مشاركة

ทวงเงิน

last update تاريخ النشر: 2025-12-12 21:03:03

นับตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในตระกูลจางจิ่นฟานอวี้นอกจากต้องจ่ายเงินคนในตระกูลแล้วยังต้องตามแก้ปัญหาของจางลี่อิงจนแทบไม่มีสมาธิอ่านหนังสือคัดอักษร แต่เขาก็อดทนอดกลั้นไม่พูดไม่จา

นางทั้งเห็นแก่ตัวกับเขาทั้งออกไปมีเรื่องกับคนอื่นทุกวันทั้งโดนรังแกมา ทั้งไปรังแกผู้อื่นตามกลุ่มอันธพาล สุดท้ายก็ถูกกลั่นแกล้งมีบาดแผลบ่อยๆ กิริยาหยาบคายไม่สนใจครอบครัว ขี้เกียจอาบน้ำ ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง อย่างที่บอกว่าทำได้เพียงผ่าฝืนและหาบน้ำที่ไม่ค่อยสำเร็จ

นางไม่ได้ชอบเขามาตั้งแต่แรกเห็นแล้วเพราะเขาขี้โรคผอมแห้งดูเหมือนผีในสายตาของนาง ช่วงหลังได้เจอกับพ่อค้าขายผ้ากลับทำให้หลงใหลในความหน้าตาดี คอยวิ่งตามเกวียนขายผ้าทุกครั้งที่เข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องคอยลากกลับบ้าน พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายตีตัวเองหยิกเนื้อจนได้แผลบ่อยครั้ง เพื่อนบ้านต่างเอือมระอาแทนจิ่นฟานอวี้กับพฤติกรรมที่น่าอับอายของนาง

แต่เพราะจิ่นฟานอวี้ชอบช่วยเหลือเอื้อเฟื้อชาวบ้านพวกเขาจึงยังทำดีกับครอบครัวนางมาตลอด ครั้งนี้ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปราวพลิกฝ่ามือ นางดูสงบเสงี่ยมรู้จักทำมาหากินเอาใจใส่สามี คนในหมู่บ้านที่เคยซุบซิบนินทาต่างแปลกใจเมื่อเห็นนางยิ้มร่าเริงทักทายเพื่อนบ้านยามผ่านทาง

จางลี่อิงทำอาหารเสร็จก็เตรียมต้มน้ำให้เขาทำน้ำอุ่นให้อาบหาข้าวให้กินโดยวันนี้ผัดไข่ใส่ผักกาดขาวและหมูทอด

"ข้าเย็บผ้านวมเสร็จแล้วเราจะได้มีผ้าห่มหนาๆ ให้ได้ห่มอุ่นเสียที คราวหน้าข้าจะซื้อผ้ามาเย็บอีกเผื่ออากาศหนาวขึ้นจะได้มีผ้าห่มหลายชั้น"

นางบอกเขาระหว่างนั่งกินข้าวด้วยกัน

"เจ้าควรเก็บเงินไว้ให้ตัวเองบ้าง"

จิ่นฟานอวี้ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวหรือละโมบเขาไม่อยากเห็นนางลำบากในภายหน้า ในใจของเขาคิดมาตลอดว่าวันหนึ่งจะหย่ากับนางและไปจากที่นี่หากนางเอาตัวรอดได้ ในเมื่อทั้งสองไม่ได้รักกันก็ควรปล่อยให้มีอิสระดีกว่า เขาคิดว่าหากสอบบัณฑิตได้จะให้เงินนางไปตั้งตัวก้อนหนึ่งแล้วปล่อยไปกับคนที่รัก ได้อยู่ครองคู่กันและนางจะได้สุขสบายขึ้น ยิ่งตอนนี้นางหาเงินได้และสติดีแล้วก็ยิ่งไม่น่าห่วง เขาเพียงรักษาตัวเองให้แข็งแรงขึ้นหลังจากนั้นคงไปตามทางของตัวเอง

