เข้าสู่ระบบบทนำ
เมืองต้าถูแม้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่แต่ภายในกลับประกอบไปด้วยเมืองเล็กถึงสี่เมืองซึ่งต่างมีอำนาจปกครองตนเองอันได้แก่
เมืองถูเฉียนซึ่งอยู่ด้านหน้าสุด เจ้าเมืองคนปัจจุบันมีนามว่า ‘เหมิงจิ่นลี่’ เขาตั้งตนเองเป็นแม่ทัพด้วยชื่นชอบการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจ ชาวเมืองนี้มีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นกว่าเมืองอื่นด้วยวันวันเอาแต่ฝึกการต่อสู้ไม่ใคร่ได้ทำมาหากิน
เมืองถูหนานตั้งอยู่ทางทิศใต้โดยมีเจ้าเมืองซึ่งเป็นบัญฑิตผู้ชื่นชอบศึกษาหาความรู้นามว่า ‘เถาชังเจี๋ย’ คนในเมืองแห่งนี้มีความเป็นอยู่ในระดับปานกลางด้วยพอมีความรู้ในการหากินแต่มักเสียเวลาไปกับตำรับตำรามากกว่า
เมืองที่สามคือเมืองถูเป่ยซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ เจ้าเมือง ‘มู่หนิงเฉิง’ นับเป็นผู้มีความสามารถและมีเมตตาธรรมปกครองได้ดีจนเจริญรุ่งเรือง
ชาวเมืองแห่งนี้นับว่ามีความเป็นอยู่ดีที่สุดด้วยมีพื้นฐานทำเลที่ตั้งเป็นที่ราบมีแม่น้ำไหลผ่านซึ่งเอื้ออำนวยในการทำมาหากิน สามารถทำการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์จึงทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนเงินทองได้มาก
และเมืองสุดท้ายคือเมืองถูซ่าง ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขา ด้านหลัง เจ้าเมือง ‘หลวนเฉิน’ เป็นหมอยามากฝีมือ ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่อยากเจ็บป่วยหรือล้มตายดังนั้นทุกเมืองจึงต้องพึ่งพายารักษาจากเขา
นั่นย่อมส่งผลให้ชาวเมืองมีความเป็นอยู่ไม่ด้อยด้วยสามารถขายสมุนไพรและหยูกยาเพื่อแลกอาหาร เครื่องนุ่งห่มหรือปัจจัยในการดำรงชีวิต
เมืองใหญ่ต้าถูมีลักษณะอันเป็นเอกเทศคือปิดด้านนอก เปิดด้านใน ชาวเมืองส่วนใหญ่จึงมักใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองของตนเองไม่ได้ออกมาข้องเกี่ยวกันมากนักยกเว้นเวลาทำการค้า
ความเป็นอยู่เช่นนี้สืบเนื่องต่อกันมาหลายร้อยปีจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ประหลาดอันส่อเค้าว่าจะสร้างความร้าวฉาน
เป็นเวลากว่า3-4ปีแล้วที่แต่ละเมืองแทบไม่เกิดการตั้งครรภ์ของสตรี เสียงเด็กน้อยซึ่งเคยกระจองอแงจึงเงียบหายไปจนเหงาหงอย
