาจูบความนุ่มนวลทำให้นางอ่อนไหว"เราไม่มีวันหย่าขาดจากกันขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไป"เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดช่วงแรกตอนนี้ในใจของเขาไม่อาจขาดสตรีคนนี้ได้อีกต่อไป จางลี่อิงโผเข้ากอดเขาแน่นนางคิดว่าต้องพบกับความโดดเดี่ยวถึงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ หัวใจของนางก็คล้ายจะแหลกสลายเขากอดนางตอบเช่นกันจูบปอยผมปลอบใจอยู่นานจนกระทั่งหลับไปทั้งคู่ช่วงเช้าทั้งคู่ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่วังหลวง วันนี้จะไปพบกับเจ้ากรมขุนนางที่หน้าท้องพระโรงรอเดินเข้าไปด้วยกัน สองสามีภรรยาจับมือกันเอาไว้แน่นเช่นเดิมเรื่องเมื่อคืนคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ไปทั้งสองจะคอยเคียงข้างกันไม่แยกจากกันอีกความผูกพันทางใจช่วยให้เขาทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกันและกันหน้าประตูวังหลวงนายทหารเฝ้าประตูไต่ถาม จิ่นฟานอวี้จึงยกป้ายสัญลักษณ์ที่เจ้ากรมขุนนางให้ติดตัวไว้ ทหารมองหน้ากันลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงปล่อยเข้าไปพร้อมกับเดินประกบซ้ายขวาฮ่องเต้รอเขาอยู่แล้วจากรายงานของเจ้ากรมขุนนาง ทรงเฝ้ารอใจจดใจจ่อตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระอนุชา เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรงเสนาบดีกรมขุนนางทำคว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ความจริงของจิ่นฟานอวี้

    เจ้ากรมขุนนางรอจิ่นฟานอวี้อยู่ที่จวนเรียกเขาเข้าพบเป็นการส่วนตัว พอเดินทางมาถึงจึงพาจางลี่อิงหาที่พักเสร็จจึงเข้าพบทันทีที่พบหน้าของจิ่นฟานอวี้ เสนาบดีกลับต้องตกตะลึงพยายามควบคุมร่างกายสั่นเทิ้มไม่ให้แสดงออกมาจนน่าเกลียด น้ำตาคลอหน่วยตารื้นขึ้นมา จิ่นฟานอวี้คุกเข่าลงโดยไม่พูดจา จางลี่อิงก็คุกเข่าตามด้วยความงุนงง"อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ายังไม่ตาย"เขาเดินมาจับตัวให้ยืนขึ้นเพียงเท่านั้นก็กอดเอาไว้แน่นร้องไห้ออกมาดั่งคนดีใจที่ได้ของรักกลับคืน"ท่านตา"จิ่นฟานอวี้เรียกสรรพนามนั้นแจ่มชัด เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่ายเช่นกัน"เจ้าคงลำบากมาก ตามันโง่เง่าที่ทำให้เจ้าตกระกำลำบาก ไม่สมควรเป็นตาของเจ้า"เขาเฝ้าโทษตัวเองเจ้ากรมขุนนางมองผ่านมายังจางลี่อิง จิ่นฟานอวี้จึงจับมือนางเดินเข้ามาใกล้"นี่ภรรยาของหลานจางลี่อิงขอรับ"นางคารวะอ่อนน้อม ผู้อาวุโสกว่ายิ้มเอ็นดูในความน่ารักและนอบน้อมของนางแล้วเชิญทุกคนนั่งลง"ตั้งแต่ราชโองการประกาศว่าเจ้าตายแล้วฮ่องเต้โกรธแค้นมาก สั่งตามล่าตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องและทำสงครามคืนความยุติธรรมให้เจ้าและครอบครัว แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตอนน

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   สะสาง

    นายอำเภอได้รับข่าวไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายตัวเองไประรานเถ้าแก่หลี่ถึงหน้าร้านจึงถูกเรียกเข้าพบ"เจ้าทำเช่นนี้เสียชื่อของข้าชื่อเสียงอาของเจ้า พวกเขาจะอับอายขนาดไหนเคยรับรู้หรือไม่"เขาได้แต่นิ่งฟังบิดาบ่นให้ไม่คิดโต้ตอบใดๆ ฟังมาตั้งหลายปีมีแต่คำพูดเดิมๆ แทบจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว"ท่านพ่อข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"เขาเบื่อหน่ายกับความซื่อตรงรักษาภาพลักษณ์ของบิดา เขาก็แค่ทำตามเงื่อนไขเท่านั้นมันอาจจะดูโหดร้ายแต่หลี่อี้ทำตามข้อตกลงไม่ได้เขาก็จนปัญญาช่วยเหลือก็เพราะความอยากครอบครองร้านสมุนไพรความโลภมาบดบังจิตใจทำให้เขาข่มขู่สองพ่อลูกโดยใช้วิธีสกปรกหลอกล่อหลี่อี้ผู้เสเพลมาติดกับ"หน้าที่ของเจ้ามันไม่เหมือนคนอื่นเจ้าควรไปเรียนสอบทำงาน ข้าจะให้อาของเจ้าฝากให้"ความบกพร่องอย่างหนึ่งของนายอำเภอเฉินคือเขามักละเลยการอบรมบุตรชายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาจึงไม่อยู่ในโอวาท ที่ดุด่าได้ทุกวันเพราะอยากให้เขาทำงานในวังหลวงมีอนาคตสดใสดีกว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อนพนันเกเรไปวันๆ ไม่รู้จักรักความก้าวหน้าทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้ว"โธ่ ท่านพ่อ"เขาสุดจะคัดค้านนายอำเภอเฉินกลัดกลุ้มใจเป็นอันมากที่ลูกชายไม่เ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   หาเงินซื้อยา

    นางมาถึงตอนยังไม่สายมากนักตลาดยังไม่วายจึงวางของลงขาย มีคนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองดูตะกร้าของนาง บ้างก็อยากแวะชม บ้างก็เดินเข้ามาเลือกดู ของป่ามีคนต้องการซื้ออยู่แล้วเพียงแต่ไม่ค่อยมีคนนำมาขาย พวกเขาเข้ามามุงดูสินค้าของนางอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดระยะ"นั่นดอกอะไร"หญิงวัยกลางคนถามขึ้นเมื่อเห็นเห็ดหน้าตาแป

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   คนละคน

    จางลี่อิงได้ยินเสียงไอ้โขลกดังมาตั้งแต่เช้ามืด เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่จะทำให้คนหลับลึกเช่นนางสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ นางลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงรบกวนที่น่าตกใจรีบลุกไปเคาะประตูห้องจิ่นฟานอวี้ ร่างผอมสูงยันกายลุกขึ้นประคองตัวเดินเซมาถึงหน้าประตูก็เหนื่อยหอบจากอาการไอถี่ๆ มาตั้งแต่เช้า พอประตูเปิดอ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ช่องทางหาเงิน

    ช่วงเช้าจิ่นฟานอวี้ออกไปตักน้ำตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่เคยทำประจำจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักเพียงใดคนในหมู่บ้านก็มักออกไปตักน้ำเป็นสิ่งแรก ตอนเช้าจึงมีคนรอตักน้ำกันเยอะนางตื่นขึ้นมาเก็บที่นอนล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปเคาะประตูหลายครั้งเห็นว่าเสียงเงียบจึงแง้มเปิดดูประตูไม่ได้ล็อคแ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ทำมาหากิน

    นางขอตัวกลับไปนอน ก่อนไปไม่ลืมเอาจานและกาน้ำชาไปเก็บในครัวทิ้งเตาผิงไว้ให้เขา ก่อนหน้านั้นนางใช้เตาผิงเพียงคนเดียวไม่เคยเผื่อแผ่ให้จิ่นฟานอวี้เลยสักครั้ง เลวร้ายลงไปอีกยังสั่งให้เขาก่อไฟให้นางได้ผิงเพียงคนเดียวโดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้ นางทำอย่างนี้ทุกวันโดยไม่เคยคำนึงว่าอีกคนจะหนาวเห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status