จิ่นฟานอวี้จึงมีแต่ความเย็นชาเพราะเขาไม่ได้รู้สึกพิเศษกับนางและเชื่อว่านางก็คงเป็นเช่นเดียวกัน จางลี่อิงในเวลานี้คิดเพียงว่าต้องรักษาสามีให้หายป่วยและสอบเป็นบัณฑิตส่งเขาจนถึงฝั่งฝันนางก็ไม่คิดผูกติดกับเขา ท่าทีเฉยเมยบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้มีใจก็ไม่จะคิดรั้งเอาไว้ วันหนึ่งก็จะย้ายที่อยู่แล้วหาเงินไปตั้งตัวค้าขายเปิดร้านสักอย่างและใช้ชีวิตโสดไปเรื่อยๆ

ในชาติก่อนนางก็เป็นสาวโสดกำพร้าพ่อแม่เช่นเดียวกัน เคยชินกับความโดดเดี่ยวมาตลอดพึ่งตัวเองได้จึงไม่หวังให้ใครมาดูแลถึงชีวิตจะเงียบเหงาไปบ้างแต่ก็สงบดี โชคดีชาตินี้มีสามีไม่พูดมากพวกเขาจึงอยู่ด้วยกันได้

ทั้งคู่ต่างมีความในใจที่เก็บซ่อนไว้ข้างในไม่เปิดเผยต่อกัน ช่องว่างระหว่างสามีภรรยายังกว้างเกินกว่าจะชิดใกล้ พวกเขายังรักษาระยะห่างระหว่างความสัมพันธ์เอาไว้ได้เสมอต้นเสมอปลายไม่ล่วงเกินกัน คนภายนอกมองว่าเขาเป็นคู่สามีภรรยาแต่ในใจของทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าพวกเขาก็แค่คนแปลกหน้าที่ร่วมชายคาเดียวกันและทำตามหน้าที่เท่านั้น จางลี่อิงขอผิงไฟกับจิ่นฟานอวี้เช่นเคยเมื่อถึงเวลานางก็แยกตัวกลับห้องเหมือนทุกวัน

รุ่งเช้านางกวาดลานบ้านเงียบๆ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูแรงๆ ถี่ๆ เหมือนร้อนรนคิดว่าเกิดเรื่องจึงถือไม้กวาดวิ่งออกไปดู

"ฟานอวี้ ฟานอวี้ เดือนนี้ข้ามาแล้วเตรียมเงินไว้หรือยัง"

ท่าย่าเหลียวของนางมากับป้าสะใภ้รองคือแม่นางจิน ทั้งสองพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับท่านย่าถามเรื่องเงิน

"เงินอะไรท่านย่า"

นางขมวดคิ้วสงสัยไม่เคยรู้มาก่อนว่าท่านย่าของนางมารีดไถเงินจากจิ่นฟานอวี้ทุกเดือน เพราะนางมัวแต่สนใจและตกอยู่ในโลกแห่งความฝันของตัวเอง หรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเล่นไม่ค่อยอยู่บ้านออกไปเตร็ดเตร่เล่นข้างนอกเป็นประจำ ท่านย่านเหลียวและป้าสะใภ้รองปรายตามองนางเพียงปราดเดียวแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจคนไร้ประโยชน์หาสาระไม่ได้ มองเลยผ่านเหมือนอากาศธาตุที่ไร้ตัวตนมุ่งหน้าไปทางห้องของจิ่นฟานอวี้เสียยังจะดีกว่า เสียงคุ้นเคยดังมากพอที่จะได้ยินไปถึงห้องเขาจึงเดินออกมาดู

"ฟานอวี้เตรียมเงินไว้แล้วใช่หรือไม่"

ย่าเหลียวยิ้มแย้มราวกับพบเจอหลานรัก

"ท่านย่าเดือนนี้ข้าป่วยทำงานล่าช้าก็เลยยังไม่มีให้ท่าน"

