Mag-log in第2集
ปาไช่มองเจ้านายที่กลายเป็นเพื่อน ด้วยเพราะถูกบ่าวไพร่เลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่ยังเล็กเพราะความเอ็นดูปนเวทนาสงสารในโชคชะตาของคนที่เป็นถึงลูกชายของหัวหน้าเผ่า ตัวเขาเองเป็นลูกของบ่าวในนี้เช่นกันแต่กำพร้าพ่อแม่ ดังนั้นทั้งคู่จึงจับคู่กันมาตลอด ตัวเขานั้นสูงใหญ่ด้วยวัยสิบเจ็ด แต่เพื่อนเขากลับดูราวกับเด็กวัยยังไม่พ้นสิบห้าเสียด้วยซ้ำไป ใบหน้าขาวใสเรียวงดงาม เขาลือกันว่าอี๋ซูหน้าเหมือนมารดาของเขายิ่งนัก ยิ่งจุดเด่นคือนัยตาสีสนิมกลมโตนั่น หากได้จ้องลึกลงไปดุจดั่งต้องมนต์แล้วยากจะถอนตัว เรือนร่างเล็กบางปราดเปรียวซุกซนหาเรื่องเจ็บตัวไม่ว่างเว้น หากเอาตัวรอดได้เสียทุกครั้งไป คราวนี้ก็เช่นกันทั้งคู่นั่งใช้กิ่งไม้เรียวยาวตีบนผิวน้ำไปมา สองขาหย่อนลงให้เท้าแช่อยู่ในน้ำ ร้องเพลงกล่อมเด็กด้วยความรื่นเริง
"อี๋ซู"
"หือ?"
"เจ้ามีอะไรปิดบังข้าหรือไม่"
"ไม่มี"ปาไช่ใช้นิ้วชี้จิ้มขมับเพื่อนแล้วผลักออกแรงๆ
"ยิ่งเจ้ารีบปฎิเสธเช่นนี้แสดงว่ายิ่งมีความลับ เอาล่ะ บอกข้ามาเดี๋ยวนี้"อี๋ซูหน้ามุ่ยจำใจยอมล้วงเอาไข่ออกมาให้ดู ปาไช่ตาโตจ้องเขม็ง
"ไปขโมยมาใช่หรือไม่"
"เห็นข้าเป็นหัวขโมยไปแล้วตั้งแต่เมื่อใดกัน"อี๋ซูเม้มปาก ปาไช่ถอนหายใจ
"ของนี่ใช่จะได้มาง่ายๆ ถ้าเจ้าไม่ไปแอบเอามามันจะมาอยู่ในมือเจ้าได้อย่างไรกัน"
"ข้าเก็บได้ต่างหากนี่เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ"
"ได้ๆย่อมได้ข้าเชื่อเจ้า เล่ามาเจ้าไปเก็บได้จากที่ใด"อี๋ซูจำต้องเล่าให้เพื่อนฟังอีกรอบ ปาไช่ลูบคางที่เริ่มมีหนวดเครารำไรไปมา
"แปลก น่าแปลก เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าไข่นี่คือไข่ของสิ่งใด"อี๋ซูส่ายหน้าไปมา ถึงเขาจะเป็นลูกของเจ้าแห่งปักษาก็จริง แต่ทว่าเขาไม่เคยได้ร่ำเรียนอ่านเขียนเช่นลูกหลานของชนชั้นผู้นำในเผ่า ยังโชคดีอยู่บ้างที่เหล่าบ่าวไพร่ที่พอจะรู้หนังสือสอนเขาให้พออ่านออกเขียนได้ แต่ก็ใช่ว่าจะช่ำชองเหมือนมีอาจารย์มาสอนสั่งให้หัดเขียนอ่าน
"ไข่นี่คือไข่ของปักษาสวรรค์ คนที่มีครอบครองนอกจากองค์หลิงไท่แล้วก็จะมีแค่พระชายาของท่านเท่านั้น"อี๋ซูถึงกับตาโต จ้องไข่ใบนี้พลิกขึ้นบนลงล่างส่องกับแสงแดดแล้วก็มิพบสิ่งผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
