LOGINวันต่อมา
ช่วงเย็นของวัน
“เดี๋ยววันนี้กูกลับเองนะ” อย่างที่รู้ว่าวันนี้ฉันมีนัดกับเฮียกาลที่สนามแข่งรถ GG และยังไม่ได้บอกเพื่อนสักคน รับประกันเลยว่าถ้าบอกว่ากำลังจะทำอะไร พวกมันไม่ให้ฉันไปแน่ ๆ หรือถ้าให้ไปก็คงจะยกโขยงไปทั้งหมด เพราะแบบนี้ถึงขอกลับเอง
“มึงจะไปไหน เดี๋ยวกูพาไป” เจ้าเก่าเจ้าเดิมเอ่ยถาม พร้อมตาคมมองหน้าฉันนิ่ง “หรือมึงมีอะไรจะบอกกูไหมได๋”
“กูว่าจะแวะทำผมสักหน่อย ไม่อยากให้มึงรอนานเลยว่าจะกลับเอง” แม้จะร้อน ๆ หนาว ๆ กับคำถามเมื่อครู่ แต่ฉันก็ยังตอบกลับอย่างแนบเนียน
“มึงแน่ใจใช่ไหมว่าจะแวะทำผม”
“แน่สิ” พยักหน้ารับส่งไปให้ภีม “งั้นกูไปแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้”
ไม่รอให้ภีมพูดคำใด ฉันก็รีบชิ่งหนีทันที ยังดีที่เขาไม่ได้ซักถามหรือสงสัยอะไรมากมาย ไม่งั้นฉันคงได้โกหกเขาเยอะกว่าเดิม และถ้าเขารู้ความจริงว่าฉันโกหกเขา ฉันได้ตายจริง ๆ แน่
ใช้เวลาสักพักก็เดินทางมาถึงสนามแข่งรถ GG ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนของสนาม และแน่นอนว่าตลอดการเดินมีสายตาของผู้ชายมองตามตลอด อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีใครใส่ชุดนักศึกษาเข้ามาที่นี่ มันเลยดูแปลกหูแปลกตาล่ะมั้ง
“เฮียหวัดดีค่ะ” เมื่อเดินมาถึงห้องทำงานของเฮียกาลแล้ว ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้คนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้า “ตกลงเฮียจะให้ได๋ทำงานอะไร คิดไว้ยัง”
“มึงร้อนเงินขนาดนั้นเลยเหรอวะได๋” เฮียกาลถามกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าไม่มากยืมเฮียก่อนไหม กูไม่อยากให้มึงทำงานที่นี่เลยว่ะ”
“เฮียพูดเหมือนสนามแข่งรถของเฮียมันเถื่อนมาก” จริง ๆ ก็แอบเถื่อนนั่นแหละ แต่ไม่ใช่เจ้าของสนามหรือสนามหรอกที่เถื่อน คนที่เถื่อนจะเป็นลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่นี่มากกว่า
“ก็ตามที่มึงเห็น กูเลยไม่อยากให้มึงทำไงไอ้ได๋” เฮียกาลส่งเสียงจิ๊จ๊ะในให้ได้ยิน “แต่ถ้ามึงจะทำ กูจะให้มึงลงไปทำที่บาร์ลับ”
“…”
“คืนนึงยังไงแสนอัป อยู่ที่ว่ามึงจะบริการให้ลูกค้าประทับใจหรือเปล่า”
บาร์ลับที่ว่าอยู่ชั้นใต้ดินของสนามแข่ง ฉันเคยลงไปนั่งกินเหล้ากับเพื่อนหลายครั้งแล้ว เลยไม่แปลกใจกับรายได้ที่เฮียกาลบอกเมื่อกี้ เพราะส่วนมากมีแต่พวกนักธุรกิจหรือพวกคนมีเงินไปใช้บริการ อีกทั้งก่อนเข้าบาร์ลับจะต้องมีการ ‘ประมูล’ สาวเสิร์ฟก่อน ซึ่งเงินที่ลูกค้าประมูลจะถูกแบ่งระหว่างบาร์ลับกับสาวเสิร์ฟคนนั้น ๆ
“เฮียจะให้ได๋เป็นฝ่ายดูแลลูกค้าว่างั้น?”
