INICIAR SESIÓN"ฉันจ่ายสิบล้านเพื่อซื้อเธอหนึ่งปี" อนาวินทร์ประกาศกร้าวพร้อมพาณิชาภาเข้าสู่กรงทองคำหรูหรา เธอปฏิเสธความรักแต่ต้องจำนนต่ออำนาจ เธอไร้ทางหนีและต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งแรกในฐานะของที่ถูกซื้อ เมื่อหนี้คือพันธนาการ เธอจะถูกเขาใช้ให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
Ver másอารัมภบท
รอยรักในเงามืด
แสงไฟนีออนสีม่วงสลัวสลับแดงสาดส่องผ่านกลุ่มควันบุหรี่จางๆ ในอากาศ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเคล้าไปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกะทิทำให้บรรยากาศภายในราตรีลวงดูลึกลับและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนที่น่าอันตราย
อนาวิน อัศวนนท์ อายุ 29 ปี นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำในมุมมืดที่สุดของโซน VIP ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวภายใต้กรอบหน้าคมสันไม่ได้สนใจแก้วบรั่นดีราคาแพงในมือ หรือสาวสวยในชุดนุ่งสั้นที่พยายามทอดสะพานให้เขาแม้แต่น้อย สายตาของเขานิ่งสนิท จดจ้องไปยังร่างบอบบางในชุดพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินประคองถาดเครื่องดื่มอยู่กลางฟลอร์เบื้องล่าง
ห้าปีที่เขาปล่อยให้เธอหายไปจากชีวิต ห้าปีที่เขาต้องทนอยู่กับความว่างเปล่าและความโกรธแค้นที่สลักลึก
“นั่นไงครับคุณวินน์เธอใช้ชื่อว่าเดียร์ มาทำงานที่นี่ได้เกือบปีแล้ว” อาคิราห์ คนสนิทของอนาวินกระซิบบอกพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของเจ้านาย
มือหนาที่ถือแก้วบรั่นดีสั่นเล็กน้อยจนน้ำสีอำพันกระเพื่อม อนาวินจดจำทุกท่วงท่า การขยับกาย และดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายสดใสคู่นั้นได้ดี แม้ในวันนี้มันจะถูกเคลือบไว้ด้วยความเย็นชาและความเหนื่อยล้าเพียงใดก็ตาม ณิชาภา คุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เคยยืนเคียงข้างเขา บัดนี้กลับต้องมาคอยก้มหัวรองรับอารมณ์ลูกค้าขี้เมาในสถานที่แบบนี้
‘ทำไมต้องทำตัวให้ต่ำต้อยขนาดนี้ ณิชา’ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาพร้อมกับแรงโทสะที่พลุ่งพล่าน แต่อีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
“ไปพาตัวเธอมา” เสียงทุ้มต่ำสั่งการเด็ดขาด ทรงอำนาจจนคนฟังต้องขนลุก
“แต่เธอไม่รับงานดูแลแขกเป็นการส่วนตัวนะครับคุณวินน์ เธอแค่เสิร์ฟ”
“ฉันไม่ได้สั่งให้เธอมาเสิร์ฟเหล้า” อนาวินวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังจนคนรอบข้างสะดุ้ง
“ฉันสั่งให้พาเธอมาที่นี่มาสบตาฉัน และสำนึกเสียทีว่าชีวิตที่ไม่มีฉันมันน่าสมเพชแค่ไหน”
อนาวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทเนื้อดีสีเข้มขับเน้นบุคลิกเจ้าชายเย็นชาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น เขาขยับเนกไทเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
คืนนี้เงามืดที่ซ่อนเธอไว้กำลังจะถูกทำลาย และเขาจะทำทุกทางเพื่อล่ามโซ่ตรวนแห่งพันธนาการครั้งใหม่นี้ไว้ที่เท้าของเธ ไม่ว่าเธอจะยินดีหรือไม่ก็ตาม
ตอนที่ 9 แขกที่ไม่ได้รับเชิญหลังจากการปะทะคารมและพายุอารมณ์ในห้องน้ำเมื่อเช้าสิ้นสุดลง ณิชาภาใช้เวลาทั้งวันขลุกตัวอยู่แต่ในห้องพักส่วนตัวเพื่อจัดการกับความสับสนในใจ เธอพยายามเพิกเฉยต่อสายตาคมกริบของอนาวินที่คอยจ้องมองมาอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมทุกครั้งที่เดินผ่าน ทว่าความสงบสุขชั่วคราวกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์รถแท็กซี่ที่มาจอดเทียบหน้าประตูรั้ว พร้อมกับเสียงโวยวายที่คุ้นเคย“ปล่อยหนูนะ หนูบอกแล้วไงว่าหนูมาหาพี่สาวหนู”ณิชาภาสะดุ้งสุดตัว เธอจำเสียงนั้นได้แม่นนลิน น้องสาวคนเล็กที่เธอพยายามกันออกห่างจากโลกสีเทาของอนาวินมาตลอด เมื่อวิ่งออกไปที่หน้าบ้าน เธอพบร่างของหญิงสาววัยรุ่นในชุดเดรสสั้นรัดรูปแบรนด์เนมที่ดูเกินฐานะไปมาก กำลังยืนถกเถียงกับบอดี้การ์ดหน้าบ้านอย่างไม่ยอมความ“นลิน มาที่นี่ได้ยังไง” ณิชาภาปรี่เข้าไปดึงแขนน้องสาวไว้ ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ“พี่ณิชา ดูคนพวกนี้สิคะ ทำเหมือนหนูเป็นขอทาน หนูแค่จะมาหาพี่สาวตัวเองมันผิดตรงไหน” นลินสะบัดแขนออกพลางจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิง สายตาของเด็กสาวกวาดมองคฤหาสน์หลังโตด้วยความตื่นตาตื่นใจ ฃ“โห!!! พี่ณิชาอยู่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอคะเนี่
