เข้าสู่ระบบไม่นานนักปรางถือจานเงาะที่ถูกปอกเปลือกและควานเมล็ดออกแล้วจัดเรียงใส่จานสวยงาม กับขนมเหนียวมูนมะม่วงสุกที่ราดกะทิ คุณทิพย์กับธีรดามองสิ่งที่อยู่ในจานด้วยความอึ้ง ทึ้ง และเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าเด็กสาวอายุสิบแปดปีทำได้ขนาดนี้
"สวยงามมาก ละเอียด ละเมียด ละไมมากเลยหนู" คุณทิพย์เอ่ยชม
"โอ้โห้! งานดีค่ะคุณแม่" ธีรดาห่อปากเป็นรูปตัวโอเอ่ยชมหญิงสาวอย่างคาดไม่ถึง เธอที่อายุเข้าเลขสี่แล้วยังทำไม่ได้เท่าหญิงอายุน้อยตรงหน้า
"เจ้าซีมันตาถึงจริง ๆ” กระหยิ่มยิ้มชื่นชมลูกชายที่คว้าผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมีย แม้จะยังไม่ได้อยู่ในสถานะลูกสะใภ้ ท่านก็ยกตำแหน่งนี้ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ถูกใจแม่ผัวนัก
"ขอบน้ำใจเจ้าค่ะ" ปรางลืมตัวพูดภาษายุคตัวเอง เงยหน้าขึ้นมองเพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิดไป เพราะสายตาทั้งสี่คู่จ้องมองมายังเธอไม่ละสายตา
"ขะ ขอบคุณค่ะ" สองแม่ลูกมองหน้ากันด้วยความสงสัย
"ลูกเต้าเหล่าใครหรือหนู จะบอกฉันได้หรือยังแล้วมารู้จักลูกชายฉันได้อย่างไร"
"เอ่อ..." เป็นคำถามเดิมที่เธอยังไม่ตอบ เพราะเธอไม่รู้จะตอบอย่างไรดี "คือหนู...."
"เอ้า อ้ำอึ้งอยู่นั่น"
"คุณหมอช่วยเหลือหนูไว้ ท่านเมตตาต่อหนูมากค่ะ" เธอเหมือนผู้กระทำความผิดแล้วโดนจับมาสอบสวน ทำให้เธอมือสั่นปากสั่นพูดผิดพูดถูก ภาวนาให้หมอธาดากลับมาหาเธอ
ณ ตอนนี้คนที่คิดถึงที่สุดคงไม่พ้นหมอธาดา
"จะร้องไห้แล้วค่ะคุณแม่"ธีรดากระซิบบอกมารดา เพราะหญิงสาวตรงหน้าตาแดงก่ำเหมือนคนจะร้องไห้
"แล้วมาอยู่ที่นี่นานหรือยัง"
"วันนี้เป็นวันที่สองค่ะ"
โดนซักฟอกอยู่นาน ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูก็ดังขึ้น หญิงสาวดีใจเสียมารยาทลุกขึ้นยืนมองผ่านประตู
"ท่านหมอมาแล้วเจ้าค่ะ" ดีใจจนลืมตัว เธอนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม ยิ้มเหยเกส่งให้ทั้งสอง
คุณทิพย์โบกมือปัดไม่เป็นไร
"ออกไปรับพี่เขาไป" ปรางยกมือไหว้ก่อนจะทรุดนั่งคลานเข่าออกไป
"น้องเขาก็น่ารักดีนะคะคุณแม่"
"รอน้องชายแกมาสารภาพบาปก่อนเถอะ”
ปรางรีบวิ่งมาหาคุณหมอหนุ่ม ธาดาเปิดประตูออกมามองเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสาวแล้วสงสารจับใจ คงโดนมารดากับพี่สาวเขาดุและซักถามสินะ
"แม่และพี่สาวของท่านมาหาท่าน" เขาพยักหน้ารับรู้
"เขาถามอะไรหนูไหม" เธอพยักหน้าตอบกลับเช่นกัน
"ถามอะไรแล้วหนูตอบว่าอะไร"
แววตาที่ยังตื่นกลัวทำให้ธาดาลูบศีรษะเธอเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม เขาสั่งให้เธอเงียบไม่ต้องพูดอะไร ให้อยู่เฉย ๆ แล้วเขาจะจัดการเอง