“เออ มึงบอกร้อนเงิน หน้าที่นั้นได้เงินเยอะสุดละ” นิ้วเรียวยาวของเจ้าของสนามแข่งรถเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ คล้ายคนกำลังคิดอะไรสักอย่าง “กูจะให้มึงอยู่ในโซนปลอดภัย แต่กูไม่รับประกันนะว่ามึงจะปลอดภัยจริง ๆ”
“…”
“แขกบางคนก็มึนจัด ชอบแหกกฎกูอยู่เรื่อย”
“ได๋เอาตัวรอดได้ ขอแค่เฮียให้งานทำก็พอ” นาทีนี้มีอะไรก็คว้าไว้ก่อน “และได๋พร้อมทำงานวันนี้เลย”
“หวังว่าไอ้พวกห่านั่นจะไม่มาถล่มสนามกูหรอกนะ ไม่งั้นสนามกูพังเละแน่!”
ถึงจะบ่นไปเรื่อย แต่สุดท้ายเฮียกาลก็ยอมให้ฉันทำงานที่นี่อยู่ดี และตอนนี้ฉันก็อยู่ในชุดพนักงานหญิงของบาร์ลับแล้ว ซึ่งชุดพนักงานสาวเสิร์ฟของที่นี่จะมีสองสี ถ้าเป็นสีแดงเลือดหมูคือพนักงานที่พร้อมบริการเต็มที่ แต่ไม่อนุญาตให้มีเซ็กซ์หรือมั่วสุมสารเสพติดภายในโต๊ะ ไม่งั้นจะถูกปรับตามจำนวนที่กฎของบาร์ลับระบุไว้ และถูกแบนไม่ให้เข้าบาร์ลับตลอดชีวิต
ส่วนชุดสีชมพูที่ฉันใส่ในขณะนี้ เป็นชุดของพนักงานบริการทั่วไป คอยชงเหล้าและเสิร์ฟตามที่ลูกค้าต้องการ แต่จะไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวกันแต่อย่างใด หากลูกค้าฝ่าฝืนก็จะถูกปรับและถูกแบนเหมือนกัน
“มึงไปที่โต๊ะเก้า ลูกค้ามานั่งรอละ” เสียงของเฮียกาลดึงสติฉันกลับมา
“เฮียไม่ให้ใครมาสอนได๋ก่อนอะ วันแรกได๋ทำไม่เป็น”
“ไปเหอะ กูว่าลูกค้าคนนี้มึงแทบไม่ต้องทำอะไร” ว่าแล้วมือหนาก็ตบไหล่ฉันเบา ๆ “โชคดีเว้ย ขอให้แขกคนแรกประทับใจมึง”
พูดจบเฮียกาลก็ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนงงกับคำพูดของเขา แต่ไม่นานก็เดินไปยังโต๊ะเก้าตามที่เฮียบอก และเมื่อเดินมาถึงก็ต้องชะงักขาด้วยความตกใจ
“ภีม…” เอ่ยเรียกคนที่นั่งกอดอกเสียงเบา “มึง…มาได้ไง”
“ไม่ใช่เวลาที่มึงจะมาถาม” เขาตอบกลับเสียงธรรมดา แต่สีหน้าดันแตกต่าง “นี่มันเวลาทำงานของมึงไม่ใช่เหรอ?”
“กูขอโทษที่โกหก ถ้ากูบอกมึงก็คงไม่ให้มา” มองอีกฝ่ายอย่างสำนึกผิดขั้นสุด ตอนนี้เริ่มกลัวอารมณ์ของภีมแล้วด้วย ที่กลัวมากกว่านั้นคือกลัวเขาจะโกรธที่ฉันโกหกเขา
“มึงรู้ แต่มึงก็ยังมา” ตาคมมองฉันดุดันมากกว่าเดิม รู้เลยว่าเขากำลังอดกลั้นอารมณ์ไว้ “กูให้โอกาสให้มึงบอกกูแล้ว แต่มึงก็เลือกที่จะโกหก”
“…”
“แล้วมึงรู้หรือเปล่าว่าที่นี่มันเป็นยังไง”
“กูรู้ กูถึงได้มาไง” บอกเขาไปตามความจริง “กูอยากได้เงินเยอะ ๆ แล้วกูผิดตรงไหน อีกอย่างเฮียคงไม่ปล่อยให้กูเป็นอะไรไปหรอก”
“แล้วเฮียอยู่กับมึงตลอดเวลาหรือเปล่า มึงคิดเหรอว่าเฮียจะช่วยมึงได้ทุกครั้ง”
“แต่กูอยู่ในโซนปลอดภัยนะภีม มันอาจไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยก็ได้” เพราะเชื่อใจเฮียกาล เชื่อใจในการบริหารงานของเขา และเชื่อในอำนาจที่เขามี ฉันถึงไม่กลัวที่จะมาทำงานที่นี่ คิดว่ายังไงเฮียกาลก็คงปกป้องน้องอย่างฉันได้
“มึงคิดน้อยไป” ภีมพูดพลางลุกขึ้นยืน พร้อมมือเอื้อมมาคว้าแขนฉัน “กลับ”
“ภีมปล่อยกูนะ มึงกำลังทำให้กูเสียงานนะภีม!”