เรื่องเช่นนี้ความจริงไม่ควรก่อความเข้าใจผิด แต่การมีทายาทนับเป็นเรื่องสำคัญแห่งการดำรงชีวิต หากไร้ซึ่งเด็กน้อยผู้ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เมืองของพวกเขามิต้องล่มสลายในเร็ววันหรอกหรือ
หลังจากสวดมนต์ไหว้พระและบวงสรวงเทวดาตามความเชื่อ เมื่อไม่ได้ผลก็พร่ำโทษฟ้าดินอยู่นานปี
จู่ๆก็เกิดข่าวลือแพร่สะพัดว่าสาเหตุที่แท้จริงคือการวางยาเจตนาให้เหล่าชายหนุ่มไร้ทายาท หรือไม่ก็วางยาหญิงสาวทำให้ไม่อาจตั้งครรภ์
แน่นอนว่าเมืองที่โดนกล่าวหาว่าคือต้นเหตุย่อมคือเมืองถูซ่างด้วยผู้นำเป็นถึงหมอยาอันดับหนึ่ง
เป็นที่รู้กันว่า เจ้าเมืองหลวนเฉิน มิได้เชี่ยวชาญเพียงการรักษาแต่ยังช่ำชองเรื่องพิษร้ายอีกด้วย
แม้จะยังมีข้อกังขาด้วยสตรีในเมืองถูซ่างเองก็ไร้การตั้งครรภ์มาเนิ่นนานเช่นกันมิได้ละเว้น
“เขาเพียงต้องการไม่ให้ผู้คนสงสัยจึงทำตัวให้กลมกลืน ขอเพียงถือครองยารักษาไว้อีกไม่นานเหล่าสตรีในเมืองถูซ่างต้องตั้งครรภ์แน่นอน
ตรงข้ามกับคนในเมืองของพวกเราซึ่งแก่ชราโดยไร้บุตรหลาน และเมื่อเวลานั้นมาถึงย่อมสามารถยึดครองเมืองทุกเมืองได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ”
“ช่างเป็นแผนการที่ชั่วช้านัก พวกเรามิถึงกับถอนรากถอนโคนสูญสิ้นวงศ์ตระกูลเชียวหรือ”
ตอนที่ยี่สิบหก นับได้เท่าใดกระทั่งเห็นแสงตะวันพ้นขอบฟ้าเป็นสัญญาณว่าใกล้เช้าแล้ว เซียวมู่เหยียนซึ่งยืดหยัดเป็นคนสุดท้ายจึงถอนตัวตนออกจนร่องสวาทซึ่งโดนสอดขยายมาทั้งคืนจนหลวมกว้างรู้สึกวูบโหวงคุณชายรองตัดสินใจอุ้มซูหลีในสภาพหายใจรวยริน ยับเยินอิดโรย ร่องทั้งหน้าหลังบวมแดงแหกกว้าง ริมฝีปากบวมเป่งและขาสั่นระริกไม่อาจยืน กลับไปนอนพักในห้องด้านใน โดยมีคนอื่นๆ เดินตามมาอย่างอ่อนระโหยหมดเรี่ยวแรงไปตามๆ กันกว่าซูหลีจะตื่นขึ้นแล้วนอนแผ่หลาอ่อนแรง ขาแบะอ้ากางกว้างด้วยหุบไม่ได้ และเต็มไปด้วยความรู้สึกร้าวระบมไปทั้งร่างก็เป็นเวลาบ่ายแล้วแม้จะหิวมาก ทว่าคราบน้ำวิสุทธิ์ที่ยังเปรอะเปื้อนเรียวขาบางส่วนคอยย้ำเตือนให้หญิงสาวเฝ้าตะโกนถามเสียงปริศนา เพื่อไม่ให้ความเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจเมื่อคืนต้องเสียเปล่า“สรุปว่าได้กี่น้ำ นับได้ครบถ้วนหรือไม่”ซูหลีจำได้แค่ว่าตนเองเสร็จสมสุขสันต์อีกครั้งและอีกครั้ง จนร่องรักที่ปืนป่ายไปถึงสวรรค์แล้วยังโดนกระชากกลับลงมา แล้วปลุกให้ตื่น
