Share

กลิ่นอาย

last update Tanggal publikasi: 2026-03-17 15:48:08

                                                                           第3集

ปาไช่และอี๋ซูต่างหลบหนีออกจากหมู่บ้านปักษา จริงอยู่ ที่พวกเขาเป็นชาวเผ่าวิหค แต่น่าแปลกกลับไม่สามารถแปลงร่างกลายเป็นนกพิทักษ์ของตนเองได้ จึงทำได้แต่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง เมื่อพ้นเขตแล้วพวกเขาดิ่งข้ามเขตเวทมนต์ที่ปกป้องเผ่าวิหคกับโลก   มุนษย์เอาไว้  วงเวทย์นี้เผ่ามนุษย์ล้วนมองไม่เห็น จะมีเพียงเผ่าวิหคเท่านั้นที่มองเห็นวงเวทย์สีทองที่วาดเป็นตัวหนังสือคาถาตัวยึกยืออ่านไม่อ่อนนี้ได้ ยกเว้นผู้ปกป้องเวทย์เท่านั้นที่สามารถท่องคาถานี้เมื่อมองเห็นวงเวทย์ขนาดใหญ่แล้วทั้งคู่หลับตาปี๋จับมือกันก้าวช้าๆข้ามผ่านวงสีทองที่เปล่งประกายยามมีสิ่งใดไปรบกวนมันเข้าเมื่อทะลุวงเวทย์ออกไปอีกด้านได้ โดยทั้งคู่ลืมนึกถึงเจ้านกเจ้าปัญหาเสียสิ้น

“แกว๊วววกกกก ลืมข้างั้นหรือ เจ้านายข้าลืมเอาข้าข้ามไปด้วยงั้นหรือ ไม่จริง เหตุใดเขาจึงเป็นคนเช่นนี้ไปได้ นี่ข้าถูกลิขิตให้มาพบกับผู้ใดกันแน่ โธ่วาสนาของข้าคงจบเพียงแค่นี้แน่ๆ ท่านหลิงไท่ ข้าจะทำเช่นไรดี”เลี่ยงเฟิ่งรำพึงกับตัวเองด้วยความท้อใจในวาสนานี้

"ฮะ..เฮ้ย!"อี๋ซูตกใจร้องเสียงดัง เมื่อตัวเขากับปาไช่ตกลงไปยังน้ำตกสูงชัน สองร่างล่วงลงไปใต้น้ำดำผุดดำว่าย ปาไช่หาทางปีนป่ายเสือกตัวขึ้นบนบกได้ ต่างกับอี๋ซูที่ยังจมดิ่งลงไปก้นแอ่งเรื่อยๆ ขณะที่เขากำลังจมถึงก้นสระก็ปรากฎร่างในชุดสีดำสนิท พุ่งตัวลงไปคว้าเขาเอาไว้ อี๋ซูหมดสติไม่รับรู้ไร้แรงต้านปล่อยร่างตัวเองพิงกับคนที่ช่วยเอาไว้ แต่กว่าจะถึงด้านบนเหนือน้ำหากไม่ช่วยส่งอากาศเข้าปอด เกรงว่าร่างเล็กนี่คงตายไปเสียก่อนคนที่ช่วยเหลือจนใจ จึงจำต้องใช้ปากได้รูปของตัวเองประกบกับปากบางส่งสายญาณเอาอากาศเข้าปอดให้ ร่างเล็กถูกปราณเซียนขับเอาญาณส่งเข้าปอดไปได้สักพักก็ลืมตาโพลงในน้ำ ยิ่งเห็นใบหน้าคนผู้นี้อี๋ซูก็ยิ่งดิ้นทุรนทุราย คนช่วยนึกรำคาญในใจถึงขั้นใช้สันมือสับเข้าที่ซอกคอด้านข้าง ทำให้อี๋ซูนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ด้านบนปาไช่กระอักกระไอเอาน้ำออกจากปอด ยังมีคนที่แต่งกายชุดสีเทาเงินอีกคนช่วยตบหลังให้ และยังคอยชะเง้อมองลงไปในน้ำด้วยความเป็นห่วง

"เป็นเช่นไร ดีขึ้นหรือไม่"น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามปาไช่

"แค่กๆ ข้า ข้าดีแล้วขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยเหลือ"ปาไช่ทั้งไอทั้งเอ่ยปาก เนื้อตัวเปียกปอน

"ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เจ้าช่วยตัวเจ้าเองขึ้นจากน้ำต่างหาก แต่คุณชายของข้าสิลงไปช่วยเพื่อนเจ้าอยู่ จนป่านนี้ยังไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอีก"ร่างใหญ่บ่นเสียงขึงขัง ใบหน้าหล่อเหลาตึงจนเห็นได้ชัด ยังไม่ขาดคำร่างสองร่างก็ทะลึ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำ

"คุณชาย..คุณชายท่าน"

"ช่วยคน"ร่างในน้ำอยู่ในชุดสีดำสนิท ผิวขาวราวกับพระจันทร์คืนวันเพ็ญผุดผ่องงดงาม ใบหน้าหล่อเหลาหนึ่งไม่มีสอง เส้นผมสีดำขลับสยายอยู่ในน้ำราวกับแพรไหม หากแต่สีหน้าเรียบเฉยยิ่งนัก ดวงตาคมกริบสีดำยาวรี ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนถูกมนต์สะกดส่งร่างที่คว่ำหน้าอ่อนปวกเปียกในชุดสีเทาให้กับคนร่างใหญ่ที่คุกเข่าอยู่ตรงริมฝั่ง คนด้านบนยื่นมือขนาดใหญ่มาคว้าแขนเล็กลากขึ้นบนบกทันที

"อี๋ซู! อี๋ซูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าฟื้นสิ..รีบฟื้น"ปาไช่ถลาเข้าหาเพื่อนที่ยังหมดสติกองอยู่ตรงนั้น คนที่ลากอี๋ซูรีบยื่นมือให้คนที่อยู่ในน้ำเพื่อเป็นหลักยึดส่งตัวเองขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ร่างนั้นกลับเพิกเฉย ใช้สองมือทาบกับริมตลิ่งดันตัวเองขึ้นมาจากน้ำ ร่างที่เห็นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่งกายด้วยสีดำทั้งชุด เรือนร่างตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าล้วนดำสนิท งามสง่าดุจเทพเซียนบนสวรรค์ ถึงแม้ว่าทั้งร่างชุ่มโชกจากน้ำแต่หาได้กลบรัศมีความสง่างามและความมีอำนาจลงได้ เขาจ้องไปยังร่างเล็กที่นอนหงายไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของปาไช่

"ไปดูเขาเถิด"ร่างใหญ่หนาก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินตึงๆเข้าไปหา

"เพื่อนเจ้าเป็นอย่างไร"

"ท่านผู้มีพระคุณได้โปรดช่วยเหลือเพื่อนข้าด้วยเถอะ"ปาไช่ทั้งร้อนรน ทั้งเป็นห่วงจึงไม่สังเกตว่าสองคนนี้รูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร ดวงหน้าเรียวซีดจนดูผอมดวงตาแดงก่ำ มองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"ส่งเขามาให้ข้า"ร่างยักษ์ออกแรงเพียงน้อยนิด ร่างที่นอนอยู่คล้ายจะปลิวตามแรงเข้ามาสู่อ้อมแขน คนผู้นี้มองดูดวงหน้าที่หลับตาพริ้มชั่วครู่ ใช้สองนิ้วจี้ไปที่หน้าผาก แสงสีเงินสว่างจ้าเพียงครู่ก็จางหายไป อี๋ซูค่อยลืมตาแดงก่ำขึ้นมาช้าๆ

"เอาไปเพื่อนเจ้าฟื้นแล้ว"ร่างในชุดสีเทาเงิน ส่งอี่ซูให้กับปาไช่ราวกับเป็นของร้อนมิสมควรแตะต้อง จากนั้นร่างยักษ์ลุกขึ้นยืนถอยหลังไปหยุดด้านข้าง คนชุดดำร่างสูงเสมอกันแต่เรือนร่างกลับบางสมส่วนกว่า

"คุณชาย"

"เป็นอย่างไร"น้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบเอ่ยถาม

"ดีขึ้นแล้วขอรับ พวกเราไปกันเถอะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว"ร่างยักษ์ค้อมตัวเล็กน้อย คนชุดจำขยับตัวเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงร่างที่ยังนอนสะลืมสะลืออยู่ในอ้อมแขนเพื่อน เขาหลับตาเพียงครู่ดวงตาสีดำลืมขึ้นทันทีด้วยความสงสัยแต่ริมฝีปากหนาได้รูปกลับมิเอ่ยคำออกจากปาก

"ไปกันเถอะ"เขาหันกลับไปหาคนร่างใหญ่ ไม่นานสองร่างก็จางหายไป ปาไช่ไม่ใส่ใจคนที่ช่วยเหลือทั้งยังลืมขอบคุณ

"เป็นอย่างไรบ้างเจ้าตอบข้าหน่อย หรือว่ากลืนน้ำลงไปน้ำเข้าไปแทนที่สมองเจ้าแล้วถึงพูดไม่ออก"ปาไช่ถามคนที่ยังนอนลืมตานิ่ง ทันใดนั้นเองมือเรียวบางก็ตบเข้าที่ด้านหลังปาไช่โดยแรง

"กล้านินทาข้าต่อหน้าหรือ"

"อ้าวฟื้นแล้วนี่ เหตุใดข้าถามอะไรเจ้าถึงไม่ยอมพูดเล่า"ปาไช่หน้างอ

"ข้ากลัว"อี๋ซูตอบเสียงสั่น

"หือ?เจ้ากลัวสิ่งใด"ปาไช่ทำหน้าสงสัย

"คนนั้น คนชุดดำ ข้ากลัวเขา"ปาไช่นิ่วหน้า

"กลัวสิ่งใด เขาเป็นผู้ช่วยเจ้าขึ้นมาจากน้ำ สมควรขอบคุณเขาสิถึงจะถูก"ปาไช่ทำสีหน้างงงัน ค่อยพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้นนั่ง

"ข้าบอกไม่ถูก เจ้าจับไอสังหารจากเขาไม่ได้หรือ"

"ไม่นี่ ข้าเห็นเขาปกติ แต่ถ้าให้ถามข้าบอกไม่ได้หรอกนะว่าพวกเขาหน้าตาเป็นเช่นไร แต่นั่นช่างเถอะ พวกเราคงไม่โชคดีเจอเขาอีกครั้งหรอก ตอนนี้เจ้ายังดีอยู่หรือไม่"ปาไช่ลูบหลังลูบไหล่เพื่อนสำรวจไปทั่วตัวด้วยความเป็นห่วง อย่างน้อยเพื่อนเขาคนนี้ก็เป็นนายน้อยของเขามาก่อน

"ข้าดีขึ้นมากแล้ว"น่าแปลก จู่ๆหัวใจของอี๋ซูกับกระตุกเต้นรัวแรง ดวงหน้าแข็งท่อดวงตาเบิกกว้างค้างแข็ง ปาไช่ตกใจทำอะไรไม่ถูก อี๋ซูที่กำลังจะลุกขึ้นหัวใจคล้ายถูกบีบอัด ภาพในหัวปรากฏภาพของชายชุดดำที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้ กำลังใช้สองนิ้วจ่อตรงหน้าผากส่งแสงสีทองเข้ามาในหัวเรื่อยๆ เนื้อตัวร้อนผ่าวลมหายใจไม่ติดขัดเช่นก่อน ดวงตาที่เคยมองเห็นชัดบ้างเลือนลางบ้างทว่าบัดนี้แจ่มชัดมากขึ้น ทันใดนั้นเองร่างเขาราวกับถูกกระแสไฟวิ่งผ่านเรือนร่างไปทั่ว

"ซู..อี๋ซู อี๋.."

"เฮือก"ปาไช่ตระหนกแตกตื่นยิ่งนักเมื่อเห็นเพื่อนที่กำลังลุกขึ้นกลับลงไปนอนชักอยู่บนพื้น เขาเข้าไปเขย่าอยู่นานจึงได้สติ ปาไช่ถึงขั้นตาแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้าตาใบหน้าซีดเผือกพอๆกับเพื่อนตนเองที่ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น

"อะไร"

"ข้าต้องถามเจ้าว่าเกิดอะไรขึ้น มิใช่ให้เจ้าถามย้อนกลับ"

"ข้าไม่รู้"

"อย่าทำให้ข้าตกใจแบบนี้อีกนะอี๋ซู เจ้ารู้สึกดีขึ้นแล้วหรือไม่"ปาไช่เสียงสั่น

"ใช่ ..ข้าดีขึ้นแล้ว"อี๋ซูตอบอย่างเลื่อนลอย ปาไช่นิ่วหน้าด้วยความกังวล สองแขนประคองเพื่อนลุกขึ้นอีกครั้ง เมื่อรออยู่ชั่วครู่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติปาไช่ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"เรารีบไปกันเถอะข้าว่าสถานที่นี้ดูแปลกๆ กลัวว่าหากชักช้าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก"ปาไช่รีบลากเพื่อนออกจากน้ำตกนั่นทันที คนทั้งคู่เดินเข้าไปยังตัวเมือง สองตาคู่สี่ข้างมองร้านรวงและผู้คนบนถนนด้วยความตื่นตาตื่นใจ เสียงผู้คนตะโกนขายของ แผงรวงร้านต่างมีสินค้าหลากหลาย กลิ่นอาหารโชยส่งกลิ่นยั่วยวนออกมาถึงด้านนอกปะปนกับกลิ่นหอมจากถุงหอมเครื่องประทินโฉมกรุ่นจนฟุ้งไม่แน่ชัดว่ากลิ่นใดมาจากอะไรกันแน่

"ข้าหิว"อี๋ซูลูบท้องตัวเองไปมาแลบลิ้นสีชมพูน่ารักไปรอบริมฝีปาก ปาไช่ตัวสูงใหญ่กว่าจึงดันให้เดินนำเข้าไปร้านอาหารที่เห็นอยู่ตรงหน้า ด้านในร้านมีคนแน่นหนาทุกโต๊ะ

"เถ้าแก่สั่งอาหารหน่อย"ปาไช่ตะโกนเรียกเสียงดังกลบเสียงพูดคุยในร้าน เสี่ยวเอ้อรีบปรี่มารับคำสั่ง แต่สายตากลับดูหมิ่นยิ่งนัก ในใจเกรงกลัวว่าคนสองคนนี้จะมีเงินจ่ายหรือไม่

"จะสั่งอาหารก็ต้องวางเงินก่อน ที่นี่มีกฏเช่นนี้ พวกเจ้าวางเงินเอาไว้ด้วย"น้ำเสียงช่างดูแคลนยิ่งแล้ว อี๋ซูขยับหัวคิ้วนิ่วหน้า ปาไช่เห็นเช่นนั้นจึงกดมือเอาไว้ส่งสายตาว่าห้ามก่อเรื่องออกไป อี๋ซูถึงยอมสงบนิ่ง

"เอาไป ขออาหารอร่อยๆสองสามอย่างข้าวเปล่าสองชาม อ้อ ขอน้ำชาดีๆหน่อยมาด้วยสักป้าน"ปาไช่วางเงินลงบนโต๊ะ เสี่ยวเอ้อเมื่อเห็นว่าคนมีจ่ายก็รีบหยิบเงินแล้วจากไป

"ชิ! โลกมนุษย์ไม่น่าอยู่สักนิด"อี๋ซูบ่นเบาๆ

"ต่อไป เราสองคนต้องเปลี่ยนชื่อแซ่กันแล้ว"ปาไช่เตือน

"ชื่อหรือ? ข้าชื่ออะไรดี"อี๋ซูถาม สองมือเท้ากับคางมองปาไช่อย่างนึกสนุก

"เจ้าชื่อฮุ่ยเหอ ส่วนข้าชื่อม่อเหลียน ดีหรือไม่"ปาไช่เสนอ

"ดีๆข้าชอบชื่อนี้"อี๋ซูหัวเราะปากกว้าง รอจนอาหารมาวางตรงหน้าคนทั้งคู่จึงกินจนเกลี้ยง หลังจากนั้นก็ลุกจากไป แต่แล้วอี๋ซูหรือฮุ่ยเหอก็หยุดนิ่งหน้าร้านคล้ายนึกสิ่งใดได้ ปาไช่เลิกคิ้วถาม

“ข้าคิดว่าข้าลืมอะไรไปแล้วบางอย่าง”อี๋ซูยังนึกไม่ออก

“หือ? ลืมสิ่งใด ข้าว่าพวกเรานำของติดตัวมาครบแล้วทุกอย่างนี่นา”ปาไช่สำรวจทั้งตนเองและอี๋ซูย่ามที่คล้องไหล่ทั้งสองอยู่ครบ ถุงเงินก็ล้วนแต่เต็มไปด้วยทองและมุกก็ครบทั้งสามถุง ดังนั้นคิดเช่นไรก็คิดไม่ออกว่าลืมสิ่งใดไปแล้ว

"เจ้าภพ..เด็กพวกนั้นออกจากร้านแล้วพะย่ะค่ะ"

"อืม ส่งคนตามไป"หลิงไท่หลังจากช่วยคนขึ้นจากน้ำได้ เขาก็มายังร้านอาหารแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ด้านบนเป็นสถานที่จำกัดให้เฉพาะผู้เป็นเศรษฐีมีเงิน หรือขุนนาง สถานที่ไม่พลุกพล่านเฉกเช่นชั้นล่าง หากทว่าก็สามารถมองเห็นผู้คนด้านล่างชัดเจนเช่นกัน

"ฝ่าบาท เหตุใดเราต้องให้คนตามเด็กพวกนั้นพะย่ะค่ะ"หลิงไท่วางแก้วน้ำชาลงช้าๆ

"วิหคสวรรค์อยู่ที่เด็กคนนั้น"จางหย่งองครักษ์ขวาประจำตัวเบิกตากว้าง

"ใช่ ข้าเองก็สงสัยเช่นเดียวกับเจ้า จึงให้คนติดตาม น่าแปลกเสียจริง"หลิงไท่คลึงจอกไปมาช้าๆ

"เป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กคนนี้แค่มีกลิ่นอายพะย่ะค่ะ"

"ไม่มีทาง วิหคสวรรค์นั้นเป็นของคู่บุญชายาของข้า ซึ่งตัวข้าเองยังมิอาจรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด เพราะวิหคนี้จะเป็นผู้เลือกสรรเองและข้ามิอาจขัดมติสวรรค์ได้ น่าแปลกกว่านี้เพราะกลิ่นอายของวิหคนี้กลับกลายเป็นเด็กหนุ่ม"จางหย่งถึงกับสำลักน้ำลาย ตามรูปการณ์แล้วนกสวรรค์เป็นของคู่บารมีพระชายาเจ้าภพ แต่กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มอย่างนี้จะเกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่ หรือฝ่าบาทของเขาจะต้องครองคู่กับเด็กหนุ่มนั้น เพียงแค่คิดจางหย่งถึงกับขนลุกซู่ สายตาค่อยๆเหลือบแลไปยังใบหน้าเรียบนิ่ง สงบราวกับน้ำเย็นในช่วงเหมันตฤดูแล้วต้องลอบกลืนน้ำลาย เพราะคนที่มิเคยใกล้ชิดย่อมดูไม่ออกว่า เจ้าภพอารมณ์ยามนี้เป็นเช่นไร แต่เขาเป็นผู้ซึ่งติดตามตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มีหรือจะดูไม่ออก ยิ่งสีหน้านิ่งเมื่อไหร่แสดงว่ายิ่งเจอเรื่องตึงมือให้ขบคิด ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยแสดงออกมันมากเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เขานึกกังวลถึงเด็กน้อยนั่นเสียแล้ว 'หัวเจ้าคงยากที่จะตั้งอยู่บนบ่าเจ้าแล้วเด็กน้อยเอ๋ย' จางหย่งได้แต่คิดในใจไม่กล้าเปล่งเสียงเอ่ยออกมาเป็นวาจาได้

"ให้กระหม่อมสืบเสาะเรื่องราวดีหรือไม่พะย่ะค่ะ"

"อืมได้  จริงสิ จางหย่ง ข้ามีเรื่องให้เจ้าไปทำเรื่องหนึ่ง ข้าจะรออยู่ที่นี่ รีบไปรีบกลับ"

