Masuk'จันจ้าว' เด็กแสบประจำซอย เช้าสายบ่ายเย็นต้องได้แวะเวียนไปขายขนมจีบให้กับ 'จอมราช'เจ้าของอู่ชื่อดังในระแวกบ้านเดียวกัน แต่นี่ไม่รู้จีบคนหรือจีบหินคนอะไรจะใขแข็งได้ขนาดนั้น
Lihat lebih banyakบทนำ
เสียงซ่อมรถดังทั่วทั้งอู่ซ่อมรถ มีทั้งลูกน้องที่กำลังลองเครื่องให้กับลูกค้าเพื่อเช็กดูว่ารถที่ซ่อมไปโอเคหรือยัง ต้องซ่อมตรงไหนเพิ่มเติมหรือไหม ทว่าตอนนี้เจ้าของอู่นั่นกำลังยืนมองเด็กแสบประจำซอยที่เดินร้องเพลงมาแต่ไกล ในมือข้างซ้ายถือปิ่นโตสีครีม ในมือข้างขวาถือแก้วน้ำแดงโซดาของโปรดของตนเอง เมื่อเจ้าตัวเห็นว่าผู้ใดกำลังยืนมองอยู่ก็รีบเร่งวิ่งมาทางด้านหน้าของอู่
เจ้าของอู่ได้แต่ยืนหน้านิ่งต้อนรับเด็กแสบที่กำลังจะวิ่งมาถึงตนเองในไม่ช้า อีกคนมัวแต่วิ่งจนไม่ได้ดูพื้นว่ามีก้อนหินวางอยู่สะดุดล้มหน้าคะมำอยู่ พวกลูกน้องทั้งหลายที่ได้ยินเสียงโอดโอยของเด็กแสบรีบวิ่งออกมาดูเพื่อเห็นว่าด้านหน้าเป็นภาพเด็กแสบกำลังนั่งเบะปากเตรียมตัวที่จะร้องไห้อยู่ ก็หัวเราะลั่น เจ้าของอู่อย่าง 'จอมราช' เห็นท่าทางของลูกน้องตนเองและเด็กแสบแล้ว อีกฝ่ายคงจะไม่หยุดหัวเราะ ส่วนอีกคนที่กำลังนั่งเบะก็คงใกล้จะร้องไห้ในเร็ว ๆ นี้เป็นแน่
จอมราชเลยได้ไล่ให้ลูกน้องของตนเองกลับไปทำงานแบบเดิม ส่วนเจ้าเด็กแสบนั้นก็คงเป็นต้องหน้าที่ตนเองอีกตามเคยที่ต้องเป็นคนไปพยุงตัวให้ลุกขึ้น ไม่นั้นคงนั่งเบะปากเตรียมจะร้องไห้อยู่แบบนั้น
“ทำไมพี่จอมมาหาหนูช้าล่ะจ๊ะ” จอมราชส่งมือไปให้เด็กแสบได้ยื่นมาจับ และค่อย ๆ พยุงตัวของอีกคนให้ยืนขึ้นมา เด็กซนสะบัดเศษดินเศษที่ติดกางเกงด้านหลังให้ออกจนหมด เงยหน้าไปมองเจ้าของอู่ที่ยืนนิ่งเหมือนต้นไม้ไม่ไหวติง เด็กแสบได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ กับความนิ่งของคนคนนี้ ส่งคำถามไปก็ไม่มีคำตอบกลับมา เจ้าเด็กแสบเลยได้ต้องเปลี่ยนเรื่องและหาเรื่องคุยอีกครั้ง “วันนี้หนูช่วยแม่จ๋าทำไข่พะโล้มา แต่...” เด็กแสบก้มมองปิ่นโตในมืองของตนเองกลับเห็นว่ามีน้ำของไข่พะโล้หยดลงบนพื้น เมื่อเงยหน้าไปจอมราบก็ได้แต่ส่งยิ้มจาง ๆ ไปให้ “มันคงจะกินไม่ได้แล้วแหละจ้ะ เดี๋ยวหนูไปซื้ออาหารตามสั่งร้านมาลีให้ดีกว่าจ้ะ” เด็กแสบกำลังจะหันหลังเดินออกไปจากอู่อีกครั้ง แต่จอมราชก็เอื้อมมือไปจับไหล่ไว้ก่อน
“ไม่ต้อง กูไม่ได้หิวเดี๋ยวเดียวก็จะพักกันอยู่ดี รอให้พวกนั้นมันไปซื้อ” จอมราชพูดขณะที่ตนเองเอื้อมมือไปเอาปิ่นโตจากคนน้องมาถือไว้เอง และดันหน้าให้อีกคนนั้นเดินเข้าไปในอู่ก่อน ยืนคุยกันตรงนี้คงจะได้เป็นลมแดดกันพอดี
“มันจะปวดท้องเอานะจ๊ะพี่จอมจ๋า”
“ปวดไม่ปวดก็เรื่องของกู มึงเถอะวันนี้ไม่มีเรียนหรือไงทำไมถึงมาส่งอาหารให้กูได้”
"หนูมีเรียนแค่ตอนเช้าจ้ะ เลิกเรียนแล้วหนูก็เลยรีบมาหาพี่จอมเลย”
“แล้วมึงกลับมายังไง” จอมราชเดินไปหยิบผ้าขนหนูสีชมพูลายการ์ตูนมาและยื่นให้กับคนน้อง เพราะทุกครั้งที่เจ้าเด็กซนมาหาจอมราชที่อู่มักจะใส่กางเกงขาสั้นมาตลอด จอมราชเลยเตรียมผ้าสำหรับที่จะให้อีกคนปิดขาไว้ให้ เจ้าเด็กแสบรับมาปิดขาของตนเองโดยที่ทำเหมือนปกติทุกวัน
“แล้วกลับมายังไง”
“พี่ตินจ้ะ พี่ตินผ่านไปทางนั้นพอดีเลยรับหนูมาด้วย” คนน้องตอบโดยไม่ได้คิดอะไร มองไปทั่ว ๆ อู่นั่งดูพี่ ๆ คนอื่นกำลังซ่อมรถกัน “พี่จอมจ๋า... เอ้า” กำลังจะหันไปเรียกเจ้าของอู่อีกครั้งแต่ปรากฏว่าเจ้าของอู่กลับเดินหายไปไหนไม่รู้ ชะเง้อมองหาก็ไม่เจอ
“จันจ้าวเฮียไปไหนแล้ว” พี่พัชลูกน้องของพี่จอมเดินเข้ามาถามกับคนน้องที่คุ้นหน้าคร่าตาของตนเอง
“ไม่รู้เลยจ้ะพี่พัช จันหันมาอีกทีก็ไม่เห็นแล้วนะจ๊ะ คงจะเดินไปหาอุปกรณ์หรือเปล่า”
‘จันจ้าว’ เด็กแสบประจำซอยเอ่ยตอบกลับไป ส่วนตนเองก็ใช้เวลาตอนนี้ไปถ่ายรูปในโทรศัพท์ของตนเองเพื่อรอเจ้าของอู่ออกมาซึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจอมราชหายไปไหนก็ตาม
จันจ้าวเปลี่ยนท่าทางการโพสต์ท่าไปเรื่อย ๆ มีทั้งการทำปากจู๋และทำสองนิ้ว แต่ลูกน้องของจอมราชเห็นแบบนี้จนชินแล้ว เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกคนจะถ่ายภาพแบบนี้ในอู่ของเฮียจอมราช จันจ้าวเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อย ๆ โดยท่าของตอนนี้เป็นท่าที่ต้องนั่งไขว่ห้างซึ่งคนน้องนั้นใส่กางเกงขาสั้นมา การนั่งท่าแบบนี้ทำให้เห็นไปถึงไหนต่อไหน จอมราชที่เดินออกมาจากในบ้านพอดีเห็นท่าทางแบบนั้นก็กำลังจะเข้าไปทัก แต่สายตาก็หันไปเห็นพวกลูกค้าผู้ชายที่มองคนน้องด้วยสายคุกคามและมองไม่กะพริบตา แทนที่จอมราชจะเดินเข้าไปจันจ้าวกลับเดินเข้าไปหาลูกน้องของตนเองแทน
“ของลูกค้าคนนี้เหลืออีกเยอะไหม” จอมราชเอ่ยถามกับสาม ลูกน้องของตนเองอีกคน