จิ่นฟานอวี้ทำหน้าเรียบเฉยจางลี่อิงจึงถามขึ้นอีกครั้ง

"เงินอะไรท่านย่า"

นางเสียงดังมากพอที่ทำให้ทั้งสามหันมาสนใจ จางลี่อิงไม่เคยสงสัยสิ่งใดมักหัวอ่อนสั่งได้ไม่เคยบิดพลิ้วไยวันนี้จึงเสียงแข็งใส่ญาติผู้ใหญ่ของตนเอง

"เจ้าไม่เกี่ยว"

ป้าสะใภ้รองออกตัวแทนแม่สามี

"ข้าต้องเกี่ยว พวกท่านมาถามหาเงินจากสามีข้า เขาติดค้างเรื่องใดกัน"

นางนึกทบทวนชั่วครู่ก็นึกออกว่าผู้ใหญ่ทั้งสองมาด้วยจุดประสงค์เรื่องใด ย่าเหลียวและป้าสะใภ้รองเพ่งมองนาง นี่นางคนนี้หายบ้าแล้วหรือถึงคิดต่อปากต่อคำ

"ข้าต้องเอาทุกเดือนเจ้ามันคนบ้าจะไปรู้เรื่องอะไร"

นิสัยของย่าเหลียวขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดปากร้ายจนคนในหมู่บ้านขยาดไม่อยากเสวนากับนาง พวกเขาอยากอยู่สงบไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว คนไหนกล้ามีเรื่องกับย่าเหลียวชีวิตของพวกเขาไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป

"ข้าขอเวลาอีกหน่อยส่งงานแล้วจะเอาไปให้ท่านที่บ้าน"

จิ่นฟานอวี้ต่อรองเขาขอเวลาส่งงานก่อนไม่อยากมีเรื่องกับผู้เฒ่าบ้านนี้เช่นเดียวกันเพราะตระกูลจางถือว่ามีบุญคุณช่วยชีวิตเอาไว้และเพื่อรักษาชื่อเสียงในการเป็นขุนนางในอนาคต อย่างไรเขาก็เป็นบัณฑิตมีคนนับหน้าถือตามาก เอะอะโวยวายกับคนบ้านนอกแล้วยังเป็นผู้มีพระคุณคงไม่ดีนัก

"ไม่ต้องให้พอได้แล้ว ท่านย่าก็รู้ว่าฐานะของเราเป็นอย่างไรจะมาขูดเลือดขูดเนื้อลูกหลานไม่เท่ากับซ้ำเติมกันหรือ"

จางลี่อิงทนไม่ไหวด่ากลับอาวุโสทั้งสอง ย่าเหลียวได้ยินดังนั้นก็เดือดดาลขึ้นมาทันใดยกมือชี้หน้าถลึงตาตวาดใส่นาง

"นังหลานอกตัญญูเจ้ากล้าต่อว่าย่าอย่างข้า เจ้าเนรคุณ ข้าเลี้ยงมาจนโตแต่งงานออกเรือนแล้วปีกกล้าขาแข็งมาขึ้นเสียงกับข้ารึ"

เสียงของย่าเหลียวดังขึ้นๆ เหมือนจงใจให้ชาวบ้านได้ยินจะได้สร้างความอับอายให้จางลี่อิงได้สำนึก นางไม่อายใครด่าต่อไปไม่ยั้งชาวบ้านที่ผ่านไปมาตื่นตระหนกเดินเข้ามามุงดูเหตุการณ์บ้านของจางลี่อิง บ้างอยากรู้เพราะความสนุกบ้างก็เป็นห่วงสองภรรยาหนุ่มสาวเกรงว่าจะถูกรังแกอีก

"เจ้าคงหายบ้าแล้วสินะถึงกล้าแสดงความอกตัญญูต่อข้า พวกเจ้าดูสิลูกหลานด่าย่าแท้ๆ มีที่ไหน คนไม่ดีอย่างนี้ข้าควรไล่ออกจากหมู่บ้านไปเสียก็จะดี"

ย่าเหลียวโมโหจนพูดผิดพูดถูกนึกไม่ถึงกับคำพูดของผู้เป็นหลาน

หลิวซานซานมามุงดูย่าหลานด่ากันก็นึกสะใจยิ้มออกมาพอใจอย่างยิ่งที่จางลี่อิงโดนด่าไม่มีชิ้นดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปรวดเร็วแคว้นต้าเฉียนยังคงสงบสุขเรื่อยมาโดยไร้สงคราม พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ฝนตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้ทั่วทั้งแคว้นหลุดพ้นจากความยากจนประกอบกับฮ่องเต้ส่งความช่วยเหลือและดูแลแต่ละเมืองอย่างดีที่สุดจิ่นฟานอวี้และจางลี่อิงมีโอรสตัวน้อยสองพระองค์ชื่อจิ่นอี้เหลียนและจิ่นเจี้ยนเวย เด็กน้อยทั้งสองเป็นเด็กชายที่กล้าหาญจิตใจเข้มแข็ง จิ่นอี้เหลียนหน้าตาเหมือนเสด็จพ่อ ส่วนจิ่นเจี้ยนเวยใบหน้าเหมือนแม่ ทั้งคู่นั่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นไม้มีนางกำนัลรายล้อมและองครักษ์อีกสองนายมองด้วยความรักความเอ็นดู"ท่านพี่เมื่อไหร่เสด็จพ่อจะกลับมาข้าคิดถึงเสด็จพ่อเสด็จแม่"จิ่นเจี้ยนเวยพร่ำความในใจเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ จิ่นอี้เหลียนกอดน้องชายเอาไว้ปลอบใจให้คลายเศร้า เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีมีทั้งความเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกันเหมือนบิดา"ไม่ร้องไห้นะเด็กดี พี่อยู่ข้างๆ เจ้าแล้ว"จิ่นเจี้ยนเวยยังเป็นเด็กไร้เดียงสาหยุดเบะปากซบใบหน้าน่าเอ็นดูคล้ายมารดากับไหล่ของพี่ชายจิ่นฟานอวี้กับจางลี่อิงกลับมาที่ตำหนักในช่วงเย็น วันนี้มีประชุมใหญ่ที่ท้องพระโรง หลายเรื่อง ต่อจากนั้นก็แยกประชุมของแต่ละฝ่าย จางลี่อิง

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 2

    สงครามสงบจิ่นฟานอวี้มองดูความเรียบร้อยเป็นคนสุดท้ายที่กำลังลำเลียงศพทหารไปทำพิธีต่อไป กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วทั้งผืนดินฉาบทาไปด้วยเลือดสีแดงเข้ม บนตัวเขาไม่มีบาดแผลมีเพียงรอยเลือดสาดกระจายบนใบหน้าและลำตัวเมื่อสงครามจบทุกคนต่างแยกย้าย จางลี่อิงกำลังช่วยทหารบาดเจ็บมองเห็นจิ่นฟานอวี้ควบม้าเข้ามาหา หัวใจของนางเต้นแรงยิ้มกว้างยินดีในชัยชนะ ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันแน่น การได้พบกันอีกครั้งหลังผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายทำให้ชีวิตมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งผลงานการรบครั้งนี้แม่ทัพและทหารต่างได้รับรางวัล บางตำแหน่งได้เลื่อนขั้นและได้รับเงินรางวัล เพิ่มเงินเดือนพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้นชินอ๋องจิ๋นฟานอวี้ได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทโดยสมบูรณ์ ส่วนจางลี่อิงรั้งตำแหน่งพระชายาขององค์รัชทายาทพร้อมด้วยตำแหน่งหมอประจำกองทหารของราชสำนักราชโองการประกาศไปทั่วแคว้นสร้างความยินดีแก่อาณาประชาราษฎร์ถ้วนหน้าเถ้าแก่หลี่ร้านสมุนไพรได้ยินข่าวก็ตื้นตันใจ จิ่นฟานอวี้ที่เขาคุ้นหน้าก็คือคุณชายน้อยจวนโหวที่เขาเคยไปส่งสมุนไพรรักษาคนในนั้นเมื่อยังเป็นวัยหนุ่ม มาบัดนี้ได้เป็นถึงองค์รัชทายาทแล้วในขณะที่กำลังจมกับความคิดในอดีตก็มีทห

