Home / วาย / ภารกิจปั้นจอมมาร / 4.เมื่อผีเสื้อขยับปีก

Share

4.เมื่อผีเสื้อขยับปีก

last update publish date: 2026-07-24 12:09:43

   สิ่งของในถุงมิติของเฉินฮ่าวหลาน ถูกนำมาวางเรียงเบื้องหน้า ถึงแม้เป็นของชั้นดีทั้งสิ้น แต่วัตถุดิบที่จะใช้ประโยชน์ในด้านการหลอมโอสถ กลับมีไม่มาก ยังดีที่มีหินลมปราณซึ่งใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนแทนเงินในโลกนี้เป็นจำนวนมาก

   พระเอกของเขานอกจากจะเป็นอัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญเพียรแล้วยังเป็นหลานตาผู้ร่ำรวยอีกด้วย คนเช่นนี้ สมควรเป็นบุคคลที่มีความสุขที่สุดบนโลกหล้า เขากลับทำทุกอย่างเพื่อบีบคั้นให้เข้าสู่โลกแห่งความเคียดแค้นอย่างโหดร้าย เขานี่มันชั่วช้าจริงๆ

   “4946 ตอนนี้นอกจากบงกชคืนวัฎแล้ว สิ่งที่จะใช้หลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณยังไม่ครบ ยังดีที่ของที่เหลือไม่ใช่ของหายากอะไร ล้วนตามหาหรือพอซื้อได้ แต่มูลค่าการแลกเปลี่ยนไม่ใช่น้อย ความจริงสามารถออกไปตามหาที่แหล่งกำเนิดได้ แต่ผมเกรงว่าด้วยสภาพร่างกาย ของเฉินฮ่าวหลาน จะไม่สามารถรอได้และเรามีเวลาไม่ถึง 49 วันแล้ว ดังนั้นผมจึงต้องการหินลมปราณเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อมัน”

   [เราโอนให้ได้แต่เงินคริปโตครับ หากโฮสต์ต้องการผมสามารถโอนให้คุณได้ทันที]

   “คริปโตอะไร ที่นี่ใช้บิทคอยด์ซื้อก๋วยเตี๋ยวหรือ คุณเอาอะไรคิด” เจ้าระบบนี่มันตั้งใจทำให้เขาอารมณ์เสียใช่ไหม

   [มันเป็นกฎ เราไม่สามารถนำสิ่งที่มีตัวตนจับต้องได้เข้ามาในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ เพราะเราเป็นพลังจากโลกภายนอก การเพิ่มทรัพยากรสุ่มสี่สุ่มห้า จะทำให้ระเบียบในโลกนิยายปั่นป่วน

   ผมจำได้ว่าโฮสต์ได้เขียนอีกหลายเรื่องบนจักรวาลเดียวกัน ซึ่งมันจะมีความเกี่ยวพันกับแบบเป็นลูกโซ่ อย่างเช่นการให้หินลมปราณจำนวนมหาศาลกันโฮสต์ มันจะทำให้เกิดภาวะหินลมปราณเฟ้อได้]

   “หินลมปราณเฟ้อ หินลมปราณนี่นะเฟ้อ!!! เหตุผลประเภทไหนมันย่ำแย่เหลือเกิน หมายความว่าถ้าผมต้องการอะไร เพียงต้องใช้กำลังตัวเองไปหาในโลกบำเพ็ญเพียรใช่ไหม

   ถามจริงๆ เถอะนอกจากมาดูดเอาพลังความนิยมของนิยายผมแล้ว คุณยังเอาผมมาทิ้งไว้ให้ดิ้นรนทุกอย่างเองอีก และพวกคุณทำอะไรบ้าง ผมบอกตามตรงนะถ้าผมไม่ใช่คนที่สร้างโลกนี้มากับมือ ผมจะไม่ลังเลที่จะทรยศคุณและเข้ากับฝ่ายตรงข้ามแล้ว”

   [......] ระบบ

   “อย่างที่คิดไว้จริงๆ นี่มันระบบปรสิตชัดๆ คุณคิดว่าคุณดีกว่าเจ้าพวกไวรัสซอมบี้ตรงไหนกัน” เขาต่อว่าอย่างเดือดดาล