ตอนที่ยี่สิบห้า กลางแสงจันทร์โดนของใหญ่ทั้งหน้าหลังพร้อมกัน แล้วยังมีแท่งเนื้อของเซียวมู่หรงมุดเข้ามุดออกในปากอีก ซูหลีจึงกระเพื่อมไหวไปทั้งตัว“ชอบหรือไม่ ซูหลี ในเมื่อเจ้าชอบเช่นนี้ พวกเราย่อมไม่หยุดเพียงรอบเดียว นี่เพิ่งจะบ่าย ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล อย่าเพิ่งหลับพับไปเล่า” ฉีหลิงประกาศดัง โดยมีเซียวมู่เหยียนขานรับ“คืนนี้ข้าจะตอกให้เจ้าตาค้าง เอาให้ลืมไปว่าอยู่ที่ใดเชียว ซูหลี เจ้าเหมียวร่าน”เอ่ยจบเสียงหน้าขากระแทกก้นเนียนก็ดังก้องตามมาด้วยเสียงคำรามแหบพร่าของชายหนุ่มทั้งสองที่ต่างควงอาวุธใหญ่โตเข้ากวัดแกว่งจนซูหลีรู้สึกทั้งเจ็บทั้งจุกทั้งแน่นสองร่องรูที่ถูกเติมเต็มทว่าร่างบางกลับกระตุกตอดรับทุกคราด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งสูงโดยเฉพาะยามที่พวกเขากระแทกเข้าถอนเกือบพร้อมกันภาพก้นขาวกระเพื่อมสั่นยามโดนหน้าขากระแทกแรง และลำเอ็นที่บดเบียดถาโถมกระแทกเข้าใส่กัน จนร่างตรงกลางกระเด็นขึ้นกระดอนลงโยกเอนไปมา ทำให้แท่งเนื้อของคุณชายใหญ่เซียวมู่หรงเกือบหลุดจากความอุ่นชื้นอยู่หลายครั้ง
ตอนที่ยี่สิบสี่ ยังจะกลั่นแกล้งอีกหรือเมื่อดุ้นลำในปากเคลื่อนไหวเร็วเกินไป ซูหลีจึงห่อปากเพื่อดูดกลืน หวังกลั่นแกล้งกลับไปบ้างจนเสียงจ๊วบจ๊าบดังเป็นระยะสลับกับเสียงอู้อี้ในลำคอไม่คิดว่าเสียงนั้นจะกลายเป็นการเร่งเร้าให้เซียวมู่อวี๋ซึ่งกำลังกระแทกลำท่อนในร่องด้านล่างเป็นฝ่ายทนไม่ไหว และเผลอปล่อยน้ำรักพุ่งออกมาเป็นคนแรกครั้นน้องชายยอมถอนแท่งกายออกจากร่องสวาท เซียวมู่หรงรีบผละจากริมฝีปากแล้วส่งดุ้นลำของตนเองเข้าแทนที่เกือบทันทีคุณชายรองซึ่งกลืนกินเต้าหู้นุ่มจนหน่ำใจแล้วส่งสายตาบอกพี่ชาย แล้วอุ้มร่างบางขึ้นจากโต๊ะเพื่อประเคนให้คุณชายใหญ่ได้กระเตงหญิงสาวพานางเริงร่าเด้งไหวส่วนตัวเขาย่อมรู้หนทางพาตัวเองไปด้านหลังส่งนิ้วร้อนเย้าแหย่ร่องหยักซึ่งเคยโดนแหวกอ้ามาแล้วระหว่างพี่ชายอุ้มกระเตงหญิงสาวพลางกุมสะโพกขาวบดเบียดแท่งกายเข้าๆ ออกๆเซียวมู่เหยียนบรรจงจับแท่งเนื้อของตนเองสอดแทรกเข้าไปทางรูเล็กกลางก้นนุ่มช้าๆแม้จะเคยโดนทะลุทะลวงมาแล้ว หากแต่ช่องทางนี้ยังคับแคบนักและแท่งกายของเซียวมู่เหยียนย