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ตอนพิเศษ 1

    "เมืองเหว่ยกลุ่มอำนาจเก่าก่อกบฏพะย่ะค่ะ"แม่ทัพฉีเข้ามารายงานระหว่างที่กำลังประชุมเรื่องการก่อสร้างเมือง"ว่าอย่างไรนะ! พวกมันแข็งข้ออย่างนั้นรึ"ช่วงที่ทำสงครามแย่งชิงอำนาจจากอดีตฮ่องเต้มาได้เพราะครานั้นอีกฝ่ายต้องการฆ่าล้างตระกูลจิ่นเพราะถือเป็นเสี้ยนหนามของบัลลังก์ ตระกูลจิ่นเคยมีอดีตฮ่องเต้และถูกโค่นบัลลังก์ด้วยวิธีสกปรก เมื่อได้อำนาจมาก็ปกครองราษฎรด้วยความเหี้ยมโหดชาวเมืองเดือดร้อนอยู่เป็นนิจมาครั้งนี้จึงถูกเอาคืนจนพ่ายแพ้สิ้นท่าทว่ากลุ่มอำนาจเก่ากลุ่มสุดท้ายยังหลงเหลือจึงรวมตัวกันก่อกบฏเพื่อชิงบัลลังก์คืนมาเพราะยอมรับชะตากรรมตัวเองไม่ได้และไม่ยอมรับตระกูลจิ่นมาตั้งแต่ต้นเพราะความอิจฉาริษยา" อีกไม่กี่วันกองทัพก็จะมาถึงแล้วพะย่ะค่ะ"แม่ทัพรายงานฮ่องเต้ทรงกริ้วเป็นอย่างมาก พวกมันร้องขอชีวิตก็ทรงเมตตาให้อาศัยอยู่เมืองเหว่ยแทน ไม่คิดว่ากลับกลายเป็นฐานทัพให้มาทำลายตัวเอง"วางแผนกลยุทธ์ให้ดีพวกนี้เจ้าเล่ห์เราต้องทันพวกมัน"ทรงปิดประชุมและไปที่ห้องลับพร้อมกับชินอ๋องขออาสาไปช่วยที่ตำหนักชินอ๋องกำลังเตรียมชุดออกรบพร้อมฮ่องเต้ ถูกแยกกองทัพออกเป็นหลายส่วนกองทัพฮ่องเต้จะเป็นแนวหน้าส่วนทหา

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   เผยความในใจ-เปลี่ยนสถานะ

    จิ่นฟานอวี้ยกมือบางขึ้นมาจูบความนุ่มนวลทำให้นางอ่อนไหว"เราไม่มีวันหย่าขาดจากกันขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าข้าไม่มีวันทิ้งเจ้าไป"เขาตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดช่วงแรกตอนนี้ในใจของเขาไม่อาจขาดสตรีคนนี้ได้อีกต่อไป จางลี่อิงโผเข้ากอดเขาแน่นนางคิดว่าต้องพบกับความโดดเดี่ยวถึงเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ หัวใจของนางก็คล้ายจะแหลกสลายเขากอดนางตอบเช่นกันจูบปอยผมปลอบใจอยู่นานจนกระทั่งหลับไปทั้งคู่ช่วงเช้าทั้งคู่ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่วังหลวง วันนี้จะไปพบกับเจ้ากรมขุนนางที่หน้าท้องพระโรงรอเดินเข้าไปด้วยกัน สองสามีภรรยาจับมือกันเอาไว้แน่นเช่นเดิมเรื่องเมื่อคืนคลี่คลายลงแล้ว จากนี้ไปทั้งสองจะคอยเคียงข้างกันไม่แยกจากกันอีกความผูกพันทางใจช่วยให้เขาทั้งคู่ไม่ยอมปล่อยมือกันและกันหน้าประตูวังหลวงนายทหารเฝ้าประตูไต่ถาม จิ่นฟานอวี้จึงยกป้ายสัญลักษณ์ที่เจ้ากรมขุนนางให้ติดตัวไว้ ทหารมองหน้ากันลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงปล่อยเข้าไปพร้อมกับเดินประกบซ้ายขวาฮ่องเต้รอเขาอยู่แล้วจากรายงานของเจ้ากรมขุนนาง ทรงเฝ้ารอใจจดใจจ่อตื่นเต้นที่จะได้พบกับพระอนุชา เมื่อมาถึงหน้าท้องพระโรงเสนาบดีกรมขุนนางทำคว