“ไม่นะเฮีย เดี๋ยวเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็เสร็จแล้ว เฮียมีอะไรหรือไหมหรือจะให้ผมไปทำอะไรไหม”
“มึงก็รีบทำให้เสร็จ ๆ มันจะได้รีบไป”
“ใครรีบไปไหนวะเฮีย เอ้าอะไรวะกูยังไม่ได้ถามอะไรเลย” ประโยคแรกนั้นสองได้พูดกับเจ้าของอู่ ส่วนประโยคถัดมาได้พูดกับตนเองเพราะหันมาอีกทีเจ้าของอู่ก็เดินหายไปแล้ว
รอเพียงชั่วครู่เจ้าของอู่ก็เดินมาโต๊ะที่จันจ้าวได้นั่งอยู่ คนน้องเห็นเท้าของใครสักคนกำลังหยุดอยู่ด้านหน้าของตนเองเลยเงยหน้าขึ้น ปรากฏให้เห็นว่าพี่จอมจ๋าของตนเองนั้นเอง จันจ้าวยิ้มตาหยีใส่เจ้าของอู่และยืนขึ้น เอื้อมมือไปจับบริเวณแขนของอีกคนจูงให้มานั่งด้วยกันที่เก้าอี้
จันจ้าวแกะปิ่นโตเปิดดูแล้วแยกไว้ระหว่างชั้นที่ใส่ขนมหวานและของคาว เอาชั้นปิ่นโตที่เป็นของคาวไปตั้งไว้ข้าง ๆ มุมโต๊ะ ส่วนของหวานเอาของมาใส่จานให้พี่จอมจ๋าได้กิน
“กูบอกตอนไหนว่าจะกิน” เจ้าของอู่อย่างจอมราชหันหน้าไปถามคนข้าง ๆ ที่มองตนเองอยู่ก่อนแล้ว มองพร้อมกับยิ้มตาหยีให้
“เอ้า ก็พี่จอมเดินมาหาหนูนี่ เมื่อกี้พี่จอมไปไหนมาจ๊ะ พี่พัชถามหาแหละ” จันจ้าวถามขึ้นลอย ๆ โดยไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่าย ตนเองกำลังให้ความสนใจกับขนมชั้นตรงหน้ามากกว่า
บ้านของจันจ้าวเปิดร้านขายขนมไทย จันจ้าวเป็นลูกมือช่วยแม่ทำอยู่บ้างบางครั้ง แต่เมื่อไหร่ที่อาทิตย์นั้นตัวของจันจ้าวต้องไปนอนที่หอพักในตัวเมือง วันนั้นแม่ก็ต้องทำขนมกับพวกลูกน้องสองคน จันจ้าวส่งกล่องขนมชั้นไปให้อีกคน พยักหน้าเพื่อให้อีกคนได้รับขนมในมือของตนเองไป แต่แล้วแต่เล่าอีกคนก็ยังไม่ยอมรับไป จนจันจ้าวต้องเป็นฝ่ายที่ป้อนให้พี่จอมจ๋าได้กิน ไม่นั้น... อีกคนคงไม่ได้กินขนมเป็นแน่ ด้วยความที่โดนคนน้องคะยั้นคะยอมาก ๆ จอมราชเลยต้องจำใจอ้าปากทานขนมชั้นแบบพอดีคำนั้นเข้าปาก
“เป็นยังไงบ้างพี่จอม อร่อยเหมือนเดิมเลยไหม นี่หนูตื่นเช้ามาทำให้เลยนะ” จันจ้าวเอ่ยถามขึ้น หันไปมองคนพี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชอบ
จันจ้าวตื่นเช้าตามที่พูดจริง ๆ เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเอง เพราะอยากให้คนที่ตัวเองชอบได้ทานของอร่อย
จันจ้าวในตอนนี้ยี่สิบสองปีแล้ว แอบชอบจอมราชมาตั้งแต่ตนเองอายุสิบเจ็ดปี ส่วนจอมราชนั้นอายุห่างกับจันจ้าวห้าปี บ้านของทั้งคู่เคยอยู่ใกล้กันแต่มีเหตุที่ทำบ้านของจันจ้าวต้องย้ายออกไปจากบริเวณนั้น แต่ก็ย้ายไม่ไกลจากที่เดิมเท่าไหร่นัก สามารถไปมาหาสู่กันได้อยู่
“จะกลับหรือยัง กูจะได้ให้เด็กมันไปส่ง”
“พี่จอมไปส่งไม่ได้หรือจ๊ะ”
“กูมีไปดูรถของลูกค้าด้านนอก”
“หนูไปด้วยก็ได้นะจ๊ะ ไม่ดื้อแน่นอน” จันจ้าวทำท่าของลูกเสือสามัญเพื่อยืนยันว่าตนเองจะไม่ดื้อแน่นอนตามที่พูด
“ให้มันจริง ถ้ามึงดื้อกูจะให้เด็กไปส่ง”
“จ้ะ หนูจะไม่ดื้อ”
รถที่จอมราชต้องมาดูเป็นรถของผู้ใหญ่ในซอยมีทั้งชื่อเสียงและเงินทอง เมื่อจอมราชและจันจ้าวลงมาจากรถของเจ้าของอู่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าคนที่ขับรถนั้นเป็น ‘ติน’ คนที่จันจ้าวนั่งรถกลับบ้านมาด้วยวันนี้
ตินที่เห็นว่าจันจ้าวมาด้วยกันมากับช่างซ่อมรถอย่างจอมราช ปรากฏว่าตินได้เดินเข้าไปทักทายหนุ่มน้อยอย่างจันจ้าวก่อน ตัวของจันจ้าวเองเห็นว่ามีคนยิ้มทักทายมาตนเองก็เลยยิ้มตอบกลับไปแต่ยังคงเดินตามหลังของพี่จอมจ๋าเหมือนเดิม
จอมราชหันไปมองคนที่เดินตามหลังของตนเองมา อีกคนคงไม่ทันสังเกตว่าตนเองนั้นหยุดเดินเรียบร้อยแล้วเลยทำให้จันจ้าวหน้ากระแทกกับแผงอกหนาของจอมราช
“พี่จอม! หยุดไม่บอกหนูเลย เจ็บหน้าผากหมดแล้ว” จันจ้าวยกมือขึ้นลูบบริเวณหน้าผากของตนเองป้อย ๆ ตินเองที่เห็นภาพนั้นเลยจะเข้ามาดูว่าจันจ้าวเป็นอย่างไรบ้าง จอมราชหันกลับไปมองก่อน เลยทำให้ตินต้องหยุดเดินลง
“คุณตินรถเป็นอย่างไรครับ” จอมราชเอ่ยถามไป
เมื่อทั้งคู่เดินไปถึงบริเวณรถเรียบร้อยแล้ว ส่วนจันจ้าวนั้นจอมราชสั่งไว้ว่าให้ยืนรอบริเวณนี้เท่านั้น ไม่ต้องเดินไปจนถึงตรงที่รถจอดอยู่หรอก เพราะว่าบริเวณที่รถของตินจอดนั้นมีแค่หญ้าเท่านั้น เดินเข้าไปในดงหญ้าก็จะมีแต่คันขา ยิ่งจันจ้าวใส่ขาสั้นอีกคงจะคันขาจนเกิดตุ่มกันไปใหญ่
จอมราชใช้เวลาซ่อมรถของตินไม่นานนัก เพราะว่าแค่ขยับสายต่าง ๆ บริเวณหน้ารถแค่นั้น รถคันนี้ก็สามารถติดได้ตามปกติ จอมราชใช้เวลาเก็บอุปกรณ์สักพักหนึ่ง ตินเลยเดินมาทางที่จันจ้าวกำลังยืนรออยู่ส่งขวดน้ำดื่มมาให้กับอีกคน จันจ้าวนั้นกำลังจะยื่นมือเข้าไปรับแต่แล้วจอมราชก็เอ่ยขัดจังหวะเสียก่อน
