INICIAR SESIÓN“หา!! เอ่อท่าน ท่านเหรอครับ สวัสดีครับ ใช่ครับ ผมโอม”
...โอมพูดตะกุกตะกักเพราะไม่อยากเชื่อว่าคนที่เขากำลังรับสายอยู่นี้คือ ผบ.ตร. แต่เขาก็พยายามตั้งสติไม่ให้ตื่นเต้นเกินเหตุ และพอจะเดาได้ไม่ยากว่าคุณวีรวิทย์คงโทรบอกข้อมูลกับพ่อของเขา แล้วพ่อเขาก็ติดต่อไปยังท่าน ผบ.ตร. และเพื่อความชัดเจนกับข้อมูลที่ได้มา ท่านจึงโทรหาเขาโดยตรง “ครับ ผมเอง ผมอยากทราบว่าข้อมูลที่คุณแจ้งไปยังลูกชายของท่านนายพลตฤณน่ะมีความชัดเจนและน่าเชื่อถือมากแค่ไหนเหรอครับ เพราะตอนนี้ผมเองก็กำลังส่งสายสืบเรื่องเวลาการขนส่งของมาเชียงใหม่อยู่เหมือนกันแต่พอมาเทียบกับรายงานที่ได้รับก็ดูจะไม่ตรงกันน่ะ” ...ท่าน ผบ.ตร. พูดกลับมาด้วยเสียงเรียบๆ แต่โอมฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความมีอำนาจบารมี “ผมขออนุญาตเรียนท่านว่า ผมทราบข้อมูลมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่สนิทกับลูกน้องพ่อเลี้ยงทรงพลครับ แล้วเธอก็มีท่าทีชอบพอในตัวผมอยู่มาก ผมเลย เอ่อ...หลอกถามเธอน่ะครับท่าน” ...เขาพยายามพูดด้วยเสียงสุภาพที่สุดแต่ก็รู้สึกประหม่าเมื่อต้องบอกที่มาของข้อมูล เพราะมันหมายถึงเขาต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมความเป็นชายเพื่อล้วงข้อมูลอีกฝ่ายออกมา “อ้อ อย่างนั้นเหรอครับ อื่มก็น่าจะเป็นไปได้สูงนะครับ แม้โกดังสินค้าของพ่อเลี้ยงทั้งสองจุดจะอยู่ห่างกันไม่มาก แต่หากเราผิดเป้าตั้งแต่แรกมันก็จะผิดพลาดทั้งหมด ผมจะให้สายลับเข้าไปสอดแนมและสืบดูอย่างเร่งด่วนว่าข้อมูลที่คุณแจ้งมาจริงเท็จแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรก็ขอขอบคุณมากนะครับที่ช่วยแจ้งเข้ามา อ้อนายพลตฤณบอกว่าคุณเป็นน้องชายของคุณอุมาพรเหรอ ผมขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ แต่รับรองว่าพี่สาวคุณไม่ได้ไปเปล่าๆ แน่ ขอให้เชื่อมั่นพวกเรานะครับ โอเค...หากผมต้องการทราบบางอย่างเพิ่มผมจะติดต่อกลับมาอีกนะครับ สวัสดีครับ” ...ท่าน ผบ.ตร. พูดด้วยเสียงจริงจังแล้วกล่าวลาเขา ...โอมละล้าละลังปากหนักอยากจะพูดบางอย่างแต่ด้วยความเกรงใจจึงทำให้เขากล้าๆ เกรงๆ ที่จะเอ่ยออกไป แต่หากเขามัวเกรงอยู่อย่างนี้ก็คงไม่ได้รู้เรื่องกัน “เอ่อเดี๋ยวครับท่าน!! ผมมีบางอย่างจะรบกวนครับ ไม่ทราบพอจะเป็นไปได้มั้ยหากผมจะขอทราบว่า เอ่อ...อ่า...ตอนนี้เบญรดาอยู่ที่ไหนเหรอครับ!!” ...โอมกัดฟันหลับตาถามออกไป แม้จะเกรงกลัวท่านอยู่ในที แต่มันคือหนทางเดียวที่เขาจะรู้ได้ว่าตอนนี้คนที่เขาอยากเจอที่สุดอยู่ที่ไหน “อ้าว คุณอยากรู้ไปทำไม! เรื่องนี้ผมต้องขออภัยด้วยที่บอกไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของราชการ และที่สำคัญเราต้องยึดเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเป็นหลัก หวังว่าคุณคงเข้าใจนะครับ โอเคนะครับ..คุณโอม” ...ท่าน ผบ.ตร. รีบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น ทำให้โอมรู้สึกใจฝ่อลงทันที เขาเหมือนตัวเองเสียมารยาทไม่รู้จักกาละเทศะขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ผมขอโทษครับท่าน ผมแค่อยากรู้ไว้เผื่อว่าถ้าได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมผมจะได้ติดต่อเขาได้ทันที เรื่องความปลอดภัยนั้นท่านไว้ใจผมได้ครับเพราะผมคือคนที่ให้ความช่วยเหลือคุณเบญรดาตอนที่เขาได้รับบาดเจ็บ และผมก็ยึดความปรารถนาดีของพี่สาวที่อยากจะแก้ตัวกับสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว ผมเลยคิดว่าหากมีอะไรที่ทราบมาล่ะก็ ผมก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้เจตนารมณ์ของพี่สาวลุล่วงไปด้วยดีน่ะครับ”...โอมพูดอย่างหมดหวัง แต่อย่างน้อยเขาก็ได้พูดในสิ่งที่รู้สึกอยู่ตอนนี้
“อ้อใช่ จริงสินะผมลืมไปว่านายพลตฤณเคยบอกผมแล้วเรื่องที่คุณให้ความช่วยเหลือหมวดเบญรดาน่ะ อืมมม..โอเค เขาพักอยู่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดแถวสนามบินเชียงใหม่ ผมบอกคุณได้แค่นี้แหละ และหากคุณมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมล่ะก็สามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเกรงใจนะครับเพราะเรากำลังจะจัดการกับผู้ร้ายให้แผ่นดินสูงขึ้น เอาล่ะมีอะไรเพิ่มเติมเราค่อยคุยกันใหม่นะ โชคดีครับ” ...น้ำเสียงท่านนั้นอ่อนลงทันทีเมื่อนึกได้ตามคำพูดของเขาว่าเขาให้ความช่วยเหลือหมวดเบญรดาไว้ แล้วทั้งสองก็วางสายจากกัน ...หัวใจโอมเต้นโครมครามขึ้นมาทันทีหลังจากวางสายจากท่าน ผบ.ตร. เขาทั้งตื่นเต้นดีใจณะเดียวกันก็รู้สึกละอายใจอยู่ด้วยที่เหมือนต้องยกบุญคุณการให้ความช่วยเหลือมาต่อรองเพื่อแลกกับขอทราบที่อยู่ของเบญรดา ...แต่จะอะไรก็ช่างเถอะในเมื่อตอนนี้รู้ที่อยู่แล้วแล้วจะช้าอยู่ทำไม แล้วโอมก็ออกรถทันที .......................สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...
“มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป
...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ
...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท
...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง
...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่