LOGINสิ่งของในถุงมิติของเฉินฮ่าวหลาน ถูกนำมาวางเรียงเบื้องหน้า ถึงแม้เป็นของชั้นดีทั้งสิ้น แต่วัตถุดิบที่จะใช้ประโยชน์ในด้านการหลอมโอสถ กลับมีไม่มาก ยังดีที่มีหินลมปราณซึ่งใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนแทนเงินในโลกนี้เป็นจำนวนมาก
พระเอกของเขานอกจากจะเป็นอัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญเพียรแล้วยังเป็นหลานตาผู้ร่ำรวยอีกด้วย คนเช่นนี้ สมควรเป็นบุคคลที่มีความสุขที่สุดบนโลกหล้า เขากลับทำทุกอย่างเพื่อบีบคั้นให้เข้าสู่โลกแห่งความเคียดแค้นอย่างโหดร้าย เขานี่มันชั่วช้าจริงๆ
“4946 ตอนนี้นอกจากบงกชคืนวัฎแล้ว สิ่งที่จะใช้หลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณยังไม่ครบ ยังดีที่ของที่เหลือไม่ใช่ของหายากอะไร ล้วนตามหาหรือพอซื้อได้ แต่มูลค่าการแลกเปลี่ยนไม่ใช่น้อย ความจริงสามารถออกไปตามหาที่แหล่งกำเนิดได้ แต่ผมเกรงว่าด้วยสภาพร่างกาย ของเฉินฮ่าวหลาน จะไม่สามารถรอได้และเรามีเวลาไม่ถึง 49 วันแล้ว ดังนั้นผมจึงต้องการหินลมปราณเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อมัน”
[เราโอนให้ได้แต่เงินคริปโตครับ หากโฮสต์ต้องการผมสามารถโอนให้คุณได้ทันที]
“คริปโตอะไร ที่นี่ใช้บิทคอยด์ซื้อก๋วยเตี๋ยวหรือ คุณเอาอะไรคิด” เจ้าระบบนี่มันตั้งใจทำให้เขาอารมณ์เสียใช่ไหม
[มันเป็นกฎ เราไม่สามารถนำสิ่งที่มีตัวตนจับต้องได้เข้ามาในโลกบำเพ็ญเพียรนี้ เพราะเราเป็นพลังจากโลกภายนอก การเพิ่มทรัพยากรสุ่มสี่สุ่มห้า จะทำให้ระเบียบในโลกนิยายปั่นป่วน
ผมจำได้ว่าโฮสต์ได้เขียนอีกหลายเรื่องบนจักรวาลเดียวกัน ซึ่งมันจะมีความเกี่ยวพันกับแบบเป็นลูกโซ่ อย่างเช่นการให้หินลมปราณจำนวนมหาศาลกันโฮสต์ มันจะทำให้เกิดภาวะหินลมปราณเฟ้อได้]
“หินลมปราณเฟ้อ หินลมปราณนี่นะเฟ้อ!!! เหตุผลประเภทไหนมันย่ำแย่เหลือเกิน หมายความว่าถ้าผมต้องการอะไร เพียงต้องใช้กำลังตัวเองไปหาในโลกบำเพ็ญเพียรใช่ไหม
ถามจริงๆ เถอะนอกจากมาดูดเอาพลังความนิยมของนิยายผมแล้ว คุณยังเอาผมมาทิ้งไว้ให้ดิ้นรนทุกอย่างเองอีก และพวกคุณทำอะไรบ้าง ผมบอกตามตรงนะถ้าผมไม่ใช่คนที่สร้างโลกนี้มากับมือ ผมจะไม่ลังเลที่จะทรยศคุณและเข้ากับฝ่ายตรงข้ามแล้ว”
[......] ระบบ
“อย่างที่คิดไว้จริงๆ นี่มันระบบปรสิตชัดๆ คุณคิดว่าคุณดีกว่าเจ้าพวกไวรัสซอมบี้ตรงไหนกัน” เขาต่อว่าอย่างเดือดดาล
[อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราดสิครับ ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบด้วย เนื่องจากโฮสต์สามารถพาเฉินฮ่าวหลานออกมาจาถ้ำ อย่างไร้ริ้วรอย เป็นการทำภารกิจย่อยครั้งนี้สำเร็จอย่างงดงาม ทางเบื้องบนจึงจะมอบสมบัติวิเศษ ให้ 1 อย่าง มันคือ จักระวิสุธิ์มายาจำแลง] 4946 รีบไกล่เกลี่ย
“ชื่อคิดนานไหม แล้วมันทำอะไรได้บ้าง” เจียงหมิงเจ๋อเป็นคนที่ซื้อไม่ได้ง่ายๆ ถ้าไม่มากพอ เขาตกลงจึงพิจารณาดูข้อเสนอทันที
[จักระวิสุธิ์มายาจำแลง มีความสามารถสร้างมายาเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่และซ่อนพลังได้ครับ และไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถมองออก โฮสต์จะได้ไม่ต้องใช้ภาพลักษณ์ของร่างเดิมให้คนแตกตื่น และอีกอย่างร่างเดิมนั้นเป็นใบ้ด้วย สมบัติวิเศษนี้ทำให้คุณสามารถพูดและสื่อสารกับคนทั่วไปได้ครับ]
“จริงสินะร่างเดิมพูดไม่ได้ ซึ่งปกติผมอาศัยการสื่อสารทางจิตกับเสี่ยวกวางเท่านั้น หากออกไปพบปะผู้คนจริงๆ ถ้าพูดไม่ได้ก็จะเป็นอุปสรรคไม่น้อยเลย มันที่อยู่ไหน ผมจะใช้งานอย่างไร” เขาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี คนอย่างเจียงหมิงเจ๋อซื้อไม่ได้ง่ายๆ เลย
[เนื่องจากเราทางเรา ไม่สามารถมอบเป็นสิ่งของข้ามมิติได้ จึงทำการฝังไว้ในตัวโฮสต์แล้วขอรับ เป็นปานรูปผีเสื้ออยู่ระหว่างคิ้ว บนหน้าผากคุณ หากจะเรียกใช้ ให้หลอมจิตกับพลังจักระ สร้างภาพมายามาปกคลุมร่างกายเท่านี้ก็ได้แล้วครับ]
ภายใต้หน้ากากของเจียงหมิงเจ๋อ ปรากฏปานรูปผีเสื้ออยู่บนหน้าผาก เหมือนจะบอกว่าให้เขานำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกใบนี้ ดั่งการขยับปีกของผีเสื้อ
“ท่านๆ เจียงหมิงเจ๋อ ท่านเป็นอะไร” เสียงเล็กๆ ของอสูรหิ่งห้อยดังเข้ามาในหัวเจียงหมิงเจ๋ออย่างร้อนใจมันตกใจจริงๆ ที่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เหม่อลอยดวงตาแข็งค้าง ตัดขาดการรับรู้จากโลกภายนอกเป็นเวลานาน
“ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่คิดจะหาสมุนไพรมาหลอมโอสถ แต่ในเวลาที่จำกัดแบบนี้ การเดินทางหาสมุนไพรจากเหนือจรดใต้เกรงจะไม่ทันการ” เจียงหมิงเจ๋อถอยจิตกลับมาสู่โลกบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
“ท่านคิดจะหลอมโอสถเพื่อชุบชีวิตเขาขึ้นมาหรือ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีวิธีการเช่นนี้มาก่อน แต่ถึงมีก็ไม่น่าจะง่ายดาย
เขาใส่ชุดคล้ายท่านมาก ดูจากเนื้อผ้าและสิ่งของที่เขาพกติดตัวแล้วน่าจะมีความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ ของสำนักเหตุใดท่านจึงไม่นำเขากลับสำนักก่อน”
“ทำเช่นนั้นไม่ได้”
เป็นความจริงที่ว่าวิธีชุบชีวิต ไม่เคยมีบนโลกนี้มาก่อน เขาเอามาจากนิยายที่เขาเขียนในเรื่องอื่นเอามาใช้ ดังนั้นนอกจากเขาแล้ว จึงไม่มีใครฟื้นคืนชีพให้เฉินฮ่าวหลานได้อีก แม้ไปสำนักก็ไม่แน่ว่าจะมีประโยชน์นัก ซึ่งอาจจะยุ่งยากมากขึ้นอีก
แค่คิดเล่นๆ ว่าหากเขาทะเล่อทะล่า แบกเฉินฮ่าวหลานกลับสำนัก เฉินกงหมิงยู่ท่านตาของเฉินฮ่าวหลาน จะเชื่อว่าเขาแบกศพมาเพื่อชุบชีวิตได้อย่างไร ด้วยนิสัยของเฉินกงหมิงยู่ ต้องคิดว่าเขาทำร้ายหลานชายตัวเองแน่ ถึงตอนนั้น เขาคงถูกตีจนไปเฝ้าเง๊กเซียนก่อนแล้ว
และที่สำคัญในตอนนี้ที่เขาไม่รู้ว่าไอ้โม่งที่ทะลุมิติมาคือใคร เพื่อป้องกันการกลับมาโจมตีซ้ำการปกปิดตัวตนของพวกเขาจะปลอดภัยกว่า
“เช่นนั้นท่านจะทำอย่างไร” เสี่ยวกวางถามกลับ
“เข้าเมืองเถอะ ข้าจำได้ว่าอีกไม่นานจะมีงานประมูลของโรงประมูลสมปรารถนา ของมีค่าหายากแทบทุกอย่างย่อมมีอยู่ที่นั่น”
“ในถุงนั้นมีหินลมปราณมากมายขนาดนั้นเลยหรือ” เสี่ยวกวาง สงสัย สินค้าประมูลไม่ใช่ว่ามีราคาแพงมากๆ หรืออย่างไร
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ไปถึงโรงประมูลก่อนค่อยว่ากัน”
“ถ้าเช่นนั้นยังมีปัญหาที่เร่งด่วนอีกเรื่อง ท่านแบกร่างเขา ออกมาจากถ้ำน้ำแข็งพันปี ซึ่งเดิมทีน้ำแข็งจะคงสภาพเขาได้อย่างดี การที่ท่านนำเขาออกมา เขาจะไม่สลายเสียก่อนชุบชีวิตเขาหรือ”
“เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาเช่นกัน ข้าจะถ่ายทอดพลังวัตรประคองสภาพร่างกายเขาเอง” เขายิ้มไม่ใส่ใจนัก
“เช่นนั้นท่านไม่ต้องถ่ายทอดพลังวัตรตลอดเวลาหรือ ด้วยสภาพร่างกายท่านจะรับได้สักกี่วัน ท่านอยากตายไวหรืออย่างไร เขาเป็นเพียงคนที่ตายไปแล้ว แต่ท่านเป็นคนมีลมหายใจ ท่านถึงกับเอาชีวิตเข้าแลก เขามีค่าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”
เจ้าอัปลักษณ์ผู้นี้แม้ชีวิตไม่เสียดายแล้ว การใช้พลังวัตรตลอดเวลาเช่นนี้เหมือนเอาน้ำเทสาดลงบนพื้นกลางทะเลทราย เท่ากับเผาผลาญพลังชีวิตอย่างร้ายแรง มีแต่จะเร่งให้ตัวเองตายเร็วขึ้นเท่านั้น
“เขามีค่ากว่าชีวิตข้า ข้ามาที่นี่เพื่อเขา คงอยู่ที่นี่เพราะเขา คำกล่าวเยี่ยงนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวอีก
เพราะหากต้องเลือกระหว่างชีวิตข้ากับชีวิตเขา ข้าย่อมเลือกรักษาชีวิตเขา”
