Masukคืนนี้เขาปล่อยให้เธออาบน้ำเอง ชุดนอนของเธอคือชุดกระโปรงสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินสีดำที่ช่วยขับสีผิวขาวหยวกกล้วยของเธอให้ชัดขึ้น เขาบอกเธอว่าเวลาอยู่บ้านกับเขาให้แต่งตัวแบบนี้ แต่เวลาออกไปข้างนอกชุดของเธอจะมิดชิดเรียบร้อย
หลังอาบน้ำกันเรียบร้อยธาดานั่งพิงหัวเตียงเปิดไอแพดดูข่าวสารต่าง ๆ ปรางหลังจากแต่งตัวแล้วขึ้นมานั่งคุกเข่าบนเตียงข้างเขา ธาดาทำทีไม่
สนใจเธอ คืนนี้เธอเซ็กซี่เป็นสาวร้อนแรงกว่าวันแรกที่เจอ คิดไม่ผิดที่เป็นคนเลือกชุดนี้ให้เธอใส่
"ท่าน"
"หือ" ครางรับในลำคอ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง
"ข้าอยากไปอาศัยอยู่ที่เรือนกับแม่ของท่านเจ้าค่ะ" เธอบอกเขาเสียงอ่อน เหมือนจะขอร้องอ้อนวอนเขา
"ทำไมล่ะ อยู่ที่นี่กับผมไม่มีความสุขหรือ"
"เปล่าเจ้าค่ะ"
"ไว้จะพาไป" ธาดาวางไอแพดบนโต๊ะหัวเตียง ดึงร่างบางมานั่งตัก โอบกอดเอวบางไว้หลวม ๆ "แต่ไม่ได้ให้ไปอยู่นะ"
"ทำไมเจ้าคะ"
"ถ้าหนูไป แล้วผมเหล่า หนูจะทิ้งผมไว้ที่นี่คนเดียวหรือ" เขาตอบเสียงอ้อน ๆ บ้าง ไล้นิ้วเรียวตามแก้มนิ่ม ก่อนจะฉกขโมยหอมแก้มทั้งสองข้าง
"อย่าเจ้าค่ะ ทะ ท่านมีเมียอยู่แล้ว" เพราะเธอเบี่ยงหน้าหลบ ธาดาจึงต้องซุกไซร้จมูกเข้าหาลำคอระหงของเธอ
เอ๊ะ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ
"เมียเหรอ ใครมีเมียแล้วนะ" เขาทวนคำพูดของเธออีกครั้ง เธอพยายามปีนลงจากตักกว้างแต่ไม่สำเร็จ เขารั้งเอวบางไว้แน่น
"ท่านกับแม่หญิงพยาบาลคนนั้น เอ่อ...ร่วมรักกัน"
"นี่อย่าบอกนะว่าวันนั้นหนูแอบดูผม"
"ข้าเปล่าแอบดู แต่วันนั้นเสียงดังทำให้ข้านอนไม่หลับ ข้าเลย..." ปรางสารภาพด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เพราะกลัวจะโดนตำหนิ เขาส่งเสียงคล้ายไม่พอใจในลำคอ เธอก้มหน้านิ่งจึงไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มของเขา
ธาดากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น อกตูมบดเบียดไปกับอกหนาแข็งแรงที่มีแต่กล้ามเนื้อ ยอดอกเมื่อถูกเสียดสีจึงแข็งชัน ร่างบางสั่นสะท้าน ขืนตัวไว้แต่สู้แรงบุรุษไม่ได้เนื้อตัวของเธอจึงแนบชิดทุกส่วน เธอสัมผัสได้ว่าตนเองนั่งทับอะไร มันเต้นตุบ ๆ ยิ่งเธอขยับดิ้นมันยิ่งเต้นใส่ก้นเธอ
"สมัยนี้ต่างกับสมัยที่หนูจากมามากเลยนะ หญิงชายเท่าเทียมกัน มีสิทธิ์เสรีทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องในมุ้ง ไม่ใช่ผัวเมียก็สามารถทำกันได้เขาไม่ถือกันหรอก" ธาดาอธิบายชิดใบหูที่เปลี่ยนสีของหญิงสาว ส่งปลายลิ้นเข้าไปหยอกเอินในใบหูขาว