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ความจริงของจิ่นฟานอวี้

    เจ้ากรมขุนนางรอจิ่นฟานอวี้อยู่ที่จวนเรียกเขาเข้าพบเป็นการส่วนตัว พอเดินทางมาถึงจึงพาจางลี่อิงหาที่พักเสร็จจึงเข้าพบทันทีที่พบหน้าของจิ่นฟานอวี้ เสนาบดีกลับต้องตกตะลึงพยายามควบคุมร่างกายสั่นเทิ้มไม่ให้แสดงออกมาจนน่าเกลียด น้ำตาคลอหน่วยตารื้นขึ้นมา จิ่นฟานอวี้คุกเข่าลงโดยไม่พูดจา จางลี่อิงก็คุกเข่าตามด้วยความงุนงง"อวี้เอ๋อร์ อวี้เอ๋อร์ ใช่เจ้าจริงๆ ด้วย เจ้ายังไม่ตาย"เขาเดินมาจับตัวให้ยืนขึ้นเพียงเท่านั้นก็กอดเอาไว้แน่นร้องไห้ออกมาดั่งคนดีใจที่ได้ของรักกลับคืน"ท่านตา"จิ่นฟานอวี้เรียกสรรพนามนั้นแจ่มชัด เขาเองก็ดีใจไม่ต่างจากอีกฝ่ายเช่นกัน"เจ้าคงลำบากมาก ตามันโง่เง่าที่ทำให้เจ้าตกระกำลำบาก ไม่สมควรเป็นตาของเจ้า"เขาเฝ้าโทษตัวเองเจ้ากรมขุนนางมองผ่านมายังจางลี่อิง จิ่นฟานอวี้จึงจับมือนางเดินเข้ามาใกล้"นี่ภรรยาของหลานจางลี่อิงขอรับ"นางคารวะอ่อนน้อม ผู้อาวุโสกว่ายิ้มเอ็นดูในความน่ารักและนอบน้อมของนางแล้วเชิญทุกคนนั่งลง"ตั้งแต่ราชโองการประกาศว่าเจ้าตายแล้วฮ่องเต้โกรธแค้นมาก สั่งตามล่าตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องและทำสงครามคืนความยุติธรรมให้เจ้าและครอบครัว แล้วสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตอนน

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   สะสาง

    นายอำเภอได้รับข่าวไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายตัวเองไประรานเถ้าแก่หลี่ถึงหน้าร้านจึงถูกเรียกเข้าพบ"เจ้าทำเช่นนี้เสียชื่อของข้าชื่อเสียงอาของเจ้า พวกเขาจะอับอายขนาดไหนเคยรับรู้หรือไม่"เขาได้แต่นิ่งฟังบิดาบ่นให้ไม่คิดโต้ตอบใดๆ ฟังมาตั้งหลายปีมีแต่คำพูดเดิมๆ แทบจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่แล้ว"ท่านพ่อข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"เขาเบื่อหน่ายกับความซื่อตรงรักษาภาพลักษณ์ของบิดา เขาก็แค่ทำตามเงื่อนไขเท่านั้นมันอาจจะดูโหดร้ายแต่หลี่อี้ทำตามข้อตกลงไม่ได้เขาก็จนปัญญาช่วยเหลือก็เพราะความอยากครอบครองร้านสมุนไพรความโลภมาบดบังจิตใจทำให้เขาข่มขู่สองพ่อลูกโดยใช้วิธีสกปรกหลอกล่อหลี่อี้ผู้เสเพลมาติดกับ"หน้าที่ของเจ้ามันไม่เหมือนคนอื่นเจ้าควรไปเรียนสอบทำงาน ข้าจะให้อาของเจ้าฝากให้"ความบกพร่องอย่างหนึ่งของนายอำเภอเฉินคือเขามักละเลยการอบรมบุตรชายมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเขาจึงไม่อยู่ในโอวาท ที่ดุด่าได้ทุกวันเพราะอยากให้เขาทำงานในวังหลวงมีอนาคตสดใสดีกว่าเป็นเจ้าพ่อบ่อนพนันเกเรไปวันๆ ไม่รู้จักรักความก้าวหน้าทั้งที่อายุยี่สิบปีแล้ว"โธ่ ท่านพ่อ"เขาสุดจะคัดค้านนายอำเภอเฉินกลัดกลุ้มใจเป็นอันมากที่ลูกชายไม่เ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   หาเงินซื้อยา

    นางมาถึงตอนยังไม่สายมากนักตลาดยังไม่วายจึงวางของลงขาย มีคนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองดูตะกร้าของนาง บ้างก็อยากแวะชม บ้างก็เดินเข้ามาเลือกดู ของป่ามีคนต้องการซื้ออยู่แล้วเพียงแต่ไม่ค่อยมีคนนำมาขาย พวกเขาเข้ามามุงดูสินค้าของนางอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดระยะ"นั่นดอกอะไร"หญิงวัยกลางคนถามขึ้นเมื่อเห็นเห็ดหน้าตาแป

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   คนละคน

    จางลี่อิงได้ยินเสียงไอ้โขลกดังมาตั้งแต่เช้ามืด เสียงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ มากพอที่จะทำให้คนหลับลึกเช่นนางสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้ นางลืมตาตื่นขึ้นจากเสียงรบกวนที่น่าตกใจรีบลุกไปเคาะประตูห้องจิ่นฟานอวี้ ร่างผอมสูงยันกายลุกขึ้นประคองตัวเดินเซมาถึงหน้าประตูก็เหนื่อยหอบจากอาการไอถี่ๆ มาตั้งแต่เช้า พอประตูเปิดอ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ช่องทางหาเงิน

    ช่วงเช้าจิ่นฟานอวี้ออกไปตักน้ำตั้งแต่เช้ามืดเหมือนที่เคยทำประจำจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ว่าอากาศจะหนาวสักเพียงใดคนในหมู่บ้านก็มักออกไปตักน้ำเป็นสิ่งแรก ตอนเช้าจึงมีคนรอตักน้ำกันเยอะนางตื่นขึ้นมาเก็บที่นอนล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยจึงเดินไปเคาะประตูหลายครั้งเห็นว่าเสียงเงียบจึงแง้มเปิดดูประตูไม่ได้ล็อคแ

  • ภรรยาอัปลักษณ์ของบัณฑิตยากจน   ทำมาหากิน

    นางขอตัวกลับไปนอน ก่อนไปไม่ลืมเอาจานและกาน้ำชาไปเก็บในครัวทิ้งเตาผิงไว้ให้เขา ก่อนหน้านั้นนางใช้เตาผิงเพียงคนเดียวไม่เคยเผื่อแผ่ให้จิ่นฟานอวี้เลยสักครั้ง เลวร้ายลงไปอีกยังสั่งให้เขาก่อไฟให้นางได้ผิงเพียงคนเดียวโดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้ นางทำอย่างนี้ทุกวันโดยไม่เคยคำนึงว่าอีกคนจะหนาวเห

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status