"สวัสดีครับคุณแม่ ลมอะไรหอบกันมาถึงนี่ครับ" ธาดาพูดเย้าแหย่มารดาที่นั่งทำหน้าเครียด มีพี่สาวนั่งข้าง ๆ มองจ้องจับผิดและส่งสายตาล้อเลียนมาให้
"มาแล้วเหรอพ่อตัวดี อธิบายมาสิ" คุณทิพย์มองเลยไปหาคนที่ยืนด้านหลังของหมอธาดา
"เรื่องมันยาวนะครับ ไว้ผมจะเล่าให้ฟัง" ธาดาตอบเลี่ยง ๆ
"พูดมา แกไปงมเข็มในมหาสมุทรที่ไหนมา" มารดาช่างเปรียบเปรย เขายิ้มรับ คงจะเห็นและดูออกถึงกิริยาที่งดงาม เรียบร้อยของคนตัวเล็กที่นั่งข้าง ๆ เขา ปรางไม่เหมือนเด็กสาววัยรุ่นสมัยใหม่ทั่วไป และคงหาผู้หญิงอย่างปรางได้ยากในยุคนี้
"เธอมาเป็นลมที่หน้ารถผม ผมเลยช่วยเอาไว้" เขาอธิบายสั้น ๆ
"ต่อสิ" ธีรดาอยากรู้ความเป็นมาของว่าที่น้องสะใภ้
"ชื่อปรางครับ เธอกำพร้า เป็นคนอยุธยา มียายบุญธรรมเลี้ยงดูมา พอท่านเสียเธอเลยมาเริ่มต้นใหม่ในกรุงเทพ" เขาปด หญิงสาวนั่งฟังคนปดเก่ง เขามุสาต่อหน้ามารดาของเขาอยู่
"ยายชื่ออะไรหรือหนู" คุณทิพย์ถาม
"ท่านชื่อกำไลเจ้าค่ะ เอ่อ ค่ะ"
คุณทิพย์มองอย่างไม่อยากจะเชื่อคำพูดของลูกชาย มองหน้าลูกกับผู้หญิงตัวเล็กสลับกันไปมาอย่างจับผิด
"กิริยามารยาทงดงามนะ แม่ชอบ ไหน ๆ แกก็ช่วยเหลือน้องเขาแล้วงั้นแม่ก็จะอุปการะต่อแกเลยแล้วกัน ไปอยู่กับฉันนะหนู"
"ไม่ได้ครับ!" ธาดาโพล่งกลางปล่อง พี่สาวหัวเราะเก็บเสียงเมื่อเห็นน้องชายหลุดมาด
"ทำไม!" ลูกชายเสียงดังมา คนเป็นแม่ก็สวนกลับทันควัน
"ก็เขาอยู่กับผมแล้ว คืออาการของปรางยังไม่ดีขึ้น ปรางต้องอยู่ใกล้ผมที่เป็นหมอสิครับ" แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ พี่สาวยกนิ้วโป้งให้น้องชายในความแถเก่ง คุณทิพย์เงียบไปสักพัก
"ก็ได้ แต่...แกต้องพาน้องกลับบ้านทุกวันหยุด ถ้าแกไม่พาไปฉันจะมาแล้วพาไปอยู่ด้วย"
"ได้ครับ"
"ที่บ้านฉันคนเยอะรับรองหนูต้องชอบแน่ ๆ คุณยายท่านชอบทำขนม หนูต้องชอบเลยล่ะแม่ปราง" คุณทิพย์หันมาคุยกับเธออย่างเอ็นดู เธอยิ้มรับความเมตตาของท่าน
"มีน้องฟ้าใสอีกคนนะคะ ลูกสาวพี่เองวันนี้ติดเรียนเลยไม่ได้มาด้วย"
"คิดถึงหลานนะครับ"
"คิดถึงแต่ไม่ไปหา อย่าพูดเลยเปลืองน้ำลาย"
กว่าคุณแม่กับธีรดาจะกลับบ้านได้ ก็ปานเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว ธีรดาช่วยพูดกับมารดาให้น้องชายว่านี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว หญิงชายอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานมีถมไป ให้มารดาคลายความกังวลไป เชื่อว่าธาดาต้องมีวิธีจัดการให้เรื่องมันถูกต้องและเหมาะสมแน่นอน
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื







