LOGINตอนที่ 1 ทรราช
วังหลวง สายลมเย็นพัดโชยกลิ่นคาวเลือดคะคลุ้งทั่วทุกทิศในวังหลวงที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยศพทหารและขันทีรวมถึงนางกำนัลและขุนนางที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ ภายในตำหนักของ องค์รัชทายาท เซียวจิ่งเหยียน บุตรชายองค์รองของฮ่องเต้ องค์ปัจจุบันที่เพิ่งสิ้นพระชนไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วยโรคตรอมใจ บรรยากาศภายในตำหนักเงียบงันราวกับไร้ลมหายใจ กลิ่นยาขมคละคลุ้ง ปะปนกับกลิ่นเลือดจาง ๆ องค์รัชทายาทนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ผิวหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ลมหายใจแผ่วเบาราวจะขาดหายไปได้ทุกเมื่อ เสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่ข้างเตียง ร่างบางสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาคู่งามแดงก่ำ นางจ้องมองญาติผู้พี่ด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ ยาพิษที่นางป้อนลงไปด้วยมือตนเองยังคงแผดเผาไหม้จิตใจไม่หยุดหย่อน มือเรียวกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น ริมฝีปากซีดสั่นระริกคล้ายอยากจะเอ่ยคำขอโทษ แต่กลับไม่มีเสียงใดหลุดออกมา เซียวเฉิงอวี่ยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข เขาเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อมือใหญ่เปิดกล่องไม้ออก แล้วตราประทับของฮ่องเต้ก็ส่องประกายออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นสิ่งนั้น เขาค่อย เปลี่ยนจากรอยยิ้มเปลี่ยนเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความปิติยินดี “ในที่สุด ข้าก็กำลังจะได้ครองใต้หล้านี้แล้ว ฮ่า ๆ ” ทันใดนั้น ปัง! ประตูถูกเปิดออกอย่างแรง เสียงดังสนั่นสะเทือนทั้งห้อง ร่างสูงของ เซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาเป็นคนแรก ดาบในมือกำแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้น ชุดเกราะและอาภรณ์เปรอะเปื้อนเลือดสด แววตาคมกริบเย็นเยียบราวอสูรร้ายจากนรก เซียวเฉิงอวี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจและสงสัย ความหวาดกลัวแล่นเข้ามาจนเนื้อตัวสั่นเทา น้ำเสียงสั่นของเขาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย “เซียวอวี้เหิง…” เซียวอวี้เหิงแสยะยิ้มมุมปาก ก้าวเข้ามาช้า ๆ ทุกย่างก้าวเปื้อนด้วยกลิ่นคาวเลือด เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำเย็น แฝงความโหดเหี้ยมอย่างไม่ปิดบัง “น้องสาม… เหตุใดทำหน้าตกใจเช่นนั้นเล่า ทหารของเจ้าฝีมือใช้ได้เลยนะแต่ยังด้อยประสบการณ์ไปนิด” สิ้นคำ ทหารของ เซียวอวี้เหิงหลายคนกรูกันเข้ามา ในมือถือศีรษะที่ยังมีเลือดหยดลงพื้นอยู่ หัวของทหารลับและทหารองครักษ์ของเซี่ยวเฉิงอวี่ เซียวเฉิงอวี่หน้าซีดเผือด ขาอ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ ร่างสั่นเทาแววตาเต็มไปด้วยความไม่ยอมรับ “ไม่ ไม่สิเจ้าตายไปแล้ว ในคุกนั่น ข้าฆ่าเจ้ากับมือเอง” เซียวเฉิงอวี่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมามองอย่างสั่นเทาด้วยแววตาไม่ยอมรับ เซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาใกล้ ยกดาบที่เปื้อนเลือดขึ้นวางลงบนลำคอของ เซียวเฉิงอวี่อย่างเชื่องช้า เสียงหัวเราะต่ำ ๆ หลุดออกมาอย่างบ้าคลั่ง สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและความแค้น “อย่า! ห้ามฆ่าเขา” เสียงของ เสิ่นเหยียนหลัวดังขึ้นพร้อมร่างบางที่คลานเข้ามาอย่างทุลักทุเล นางคลานมาบังร่างของเซียวเฉิงอวี่ สองแขนกางออกเพื่อปกป้องบุรุษที่นางรัก ใบหน้างดงามที่เปรอะเปื้อนรอยน้ำหน้าของนางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของนางจ้องมองเขา เอ่ยขึ้นเสียงดัง “อวี้เหิง ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วไว้ชีวิตเขา ได้หรือไม่” เซียวอวี้เหิงมองนางด้วยแววตาเย็นเยียบก่อนจะหัวเราะออกมาราวกำลังเย้ยหยันให้ตัวเองที่โง่งมหลังรักนาง ที่แท้นางไม่เคยรักเขาเลยแม้แต่น้อย เสิ่นเหยียนหลัวรีบคลานเข้าไปหาเซียวอวี้เหิง มือเล็กจับชายอาภรณ์ของเขาอย่างอ้อนวอน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “อวี้เหิงได้โปรด ไว้ชีวิตเขาด้วย” เซียวอวี้เหิงถอนหายใจหนักพยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะหยิบมีดสั้นที่อยู่ข้างกายของเขาขึ้นมาแล้วโยนมันลงไปเบื้องหน้าแล้วเอื้อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “หากยังมีลมหายใจก็ยังมีหวัง… พวกเจ้าสองคนหนึ่งคนตายหนึ่งคนรอด พวกเจ้าตัดสินเอง” สิ้นคำทั้งห้องเงียบงัน เสิ่นเหยียนหลัวชะงักไปชั่วครู่ค่อย ๆ หันกลับไปมอง เซียวเฉิงอวี่ที่นั่งก้มหน้ามองมีดสั้นนั้นอยู่ มือใหญ่ของเขาค่อย ๆ เอื้อมไปหามันแล้วกำแน่นไว้ในมือ เซียวเฉิงอวี่เงยหน้าขึ้นจ้องมองนางด้วยแววตาที่เย็นชาที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน “เหยียนหลัว เจ้ารักข้ามิใช่หรือ ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน เช่นนั้นชีวิตของเจ้าก็มอบให้ข้าเถิด ให้ข้ามีชีวิตอยู่ ข้าจะจดจำเจ้าไว้” เสิ่นเหยียนหลัวนั่งตัวสั่นเทามองร่างของเซียวเฉิงอวี่ที่ค่อย ๆ ขยับเข้ามาหาตนด้วยใบหน้าหวาดกลัวแววตาเขาในบัดนี้กลับดูเย็นชาจนนางเองยังนึกกลัว มือใหญ่ของเซียวเฉิงอวี่ยื่นมาแตะใบหน้างดงามของ เสิ่นเหยียนหลัวแผ่วเบา เขาเผยรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นแทงมีดสั้นเข้าไปยังอกของเสิ่นเหยียนหลัวอย่างแรง เสิ่นเหยียนหลัวกระอักเลือดออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ไม่อาจเอ่ยถามได้ เสิ่นเหยียนหลัวเผยรอยยิ้มบางอย่างเยาะเย้ยตัวเองที่รักเขาหมดใจ แต่เขาเองนั้นไม่เคยรักนางเลยใช้นางเป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น …ตอนที่ 3 องค์ชายน้อยภายในห้องที่เงียบสงัด แสงแดดอ่อนลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นเงาบาง สายลมอ่อนพัดต้องม่านโปร่งให้ไหวเอน กลิ่นไม้หอมจาง ๆ ลอยคลุ้งทั่วห้องบนเตียงกว้างใต้ผ้าม่านสีอ่อน เสิ่นเหยียนหลัวนอนสงบนิ่งอยู่ครั้นสายลมเย็นสัมผัสปลายผม นางจึงขยับกายเล็กน้อย เปลือกตาสั่นไหวก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่พร่ามัวค่อย ๆ ปรับชัด เห็นภาพเพดานไม้แกะสลักเลือนราง ก่อนจะหันมองไปข้างกายเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าคมคายนั้นฟุบลงกับขอบเตียง เขาหลับใหลอย่างไม่รู้ตัว เส้นผมสีดำปรกหน้าผากเล็กน้อย ทว่าแม้ยามหลับ มือใหญ่ของเขากลับกุมมือนางไว้แน่นเสิ่นเหยียนหลัวทอดมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุข นางขยับนิ้วเบา ๆ สัมผัสตอบฝ่ามืออุ่นนั้น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนหวาน นิ้วเรียวขยับเบา ๆ ทำให้บุรุษที่ฟุบหลับอยู่สะดุ้งตื่น เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นช้า ๆ มองภาพตรงหน้า“เหยียนหลัว… ”น้ำเสียงอ่อนโยนของเขาดังขึ้นพร้อมกับขยับกายลุกขึ้นไปนั่งเคียงข้างนาง มือใหญ่คว้าร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้แน่น “ท่านอ๋อง… ”เสิ่นเหยียนหลัวเปล่งเสียงออกมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย เซียวอวี้เหิงผละออกมาเล็กน้อย มือใหญ่ย
ตอนพิเศษ 2รอท่านภายในห้องที่เงียบสงบเสิ่นเหยียนหลัวนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอาหาร สายตาคอยทอดมองไปยังประตูอย่างรอคอย เคียงข้างนางมี เสี่ยวเถากับเสี่ยวฮวายืนอยู่อย่างสำรวม นางทอดมองจานอาหารที่ถูกจัดอย่างประณีตนั้นพลันถอนหายใจแผ่วก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ“เสี่ยวเถานี่ยามใดแล้ว”สาวใช้เงยหน้าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนลงมือทำอาหารอย่างตั้งใจและรอเจิ้นเป่ยอ๋องมานานแล้ว“ยามไฮ่แล้วเพคะ”สิ้นถ้อยคำ เสิ่นเหยียนหลัวถอยหายใจแผ่ว ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขากลับมีราชกิจมากมายไม่ค่อยว่างมาหานางเลย วันนี้นางตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบเป็นพิเศษเพื่อรอเขา แต่เขากลับไม่มาเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นหน้าห้อง นางกำนัลทั้งสองหันไปตามเสียงก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี“พระชายาเพคะ ท่านอ๋องเสด็จมาแล้วเพคะ”เสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งทำหน้าน้อยใจอยู่รีบยืดกายตรงก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ นางรีบจัดอาภรณ์ของตนเองและทรงผมที่ตั้งใจทำมาอย่างเร่งรีบก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งเซียวอวี้เหิงก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขาทอดสายตาไปยังอาหารที่ยังคงว
เมืองหลิงซานหนึ่งเดือนต่อมายามรุ่งสาง ขบวนรถม้าหลวงเคลื่อนออกจากประตูวังท่ามกลางม่านหมอกบาง เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังก้องเป็นจังหวะทุ้มต่ำ คล้ายเสียงกล่องส่งผู้เดินทางสู่หนทางไกล แสงแรกแห่งวันทอดยาวไปตามกำแพงสูงตระหง่าน ราวกับแผ่นฟ้ากำลังเปิดทางให้ขบวนเสด็จค่อย ๆ ลาลับจากเมืองหลวงภายในรถม้า กลิ่นไม้หอมอ่อนลอยอบอวล เสิ่นเหยียนหลัวเอนกายนั่งอย่างสงบ ม่านแพรบางไหวตามแรงสั่นสะเทือนของล้อ ทำให้ลำแสงอรุณลอดเข้ามาเป็นช่วง ๆ นางยกมือแง้มม่านเล็กน้อย สายตาทอดมองเมืองหลวงที่ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เรือนร้านเริ่มเปิดรับวันใหม่ ผู้คนเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา เสียงชีวิตยามเช้าดังเลือนรางอยู่ไกล ๆเซียวอวี้เหิงนั่งตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมจับจ้องอิริยาบถของนางโดยไม่เอื้อนเอ่ย ครั้นเห็นนางทอดสายตามองภายนอกอยู่เนิ่นนาน เขาจึงกล่าวเสียงต่ำเรียบ“ยังอาลัยสถานที่แห่งนี้หรือ”เสิ่นเหยียนหลัวส่ายหน้าแผ่วเบา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง“มิใช่อาลัย… เพียงแต่มีเรื่องราวมากมายที่ได้เกิดขึ้นที่นี่”สิ้นคำ นางถอนหายใจแผ่ว พลันหันไปทอดมองใบหน้าคมเรียบนิ่งของเขา ก่อนจะขยับเข้าไปนั่งเบียดเขา มือเล็กลูบไล้บนอกกว้างอย
ตอนพิเศษ 1ตำหนักองค์ชายใหญ่ภายในห้องที่เงียบสงบ แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาต้องร่างสองร่างที่กำลังนอนกอดกันอยู่บนเตียงอย่างแนบแน่น สายลมยามเช้าพัดเข้ามาแผ่วเบากระทบร่างบางของเสิ่นเหยียนหลัวที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง นางขยับกายเล็กน้อย พลันรับรู้ถึงไออุ่นที่กำลังโอบล้อมร่างนางอยู่ นางลืมตาขึ้นก่อนจะเงยหน้าเล็กน้อยมองใบหน้าคมที่ยังคงหลับใหล เสิ่นเหยียนหลัวทอดมองใบหน้าคมที่กำลังหลับก่อนจะเผยรอยยิ้มบางออกมา มือเล็กยกขึ้น ปลายนิ้วเรียวไล้หว่างคิ้วเข้มลงมาหยุดอยู่ปลายจมูกโด่งอย่างแผ่วเบา ทว่าทันใดนั้นริมฝีปากหยักได้รูปนั้นก็ยกขึ้นมากัดลงบนปลายนิ้วของนิ้วอย่างเบา ๆ เสิ่นเหยียนหลัวหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ตื่นแล้วหรือเพคะ”เซียวอวี้เหิงลืมตาขึ้นก้มลงมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน ดวงตากลมใสของนางช่างสะกดเขาจนไม่อาจละสายตาได้ ริมฝีปากเล็กนั้นดึงดูดเขาอย่างไม่อาจห้าม เขาโน้มลงจูบริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบาก่อนจะกวาดชิมรสหวานจากปากนางอย่างหลงใหลเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของเขาก็ผละออกเล็กน้อยอย่างห้ามใจ นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“สายมากแล้วเพคะ”เซียวอวี้เหิงจูบลง
ตอนที่ 26ตำหนักองค์ชายใหญ่ราตรีเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วของ เสิ่นเหยียนหลัว ที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ม่านบางไหวตามลมยามค่ำคืน เงาจันทร์ทอดผ่านช่องหน้าต่างเป็นริ้วเงินเย็นเยียบทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งเลือนลางก็แทรกกายเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ฝีเท้าเบาราวภูตผี มันหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ดวงตาจับจ้องร่างที่กำลังหลับไหล มือหนึ่งยกผ้าผืนยาวขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะก้มลงหมายรัดรอบลำคอแต่ในห้วงวินาทีที่ผ้าสัมผัสผิว เสิ่นเหยียนหลัวพลันสะดุ้งตื่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยสัญชาตญาณเอาชีวิตรอด มือเรียวคว้าผ้าไว้แล้วบิดตัวหลบ ทั้งสองต่อสู้กันบนเตียงอย่างชุลมุน เสียงหอบหายใจและการกระแทกดังอูอี้ในห้องมืดเสิ่นเหยียนหลัวเอื้อมมือคว้าปิ่นปักผมที่ตกอยู่ใกล้หมอนแทงสวนออกไปโดยไม่ลังเล เสียงกรีดร้องแหลมของสตรีฉีกความเงียบ เงาร่างนั้นผงะถอย มือกุมบาดแผล เมื่อแสงจันทร์สาดต้องใบหน้า เสิ่นเหยียนหลัวจึงเห็นชัด นางคือนางกำนัลที่นำยามาให้และภาพในชาติก่อนพลันผุดขึ้น น้ำแกงไร้บุตรเพคะ นางก็คือคนเดียวกับชาติก่อนจะนำยาพิษมาให้นางดื่ม เหตุใดนางถึงต้องการจะเอาชีวิตของข้าเช่นนี้ นางเป็นผู้ใดกันเสิ่นเหยียนหลัวรีบผละหมายจ
ตอนที่25ภาพอดีต“เสิ่นเหยียนหลัว”เสียงเรียกนั้นปลุกให้ร่างที่กำลังหลับใหลอยู่สะดุ้งเฮือก นางเบิกตากว้างด้วยความเจ็บปวดที่อกข้างซ้ายอย่างรุนแรง นางหันมองรอบกายที่มีแต่ความมืดมิดแต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติภาพมากมายก็พลันปรากฏกายขึ้นอยู่ในห้องหนึ่งภาพเบื้องหน้าคือเซียวอวี้เหิงที่ยืนนิ่งสายตาเยียบเย็นจ้องมองร่างของ เซียวเฉิงอวี่ และเสิ่นเหยียนหลัวที่กำลังเกาะชายอาภรณ์ของเขาอยู่เสิ่นเหยียนหลัวขมวดคิ้วด้วยความงุนงงหรือว่านางได้ย้อนกลับมาเมื่อชาติก่อนหรือ นางก้าวตรงไปหาเซียวอวี้เหิงที่ยืนนิ่งอยู่“องค์ชาย… องค์ชายเพคะ”เสียงของนางราวเป็นเพียงสายลมที่เขาไม่อาจได้ยินมือเล็กของนางเอื้อมไปจับมือเขาแต่กลับได้แต่ความว่างเปล่าไม่สามารถต้องร่างของเขาได้“อวี้เหิงได้โปรด ไว้ชีวิตเขาด้วย”น้ำเสียงอ้อนวอนของเสิ่นเหยียนหลัวที่นั่งอยู่บนพื้นเอ่ยขึ้นแผ่วสั่นทำให้เสิ่นเหยียนหลัวที่เพ่งปรากฏกายหันไปมองภาพเหตุการณ์นี้อย่างงุนงง นางมองตัวเองที่พยายามอ้อนวอนเขาและมองเขาที่พยายาม กลั้นน้ำตาใบหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่าเจ็บปวดเพียงใดแต่นางในตอนนั้นกลับไม่สังเกตเลยมีดสั้นถูกโยนลงไปเบื้องหน้าของเสิ่นเหยียนหลัวและ
ตอนที่ 8มือสังหารขบวนเสด็จกลับวังเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางคดเคี้ยวกลางป่าทึบ แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสอดเรือนยอดไม้ลงมาเป็นลำ เงาม้าศึกและทหารยาวเหยียดทอดไปตามพื้นดินเซียวอวี้เหิงนั่งอยู่หลังม้า สีหน้าสงบนิ่ง แววตาคมกริบกวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวัง ตงมู่ควบม้าเคียงข้างไม่ห่าง มือใหญ่ของเซียวอวี้เหิงเลื
ตอนที่7เสียสละคุกหลวงภายในคุกหลวง ความเย็นชื้นเย็นเกาะอยู่ตามผนังหิน กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ เงาเปลวไฟจากคบเพลิงไหววูบวาบ ราวกับกำลังหายใจ ทำให้ห้องทั้งห้องดูคับแคบและอึดอัดยิ่งนักเสิ่นเหยียนหลัวก้าวเข้ามาช้า ๆ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังก้องเบา ๆ นางหยุดยืนเบื้องหน้า เซียวอวี้เ
“ไปกัน”อารั่วที่ยืนอยู่ด้านหลังมองตามนางด้วยความงุนงงพร้อมเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ“ไปไหนเจ้าค่ะ”“ไปหา เซียวอวี้เหิง”แม้อารั่วจะพยักหน้ารับแต่แววตาเต็มไปด้วยความงุนงงต่อเหตุการที่เกิดขึ้น คุณหนที่เคยเอาแต่เรียกหา องค์ชายสามบัดนี้กลับเอาแต่สนใจ องค์ชายใหญ่…ภายในกระโจมใหญ่ที่เงียบสงบของ องค์ชายให
ตอนที่5นอนด้วยในงานล่าสัตว์ประจำปี ลานกว้างกลางหุบเขาหลวงถูกจัดตกแต่งอย่างโอ่อ่า ธงหลากสีโบกสะบัดรับสายลมฤดูใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างนั่งเรียงรายอยู่ใต้กันสาด สนทนาและจิบชากันอย่างคึกคัก เสียงหัวเราะแผ่วเบา ประสานเสียงเครื่องดนตรี สร้างบรรยากาศครึกครื้นทั่วทั้งลานไม่นานนัก เสียงฝีเ