“กูไม่ให้มึงทำ กลับ!” ไม่ว่าเปล่าเขายังออกแรงลากให้ฉันเดินตาม ซึ่งฉันก็พยายามขืนร่างไว้เพราะอยากทำงาน
“มึงกำลังทำตัวข้ามเส้นรู้ตัวบ้างไหม!”
และแน่นอนว่าคำพูดของฉันหยุดยั้งการก้าวเดินของเขาได้ “เส้นอะไร?”
“เพื่อนไง”
“ใครเพื่อนมึง กูเคยพูดเหรอว่าเราเพื่อนกัน”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะรู้สึกสับสนกับคำพูดของเขา แต่ตอนนี้มันไม่เป็นแบบนั้น ฉันกำลังโมโหที่เขาทำตัวเผด็จการกับฉัน!
“ภีมปล่อยกูนะ!”
“เห้ยร้านกูจะพังปะวะ” พร้อมกันนั้นเฮียกาลก็โผล่หน้าเข้ามาให้เห็น “กูว่าละไอ้นี่มันจะเป็นพายุหมุน”
“เฮียช่วยได๋ด้วย!”
“กูเข้าใจมึงนะได๋ว่ามึงอยากทำงาน” นอกจากเฮียจะไม่ช่วยแล้ว ยังเหมือนจะเข้าข้างภีมอีกต่างหาก “และงานที่กูให้ทำก็ปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่มันปลอดภัยแค่ในความคิดกู เรื่องจริงมันยังมีอะไรที่มึงไม่รู้อีกเยอะ”
“…”
“กูเป็นห่วงมึงเลยทักถามไอ้ภีม เห็นมึงสนิทกันกับมันที่สุด” เฮียกาลมองหน้าฉันสลับกับภีมไปมา “มันเป็นห่วงมึง มากกว่าที่กูห่วงมึงอีกมั้ง”
“…”
“เอาเป็นว่าพวกมึงกลับไปคุยกันให้เข้าใจ แล้วค่อยบอกกูอีกที”
ลานจอดรถภายในคอนโด
“กูขอโทษที่ทำอะไรไม่คิด กูแค่อยากได้เงินเยอะ ๆ และหามาได้ไว ๆ” ฉันเปิดปากพูดหลังจากที่เราเงียบมานาน “กูเข้าใจที่มึงจะโกรธ แต่กูก็อยากให้มึงเข้าใจกูบ้าง”
“แล้วกูไม่เข้าใจมึงตรงไหน” น้ำเสียงห้วนเข้มดังตอบโต้กลับมา “กูเสนอตัวช่วยมึงคนแรกด้วยซ้ำ”
“กูอยากหาเงินจากน้ำพักน้ำแรงของกูเอง กูไม่อยากเป็นภาระมึง หรือแม้กระทั่งภาระของไอ้พวกนั้น”
“…”
“ที่ผ่านมาพวกมึงก็ช่วยกูมาเยอะแล้ว กูจะกล้ารบกวนพวกมึงไปมากกว่านี้ได้ยังไง” หันไปมองภีมพร้อมเอื้อมมือไปจับแขนเขาเบา ๆ “มึงเข้าใจที่กูพูดใช่ไหมภีม”
“ทำไมมึงต้องคิดมากกับการช่วยเหลือของกูด้วยวะ” ภีมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในให้ได้ยิน นั่นหมายความว่าเขาอารมณ์เย็นลงแล้ว แต่อาจจะเหลือความหงุดหงิดสักเล็กน้อย
“กูไม่ได้เกิดมารวยเหมือนพวกมึงนี่ ของที่มึงให้มามันอาจเล็กน้อยสำหรับมึง แต่มันเยอะสำหรับกูนะ”
“สรุปคือมึงจะทำงานที่บาร์ลับให้ได้ว่างั้น?”
“แล้วมึงจะยอมให้กูทำปะล่ะ” กะพริบตาปริบ ๆ ส่งไปให้เขา “ได้คืนละแสนอัปเลยนะภีม มันเยอะมากเลยนะ”
“ถ้ามึงอยากทำก็ตามใจ”
จบตอนพิเศษหลายปีต่อมา“ดีใจกับปริญญาใบที่สองของสามีเค้าด้วยนะคะ” ฉันส่งยิ้มกว้างพร้อมยื่นช่อดอกกุหลาบที่สั่งทำพิเศษให้ภีม อย่างที่รู้ว่าฉันแพ้ดอกไม้ เลยต้องให้ร้านเลือกสายพันธุ์ที่กลีบดอกซ้อนกันแน่น ๆ สักหน่อย เพื่อไม่ให้มีเกสรโผล่ออกมา ยังดีที่ร้านยอมรับออเดอร์และทำให้ ฉันก็เลยมีดอกไม้สวย ๆ มาให้คุณสามีในวันนี้“ซื้อมาทำไมดื้อ เดี๋ยวก็แพ้หรอก” ภีมรีบรับไปถือไว้อย่างรวดเร็ว แถมหน้ายังดูดุขึ้นด้วยนะ “ทีหลังไม่ต้องซื้อดอกไม้ให้ภีมนะ ภีมไม่อยากให้ดื้อไม่สบาย”“รับทราบค่ะ” ยังคงส่งยิ้มให้ภีมอยู่เหมือนเคย “อย่าทำหน้าดุสิคะ วันนี้วันดีนะ แล้วเค้าก็ตั้งใจสั่งทำให้ภีมโดยเฉพาะเลยนะ ภีมต้องดีใจกับสิ่งที่เค้าให้สิ”“เมียใครวะ ดื้อจริง ๆ” เป็นเหมือนเคยที่ภีมจะบีบแก้มฉันเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “เมียกูนี่แหละ ทั้งสวยทั้งน่ารัก ดื้อด้วย”“แล้วรักไหมคะ”“รักจนโงหัวไม่ขึ้น” คำตอบที่ได้รับทำให้ฉันพอใจไม่น้อย “เดี๋ยวเค้ายืนรอตรงนั้นนะ ให้คนอื่นได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีบ้าง”ว่าแล้วฉันก็มายืนรอภีมที่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลจากจุดที่ภีมยืนอยู่ สายตายังคงจ้องมองไปที่เขาตลอดเวลา มันเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม และควา
ตอนพิเศษ 2เวลาปัจจุบัน“ในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วโว้ย!!!!!” คินทำหน้าดีใจเต็มประดาหลังจากออกมาจากห้องสอบแล้ว น้ำเสียงฟังดูสดชื่นอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่าตอนนั้นดีใจที่ได้เรียนจบแล้วจริง ๆ“แปลกที่มันไม่ชวนแดกเหล้าเหมือนทุกปี” เดย์ว่าต่อ ในขณะที่มือกดส่งข้อความหาแฟนสาว “กูลืมไป มันมีคนรอฉลองด้วยแล้วนี่หว่า”“พูดอย่างกับมึงไม่มีเนอะไอ้ห่า” คินกลอกตามองบนรัว ๆ “ชอบแซะกูจังนะพวกมึง”“เขาแซะเพราะมึงออกปากว่าจะไม่รักไม่ชอบเด็กแสบของมึงต่างหาก!” คู่ปรับตัวยงอย่างได๋เบะปากส่งไปให้คิน “กลืนน้ำลายตัวเองอร่อยจริง ๆ”“คงไม่อร่อยเท่าน้ำลายเพื่อนหรอกมั้ง” คินโต้กลับทันควัน “ว่าแต่เป็นไงวะได๋ น้ำลายเพื่อนสนิทอร่อยจริงไหมวะ”“กูไม่บอกคนขี้เสือกแบบมึงหรอก แบร่!” ได๋แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คิน แล้วหันไปซบแขนภีมที่ยืนอยู่ข้างกาย “เค้าหนวกหูเสียงนกเสียงกาอะภีม เราไปเดินเล่นห้างกันไหม”“มันด่ามึงว่าเป็นนกเป็นกา” ปายสะกิดคินยิก ๆ สีหน้าชอบใจเหมือนทุกครั้งที่คินถูกด่า “นับวันมันยิ่งปากดีจริง ๆ ว่ะ”“มันคิดว่าแบ็คมันใหญ่มั้ง” คินมองได๋ด้วยความปองร้าย “ไว้ไอ้ภีมเผลอเมื่อไหร่ มึงโดนกูแกล้งแน่!”“กูกลัวตายแหละ!” เป็นอีก
สองอาทิตย์ต่อมา“ไอ้ภีม เพื่อนใหม่มึงยังไม่เลิกกลัวเราอีกเหรอวะ” คินสะกิดเพื่อนสนิทของตัวเองยิก ๆ “นี่ก็สองอาทิตย์แล้วนะเว้ย เธอยังไม่ชินกับความหล่อของพวกเราอีกเหรอ”“มึงเลิกพูดมาก เดี๋ยวเขาก็เลิกกลัวมึงเอง” ที่จริงภีมอยากตอบว่าหล่อแต่เหี้ย แต่มันจะโดนเขาด้วย เพราะได๋ก็ยังกลัวเขาไม่เลิก แม้จะไม่ได้กลัวมากเหมือนไอ้พวกนี้ แต่ก็ยังมีความไม่ไว้ใจให้เห็นอยู่จาง ๆ“นี่เธอ” คินหันมาสนใจเพื่อนใหม่อย่างได๋บ้าง ซึ่งคนถูกเรียกก็มองเขาตาปริบ ๆ เหมือนไม่มีพิษภัยอะไร“เรียกทำไม”“ถามจริง ๆ กลัวอะไรในตัวพวกเรา”“ก็กลัวหลายอย่าง” หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มตอบด้วยความซื่อ แน่นอนว่ามันสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากปายและเดย์ได้ คะแนนความชอบที่จะให้เป็นเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นมารัว ๆ“กลัวอะไร บอกให้มันหายข้องใจ” ปายมองได๋ขำ ๆ ต่างจากคินที่กลอกตามองบนรัว ๆ แล้วตอนนี้“กลัวหลายอย่าง บอกไม่ถูกจริง ๆ” เนื่องจากได๋เป็นผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม เวลาตั้งวงสังสรรค์จะทำเพียงนั่งมองพวกเขากินเท่านั้น เธอไม่กล้ากินเพราะกลัวเมาแล้วจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือพูดง่าย ๆ ว่ากลัวโดนทำมิดีมิร้ายนั่นเอง“เธอกลัวพวกเราข่มขืนเธอ?” เดย์ถาม
ตอนพิเศษ 1หลายปีก่อนชั้นปีการศึกษาที่ 1‘อึดอัดจัง แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน’ ได๋นั่งอยู่ในสภาพเสื้อนักศึกษาขาดหลุดลุ่ย ยังดีที่มีเสื้อคลุมของภีมที่ให้ยืมใส่ก่อนหน้า สภาพจึงดูดีขึ้นมาสักหน่อย แต่ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเหมือนเดิมเมื่อหลายชั่วโมงก่อนเธอยังนั่งคลุกขี้ดินอยู่ข้างถนนอยู่เลย แต่ตอนนี้ดันได้นั่งอยู่บนโซฟาหรูภายในคอนโดของภีม และที่ได้มานั่งตรงนี้ก็เพราะเธอไม่มีที่ไป กลายเป็นคนไร้บ้านและไร้ครอบครัวอย่างถาวร มีเพียงเงินติดบัญชีเล็กน้อยเท่านั้น“จะกินข้าวก่อนหรืออาบน้ำก่อน” หลังจากที่ภีมกลับมาจากคุยโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินมาหาคนตัวเล็กที่สภาพต่างจากเมื่อเช้า ไม่เหลือเค้าโครงของคนที่ด่าและตวัดตาค้อนมองเขาเลยสักนิด“เราอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น” เรื่องที่ว่าเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ “ป้าณีจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเราแล้วใช่ไหม”หลังจากที่ทรงพลถูกจับ ทั้งได๋และภีมถูกเชิญตัวให้ไปโรงพักด้วยเช่นกัน เพราะต้องไปให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ได๋ยอมไม่เอาความทรงพล เพื่อแลกกับการที่ราณีเลิกยุ่งกับชีวิตของเธอ แม้ว่าจะต้องไปตายดาบหน้าก็ตาม แต่ก็ดีกว่าอยู่ในขุมนรกที่มีทั้งป้าชั่ว ๆ กับ