"พะย่ะค่ะ"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบา จางหย่งรีบก้มคำนับแล้วหายตัวเป็นควันสีขาวแล้วจากไป ทิ้งให้ชายผู้หนึ่งยืนครุ่นคิดถึงกลิ่นอายที่ตนเองสัมผัสได้และไม่เข้าใจว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ ถึงแม้เขาจะเป็นถึงจ้าวภพแต่ก็มีบางเรื่องที่มิอาจล่วงรู้ได้ถึงมติสวรรค์ เขาได้แต่ทอดถอนใจไม่เข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หากแต่ภาพใบหน้าของคนที่เขาช่วยชีวิตกลับกระจ่างอยู่ในความคิดไม่รู้ลืม

“หรือเขาคือคู่สวรรค์สร้าง เป็นไปไม่ได้ เขามิใช่อิสตรีแต่เป็นหนุ่มน้อย เหตุใดสวรรค์จึงกลั่นแกล้งข้า หรือเป็นมนตราที่ศัตรูสร้างขึ้นกันแน่”หลิงไท่จมจ่มอยู่กับความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัว และไม่สามารถสลัดใบหน้าแจ่มกระจ่างนั้นให้หายไปจากความคิดได้เช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (7)

    "ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (6)

    "ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (5)

    "เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (4)

    "ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (3)

    เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (2)

    "ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด

  • มนตราแห่งรัก   องค์รัชทายาทหลิงไท่?

    หลิงไท่ลืมตาขึ้นมาปล่อยมือออกจากแผ่นหลังของอี๋ซู เลี่ยงเฟิ่งเองก็ทำเช่นกัน ทั้งสองสบตากันเลี่ยงเฟิ่งรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นทันที"ฝ่าบาททรงทำเช่นนี้จริงรึพะย่ะค่ะ"เลี่ยงเฟิ่งถามด้วยสีหน้างุนงง ถูกต้องถึงแม้นเขาจะล่วงรู้ฟ้ารู้ดิน หากนึกไม่ถึงว่าหลิงไท่จะใช้วิธีนี้ทำให้อี๋ซูกลายมาเป็นคนของเผ่าสววรค์ที่ส

  • มนตราแห่งรัก   ไป๋อวี้ผู้ชี้ชะตา

    "จางหยู พระชายาจะเป็นอะไรมากไหม"ปาไช่หันมาถามจางหยูที่ยืนวิตกอยู่ด้านข้าง จางหยูยกมือขึ้นลูบผมนุ่มของปาไช่เบาๆ"ใจเย็นเถอะ พระชายาหาใช่คนอ่อนแอไม่""ข้ารู้แต่ดูจากอาการแล้วคงไม่ดีเท่าไหร่นัก"ปาไช่พยักหน้าน้อยๆ เซิ่งหนิงที่ยืนอยู่อีกด้านแตะแขนปาไช่เบาๆ"บอกข้า เกิดอะไรขึ้นกับพระชายา เล่ามาให้หมด เผื

  • มนตราแห่งรัก   ขนนกโบกโบย

    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูท่าเจ้าจะหวั่นไหวกับเด็กผู้นี้เสียเหลือเกิน อ่า..จะว่าไปแล้วร่างกายนี้ก็น่ารักใคร่มิใช่น้อย ผิวกายอ่อนนุ่ม เรือนร่างบอบบาง ดวงหน้าอ่อนหวานงดงามยิ่งกว่าสตรีนางใด นับว่าไม่เลว"จอมมารลูบไล้เรือนร่างของอี๋ซูไปมา หลิงไท่บดกรามแน่นด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลามืดดำราวพยับฝนตั้งเค้า"เจ้าเป็น

  • มนตราแห่งรัก   จอมมารเฮ่อ

    หลิงไท่เงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนใบหน้าถมึงทึงอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม หากใบหน้านิ่งสนิทก้มหัวให้เล็กน้อยเพื่อมิให้ผิดสังเกตุว่าตนหาใช่ปาไช่ที่แท้จริงไม่"คุณหนู""ไอ้เด็กโสโครกมันอยู่ที่ใด""หมายถึงพระชายาหรือขอรับ"หลิงไท่เอ่ยเสียงเย็นเมื่อได้ยิน"พระชายา พระชายา น้ำหน้าเช่นมันได้ดีถึงเพียงนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status