คนที่ตายไปแล้ว 99.99% เช่นเขา อย่างมากก็ตายจริงๆ เท่านั้น ในขณะที่เฉินฮ่าวหลานนั้นไม่เหมือนกัน หากเฉินฮ่าวหลานเสียชีวิต โลกนี้จะพังครืนลงมาทันที ทุกชีวิตในนี้จะไม่หลงเหลือเลยแม้แต่ต้นหญ้าต้นเดียว
เฉินฮ่าวหลานจึงสำคัญที่สุดเหนือกว่าชีวิตเขา หากเขาต้องเลือกรักษาชีวิต ย่อมต้องรักษาชีวิตเฉินฮ่าวหลานแบบไม่ต้องขบคิด
เสี่ยวกวางได้ฟังถึงกับอึ้งทันที ซากศพร่างนี้เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจของเจียงหมิงเจ๋อ เขาปกป้องอีกฝ่ายเท่าชีวิต แล้วมันล่ะเป็นสิ่งใดกัน มันเป็นแค่อสูรหิ่งห้อยไร้ค่าตนหนึ่งที่ไม่คู่ควรแม้แต่จะทำสัญญาอสูรด้วยเท่านั้น
ด้านเจียงหมิงเจ๋อหลังจากตัดบทและรีบร้อนไปหาเฉินฮ่าวหลาน ก็ไม่รู้ว่าเสี่ยวกวางคิดเลอะเทอะไปถึงไหนแล้ว
การที่เขาไม่ทำสัญญาอสูรกับเสี่ยวกวางเนื่องจากเขามีชีวิตไม่แน่นอน จึงไม่ต้องการให้เพื่อนตัวน้อยต้องตายไปพร้อมเขาเท่านั้น
และเขาก็อดขมวดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นขวดโอสถของเฉินฮ่าวหลาน ชายอัปลักษณ์ก็หันกลับมาตรวจร่างกายของเด็กหนุ่มอีกครั้ง และไม่ได้สื่อสารทางจิตกับเสี่ยวกวางอีกเป็นเวลานาน จนเสี่ยวกวางที่คิดเองเออเองไปอีกไกล มันได้แต่มองแผ่นหลังเหยียดตรงนั้นอย่างเงียบงัน
ทางด้านเจียงหมิงเจ๋อเองเมื่อสื่อสารจบแล้วก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยแต่ประการใด แต่ที่เขาไม่ส่งสัญญาณทางจิตกับเสี่ยวกวางนั้น นอกจากต้องตรวจสภาพภายในของเฉินฮ่าวหลานอย่างละเอียดแล้ว เขากำลังหลอมพลังวัตรกับจักระวิสุธิ์มายาจำแลง เพื่อทดลองการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์
การเข้าประมูลเขาจำเป็นต้องสื่อสารกับผู้อื่นได้ ชั่วพริบตาชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแต่งกายซ่อมซ่อ ก็กลายเป็นชายชราเคราขาว ตัวอ้วนกลมแก้มใสเปล่งปลั่งท่าทางใจดี แบกถุงและใส่ชุดสีแดงสด
“โฮ่ๆๆๆ” เขาหัวเราะเสียงดังอย่างพึงพอใจ
ซึ่งนอกจากเสี่ยวกวางจะตกใจ ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปแบบปัจจุบันทันด่วนแล้ว เจ้าระบบเอไอร้องเสียงหลงเช่นกัน
[โฮสต์!! นึกยังไงถึงเปลี่ยนร่างเป็นซานตาคลอสครับ]
“ลุงซานต้าไม่ดีตรงไหน นี่เป็นการสานฝันวัยเด็กของผมเลยนะ คุณรู้ไหมเด็กๆ ทุกคนในวันคริสต์มาส ต่างก็รอคอยของขวัญจากซานตาคลอสกันทั้งนั้น”
[คุณทำเพราะจะเอาของขวัญไปแจกเด็กหรือครับ]
“ไม่…เพราะของขวัญในถุงทั้งหมดจะเป็นของผมคนเดียวต่างหาก อ๊ะ!! ทำไมในถุงไม่มีอะไรเลยล่ะ”
[มันจะมีได้อย่างไรล่ะครับโฮสต์!!!]
ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวังสินะ มันไม่ควรคาดหวังอะไรกับเจียงหมิงเจ๋อจริงๆ
“ข้าหวังว่าต่อไปนี้ จะพบศิษย์พี่อยู่ลำพังกับซือจุนให้น้อยลงหน่อยนะขอรับ” เฉินฮ่าวหลานพูดเสียงเย็นชา บัดนี้ใบหน้าประจบประเเจงยามอยู่ต่อหน้าเจียงหมิงเจ๋อ เปลี่ยนเป็นดุดันคมกล้าดุจกระบี่ “หืม เด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้า อย่าคิดว่าได้รับความสำคัญจากเลี่ยงหรงก๋วนจู่เพียงเล็กน้อย จะขึ้นมาเหยียบบนหัวข้าได้” “ผู้ที่ซือจุนให้ความสำคัญข้าย่อมให้ความสำคัญยิ่งกว่า แต่หากผู้ใดกล้าทำร้ายเขา ข้าก็ไม่ปล่อยไว้เช่นกัน ปรมาจารย์หลิวซิง!! เจ้ามิควรแตะต้องเขา!!” เฉินฮ่าวหลานพูดจบ ก็ปลดปล่อยแรงกดกันมหาศาล จู่ๆ ปรมาจารย์หลิวซิง ก็รู้สึกหวาดกลัวจับใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้าอย่าโอหังให้มันมากนัก!!!” ปรมาจารย์หลิวซิงข่มใจตอบโต้ เขาคิดว่าอย่างไรเสียเขาก็สำเร็จระดับการฝึกตนระดับฝ่านซู จะเกรงกลัวต่อผู้ฝึกตนระดับจินตันตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งได้อย่างไร แต่ลึกๆ แล้วเขารู้สึกถึงสัญญาณอันตราย จึงจู่โจมเฉินฮ่าวหลานอย่างไม่ออมมือ เขาเสือกแทงกระบี่ไปทางเฉินฮ่าวหลานทันที เฉินฮ่าวหลาน กระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาชอบวิธีข่มขวัญศัตรูของเจียงหมิงเจ๋ออย่างมาก ไม่ถอยแม้สักก้าวเดียว รอให้กระบี่พุ่งถึงหน้า และใช้เพียงมือเปล
เจียงหมิงเจ๋อลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น เมื่อคืนเขานอนหลับได้สนิทจริงๆ วันนี้จึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เขามิได้นอนหลับสบาย เช่นนี้มานานเพียงใดแล้วไม่รู้ เขาจำได้แล้ว เฉินฮ่าวหลานนวดศีรษะเขา คงหลับไปช่วงนั้นกระมัง ถ้าเช่นนั้นเจ้าเด็กนั่นคงอุ้มเขามานอนบนเตียงเป็นแน่ “ตื่นแล้วหรือขอรับซือจุน ท่านล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย หรือท่านอยากแช่น้ำอุ่นหรือไม่ขอรับ ข้าจะไปเปลี่ยนเป็นถังใบใหญ่มา"เฉินฮ่าวหลานเคาะประตู และยกถังน้ำเข้ามาให้เจียงหมิงเจ๋อ “ไม่เป็นไรหรอก เพียงล้างหน้าก็พอแล้ว หากข้าต้องการอาบน้ำ ยังสามารถเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ภายในมีสระน้ำที่มีปราณทิพย์เข้มข้นอยู่ สามารถเข้าไปแช่ร่างกายได้ตลอดเวลา" ถึงเจียงหมิงเจ๋อจะสามารถเรียกธาตุน้ำออกมาได้ แต่ใครจะไปเสียแรงใช้พลังวัตรเพื่อเสกน้ำอาบกัน หากเขาจะอาบน้ำล้างตัวย่อมเข้าไปในห้องตระหนักรู้ ทั้งสะดวกสบายกว่า และบรรยากาศก็ดียิ่ง "ห้องตระหนักรู้หรือขอรับ" เฉินฮ่าวหลานเคยได้ยินว่าที่เรือนลี่หลิน มีห้องลับอยู่ห้องหนึ่งภายในมีปราณทิพย์เข้มข้น ผู้ที่จะสามารถเข้าไปได้ มีแต่เจ้าสำนักเท่านั้น ห้องนี้เรียกห้องตระหนักรู้ "ใช่แล้ว