ตอนที่ยี่สิบสาม เกาะติดรุกไล่ แม้อยากจะกรีดร้องให้ดังลั่น ทว่าซูหลีทำได้เพื่อเกร็งเสียวด้วยร่างสั่นระริก ยามทุกจุดอ่อนไหวถูกสัมผัสในเวลาเดียวกันถึงตอนนี้ ฉีหลิงเองย่อมอดกลั้นไม่ไหวเช่นกัน เขามองจนพอรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแล้ว จึงลงมือถอดกางเกงตัวเอง แล้วชักรูดลำท่อนใหญ่โตพลางเดินไปมองเต้าทรวงอวบที่ถูกดูดกลืนด้วยลิ้นจนเปียก ระหว่างหาจังหวะส่งมือข้างหนึ่งเข้าไปสอดแทรกบีบขยำความอวบหยุ่นบ้างโดนรุมล้อมถึงเพียงนั้น ครู่เดียวร่องสีหวานซึ่งถูกทั้งลิ้นและนิ้วโจมตีอย่างหนักจึงสั่นกระตุกเกร็งตอดปล่อยน้ำข้นเหนียวออกมาอย่างมากมายคุณชายสามรีบฉวยจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอ ลุกขึ้นถอดกางเกงจับแท่งแข็งซึ่งผงาดชูชันจ่อยังกลีบแดงฉ่ำที่เพิ่งถูกเขาเลียจนกระสันซ่าน แล้วดันดุ้นลำเข้าไปในโพรงนุ่มที่กำลังตอดถี่อย่างช้าๆถึงตอนนี้ สายตาของคุณชายที่เหลืออีกสามคนย่อมจดจ้องแท่งเนื้อแข็งซึ่งกำลังมุดแทรกเข้าไปในร่องสวาททีละนิดพลางกลืนน้ำลายดัง ทว่ามือทั้งสองข้างกลับไม่ได้หยุดนิ่งมือที่บีบขยำย่อมออกแรงหนักขึ้น ส่วนมือที่ลูบลากย่อ
ตอนที่ยี่สิบสาม เกาะติดรุกไล่“ขอบคุณ อาหลิงที่ช่วยดูแลซูหลี” ประโยคถัดมาเป็นของเซียวมู่หรงซึ่งหันไปขอบคุณฉีหลิงตามมารยาทแม้ว่าจะสนิทสนมกันอยู่มากด้วยนับว่าเติบโตมาด้วยกัน“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” และประโยคสุดท้ายเป็นของเซียวมู่อวี๋ซึ่งเดินปราดมาประชิดแล้วจับซูหลีหมุนตัวรอบหนึ่งเพื่อกวาดมองให้ทั่ว“ข้าสบายดี เมื่อคืนคุณชายฉีดูแลข้าอย่างดี” ทั้งคำพูดและสายตาของซูหลีไม่ได้ปิดบังความสัมพันธ์เร่าร้อนระหว่างฉีหลิงกับนางสักนิดนั่นทำให้ฉีหลิงซึ่งกำลังสงสัยว่าซูหลีเป็นสตรีอุ่นเตียงของคุณชายเซียวคนใดกันแน่ พวกเขาถึงขั้นมาตามนางด้วยตนเอง ถึงกับหันกลับมามองนางแล้วหันไปสังเกตคุณชายทั้งสามอีกครั้งความสงสัยในใจของคุณชายฉีได้รับคำตอบจากปากของซูหลี ที่ไม่อยากเสียเวลาด้วยไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามาขัดขวางอีกเมื่อใด“ในเมื่อคุณชายทั้งสี่อยู่พร้อมหน้า เช่นนั้นพวกเรามามีความสุขพร้อมกัน ดีหรือไม่เจ้าคะ”พร้อมกัน!สายตาหลากหลายต่างมองสบกันไปมาเมื่อได้ยินคำนี้ ความรู้ส
ตอนที่ยี่สิบสอง มาที่นี่ได้อย่างไรWเจ้าชื่ออะไร”“ซูหลี”“ซูหลี ข้าคือฉีหลิง เจ้าเป็นคนยั่วข้าเอง ดังนั้นอย่าได้ร้องขอความเมตตา คืนนี้ข้าจะไม่หยุดจนกว่าจะสาสมใจ”ใบหน้าหล่อเหลาบิดเสียว ด้วยหญิงสาวส่ายสะโพกเด้งก้นกลมกลึงขึ้นตอบโต้ราวไม่ยอมแพ้ไม่ว่าเขาจะขย่มดุ้นลำใหญ่เข้าไปแรงเท่าใด นางยังยกก้นขึ้นสวนสู้จนก้นขาวสั่นกระเพื่อมเกิดสร้างปะทะกันดังสนั่นป๊าบ ป๊าบ ป๊าบแม้จะโดนของใหญ่เสียบแทงจนอึดอัด ทว่าความเสียวกลับพล่านล้น จนซูหลีอดใช้ปลายเท้าส่งแรงเร่งก้นกลมเพื่อให้เด้งสูงขึ้น แล้วทิ้งตัวลงขณะกลืนท่อนลำใหญ่หายวับเข้าไปในร่องที่ตอดรัดนั่นย่อมทำให้ฉีหลิงสวนท่อนเอ็นเข้าอย่างแรง แล้วบดขยี้ดุ้นลำลากครูดส่วนผนังด้านในจนเสียงดังสนั่นเป็นการตอบโต้ด้วยความเสียวที่มากล้นเกินกว่าที่เคย ทั้งยังคิดว่าคุณชายฉีผู้นี้แข็งแรงนัก ซูหลีจึงสู้ไม่ถอยในทุกท่วงท่า เพื่อเก็บเกี่ยวน้ำวิสุทธิ์ของเขาให้ได้ความต่อเนื่องไปอีกสักวันสองวันทว่าหลังน้ำสาดกระจายแตกคาร่อ
ตอนที่สาม จะไม่คุยกันสักนิดหรือเสียงที่ดังในหัวเงียบหายไปพร้อมเสียงเปิดประตูของหญิงสูงวัยคนหนึ่งและนั่นจึงทำให้ได้รู้ว่าร่างนี้มีชื่อว่า ‘หวังมี่อิง’ นางเป็นหลานสาวคนหนึ่งของภรรยาเจ้าเมืองถูเป่ยซึ่งได้รับเลือกให้เดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าเมืองอื่นแห่งเมืองต้าถูเพื่อสร้างทายาท เด
ตอนที่สอง คำร้องขอหวังมี่อิงเผลอสะดุ้งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านั่นคือเสียงของ ‘หวังเลี่ยน’ ซึ่งได้ยินครั้งแรกยามเมื่อตื่นขึ้นในร่างนี้ไม่ได้ยินมาหลายวัน จู่ๆก็โพล่งขึ้นมาตกใจหมดร่างเล็กต่อว่าในใจก่อนจะคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตนเองเมื่อไม่นานมานี้เรื่องที่ว่าก็คือเธอไม่ใช่หวังมี่อิง แต่คือ ‘อ
ตอนที่หนึ่งนางมาแล้ว “นางมาแล้ว” เสียงตะโกนอย่างดีใจที่ดังออกมาพาให้ดวงตาเรียวยาวคล้ายกลีบดอกท้อสอดส่ายมองหาที่มา ‘หวังมี่อิง’ หลานสาวสกุลหวังมองเห็นฝูงชนซึ่งมายืนออรอรับราวคนสำคัญจึงรู้สึกประหม่าจนกระทั่งเห็นร่างคุ้นตาของน้าสาวเดินตรงมาหา “อิงอิง มาแล้วหรือ เหน
บทนำถ้อยคำด่าทอเหล่านี้ถูกร่ำลือไปทั่วสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คน โดยผู้ที่ถูกสงสัยว่าคือตัวการปล่อยข่าวลือก็คือ ‘เถาชังเจี๋ย’ บัญฑิตหนุ่มหนอนหนังสือเจ้าเมืองถูหนานด้วยความปราดเปรื่องจึงไม่แปลกที่ผู้คนจะเชื่อว่าเขาคือผู้ที่ใช้กลยุทธ์มาหลอกล่อให้ชาวเมืองอื่นตกหลุมพรางการหวั่นวิตก‘เหมิงจิ่นลี่’