   [อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราดสิครับ ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบด้วย เนื่องจากโฮสต์สามารถพาเฉินฮ่าวหลานออกมาจาถ้ำ อย่างไร้ริ้วรอย เป็นการทำภารกิจย่อยครั้งนี้สำเร็จอย่างงดงาม ทางเบื้องบนจึงจะมอบสมบัติวิเศษ ให้ 1 อย่าง มันคือ จักระวิสุธิ์มายาจำแลง] 4946 รีบไกล่เกลี่ย

   “ชื่อคิดนานไหม แล้วมันทำอะไรได้บ้าง” เจียงหมิงเจ๋อเป็นคนที่ซื้อไม่ได้ง่ายๆ ถ้าไม่มากพอ เขาตกลงจึงพิจารณาดูข้อเสนอทันที

   [จักระวิสุธิ์มายาจำแลง มีความสามารถสร้างมายาเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่และซ่อนพลังได้ครับ และไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถมองออก โฮสต์จะได้ไม่ต้องใช้ภาพลักษณ์ของร่างเดิมให้คนแตกตื่น และอีกอย่างร่างเดิมนั้นเป็นใบ้ด้วย สมบัติวิเศษนี้ทำให้คุณสามารถพูดและสื่อสารกับคนทั่วไปได้ครับ]

   “จริงสินะร่างเดิมพูดไม่ได้ ซึ่งปกติผมอาศัยการสื่อสารทางจิตกับเสี่ยวกวางเท่านั้น หากออกไปพบปะผู้คนจริงๆ ถ้าพูดไม่ได้ก็จะเป็นอุปสรรคไม่น้อยเลย มันที่อยู่ไหน ผมจะใช้งานอย่างไร” เขาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี คนอย่างเจียงหมิงเจ๋อซื้อไม่ได้ง่ายๆ เลย

   [เนื่องจากเราทางเรา ไม่สามารถมอบเป็นสิ่งของข้ามมิติได้ จึงทำการฝังไว้ในตัวโฮสต์แล้วขอรับ เป็นปานรูปผีเสื้ออยู่ระหว่างคิ้ว บนหน้าผากคุณ หากจะเรียกใช้ ให้หลอมจิตกับพลังจักระ สร้างภาพมายามาปกคลุมร่างกายเท่านี้ก็ได้แล้วครับ]

   ภายใต้หน้ากากของเจียงหมิงเจ๋อ ปรากฏปานรูปผีเสื้ออยู่บนหน้าผาก เหมือนจะบอกว่าให้เขานำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกใบนี้ ดั่งการขยับปีกของผีเสื้อ

   “ท่านๆ เจียงหมิงเจ๋อ ท่านเป็นอะไร” เสียงเล็กๆ ของอสูรหิ่งห้อยดังเข้ามาในหัวเจียงหมิงเจ๋ออย่างร้อนใจมันตกใจจริงๆ ที่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เหม่อลอยดวงตาแข็งค้าง ตัดขาดการรับรู้จากโลกภายนอกเป็นเวลานาน

   “ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่คิดจะหาสมุนไพรมาหลอมโอสถ แต่ในเวลาที่จำกัดแบบนี้ การเดินทางหาสมุนไพรจากเหนือจรดใต้เกรงจะไม่ทันการ” เจียงหมิงเจ๋อถอยจิตกลับมาสู่โลกบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง

   “ท่านคิดจะหลอมโอสถเพื่อชุบชีวิตเขาขึ้นมาหรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีวิธีการเช่นนี้มาก่อน แต่ถึงมีก็ไม่น่าจะง่ายดาย

   เขาใส่ชุดคล้ายท่านมาก ดูจากเนื้อผ้าและสิ่งของที่เขาพกติดตัวแล้วน่าจะมีความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ ของสำนักเหตุใดท่านจึงไม่นำเขากลับสำนักก่อน”

   “ทำเช่นนั้นไม่ได้”

   เป็นความจริงที่ว่าวิธีชุบชีวิต ไม่เคยมีบนโลกนี้มาก่อน เขาเอามาจากนิยายที่เขาเขียนในเรื่องอื่นเอามาใช้ ดังนั้นนอกจากเขาแล้ว จึงไม่มีใครฟื้นคืนชีพให้เฉินฮ่าวหลานได้อีก แม้ไปสำนักก็ไม่แน่ว่าจะมีประโยชน์นัก ซึ่งอาจจะยุ่งยากมากขึ้นอีก

   แค่คิดเล่นๆ ว่าหากเขาทะเล่อทะล่า แบกเฉินฮ่าวหลานกลับสำนัก เฉินกงหมิงยู่ท่านตาของเฉินฮ่าวหลาน จะเชื่อว่าเขาแบกศพมาเพื่อชุบชีวิตได้อย่างไร ด้วยนิสัยของเฉินกงหมิงยู่ ต้องคิดว่าเขาทำร้ายหลานชายตัวเองแน่ ถึงตอนนั้น เขาคงถูกตีจนไปเฝ้าเง๊กเซียนก่อนแล้ว

   และที่สำคัญในตอนนี้ที่เขาไม่รู้ว่าไอ้โม่งที่ทะลุมิติมาคือใคร เพื่อป้องกันการกลับมาโจมตีซ้ำการปกปิดตัวตนของพวกเขาจะปลอดภัยกว่า

   “เช่นนั้นท่านจะทำอย่างไร” เสี่ยวกวางถามกลับ

   “เข้าเมืองเถอะ ข้าจำได้ว่าอีกไม่นานจะมีงานประมูลของโรงประมูลสมปรารถนา ของมีค่าหายากแทบทุกอย่างย่อมมีอยู่ที่นั่น”

   “ในถุงนั้นมีหินลมปราณมากมายขนาดนั้นเลยหรือ” เสี่ยวกวาง สงสัย สินค้าประมูลไม่ใช่ว่ามีราคาแพงมากๆ หรืออย่างไร

   “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ไปถึงโรงประมูลก่อนค่อยว่ากัน”

   “ถ้าเช่นนั้นยังมีปัญหาที่เร่งด่วนอีกเรื่อง ท่านแบกร่างเขา ออกมาจากถ้ำน้ำแข็งพันปี ซึ่งเดิมทีน้ำแข็งจะคงสภาพเขาได้อย่างดี การที่ท่านนำเขาออกมา เขาจะไม่สลายเสียก่อนชุบชีวิตเขาหรือ”

   “เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาเช่นกัน ข้าจะถ่ายทอดพลังวัตรประคองสภาพร่างกายเขาเอง” เขายิ้มไม่ใส่ใจนัก

   “เช่นนั้นท่านไม่ต้องถ่ายทอดพลังวัตรตลอดเวลาหรือ ด้วยสภาพร่างกายท่านจะรับได้สักกี่วัน ท่านอยากตายไวหรืออย่างไร เขาเป็นเพียงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านเป็นคนมีลมหายใจ ท่านถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก เขามีค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”

   เจ้าอัปลักษณ์ผู้นี้แม้ชีวิตไม่เสียดายแล้ว การใช้พลังวัตรตลอดเวลาเช่นนี้เหมือนเอาน้ำเทสาดลงบนพื้นกลางทะเลทราย เท่ากับเผาผลาญพลังชีวิตอย่างร้ายแรง มีแต่จะเร่งให้ตัวเองตายเร็วขึ้นเท่านั้น

   “เขามีค่ากว่าชีวิตข้า ข้ามาที่นี่เพื่อเขา คงอยู่ที่นี่เพราะเขา คำกล่าวเยี่ยงนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวอีก

   เพราะหากต้องเลือกระหว่างชีวิตข้ากับชีวิตเขา ข้าย่อมเลือกรักษาชีวิตเขา”

   คนที่ตายไปแล้ว 99.99% เช่นเขา อย่างมากก็ตายจริงๆ เท่านั้น ในขณะที่เฉินฮ่าวหลานนั้นไม่เหมือนกัน หากเฉินฮ่าวหลานเสียชีวิต โลกนี้จะพังครืนลงมาทันที ทุกชีวิตในนี้จะไม่หลงเหลือเลยแม้แต่ต้นหญ้าต้นเดียว

   เฉินฮ่าวหลานจึงสำคัญที่สุดเหนือกว่าชีวิตเขา หากเขาต้องเลือกรักษาชีวิต ย่อมต้องรักษาชีวิตเฉินฮ่าวหลานแบบไม่ต้องขบคิด

   เสี่ยวกวางได้ฟังถึงกับอึ้งทันที ซากศพร่างนี้เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของเจียงหมิงเจ๋อ เขาปกป้องอีกฝ่ายเท่าชีวิต แล้วมันล่ะเป็นสิ่งใดกัน มันเป็นแค่อสูรหิ่งห้อยไร้ค่าตนหนึ่งที่ไม่คู่ควรแม้แต่จะทำสัญญาอสูรด้วยเท่านั้น

   ด้านเจียงหมิงเจ๋อหลังจากตัดบทและรีบร้อนไปหาเฉินฮ่าวหลาน ก็ไม่รู้ว่าเสี่ยวกวางคิดเลอะเทอะไปถึงไหนแล้ว

   การที่เขาไม่ทำสัญญาอสูรกับเสี่ยวกวางเนื่องจากเขามีชีวิตไม่แน่นอน จึงไม่ต้องการให้เพื่อนตัวน้อยต้องตายไปพร้อมเขาเท่านั้น

   และเขาก็อดขมวดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นขวดโอสถของเฉินฮ่าวหลาน ชายอัปลักษณ์ก็หันกลับมาตรวจร่างกายของเด็กหนุ่มอีกครั้ง และไม่ได้สื่อสารทางจิตกับเสี่ยวกวางอีกเป็นเวลานาน จนเสี่ยวกวางที่คิดเองเออเองไปอีกไกล มันได้แต่มองแผ่นหลังเหยียดตรงนั้นอย่างเงียบงัน

   ทางด้านเจียงหมิงเจ๋อเองเมื่อสื่อสารจบแล้วก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแต่ประการใด แต่ที่เขาไม่ส่งสัญญาณทางจิตกับเสี่ยวกวางนั้น นอกจากต้องตรวจสภาพภายในของเฉินฮ่าวหลานอย่างละเอียดแล้ว เขากำลังหลอมพลังวัตรกับจักระวิสุธิ์มายาจำแลง เพื่อทดลองการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์

   การเข้าประมูลเขาจำเป็นต้องสื่อสารกับผู้อื่นได้ ชั่วพริบตาชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแต่งกายซ่อมซ่อ ก็กลายเป็นชายชราเคราขาว ตัวอ้วนกลมแก้มใสเปล่งปลั่งท่าทางใจดี แบกถุงและใส่ชุดสีแดงสด

   “โฮ่ๆๆๆ” เขาหัวเราะเสียงดังอย่างพึงพอใจ

   ซึ่งนอกจากเสี่ยวกวางจะตกใจ ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปแบบปัจจุบันทันด่วนแล้ว เจ้าระบบเอไอร้องเสียงหลงเช่นกัน

   [โฮสต์!! นึกยังไงถึงเปลี่ยนร่างเป็นซานตาคลอสครับ]

   “ลุงซานต้าไม่ดีตรงไหน นี่เป็นการสานฝันวัยเด็กของผมเลยนะ คุณรู้ไหมเด็กๆ ทุกคนในวันคริสต์มาส ต่างก็รอคอยของขวัญจากซานตาคลอสกันทั้งนั้น”

   [คุณทำเพราะจะเอาของขวัญไปแจกเด็กหรือครับ]

   “ไม่…เพราะของขวัญในถุงทั้งหมดจะเป็นของผมคนเดียวต่างหาก อ๊ะ!! ทำไมในถุงไม่มีอะไรเลยล่ะ”

   [มันจะมีได้อย่างไรล่ะครับโฮสต์!!!]

   ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวังสินะ มันไม่ควรคาดหวังอะไรกับเจียงหมิงเจ๋อจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   27.รั่วจือซือจุนแห่งหุบเขาโอสถ

    เมื่อเจียงหมิงเจ๋อไปถึงหุบเขาโอสถ รั่วจือซืนจุนก็นำศิษย์เรียงแถวยืนต้อนรับ เขาจึงสอบถามถึงการเตรียมวัตถุดิบในการหลอมโอสถและมอบสมุนไพรที่เติบโตจากห้องตระหนักรู้ให้อีก 1 ตะกร้าใหญ่ รั่วจือซือจุนเห็นแล้วตื่นเต้นยิ่งนัก สมุนไพรที่เติบโตมาจากดินและน้ำที่อุดมไปด้วยลมปราณบริสุทธิ์เข้มข้น แม้นยังไม่ทันได้หลอมก็มีคุณสมบัติทางโอสถเต็มเปี่ยม กลิ่นสมุนไพรหอมตลบทั้งพื้นที่ แต่ไหนแต่ไรมาเลี่ยงหรงก๋วนจู่ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ ยิ่งจะมาลำบากลำบน นำสมุนไพรเข้าไปเพาะเลี้ยงด้วยตนเองนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เห็นทีต่อจากนี้ การหลอมโอสถของสำนักเลี่ยงหรงคงทะยานขึ้นอีกขั้นแล้ว บรรดาลูกศิษย์สาวๆ ที่มายืนต้อนรับ ต่างมองเลี่ยงหรงก๋วนจู่ ตาเป็นประกาย และในจำนวนนั้นยังมีศิษย์รุ่นใหม่ ที่ได้รับโอสถสุราทิพย์ในวันรับศิษย์ ยิ่งทำให้ศิษย์สาวเหล่านี้มีความนิยมชมชอบ ถึงขั้นคลั่งไคล้เทิดทูนต่อเลี่ยงหรงก๋วนจู่ จนตั้งกลุ่มคนรักเจ้าสำนักกันขึ้นมาอย่างลับๆ ความจริงแล้วเฉินฮ่าวหลานนั้น จัดว่าหล่อเหล่าไม่ธรรมดาเช่นกัน จึงได้ถูกจับตามองตั้งแต่เดินถือตะกร้าสมุนไพรตามหลังเจียงหมิงเจ๋อแล้ว แต่เนื่องด้วยหน้ากากบริสุทธิ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   26.แมงมุมปรสิต

    เมื่อเฉินฮ่าวหลานถึงหัวใจแห่งป่า ในจุดที่ต้าพ่างจือพูดถึง เขาก็พบกับโดมสีเทาขนาดใหญ่กินเนื้อที่กว่า 10 ลี้ สร้างด้วยเส้นใยที่ถูกถักทอจนหนาทึบ ปิดคลุมป่าอสูรมองดูคล้ายรังแมงมุมขนาดใหญ่ เขาจะเอื้อมมือแตะสัมผัสเส้นรังแมงมุม แต่กลับถูกต้าพ่างจือดึงมือไว้ก่อน "มันมีอสนีบาตอาคมสถิตอยู่ เจ้าอยากตายหรือ เพียงระดับการฝึกตนของเจ้าเกรงว่าจะถูกฟ้าผ่าตายเสียก่อน เจ้าถอยออกมาก่อน เดี๋ยวข้าจะลองโจมตีมันอีกครั้ง" ต้าพ่างจือเตือนชายหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาลองสัมผัสรังเส้นใยมาแล้ว ขนาดเขาระดับฝ่านซูยังทำเขาเกือบตาย เด็กหนุ่มถอยหลังมายืนดู ว่าต้าพ่างจือจะทำสิ่งใดต่อไป เขาเห็นชายร่างอ้วนรวบรวมพลังวัตรเข้าสู่ฝ่ามือ สร้างเป็นกลุ่มพลังกลมที่อัดแน่นไปด้วยพลังวัตร และใช้พลังระดับฝ่านซูผลักปะทะโดมรังแมงมุมอย่างรุนแรง บอลพลังระเบิดแตกกระจาย เป็นดวงไฟขนาดใหญ่ และสะท้อนกระจายกลับอย่างเร็วเท่าระดับพลังที่ส่งไป พื้นและป่าด้านนอกเกิดสะเก็ดไฟพุ่งกระจายทั่วบริเวณ โดยรังแมงมุมไม่มีรอยขีดข่วนสักเส้น ต้าพ่างจือตกใจกระโดดโหยงหลบไปข้างหลังเฉินฮ่าวหลานอย่างรวดเร็ว มีคนโง่เช่นนี้ได้อย่างไร เฉินฮ่าวหลานไม