"มันคงเป็นไข่ที่ใช้การไม่ได้แล้วแน่ๆถึงถูกทิ้งขว้าง"อี๋ซูสรุป ปาไช่อยากจะเขย่าร่างให้เจ้าตัวเลิกเหลวไหลและรู้เสียที ว่านี่คือของที่สวรรค์ประทานจะเสียง่ายๆได้อย่างไรกันเล่า
"เจ้าทึ่ม ของนี่เป็นของวิเศษนะ"ปาไช่ถึงกับยกมือขึ้นถูหน้าผากตัวเองไปมา
"จริงด้วยข้าลืมคิดไป แล้วจะทำยังไงกับมันดีล่ะ"
"เอาไปวางไว้ที่เดิม"ปาไช่บอกทั้งคู่ต่างพยักหน้า ลุกขึ้นเตรียมไปยังปากทางของหมู่บ้าน ทันใดนั้นเองไข่ใบกำลังพอดีมือขยับไปมาอยู่ในมือของอี๋ซู
"หรือมันกำลังจะฟักแล้ว!"อี๋ซูตกใจไม่ต่างกับปาไช่
"ทำยังไง ทำยังไงดี"ทั้งคู่ลนลานด้วยไม่รู้จะจัดการกับไข่ตรงหน้านี้เช่นไร กระทั่งเซิ่งหนิงเดินเข้ามาหา
"ไปก่อเรื่องใดกันมาอีกแล้ว"
"ข้าเปล่า ข้าก็เปล่า"ทั้งคู่รีบบอก เซิ่งหนิงเลื่อนสายตาลงมาจนถึงไข่ที่เริ่มกระเทาะตัวเองออกมา แล้วต้องหน้าซีดเผือด
"นี่พวกเจ้า!!"
"มันกำลังจะเกิดแล้ว พวกเรากำลังตัดสินใจว่าจะเอามันไปไว้ที่เดิม นี่ข้าจะทำยังไงดี"อี๋ซูทั้งตกใจ ทั้งว้าวุ่น ทันใดนั้นเองมีเสียงป๊อกดังขึ้นจากนั้นดวงตาสองคู่ต่างสบตากันและกัน หนึ่งคนหนึ่งนกที่ยังไม่มีขนเนื้อตัวสีแดงจัดมองสบตาโตไม่ลดละ
"แย่แล้ว"อี๋ซูครางหงิง
"ใช่ แย่แล้ว"คราวนี้ทั้งเซิ่งหนิงทั้งปาไช่เอ่ยปากพร้อมกัน
"แกว๊กกก กว๊ากกก"เสียงกรีดร้องดังปานฟ้าผ่าสะเทือนถึงฟ้าถึงดิน ปาไช่และเซิ่งหนิงอุดหูด้วยทนเสียงไม่ไหว อี๋ซูกลับเพิกเฉยราวกับมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอันใดได้
"น่ารักจัง"อี๋ซูบอกด้วยน้ำเสียงราวต้องมนต์
"เอาวางไว้ เอาวางไว้แล้วรีบไปจากนี่ ก่อนที่เจ้าจะถูกสวรรค์ลงโทษ"เซิ่งหนิงรีบบอกทั้งลากทั้งจูงแขนของคนทั้งคู่ไปให้พ้นจากที่ตรงนี้ ปล่อยให้ปักษาสวรรค์นั่งนิ่งอยู่บนพื้น ทั้งสามวิ่งปนหอบมาถึงในครัว
"เจ้า...เจ้า..เจ้านี่มันขยันหาเรื่องใส่ตัวไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ"เซิ่งหนิงบ่นทั้งหอบด้วยความเหนื่อย ปาไช่เอามือกุมท้องตัวเองเอาไว้เพราะหายใจหอบด้วยความเหนื่อย ยังมีอี๋ซูที่ก้มตัวเอามือกุมเข่าสองข้างพูดไม่ออกอยู่ด้วยเช่นกัน ทั้งสามต้องตกใจหนักกว่าเดิมได้ยินเสียงแกว๊กเบาๆบนพื้น
"มาได้ยังไงกันเนี่ย!"อี๋ซูทำหน้าตกใจ ดูท่าแล้วเจ้านกตัวนี้ไม่ยอมห่างจากเขาแล้วเป็นแน่
"ข้าจะทำยังไงดี"ทั้งสามทำสีหน้าจนปัญญา อี๋ซูตัดสินใจช้อนมันขึ้นมาอยู่ในอุ้งมือ ครั้งแรกที่มันฟัก ตัวมันเท่าไก่น้อยตัวสีเหลือง หากบัดนี้ตัวของมันเท่ากับนกแก้วตัวใหญ่เข้าไปแล้ว แถมสีขนกลับเป็นสีเพลิงเจิดจ้าประกายทอง ปากแหลมงุ้มสีแดงจัดจิกเบาๆลงบนฝ่ามือ
"ข้าจะถูกตัดหัวหรือไม่"อี๋ซูครางอีกรอบ
"นายท่าน"เสียงแหบๆเอ่ยขึ้นมาจากปากงุ้มแหลม
"นกพูดได้"อี๋ซูตกใจจนทิ้งมันลงอีกครั้ง โชคยังดีที่มันบินได้แล้วจึงกระพือปีกไปมาต่อหน้าพวกเขา
"ท่านชอบทิ้งขว้างข้าอยู่เรื่อย"เจ้านกน้อยบ่น
"เอาล่ะๆสงบจิตกันไว้ทุกคน"เซิ่งหนิงสูดลมเข้าปอด ข่มความกลัวเดินเข้ามาหานกสวรรค์
"นกน้อย เจ้ากลับไปยังที่ของเจ้าเถิด ที่นี่ไม่มีใครคู่ควรเป็นเจ้านายเจ้าทั้งนั้น"
"นี่อย่างไรล่ะ คนตรงหน้าข้ายังไงที่คู่ควร เขาถูกลิขิตมาเช่นนี้"นกน้อยเถียง
"แต่ว่า เจ้าเป็นนกคู่บารมีของพระชายาองค์หลิงไท่เท่านั้น จะเป็นเด็กหนุ่มไม่ประสาไปได้อย่างไร"ยายเฒ่าเซิ่งหนิงเถียง
"แกว๊กก อย่างนั้นหรือ ข้าไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใครแต่ในเมื่อฟ้าลิขิต ข้าย่อมมิอาจขัดมติสวรรค์ได้ เอาล่ะนายท่านตั้งชื่อข้าได้แล้ว"นกน้อยขยายตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกแล้ว แถมน้ำเสียงจากเด็กน้อยก็ดูแข็งขึงขึ้นมากกว่าเดิมด้วย อี๋ซูได้แต่หันหน้าไปมาฟังเซิ่งหนิงและนกถกเถียงกัน
"ข้าหรือ"อี๋ซูชี้หน้าตัวเอง
"เจ้าเป็นนายข้าก็ต้องเป็นผู้ตั้งสิ ขอชื่อไพเราะเสนาะหูนะ"อี๋ซูนิ่งคิดไปชั่วครู่จึงเรียกชื่อที่ผุดขึ้นมาในหัว
" เลี่ยงเฟิ่ง เป็นยังไงไพเราะหรือไม่ ความหมายก็ดีด้วย หงส์ที่มีความสว่างไสว"
"ดีข้าชอบถ้าอย่างนั้นก็เอาชื่อนี้ ว่าแต่ตอนนี้ข้าหิวแล้วมีอะไรให้ข้ากินหรือไม่"เจ้านกที่พึ่งมีชื่อเริ่มแสดงความมีอำนาจทันที
"มีแอปเปิ้ลอยู่เจ้ากินได้หรือไม่"
"นกไม่จำเป็นต้องกินแต่ผลไม้ ข้ายังสามารถกินคนได้อีกด้วยนะ"เลี่ยงเฟิ่งกระพือปีกที่ใหญ่มากขึ้นไปอีก ปาไช่ถึงกับกลืนน้ำลายถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
"เจ้าจะเติบโตมากไปกว่านี้หรือไม่"
"อ่อแน่นอน ตัวข้าใหญ่จนสามารถแบกพวกเจ้าสามคนขึ้นหลังได้เลย แต่เวลาอยู่ธรรมดาตัวข้าจะใหญ่มากกว่านี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น"ทั้งสามพอได้ยินก็ลอบถอนหายใจ พลางนึกในใจว่าหากโตมากกว่านี้ พวกเขาจะหาอะไรมาประทังปากท้องเจ้านกบ้าอำนาจขี้โอ่ตัวนี้ให้อิ่มหนำกันล่ะ
"จริงด้วยข้าลืมไปเสียสนิท อี๋ซู นายหญิงเรียกหา เจ้ารีบไปเถอะ"
"ข้าไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ไหนเหตุใดจึงเรียกหาข้า"อี๋ซูนิ่วหน้า
"เจ้าไปเถอะเดี๋ยวก็รู้เอง"เซิ่งหนิงไม่ยอมตอบปล่อยให้อี๋ซูเดินจากไป เลี่ยงเฟิ่งรู้จึงไม่ติดตามไปด้วย ได้กัดกินแอปเปิ้ลสีแดงสดอย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้ปาไช่เดินวนไปรอบๆตัว แอบแตะขนมันปลาบเรียบลื่นไปมา พอเลี่ยงเฟิ่งหันมามองก็รีบหดมือเข้าไว้ข้างตัว
"ลูบขนข้าล้วนต้องมีค่าใช้จ่าย เจ้ามีหรือไม่"ปาไช่รีบส่ายหน้าขยับไปยืนข้างเซิ่งหนิงทันที
"ปาไช่ เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ"เซิ่งหนิงรีบบอก
"ไปไหนหรือขอรับ"เขาถามด้วยความสงสัย
"ติดตามนายน้อยของเจ้าไปเถอะ หาเกิดเรื่องราวคงมีเพียงแต่เจ้าเท่านั้นที่จะช่วยเขาได้"เซิ่งหนิงไม่ตอบ ปาไช่จึงรีบกลับไปเก็บห่อผ้าทั้งของตนเองและอี๋ซูรอเอาไว้ เซิ่งหนิงตระเตรียมห่อข้าวปลาอาหารเอาไว้เช่นกัน นึกสังเวชชะตากรรมของเด็กน้อยคนนี้ยิ่งนัก เลี่ยงเฟิ่งชะงักปากที่จิกผลแอปเปิ้ลสายตาจ้องมองไปยังด้านหน้าที่ว่างเปล่า จ้องมองราวกับเห็นผู้คน แต่แล้วกลับไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาจากนั้นก้มหน้ากัดแอปเปิ้ลอีกครั้ง
"ข้าต้องไปจับหงส์ไฟจริงๆหรือ"อี๋ซูเดินหน้าซีดเซียวเข้ามา ปาไช่ทำขนมหล่นจากปากทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากนายน้อยของตน เซิ่งหนิงเดินเข้ามาลูบกลุ่มผมที่ขมวดมุ่นหลุดลุ่ยไปมาด้วยความสงสาร
"เด็กน้อยเอ๋ย เด็กน้อย ลำบากเจ้าแล้ว ฟังเซิ่งหนิงเถิด เจ้าออกไปจากที่นี่เสียอย่าได้หวนกลับมาอีก หงส์ไฟหาใช่ว่าจะจับตัวมาได้ง่ายๆ ล้วนมีแต่ไปไม่มีกลับ เจ้าหาใช่เซียนผู้มากบุญญา ข้ามีเงินทองในถุงนี้เอาไปเสีย จำเอาไว้อย่าแสดงตนว่ามาจากที่ใด เปลี่ยนชื่อแซ่ของเจ้าเสียทั้งคู่ด้วยเล่าเข้าใจหรือไม่"เซิ่งหนิงน้ำตาคลอ นางเลี้ยงดูเด็กคนนี้มาตั้งแต่ยังไม่เดียงสาสรรหาอะไรจะไม่ผูกพันดุจมารดาผูกพันต่อบุตร ยามนี้เรื่องจวนตัวทำให้ต้องตัดใจหาเช่นนั้นเด็กน้อยนี่คงไม่มีชีวิตรอดได้อีกเป็นแน่ นายหญิงผู้นี้เกลียดชังอี๋ซูยิ่งนักเพราะมารดาของเด็กน้อยเป็นศิษย์ร่วมรุ่นของหัวหน้าเผ่า หาใช่เหมือนนางที่ถูกหมั้นหมายมาแต่เล็ก เมื่อแอบได้เสียก็ถูกกลั่นแกล้งสารพัด บิดาของเขาเองก็ไม่ได้ดูดำดูดี เพราะเมื่อเห็นเขาก็อดคิดถึงผู้เป็นมารดาของอี๋ซูเสียทุกครั้งไปเลยถูกทิ้งขว้างเช่นนี้
"แต่เซิ่งหนิง ถ้าทำแบบนี้ตัวเจ้าจะเดือดร้อน"อี๋ซูตาแดง