“งอนอีกแล้ว” จากตอนแรกที่บีบแก้มเมีย ภีมก็เปลี่ยนเป็นจิ้มเบา ๆ แทน “เดี๋ยวจะถ่ายตอนงอนลงด้วยนะ”“เดี๋ยวเค้าจะยึดไอจีของภีมเลยคอยดู”“ทุกวันนี้ก็ยึดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” แค่ภาพโปรไฟล์เป็นรูปของเขาเท่านั้น นอกนั้นเต็มไปด้วยภาพของได๋ทั้งสิ้น “หรือจะให้เปลี่ยนเป็นภาพคู่ จะได้เป็นไอจีดื้อไปเลย”“ไม่เอา เดี๋ยวคุณป้าน้อยใจ” ว่าแล้วดวงตากลมโตก็มองหน้าแฟนหนุ่มตาใสแจ๋ว “ทำไมภีมไม่อัปรูปคุณป้าลงบ้างอะ เค้ากลัวคุณป้ารู้สึกไม่ดี”“แม่ไม่รู้สึกหรอก แม่ชอบจะตาย”นั่นไม่ใช่คำพูดปลอบใจแต่อย่างใด แต่พรรษาชอบที่ลูกชายคลั่งรักได๋จริง ๆ อาจเป็นเพราะหล่อนถูกชะตากับได๋ และอยากได้ได๋เป็นลูกสะใภ้ เพราะแบบนี้ถึงได้คอยช่วยคอมเมนต์หวีดราวกับเป็นเอฟซี กลัวลูกชายจะรักษาผู้หญิงดี ๆ ไว้ไม่ได้“ไอ้ได๋! ไอ้คินจะกินหมูกระทะของมึงหมดแล้วนะเว้ย!” คำบอกกล่าวที่ปายตะโกนมาทำให้ได๋หันไปมอง ก็ต้องได้เห็นเตาถ่านถูกตั้งพร้อมกระทะย่างอยู่บนลานไม้ เท่านั้นคนอยากถ่ายรูปก็รู้สึกขี้เกียจมาทันที“เค้าไม่อยากถ่ายแล้ว เรากลับไปกินหมูกระทะกันเถอะ” ดวงหน้าสวยหันมาบอกแฟนหนุ่มของตน แล้วเดินกลับไปที่ลานไม้ พร้อมปากตะโกนส่งเสียงให้ทั้งวงได้ยิน
บทส่งท้ายสองอาทิตย์ต่อมาบ้านพักติดธารน้ำ“เห้ย ๆ พวกมึงช่วยกันปะวะ ทำไมไอ้ได๋แม่งแทงถูกทุกรอบ” เสียงโวยวายของคินดังขึ้นเสียงดัง หลังจากที่เจ้ามืออย่างภีมเปิดใบเฉลยน้ำเต้าปูปลาแล้ว“ช่วยห่าอะไร มึงดวงไม่ดีเอง” คนดวงดีกวาดเงินมาวางไว้ต่อหน้าตัวเอง “จะพักก็ได้นะ อ่อนแอก็แพ้ไปน้อง”“ไม่พักโว้ย! คอยดูกูจะแทงจนผัวมึงเจ๊งเลย!” ว่าแล้วคินก็หันไปหาเมียของตน “แสบอย่าอ่อม สู้มัน”“สู้ไงอะ หนูว่าพี่พอดีกว่ามั้ง” เมียแสบของคินตอบกลับ “เสียดายเงินอะ เก็บไว้เปย์หนูดีกว่า”“พี่เปย์อยู่แล้วน้อง ไม่ต้องห่วง” คินโยกหัวเมียตัวเองเบา ๆ “ส่วนนี่เป็นศึกของศักดิ์ศรี ไม่สู้ไม่ได้”“ถ้ามึงจะสู้ขนาดนี้ สงสัยกูคงต้องแอบเปิดบ่อนแล้วมั้งไอ้คิน” เฮียกาลที่นั่งอยู่อีกวงตอบกลับมา โดยข้างกายเขามีเฮียปรากกับเฮียเธียรเช่นกัน วันนี้พวกเขามากันครบแก๊งกันเลยทีเดียว“เฮียกล้าก็เปิดดิ แต่ผมไม่เข้าไปเล่นนะ กลัวโดนจับ”“เอ้าไอ้ห่า! ทีแบบนี้มึงไม่กลัว”“ใครจะมาจับมันกลางป่ากลางเขาแบบนี้” เฮียเธียรพูดขึ้นอีกคน ในขณะที่ตานั่งมองเมียเด็กอย่างหนูแฮม ว่าเธอจะอยู่กับเพื่อนได้หรือเปล่า เนื่องจากว่านาน ๆ เขาพามาเจอเหล่ากลุ่มแก๊งที เธ