ตอนที่8กาแฟที่ขมกว่าเดิมความเงียบเชียบภายในรถสปอร์ตคันหรูที่มุ่งหน้ากลับจากโรงพยาบาลนั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงพายุ อนาวินนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังถนนเบื้องหน้า มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจนณิชาภาที่นั่งตัวลีบติดประตูรถรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจเมื่อถึงบ้านพักส่วนตัว อนาวินไม่ได้ดับเครื่องยนต์ด้วยความนุ่มนวลอย่างเคย เขาเปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมมาฉุดกระชากแขนของณิชาภาให้ลงมาอย่างไม่เบามือ“คุณวินน์ ฉันเจ็บนะคะ” ณิชาภาประท้วงพลางพยายามแกะมือหนาออก“เจ็บสิดี จะได้จำใส่สมองไว้ว่าคำสั่งของฉันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น” เขาตวาดเสียงต่ำลึก ก่อนจะลากเธอขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องนอนกว้างขวางของเขาที่เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้าไปอนาวินเหวี่ยงร่างบางลงบนพื้นพรมปลายเตียงอย่างแรง แม้จะไม่เจ็บเท่าคอนกรีต แต่มันก็ทำให้ณิชาภาเสียหลักจนต้องขย่มมือพยุงตัวเองไว้ เขาถอดสูทนอกโยนทิ้งลงบนเก้าอี้อย่างไม่ใยดี ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดด้วยท่าทางคุกคาม“คุณจะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงสั่น พลางค่อยๆ ถอยร่นหนีจนหลังชน
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตณิชาภาลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอไม่ได้ตอบโต้ทำเพียงเก็บรวบรวมงานวางไว้บนโต๊ะเขาอย่างเรียบร้อย ก่อนจะขอตัวออกมาด้วยท่าทางอ่อนเพลีย แต่อยู่ๆ แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าก็ทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว เธอรีบเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอทันทีชื่อ ‘ป้ามาลี’ แม่บ้านเก่าแก่ที่คอยดูแลพ่อของเธอที่โรงพยาบาลปรากฏขึ้น“คุณหนูเดียร์คะ” เสียงปลายสายสั่นเครือ“เมื่อช่วงตีสามคุณท่านเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นกะทันหันไปหนึ่งครั้งค่ะ ทีมหมอรีบทำ CPR จนหัวใจกลับมาเต้นแล้ว ตอนนี้คุณท่านปลอดภัยดี แต่อาการยังทรงตัว ป้าตกใจมากเลยต้องรีบโทรหาคุณหนู”คำว่าหัวใจหยุดเต้นเหมือนค้อนปอนด์ที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอก ณิชาภาหน้าซีดเผือด แม้ป้ามาลีจะย้ำว่าตอนนี้คุณหมอช่วยจนอาการดีขึ้นแล้ว แต่ความกลัวที่เกาะกินใจทำให้เธอไม่สามารถนั่งรอเฉยๆ ได้อีกต่อไปเธอเหลือบมองไปที่ห้องทำงานชั้นบน ไฟยังคงสลัวแต่อนาวินคงจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วหลังจากการกวนประสาทเธอมาทั้งคืน ณิชาภารู้ดีว่าถ้าเธอไปขออนุญาตเขาตรงๆ ในตอนนี้ เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่ และอาจจะพาลโกรธจนสั่งระงับค่ารักษาพ่อไปเสียดื้อๆ‘
ตอนที่7กลิ่นอายในรอยอดีตภายในห้องอาหารที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟระย้าเหนือโต๊ะหินอ่อนช่วยขับเน้นให้บรรยากาศดูนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปต้มจืดเต้าหู้หมูสับคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายของบ้านที่อนาวินไม่ได้สัมผัสมานานนับแต่เขาย้ายออกมาอยู่เพียงลำพัง“พี่ณิชาเชื่อไหมคะ ที่มหาวิทยาลัยมีแต่คนถามถึงพี่ณิชา ทุกคนยังจำรุ่นพี่ดาวคณะที่สวยและเรียนเก่งที่สุดได้แม่นเลยค่ะ” อันนาประคองแก้มตัวเองพลางเจื้อยแจ้วไม่หยุด สายตาที่มองณิชาภาเต็มไปด้วยความชื่นชมณิชาภายิ้มละไม มือบางตักเต้าหู้หมูสับชิ้นพอดีคำวางลงในถ้วยของอันนาอย่างอ่อนโยน“อันนาก็พูดเกินไปค่ะ พี่หายไปตั้งห้าปี ใครจะไปจำได้ล่ะคะ”“จำได้สิคะ โดยเฉพาะเพื่อนผู้ชายของอันนาสายรหัสพี่ณิชาเนี่ยบ่นคิดถึงกันระงม”เคร้ง!!!เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องราคาแพงดังขึ้นขัดจังหวะ อนาวินที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาเขี่ยผักในจานไปมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์“กินข้าวก็กินไปอันนา จะขุดคุ้ยเรื่องสมัยพระเจ้าเหาทำไม รำคาญหู” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนั้นทำให้สองสาว