“คุณน้าโทรตามหรือยังจันจ้าว กูจะได้รีบไปส่ง” เมื่อเห็นว่าจอมราชได้ถามแบบนั้น จันจ้าวก็ตกใจไม่น้อยรีบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเมื่อเจอแล้วก็เปิดโทรศัพท์ดูปรากฏให้เห็นว่าเป็นเบอร์ของแม่จ๋าโทรมาจริง ๆ
“พี่จอม แม่จ๋าโทรมาจริง ๆ หนูต้องกลับแล้ว” คนน้องเอ่ยตอบด้วยความตกใจไม่น้อย จอมราชก็พยักหน้ารับรู้แค่นั้น เดินอ้อมไปเก็บอุปกรณ์ซ่อมรถที่ท้ายรถของตนเอง
“น้องจันครับ” เสียงของตินเอ่ยเรียกจันจ้าวไว้ก่อน ก่อนที่จันจ้าวจะเดินตามจอมราชไป
“ครับพี่ติน”
“พรุ่งนี้น้องจันไปมหาลัยกี่โมงเหรอครับ พี่ไปทำธุระแถวนั้นพอดีเลยสนใจให้พี่ไปส่งไหม”
ปกติแล้วคนที่ไปส่งจันจ้าวไม่เป็นพวกที่อู่ซ่อมรถของจอมราช ก็จะเป็นจอมราชเอง หรืออาจจะมีบ้างที่จันจ้าวได้รับรถไปมหาลัยเอง โดยรถที่จันจ้าวขับเป็นรถของบ้านจอมราช เพราะทางพ่อแม่ของจอมราชเอ็นดูจันจ้าวไม่น้อยเลย
“พี่จอมจ๋า...” จันจ้าวกำลังชะโงกหน้าไปถามอีกคนที่เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นคนขับรถส่วนตัวก็ว่าได้
“เดี๋ยวไปส่งเอง” อีกคนที่ได้ยินคำถามไม่ต้องให้จันจ้าวได้ถามซ้ำเลยตอบไป โดยที่ไม่ได้เงยหน้ามาดูแม้แต่นิด
“เดี๋ยวพี่จอมไปส่งครับ จันขอบคุณพี่ตินมากเลยนะครับ” จันจ้าวไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ตามแม่จ๋าเคยสอนไว้ ตินกำลังจะเอื้อมมือมาประกบมือของอีกไว้แต่แล้วจอมราชที่เดินมาถึงก่อนก็ได้คว้าเอวของจันจ้าวไว้ก่อนและเอ่ยว่าให้ไปขึ้นรถ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน จันจ้าวกำลังจะค้านเพราะตนเองยังคุยกับตินยังไม่จบ เมื่อเห็นว่าจอมราชได้ส่งสายตาเข้ม ๆ มาให้ ตนเองเลยจำใจต้องรีบไปขึ้นรถทันที โดยทิ้งให้ด้านนอกรถมีเพียงจอมราชและตินเท่านั้น
13แล้วพี่จอมจะไปส่งหนูในฐานะอะไรจอมราชเอารถของจันจ้าวมาคืนเพราะว่าตอนที่จันจ้าวกลับจากอู่นั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เจษกรณ์ออกจากอู่พอดี เจษกรณ์เลยอาสามาส่งจันจ้าวที่บ้าน จันจ้าวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะว่าหมดแรงในการขับรถแล้ว เพราะเขาคนนั้นคนเดียว!เมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้านของจันจ้าวแล้วนั้นจอมราชเดินเข้าไปเลยโดยไม่ได้กดกริ่งแต่อย่างใด หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของบ้านแต่ไร้วี่แววเจ้าของบ้าน จนกระทั้งเดินไปหลังบ้านก็ได้ยินเสียงเมี้ยว ๆ ดังขึ้น เดินเข้าไปเรื่อย ๆ เห็นว่าเป็นคนที่ตนเองตามหาอยู่จันจ้าวกำลังนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กในมือก็ถืออาหารเปียกของแมวไว้ด้วย แมวตัวสีขาว คงจะเป็นแมวของข้างบ้านเพราะว่าบ้านของจันจ้าวนั้นไม่ได้เลี้ยงแมว‘เมี้ยว’ เสียงแมวร้องดังขึ้นมาและเดินมายังที่จอมราชยืนอยู่ค่อย ๆ เอาหัวไปถู ๆ บริเวณขาของจอมราช จันจ้าวหันตามแมวมาเห็นว่าใครมาบ้านของตนเองก็ตกใจอยู่“เอ้า พี่จอมจ๋ามาได้ยังไงล่ะจ๊ะ” จันจ้าวยืนขึ้นนำมือมาปัดเศษหญ้า เศษดินที่ติดกางเกง ก้าวเดินไปหาจอมราชที่กำลังก้มองแมวอยู่ “ไม่ลองอุ้มน้องล่ะจ๊ะ น้องน่ารักนะไม่ดื้อด้วย” จันจ้าวเห็นว่าอีกคนไม่อุ้มสักที ตนเองเลยตัดสิน
12จูบเบา ๆ เท่านั้น“แล้วใครเขาอยากกอดมึง”ตั้งแต่ที่จอมราชเอ่ยประโยคนี้มานั้นจันจ้าวก็ไม่ยอมให้จอมราชจับตัวอีกเลย กว่าจันจ้าวจะยอมให้จอมราชจับตัวได้ก็ต้องรอให้จันจ้าวนั้นหมดฤทธิ์ก่อน กลายเป็นว่าไม่ใช่แค่กอดแล้ว แต่กลายเป็นอุ้มแทนจอมราชเดินอุ้มคนน้องมายังบ้านพักหลังเล็กของตนเองที่อยู่หลังอู่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าน้องชายของตนเองยังไม่หลับ“อุ๊ย ๆ อุ้มกันมาแบบนี้เลยเหรอ” ถ้าไม่ติดว่าอุ้มจันจ้าวอยู่นั้นจอมราชก็คงจะเข้าไปเตะเจษกรณ์แล้ว“อย่ามากวนตีนนัก ไปเปิดประตูห้องให้กูหน่อย”“เอ้า แล้วเมื่อกี้ทำไมเปิดประตูบ้านได้”“เพราะมึงปิดไม่ดีไงไอ้เจษ ประตูมันอ้าอยู่กูก็ใช้ตีนเปิด อีกนิดกูก็จะใช้ตีนถีบมึงด้วย”“ครับ ๆ ไม่แซวแล้วครับ แต่อย่าเผลอผมแซวแน่” เจษกรณ์พูดไว้แค่นั้นก็รีบวิ่งไปเปิดประตูห้องนอนให้กับพี่ชายของตนเองทันที เมื่อเห็นว่าพี่ชายเดินเข้าไปแล้วก็วายหันหน้าไปยิ้มกริ่มพร้อมกับเอ่ยแซวอีกครั้ง “เบา ๆ นะเว้ยพี่จอม ผมนอนอยู่บ้านหลังนี้ด้วย”จอมราชที่วางคนน้องไว้บนเตียงเรียบร้อยแล้วก็หยิบหมอนได้ก็ปาไปทางประตูทันที แต่เจษกรณ์นั้นปิดประตูและวิ่งหนีไปก่อนจอมราชเดินเข้าไปในห้องน้ำกลับออ
11แล้วใครเขาอยากกอดมึงเรื่องราวของเหตุการณ์เมื่อคืนยังเป็นที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอดจนเวลานี้เป็นเวลาสิบโมงกว่า ๆ แล้วคนในตลาดก็ยังคงพูดถึงทั้งจอมราชและพลอยใสจันจ้าวได้ยินแม่ค้า พ่อค้าพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ย่างก้าวเดินเข้ามาในตลาด