"เด็กโง่ อายุข้าจวนจะเป็นยายเฒ่าเข้าโลงอยู่แล้ว ต่อให้ถูกด่าว่าก็ไม่มีใครกล้าตบตีข้าหรอก ว่าแต่พวกเจ้าเถอะไปแล้วก็ระวังตัว เจ้านกนั่นก็เหมือนกัน อย่าปรากฎตัวต่อหน้าผู้คนสุ่มสี่สุ่มห้า หาเช่นนั้นนายของเจ้าจะเดือดร้อน เข้าใจหรือไม่"เซิ่งหนิงหันไปบอกเลี่ยงเฟิ่งที่ยังกินแอปเปิ้ลไม่หยุด
"ข้ารู้หรอกน่า"มันเงยหน้าขึ้นมาตอบ หลังร่ำลาลูบหน้าลูบหลังด้วยความอาวรณ์คนทั้งคู่ก็แอบออกไปจากหมู่บ้าน ทิ้งให้เซิ่งหนิงยืนเช็ดน้ำตาแต่เพียงลำพัง จากนั้นนางก็ตัดใจเดินกลับไปยังตำหนักบอกกล่าวกับนายหญิง นางถึงกับสั่งให้ผู้คนออกค้นหาจนแน่ใจแล้วว่าไม่พบเจอจึงได้แต่ก่นด่าและรอให้นายท่านกลับมาเท่านั้น
ฝ่ายอี๋ซูและปาไช่ต่างอาลัยผู้ที่เป็นเสมือนผู้ใหญ่ในครอบครัวเพียงคนเดียวยืนมองส่งพวกเขาจนลับตาก็น้ำตาคลอเบ้า
“ปาไช่ ชีวิตพวกเราต่อไปจะเป็นเช่นไร”อี๋ซูสะอื้น
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน จริงอย่างที่ยายเฒ่าบอก พวกเราสองคนล้วนต้องปิดบังตนเองให้ดี เสียดาย เราไม่รู้จะต้องแอบซ่อนเจ้านกนี่เช่นไรถึงจะไม่ให้เป็นพิรุธผู้คน”ปาไช่เช็ดน้ำตาที่ไหลย้อยลงมาเปรอะแก้ม
“ชิ! ไม่ต้องมาช่วยเหลือข้าหรอก ห่วงตัวเจ้าเองเถอะ อีกอย่างนายของข้าข้าปกป้องได้ไม่ต้องพึ่งพาเจ้าให้เปลืองแรงหรอก”เลี่ยงเฟิ่งเอ่ย
“หนอย อย่าคิดว่าชาติกำเนิดของเจ้าสูงส่งแล้วข้าไม่กล้าทำอันใดเจ้าละก็ เจ้าคิดผิดแล้ว ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นแค่นกปากเสียหาทำอันใดได้ไม่ เป็นนกก็อยู่ส่วนนกไปเถอะมายุ่งอะไรกับข้าสองคนด้วย”
“เจ้าเด็กปากเสีย แกว๊วกก”
“เจ้านกปากมาก”
“เจ้าเด็กอ่อนหัด”
“หนอย ข้าเก่งกว่าเจ้าก็แล้วกัน เพิ่งออกจากเปลืองมาไม่กี่ชั่วยามก็ทำเก่ง ข้าเกิดมากี่ร้อยปีแล้วยังไม่เอ่ยอันใด”
“โอยย พอแล้วๆ เจ้าสองคนจะเถียงกันไปทำไม ไหนๆพวกเราก็ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันแล้วก็สามัคคีกันเถอะ”อี๋ซูถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เชอะ / เชอะ”ทั้งสองสะบัดหน้าไปคนละทาง อี๋ซูได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยไม่รู้จะจัดการกับทั้งคู่เช่นไร
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ
เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ
"ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด







