LOGINผัวเบอร์หนึ่ง 'หล่อลากไส้' คำจำกัดความ 'โหด เจ้าเล่ห์ เถื่อน' เจ้าของโต๊ะบอลเถื่อนในมหาวิทยาลัยและการพนันออนไลน์ เอาแต่ใจเป็นที่สุด ไม่เคยปล่อยให้คนที่หยามรอดไปได้ ผัวเบอร์สอง 'หล่อคมเข้ม' คำจำกัดความ 'เลว หื่น เถื่อน' เจ้าของผับชื่อดังที่มีการให้บริการทางเพศกับแขกทั้งชายและหญิง กระทืบคนได้โดยไม่ต้องมีเรื่องกัน และไม่เคยปล่อยให้ใครมาต่อปากต่อคำ และเมียเบอร์หนึ่งและเบอร์เดียวของพวกเขา ผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ถูกพรากความบริสุทธิ์ เพียงเพราะพวกเขา 'หื่นและเถื่อน' เท่านั้น ตำรวจหนุ่มที่บังเอิญมาเห็นการส่งมอบโพยบอล ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับ แต่กลับกลายเป็นว่าถูกจับไปซะเอง ................ "อย่านะ.. พวกนายเป็นบ้าหรือไงฉันเป็นตำรวจนะ" "ถ้าไม่อยากตาย.. ก็หุบปาก เก็บเสียงไว้ร้องครางให้กูดีกว่า" #1 "อยากเจ็บตัวกว่านี้รึไงวะ.. กูบอกให้เงียบไง!!" #2
View Moreในซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่งข้างผับชื่อดัง
"นี่จ่า.. แน่ใจนะว่าสายข่าวของเรารายงานถูกต้องอ่ะ"
"แน่ใจซิครับผู้หมวด ก็ไอ้ชาติมันบอกผมว่าจะมีการส่งยาบ้าที่นี่วันนี้นี่ครับ"
"อืม.. แต่ผมว่ามันนานผิดปกติแล้วนะ หรือว่าพวกมันจะรู้ตัวแล้ว"
"เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้นี่ครับ"
ในขณะที่ผมกำลังรออย่างใจจดใจจ่อ จากนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับคนสองคนที่คนหนึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางกับอีกคนอยู่ในชุดเสื้อหนังสีดำท่าทางมีพิรุธเพราะมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่บริเวณที่สายข่าวรายงานว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันที่บริเวณนี้
แสงไฟแช็คสว่างขึ้นทำให้รู้ว่าสองคนนั้นกำลังสูบบุหรี่อยู่ ซึ่งสังเกตได้จากจุดไฟสีแดงที่สว่างวาบเป็นระยะ ก่อนจะเห็นกลุ่มควันลอยกระทบแสงไฟจนเป็นม่านควันบางๆ ผ่านไปสักพักบุหรี่มวนใหม่ก็ถูกจุดขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้ผมเริ่มสงสัยในตัวสองคนนั่นมากยิ่งขึ้น เพราะตามปกติถ้าคนเราจะมายืนหลบมุมสูบบุหรี่เมื่อสูบไปหมดแล้วก็น่าจะกลับเข้าไปข้างในนี่หน่า แต่นี่กลับจุดมวนใหม่ขึ้นมาสูบต่อ เหมือนกับว่ากำลังรอใครอยู่
"จ่าวิทย์สั่งทุกคนให้เตรียมพร้อม เพราะตอนนี้เหมือนจะเริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้ว"
ผมสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้เตรียมพร้อมหลังจากที่มีเริ่มมั่นใจเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าสองคนนั่นต้องรอคนมาส่งยาบ้าให้แน่ๆ ผมตบมือเข้ากับเอวพร้อมกับปลดสายรัดดึงเอาปืนพกประจำตัวขึ้นมาถือไว้
"ครับผม" จ่าวิทย์ตอบรับคำ ก่อนที่จะรีบวิทยุไปบอกทุกคนที่ประจำตามจุดต่างๆ ให้เตรียมพร้อมปฏิบัติการทันทีที่ได้รับคำสั่ง
ไม่นานก็มีรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบต์คันหนึ่งขี่เข้ามาจอดตรงที่สองคนนั้นยืนอยู่ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้กับหนึ่งในสองคนนั้น
"จ่าสั่งทุกคนปฏิบัติการทันที!!" สิ้นคำสั่งของผม จ่าวิทย์ก็วิทยุไปบอกตำรวจนอกเครื่องแบบที่ประจำตามจุดต่างๆ ทันที ก่อนที่ทุกคนจะแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งสามคนพร้อมๆ กัน
"หยุดนะ!! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยยกมือขึ้นแล้วหันมาให้เห็นชัดๆ ด้วย" ผมร้องบอกไป ก่อนที่จะส่องไฟฉายไปที่สามคนนั้น ซึ่งสองคนในสามคนยังคงใช้มือล้วงกระเป๋าอยู่โดยไม่ได้สนใจปืนนับสิบกระบอกที่จ่ออยู่ซักนิด มีเพียงคนที่ขี่มอเตอร์ไซต์บิ๊กไบต์คนเดียวเท่านั้นที่รีบยกมือขึ้นเหนือหัวพร้อมกับตัวที่สั่นเทา
"ฮึ!!" ชายคนหนึ่งส่งเสียงก่อนจะเดินเข้ามาหาผมอย่างท้าทาย
"หยุดอยู่กับที่นะ!! ฉันขอเตือน จ่าวิทย์จับไปให้หมด"
'กริ๊ก.. กริ๊ก.. กริ๊ก!!' เสียงกุญแจมือที่ถูกสับไปบนข้อมือของชายทั้งสามคน
จากนั้นผมก็เริ่มค้นตัวทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนจะพบว่าไม่มียาบ้าอย่างที่เข้าใจ แต่กลับพบเพียงม้วนกระดาษกลมๆ เท่านั้น ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นโพยแทงบอลเท่านั้น
+++++++++++++
ผมถูกเรียกตัวเข้าพบด่วนทั้งๆ ที่ยังนอนไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
'ก๊อกๆ'
"เข้ามา" เสียงเข้มดังขึ้นหลังจากที่ผมเคาะประตู
ผมเปิดประตูเข้าไปก่อนที่จะยืนชิดขา หลังตรง และโค้งทำความเคารพ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาคู่นั้นที่มองผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"แกทำบ้าอะไรหา!! ไอ้ลูกหมู" ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่เครื่องหมายบนบ่านั้นแสดงถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยงานนี้ส่งเสียงดังลั่น
"ครับท่าน"
"ฉันให้แกไปทำคดียาเสพติด แล้วทำไมไปจับโพยบอลหา!!" ผู้บังคับการพูดพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้อย่างไม่พอใจในผลงานที่ผมทำเมื่อคืน
"คือ.. ผมคิดว่าเด็กพวกนั่นเป็นพวกแก๊งค์ค้ายา.. ครับท่าน"
"เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ทำไมไม่ปล่อยตัวไปล่ะ แกจะไปจับเด็กพวกนั่นมาทำไมอีก"
"แต่เด็กพวกนั่นทำผิดกฎหมายนะครับ"
"ฉันรู้!! แต่แกรู้มั้ยว่าเด็กพวกนั้นมันเป็นลูกหลานของใคร"
"แต่จะลูกหลานใครก็ต้องจับนะครับ เมื่อเขาทำผิดกฎหมาย"
"เฮ้อ~ ฉันขี้เกียจจะพูดกับแกล่ะ เอาเป็นว่าต่อไปแกไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคดียาเสพติดอีกแล้ว ฉันจะส่งแกไปเป็นตำรวจจราจรแทน"
"อะไรนะครับลุง!! ไม่ได้นะครับ" ผมเผลอเรียกคนตรงหน้าตามศักดิ์ ไม่ใช่ตามหน้าที่ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง
"ทำไมจะไม่ได้วะ ฉันสั่งแกในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่ใช่ในฐานะลุงของแก ไปได้แล้ว เดี๋ยวคดีนี้ฉันจะให้ผู้หมวดชาญมาดูแลแทน ส่วนแกก็กลับไปพักผ่อนได้ ฉันอนุญาตให้แกไปพักผ่อนแล้วอีกสามวันค่อยไปเริ่มงานใหม่ ไปได้แล้ว"
"แต่..ท่านครับ" ผมพยายามขอร้อง
"ไปได้แล้ว!!" ลุงผมไม่มีท่าทีเปลี่ยนใจเลย
"ครับ" ผมรับคำ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องผู้บังคับการ
ผมเดินลงบันไดมาเรื่อยๆ อย่างใช้ความคิด ทั้งที่อุตส่าห์ทุ่มเททำงานหนักแต่กลับถูกตำหนิ
เฮ้อ~ เหนื่อยใจจริงๆ
ในขณะที่ผมกำลังเดินมาที่รถเพื่อจะขับกลับบ้านพัก ผมก็เดินสวนทางกลับเด็กหนุ่มสองคนนั่นที่ผมจับมาเมื่อคืน เพียงแต่ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสองคนนั่นจะมองหน้าผมอย่างกับจะเอาเรื่อง แต่ผมไม่ได้สนใจหรอกตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือจะทำยังไงให้ผมได้กลับไปทำคดียาเสพติดอีกครั้งก็พอ
สุดท้ายแล้วจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ ขอบคุณทุกการติดตามนะครับ.................................."เร็วหน่อยสิวะ ไอ้ลูกหมูนี่มันตีสี่แล้วนะ คิดจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน" เสียงของลุงนั่นเอง ว่าแต่ลุงมาทำไมตั้งแต่เช้าแบบนี้ละเนี่ยหาววววว~ผมลุกขึ้นมาขยี้ตาพร้อมกับบิดขี้เกียจอีกสองที ก่อนจะพยายามลืมตาขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าตอนนี้ลุงของผมที่อยู่ในชุดข้าราชการสีขาว กำลังยืนมองผมตาเขียวปั๊ดอยู่ที่ข้างเตียง"เฮ้ย! ลุงเข้ามาทำไมห้องผมละเนี่ย?" ด้วยความตกใจผมรีบก้มลงไปมองดูสภาพตัวเองว่าใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยอยู่หรือเปล่า ซึ่งมันก็เรียบร้อยดี จากนั้นก็มองหาไอ้สองคนนั้นว่ามันไปนอนอยู่ตรงส่วนไหนของห้องแต่ก็ไม่เห็น"แกจะลูบๆ คลำๆ ตัว แล้วก็มองหาโน่นหานี่อีกนานไหม! เป็นเจ้าสาวบ้าอะไรนอนตื่นสายแบบนี้" ลุงพูดบ่น ก่อนที่ผมจะมาสะดุดที่คำสุดท้ายของลุงที่พูดถึงเจ้าสาว ใครเป็นเจ้าสาวใคร?"ลุงพูดอะไรครับ ผมไม่เห็นเข้าใจเลย" "นี่แกสมองเสื่อม หรือว่าเป็นอะไรกันแน่ ก็วันนี้มันวันแต่งงานของแกกับไอ้สองตัวนั่นไม่ใช่เหรอวะ?" "ตะ... แต่งงาน!!!" ผมโวยวายเสียงดังลั่น ใครบอกว่าผมจะแต่งงาน ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ"เออซิ
Toomtam Part"เฮ้ย!! ลุกขึ้นมาสิวะ ทำเป็นสำออยอีกละ" ผมออกแรงกระชากไอ้คนตัวเล็กที่นอนคลุมโปงอยู่ให้ลุกขึ้น ก่อนที่ผิวขาวเนียนซึ่งเต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงจะโผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่"อื้อออ.. อะไรอีกล่ะ คิวเพิ่งจะได้นอนเองนะ" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยให้กับท่าทางสำออยของมัน ก่อนที่มันจะรีบมุดหนีหายไปใต้ผ้าห่มตามเดิม"ไอ้เชี่ยตาม มึงมาปลุกมันทำไมแต่เช้าวะ?" ไอ้ริวที่รู้สึกตัวขึ้นมาก็เอื้อมมือไปคว้าเอวคอดของไอ้คนที่เพิ่งจะมุดผ้าห่มเมื่อกี้มากอดไว้ แล้วแนบหน้าตัวเองลงไปบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าพร้อมกับพรมจูบจนร่างเล็กถึงกับดิ้นขลุกขลักเพราะจั๊กจี้"ไม่ได้! กูมีเรียนเช้า เดี๋ยวต้องไปเรียนแล้ว" ผมส่งเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ"อ้าว.. ถ้ามึงมีเรียนก็ไปเรียนดิวะ พวกกูไม่ได้มีเรียนตอนเช้าสักหน่อย จะรีบมาปลุกทำไม?" ไอ้ดิวที่ขยับตัวโผล่ออกมาจากผ้าห่มพูดขึ้น พร้อมกับทำปากแจ็บๆ โดยมีคราบขุ่นแห้งกรังติดอยู่ที่มุมปาก สงสัยว่าเมื่อคืนคงจะมัวเล่นกับน้องชายของไอ้คิวจนเพลินเลยสินะ"กูไม่ได้ปลุกมึงโว้ย! กูปลุกแค่ไอ้คิวคนเดียว ส่วนพวกมึงอยากจะนอนเน่าตายอยู่บนเตียงก็เรื่องของมึง""อ้าว.. แล้วมึงจะปลุกไอ้คิวไปทำไมวะ
"ไอ้ไทม์! ตื่นสิ!""อื้อออ~ ว่าไงครับเมีย อย่าบอกนะว่าอยากจะให้จัดเพิ่มอีกน่ะ ผัวไม่ไหวแล้วนะครับ" ไอ้ไทม์ร้องประท้วง ก่อนจะมุดตัวลงไปใต้ผ้าห่มผืนหนา"ไอ้บอมบ์! บอมบ์ ตื่นสิ!" ผมหันมาปลุกไอ้บอมบ์บ้าง"อื้ออ ขอนอนต่ออีกหน่อยนะครับเมีย" ไอ้บอมบ์พลิกตัวหันหลังให้ผมซะงั้นได้สิ ในเมื่อปลุกดีๆ ไม่ชอบ แบบนี้มันก็ต้องใช้ไม้แข็งซะแล้ว"อื้อออ~ ยะ อย่าแกล้งกันดิ!" ไอ้ไทม์ตัวสั่นสะท้าน ก่อนที่ขนของมันจะลุกตั้งชันทันทีที่มือของผมล้วงเข้าไปใต้ผ้าห่มแล้วลากเลื้อยไปตามแผ่นอกแกร่งที่เปลือยเปล่าของมัน แถมผมยังแกล้งใช้ปลายนิ้วไล่วนไปตามเม็ดหน้าอกสีเข้มของมันอย่างสนุกผมดึงผ้าห่มลงมาเพราะชอบเวลาที่เห็นมือขาวๆ ของตัวเองวาดไปบนผิวสีเข้มของไอ้ไทม์แบบนี้ แต่ทำขนาดนี้แล้วมันก็ยังไม่ยอมตื่นอีก คราวนี้ผมเลยเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นตวัดลงไปบนหัวนมของมันซะเลยจ๊วบ.. จุ๊บ!"อื้อออ~ หยุดเถอะครับ ถ้าไม่หยุดผัวจะไม่เกรงใจแล้วนะ" ขนาดพูดมันก็ยังหลับตาอยู่เลย แล้วแบบนี้จะให้ผมหยุดได้ยังไงล่ะผมเลื่อนมือลงไปต่ำเรื่อยๆ จากหน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิกแพกของมันและต่ำลงไปอีก จนสัมผัสถึงไรขนอ่อน ก่อนจะถึงท่อนเอ็นแข็งใต้บ็อกเซอร์ที่ต
@ ห้องผู้บังคับการ"ดังกันไปใหญ่แล้วงานนี้ ดูซิว่าเรื่องที่แกไปประกาศปาวๆ ว่ารักกับผู้ชาย แถมยังไปจูบปากผู้ชายแบบนั้น มันกลบข่าวของไอ้เสี่ยบุญเลี้ยงซะมิดเลยนะไอ้ลูกหมู" เสียงเหวี่ยงของลุงผมบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างมาก เพราะปฏิบัติการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่เรื่องที่ถูกพูดถึงจนกลายเป็น talk of the town อยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์และในโลกโซเชียลกลับกลายเป็นฉากสวีทหวานของผมที่ดึงตัวของไอ้ไทม์มาจูบซะงั้น"ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ ยังไงภารกิจมันก็สำเร็จไปแล้ว และอีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะเป็นตำรวจด้วย" ผมตอบยิ้มๆ"แกคิดดีแล้วเหรอวะไอ้ลูกหมู เรื่องนี้ถ้าแกจะยกเลิกใบลาออกฉันก็จะช่วยพูดให้เอง" ลุงกลับมาใช้น้ำเสียงปกติกับผมซึ่งแฝงด้วยความเป็นห่วง ซึ่งอันนี้ผมรับรู้มันได้ดี"ไม่เป็นไรครับ ผมตัดสินใจแล้ว และอีกอย่างพวกมันก็ไม่อยากจะให้ผมมาเสี่ยงแล้วอีกแล้วด้วย" จริงอยู่ที่ผมจะรักการเป็นตำรวจมาก แต่ผมก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว เพราะผมทำให้พ่อกับลุงภูมิใจได้ ถึงลุงจะบ่นแต่พอมีใครถามถึงคดีนี้ลุงจะตอบแบบไม่อายว่าหลานลุงทำ แต่ตอนนี้ผมก็ต้องทำให้คนที่ผมรักภูมิใจบ้าง"เหอะ!! นั่นแห
"โอ๊ย! แม่งรัดนิ้วกู อ่าาา~" ไอ้บอมบ์ยังขยับนิ้วเข้าออกอย่างรัวๆ จนท่อนเอ็นของผมมันแข็งตึงโดยที่ไม่ต้องมีใครไปแตะ เพราะทุกครั้งที่มันสวนเข้าออกปลายนิ้วของมันเหมือนกับจะไปโดนจุดอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกเสียวขึ้นมา"ปากนุ่มๆ ของแม่งอย่างกับสวรรค์ของเอ็นกูจริงๆ เลยวะไอ้บอมบ์ อืมมม~" ไอ้ไทม์พูดเสียง
'ตุบ!!' ตัวของผมถูกผลักให้นอนคว่ำหน้าไปบนเตียงนุ่ม'กริ๊ก.. กริ๊ก..' กุญแจมือถูกสับลงไปที่ข้อมือของผมที่ถูกจับมาไพล่หลัง"อื้อออ พวกมึงทำบ้า อะ อ่าาา อะไรวะ?" ผมพูดแล้วพยายามจะดิ้นจนสุดแรง แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ เมื่อเรี่ยวแรงที่เคยมีมันเหมือนถูกสูบออกไปจนหมด เพราะเพียงแค่ไอ้บอมบ์มันใ
"ปล่อยกูนะ!!" ผมพยายามสะบัดมือที่ถูกจับไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงที่อยู่มันหายไปไหนหมด เพราะทั้งหมดที่มีตอนนี้ก็มีแค่ความร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก แถมพวกมันทั้งคู่ก็หุ่นล่ำและหนากว่าผมซะอีกผมพยายามกัดฟันเอาไว้จนปากเริ่มสั่นระริก แม้แต่ฝ่ามือก็ยังมีเหงื่อซึมอยู่เต็มไปหมด สมองที่เบลอจนคิดอะไรไม่ออก แถ
ผมย้อนกลับมายังผับที่เกิดเรื่องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อมาสืบอะไรทั้งสิ้นเพราะผมมาที่นี่เพื่อ"เอ้า!! ชนแก้ว"'กริ๊ง!!' เสียงแก้วใสที่ภายในบรรจุน้ำสีอำพันกระทบกันกลางอากาศ"โผมม่ายเข้าจายหมวดเลย ผ้าบมีต้างเยอะแยะ ทามมายต้องมากินที่นี่ด้วย อึก! เราถูกท่านผู้การสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้แล้ว