จนเกือบจะสุดตลาดแล้วก็คงได้ยินตลอดแป๋วและนุชที่วันนี้มาเดินด้านในตลาดเป็นเพื่อนกับจันจ้าวนั้นได้แต่แอบมองหน้าของจันจ้าวเป็นระยะ ๆ คอยสังเกตสีหน้าของจันจ้าว แต่แล้วสีหน้าจันจ้าวที่ปรากฏให้เห็นนั้นมีแต่รอยยิ้ม ถึงแม้ว่าจะเป็นการยิ้มที่ดูฝืนก็เถอะ“พี่แป๋ว พี่นุชจ๊ะ จันว่าตรงนี้น่าจะไม่มีของอะไรที่เราต้องซื้อแล้วนะจ๊ะ เราเดินกลับกันไปดีไหมจ๊ะ” จันจ้าวหันหลังกลับมามองสองสาวที่เดินตามหลังอยู่ ก่อนที่จะเอ่ยประโยคเมื่อกี้ขึ้น“จ้ะน้องจัน วันนี้เราจะทำอะไรกินกันจ๊ะ ไหน ๆ ก็เป็นวันหยุดของพวกเราทั้งที”“นั้นสิจ๊ะ พี่อยากกินส้มตำ น้องจันว่าดีไหม” พี่นุชพูดขึ้นบ้าง“ก็ดีนะจ๊ะ เราทำกันเองดีกว่าไม่ต้องไปซื้อ จันจะได้โชว์ฝีมือการตำส้มตำให้พี่ ๆ ได้กิน ถึงแม้ว่าพี่ ๆ จะกินบ่อยแล้วก็เถอะ”“ฮ่า ๆ” สองสาวประสานเสียงขำ“งั้นเราไปซื้อมะละกอ และของที่ต้องใช้กันดีกว่าจ้ะ”“จ้ะ”ทั้งส
10คนที่จอมราชรีบไปหาวันนี้เป็นวันที่สองเข้าไปแล้วที่จันจ้าวนั้นกำลังหลบหน้าของจอมราช ตัวของจันจ้าวพยายามทำตัวเหมือนกับว่าตนเองไม่ว่างทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้ตนเองนั้นว่างตลอด จันจ้าวที่นั่งเหม่อ ๆ อยู่ภายในห้องนั่งเล่นที่บ้านของตนเอง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์บ้านที่ดังขึ้น ทำให้ตนเองต้องเดินไปรับสายนั้นเพราะว่าแม่จ๋าออกไปขายขนมตั้งแต่ช่วงสาย ๆ แล้ว“ฮัลโหล...” จันจ้าวยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค ปลายสายก็แทรกขึ้นมาก่อน“ฮัลโหลภา ภาเหรอนี่พี่เองนะ”พี่เองนะ? เสียงของพ่อเหรอจันจ้าวได้แต่นึกในใจของตนเองไม่ได้เอ่ยถามอะไรกลับไป เพราะกำลังฟังปลายสายพูดอะไรก็ไม่รู้อยู่“ภา ภาได้ยินพี่ไหม”“ผมไม่ใช่แม่จ๋าครับ แล้วแม่จ๋าก็ไม่อยู่ครับ”“จันจ้าวเองเหรอลูก นี่พ่อนะครับ”“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”“พ่อจะมาคุยแม่เราเรื่องเดิมนั้นแหละลูก ที่พ่อขอเข้าไปอยู่ที่บ้านด้วย ไหน ๆ พ่อก็ได้คุยกับเราแล้ว เราอนุญาตพ่อใช่ไหมลูก”“อนุญาตอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่มีอะไรผมขอวางสายก่อนนะครับ ผมไม่ว่าง”จันจ้าวพูดเพียงแค่นั้นก็เอาโทรศัพท์บ้านวางไว้ที่เดิมของมัน ส่วนตนเองก็เดินไปนั่งที่โซฟาของตัวเดิมพ่อเหรอ? แล้วเรื่องที่จะ