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   25.คืนรัญจวน

    เสียงกระทบกันของโลหะ ทำให้เฉินฮ่าวหลานตื่นขึ้น เขาพบว่าข้างกายเขาไม่มีเจียงหมิงเจ๋ออีกแล้ว บัดนี้เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวในห้องโถงกว้างที่ไม่เห็นจุดสิ้นสุด ท่ามกลางสิ่งของแปลกประหลาดมากมายเขาไม่รู้จัก กล่องแสงไฟหลากสีทั้งเล็กใหญ่ กว้างและยาวในขนาดต่างกัน บ้างลอยอยู่เหนือศีรษะเขา บ้างอยู่บนพื้น แต่ทุกกล่องล้วนฉายภาพผู้คน ในดินแดนต่างๆ กัน ดินแดนเหล่านี้ใช่เป็นนดินแดนคู่ขนานกับโลกของเขาหรือไม่ เช่นนั้นเขากำลังถูกดึงดูดมาสัมผัสโลกของเจียงหมิงเจ๋อกระนั้นหรือ เครื่องจักรวงล้อขนาดใหญ่หมุนวนอย่างต่อเนื่อง ภายในวงล้อมีทั้งหนังสือ ตำรา รวมทั้งสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เขารู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เขาได้ยินเหมือนเสียงคนพูดแว่วมา แต่ช่างแปลกประหลาดนัก เสียงนั้นเป็นเสียงโทนเดียวไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เมื่อมองตามเสียงเขาเห็นจอเรืองแสงสีฟ้ากะพริบตามจังหวะเสียง และเห็นเงาร่างมนุษย์นอนขดงอเป็นกุ้ง ข้างจอภาพเรืองแสง [เป็นอย่างไรบ้างครับโฮสต์ ไหวไหม ตอนนี้ร่างกายในโลกปัจจุบันของคุณได้รับการฟื้นฟูเป็นปกติแล

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   24.ลูกแกะผู้จ้องกลืนกินหมาป่า

    หลังจากออกจากห้องเฉินฮ่าวหลาน เจียงหมิงเจ๋อจึงไปหอประชุมกลางของยอดเขาเลี่ยงหรง เพื่อร่วมปรึกษาหารือตามเทียบเชิญ และที่สำคัญ เขาต้องการพบปรมาจารย์หลิวซิง แต่น่าแปลกที่วันนี้ปรมาจารย์หลิวซิงลากระทันหัน ในด้านการบริหารดูแลด้านต่างๆ ของสำนัก ในยามปกติแล้ว เลี่ยงหรงก๋วนจู่คนเดิม จะมิค่อยได้ใส่ใจนัก มักมอบหมายให้รองเจ้าสำนักเป็นผู้ดูแลจัดการไปตามสมควร ส่วนตนเองจะเน้นการฝึกฝนวิชาเป็นส่วนใหญ่ หากมีเรื่องต้องเชิญเลี่ยงหรงก๋วนจู่มาจริงๆ หมายความว่าเป็นเรื่องที่ต้องการ การตัดสินใจในนามของสำนัก หรืออีกนัยหนึ่งคือมาเป็นตราประทับนั่นเอง หอประชุมโอ่โถงกว้างขวาง แต่ไร้เครื่องประดับตกแต่งให้รุงรัง มีเพียงโต๊ะเจ้าสำนักศิลาขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าด้านในสุดเท่านั้น ตรงกลางห้องเป็นที่โล่งกว้างจากประตูทอดสู่โต๊ะศิลาขาว ซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยปรมาจารย์ระดับสูงซึ่งเป็นแกนหลักในการดูแลสำนักทั้งสิ้น พวกเขายืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ยามนี้เจียงหมิงเจ๋อสวมใส่หน้ากากเงินดูเย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึก อาภรณ์ขาวสง่าดุจเครื่องทรงทวยเทพ เมื่อเข้าไปถึงจึงเปิดประชุมปรึกษาหารือทันที “แล้ววันนี้มีเรื่อ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   23.ฮ่าวหลานการละคร