เฉินฮ่าวหลานเกรงว่าหากเขาไร้ความสามารถจริงๆ แล้วบังเอิญทดสอบได้อันดับ 4-5 พัน เจียงหมิงเจ๋อคงเพิ่มจำนวนการรับสมัครศิษย์ปีนี้เป็นหมื่นแน่ ซึ่งการคิดเช่นนี้มิได้เกินความจริงแต่อย่างไร เพราะเจียงหมิงเจ๋อก็ตั้งใจไว้ดังนั้นจริงๆ ในเมื่ออาหลานของเขา ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่ อย่างไรเขาย่อมต้องผลักดันสุดชีวิตอยู่แล้ว เรื่องจะถูกก่นด่า หรือหน้าตาอะไรพวกนั้น เขาเคยสนใจที่ไหนกัน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็เป็นคนไร้ยางอายผู้หนึ่งอยู่แล้ว แต่เฉินฮ่าวหลานจะปล่อยเจียงหมิงเจ๋อถูกติฉินนินทาได้อย่างไร แม้นเขาต้องแสร้งมีพลังวัตรเพียงจินตันตอนกลางเท่านั้น แต่เขาต้องเข้าไปอยู่ในร้อยอันดับแรก อย่างไร้ข้อกังขา เฉินฮ่าวหลานจึงทำให้คนเองมีคะแนนอันดับ 1 ในด่านที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทุกด่าน ซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งสงสัยได้ เพราะอย่างไรเสียเขามีเชื้อสายอสูรไหลเวียนอยู่ การได้อันดับ 1 ในด่านพวกนี้ นับไม่เป็นที่สังเกตใด ส่วนด่านอื่นๆ เขาทำไว้แค่ผ่านเท่านั้น ดังนั้นเมื่อการทดสอบอันยาวครั้งนี้เสร็จสิ้น เขาจึงถูกจัดอยู่ในลำดับ 50 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้ฝึกตนอายุน้อยเช่นนี้ และที่สำคัญคะแนนในด่านอสูรของเขาเต็มทั
ยามปกติ เมื่อยอดเขาเลี่ยงหรงเปิดรับศิษย์ประจำปี จะมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ยิ่งในปีนี้มีข่าวว่า เลี่ยงหรงก๋วนจู่ออกจากด่านแล้ว ยังมาดูชมการคัดเลือกในปีนี้ด้วย ยิ่งทำให้มีผู้ฝึกตนเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว จึงเป็นเหตุให้เมื่อเฉินฮ่าวหลานเมื่อเดินทางมาถึงยอดเขาเลี่ยงหรง ก็พบฝูงชนจำนวนมหาศาล ทุกหนทุกแห่งล้วนคลาคล่ำได้ด้วยผู้ฝึกตน หน้าสำนักมีกำแพงศิลาขาวสูงตระหง่าน รายล้อมด้วยเทวรูปนักรบศักดิ์สิทธิ์ทองเหลือง 16 ร่าง สถิตซ้ายขวาข้างประตูสีเงินทั้ง 8 ทิศโดยปกติจะปิดกั้นระหว่างภายในและภายนอกสำนัก เด็กหนุ่มสังเกตผู้ฝึกตนโดยรอบ ปีนี้มีผู้ฝึกตนระดับจินตันตอนปลายมากเป็นพิเศษและยังมีระดับหยวนอิงปะปนอยู่บ้าง แต่จู่ๆ เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเดือดพล่านอย่างประหลาด หัวใจเต้นสั่นระรัวจนต้องเอามือกดหน้าอกตนเองไว้ ความรู้สึกอันคุ้นเคยจากฟากฟ้าเบื้องบน ทำให้เขาแหงนหน้ามองเหนือกำแพงสูง เขาเห็นเงาร่างอาบย้อมด้วยแสงตะวันเจิดจ้า จนตาพร่าเรือน แต่มิอาจบดบังคนที่เขาโหยหาทุกลมหายใจได้ ภาพที่เขาเห็นเพียงในฝันนับครั้งไม่ถ้วน ความยินดีถาโถมจนท่วมท้นหัวใจ เจียงหมิงเจ๋อ…ของเขา!! “ในที่
การเดินทางจากถ้ำหิมะพันปี เฉินฮ่าวหลานสามารถเหาะไปโดยตรงได้ แต่เขาเลือกที่จะค่อยๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดิมที่เขาและเจียงหมิงเจ๋อผ่านมาด้วยกัน ยามนั้นเจียงหมิงเจ๋อเพิ่งทะลุมิติมาใหม่ๆ เขายังควบคุมพลังได้แบบขาดๆ เกินๆ จึงอาศัยเดินเท้าเอาเป็นส่วนใหญ่ เฉินฮ่าวหลานเดินทางเข้าเมืองถงโจว ซึ่งยังคงเป็นเมืองที่คึกคักเช่นเคย โดยเฉพาะโรงเตี๊ยมเห่าซือที่เจียงหมิงเจ๋อเคยมานั่งกินอาหาร เขาไปนั่งที่ลับตาคนตรงมุมเสา ที่ตรงนี้เจียงหมิงเจ๋อเคยมาด้วยกันกับเขา เมื่อเขามานั่ง เถ้าแก่ก็วิ่งมาต้อนรับด้วยตนเอง และนำอาหารมาให้อย่างใส่ใจ เด็กหนุ่มเยาววัย เปี่ยมล้นด้วยพลัง แต่กลับสุขุมสง่างาม ความจริงแล้ว สมควรเป็นบุคคลที่มีเสน่ห์จนเป็นที่จับตามอง น่าเสียดายทีมีสีหน้าชืดชา อึมครึม ทำให้บรรยากาศรอบกายชวนหนาวเหน็บ มิชวนให้อยากเข้าใกล้แม้แต่น้อย เฉินฮ่าวหลานนำห่อผ้าเท่าฝ่ามือออกมาจากในอกเสื้อ นำมันมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วแกะปลาสามรสคีบใส่จานแบ่ง พร้อมกับรินน้ำชาวางไว้ข้างๆ ห่อผ้าอย่างใส่ใจ "ไม่ว่าจะกี่ปี ปลาที่นี่จะยังคงรสชาติเหมือนเดิม เสียดายที่เมื่อก่อนพวกเราไม่ได้มีโอกาสกินด้วยกันดีๆ ไว้ครั้งหน้าพว
เสียงทัณฑ์สายฟ้าดังลั่นสะท้าน สะเทือนถ้ำหิมะพันปี ทำให้หวงหลงเทพอสูรมังกรบรรพกาลซึ่งจำศีลอยู่เหนือแท่นบูชา อดไม่ได้ถึงกับต้องผงกศีรษะลืมตา “ผู้ใดบังอาจแอบมาทำการรู้แจ้งในถ้ำของข้ากัน” ด้วยความหงุดหงิด ผู้ใดมารบกวนการจำศีลของมันอีกแล้ว มันจึงบินออกจากแท่นบูชากลางทะเลสาบไปหาแหล่งที่มาทัณฑ์สายฟ้านั้น มันเห็นบุรุษในชุดสีเทาลายเมฆ นั่งขัดสมาธิแผ่นหลังเหยียดตรง รอบกายสว่างไหว กลิ่นบงกชหอมกำกาย แผ่กลิ่นอายทั้งกดดันทรงอำนาจ มันตัดสินใจ ย่อร่างให้ขนาดเล็กลง ขดพันรอบกาย ปกป้องชายหนุ่ม ระหว่างที่มีการเลื่อนระดับ ผู้ทำการเลื่อนระดับจะอ่อนแอถึงที่สุด แม้จะไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ตายตัวว่า ห้ามทำร้ายกันขณะผู้ฝึกตนกำลังทำการเลื่อนระดับ แต่เป็นเรื่องถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของวิญญูชนผู้ฝึกตน แต่กระนั้นก็มิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำการปกปักคุ้มกันด้วย ในกรณีของหวงหลงก็เช่นกัน มันสามารถทิ้งเขาไว้และออกไปไกลๆ ได้ แต่มันก็ตัดสินใจปกป้องคุ้มกันชายหนุ่มผู้นี้แทน เสมือนเป็นสิ่งที่มันสมควรกระทำ แม้นมันจะเคยเกรงกลัวต่อเจียงหมิงเจ๋อ แต่มันมิได้แสดงการเคารพนอบน้อมมาก่อน แต่กับคนผู้นี้ แม้ระดับพลังยังเป็น