    “ข้าหวังว่าต่อไปนี้ จะพบศิษย์พี่อยู่ลำพังกับซือจุนให้น้อยลงหน่อยนะขอรับ” เฉินฮ่าวหลานพูดเสียงเย็นชา บัดนี้ใบหน้าประจบประเเจงยามอยู่ต่อหน้าเจียงหมิงเจ๋อ เปลี่ยนเป็นดุดันคมกล้าดุจกระบี่ “หืม เด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้า อย่าคิดว่าได้รับความสำคัญจากเลี่ยงหรงก๋วนจู่เพียงเล็กน้อย จะขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าได้” “ผู้ที่ซือจุนให้ความสำคัญข้าย่อมให้ความสำคัญยิ่งกว่า แต่หากผู้ใดกล้าทำร้ายเขา ข้าก็ไม่ปล่อยไว้เช่นกัน ปรมาจารย์หลิวซิง!! เจ้ามิควรแตะต้องเขา!!” เฉินฮ่าวหลานพูดจบ ก็ปลดปล่อยแรงกดกันมหาศาล จู่ๆ ปรมาจารย์หลิวซิง ก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้าอย่าโอหังให้มันมากนัก!!!” ปรมาจารย์หลิวซิงข่มใจตอบโต้ เขาคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็สำเร็จระดับการฝึกตนระดับฝ่านซู จะเกรงกลัวต่อผู้ฝึกตนระดับจินตันตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งได้อย่างไร แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกถึงสัญญาณอันตราย จึงจู่โจมเฉินฮ่าวหลานอย่างไม่ออมมือ เขาเสือกแทงกระบี่ไปทางเฉินฮ่าวหลานทันที เฉินฮ่าวหลาน กระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาชอบวิธีข่มขวัญศัตรูของเจียงหมิงเจ๋ออย่างมาก ไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว รอให้กระบี่พุ่งถึงหน้า และใช้เพียงมือเปล

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   22.เจ้ากล้าแตะต้องคนของข้า?

    เจียงหมิงเจ๋อลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เมื่อคืนเขานอนหลับได้สนิทจริงๆ วันนี้จึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เขามิได้นอนหลับสบาย เช่นนี้มานานเพียงใดแล้วไม่รู้ เขาจำได้แล้ว เฉินฮ่าวหลานนวดศีรษะเขา คงหลับไปช่วงนั้นกระมัง ถ้าเช่นนั้นเจ้าเด็กนั่นคงอุ้มเขามานอนบนเตียงเป็นแน่ “ตื่นแล้วหรือขอรับซือจุน ท่านล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย หรือท่านอยากแช่น้ำอุ่นหรือไม่ขอรับ ข้าจะไปเปลี่ยนเป็นถังใบใหญ่มา"เฉินฮ่าวหลานเคาะประตู และยกถังน้ำเข้ามาให้เจียงหมิงเจ๋อ “ไม่เป็นไรหรอก เพียงล้างหน้าก็พอแล้ว หากข้าต้องการอาบน้ำ ยังสามารถเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ภายในมีสระน้ำที่มีปราณทิพย์เข้มข้นอยู่ สามารถเข้าไปแช่ร่างกายได้ตลอดเวลา" ถึงเจียงหมิงเจ๋อจะสามารถเรียกธาตุน้ำออกมาได้ แต่ใครจะไปเสียแรงใช้พลังวัตรเพื่อเสกน้ำอาบกัน หากเขาจะอาบน้ำล้างตัวย่อมเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ทั้งสะดวกสบายกว่า และบรรยากาศก็ดียิ่ง "ห้องตระหนักรู้หรือขอรับ" เฉินฮ่าวหลานเคยได้ยินว่าที่เรือนลี่หลิน มีห้องลับอยู่ห้องหนึ่งภายในมีปราณทิพย์เข้มข้น ผู้ที่จะสามารถเข้าไปได้ มีแต่เจ้าสำนักเท่านั้น ห้องนี้เรียกห้องตระหนักรู้ "ใช่แล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status