"อยู่ที่นี่หนูจะทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้จักเรา" เขาช้อนคางมนขึ้นมาจ้องตากัน มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวระริกวิบวับ
"อยากลองไหม"
โดนผู้ใหญ่หลอกอีกแล้ว หญิงสาวไร้เดียงสาเริ่มคล้อยตามคำพูดของผู้ใหญ่ตัวโต เขาไม่อาจรอคอยคำตอบจากปากน้อย ๆ ของเธอได้ ธาดาแนบเรียวปาก จูบปากเธอ เขาเชิญชวนให้เธอหลงใหลไปกับรสสวาทที่เขานำพาให้เธอได้รู้จัก ช้า ๆ เนิบ ๆ และเน้น ๆ
ธาดาปลดสายชุดนอนเส้นเล็กลงทั้งสองข้าง ทำให้เต้างามประจักษ์แก่สายตา เขาเพ่งมองอยู่นาน มือหนานุ่มวางทาบบนทรวงอกทั้งสองบีบเคล้นคลึงเบา ๆ มันไม่เล็กและไม่ใหญ่ มันพอดีมือเขาเลย ก้มลงฉกยอดอกเข้าปาก เกิดความเสียวสะท้านหญิงสาวแอ่นกายเข้าหาปากร้อนชื้นนั้นอย่างลืมตัว
ชุดนอนบางเบาหลุดออกจากกายสาว ตอนนี้ร่างบางไร้อาภรณ์ใด ๆ ปกปิด ธาดานอนคร่อมทับร่าง ช่วงล่างของเขาทาบทับในตำแหน่งที่เหมาะเจาะ คลึงท่อนเนื้อที่อยู่ในกางเกงนอนตัวยาวไปกับเนินเนื้อสาวที่มีเส้นไหมสวยปกคลุม
ธาดาจ้องมองนัยน์ตาเป็นประกายของคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง ผมยาวเงางามสยายแผ่กระจายเต็มหมอนหนุน เขาก้มจูบหน้าผากมน ร่างบางหลับตาพริ้ม เธอเคลิบเคลิ้มไปกับมนต์สะกดของเขาคล้ายมันถูกร่ายเวทมนตร์ไว้ เคลื่อนเรียวปากมาทาบทับปากนุ่มนิ่มที่เผยอรอ ลิ้นเขาสอดเข้าไปในโพรงปากเกี่ยวตวัดลิ้นน้อย
"ถอดเสื้อผ้าให้ผมหน่อยสิ" เขาเอ่ยเสียงแหบพร่าข้างแก้มนิ่มเนียน ฝังจมูกและปากไปหลายครายังอดใจไม่ไหว
เธอมองเสื้อนอนที่เป็นกระดุมด้านหน้า มันถูกปลดกระดุมออกไปสองเม็ดบน เผยให้เห็นหน้าอกที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ไร้ไรขนมาบดบังเนื้อแท้ มือบางเอื้อมไปจับที่เสื้อด้วยมือที่สั่นเทาไร้เรี่ยวแรงเพราะถูกชายด้านบนสูบไปหมด ค่อย ๆ ปลดกระดุมออกจากรังดุมจนถึงเม็ดสุดท้าย มือนุ่มนิ่มนั้นทำธาดาเกือบตบะแตก เขาพยายามข่มใจไม่ให้กระชากเสื้อผ้าออกแล้วจัดการกลืนกินเธอซะ
เธอยังใหม่ ยังไร้เดียงสา บอบบาง น่าทะนุถนอม เขาอยากให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ในตัวเขาให้มาก หญิงสาวเขินอายที่จะมองร่างกายบุรุษเธอเบี่ยงหน้าหันไปมองด้านข้าง
"กางเกงล่ะ" เขาถามยิ้ม ๆ เธอตาโตตกใจมองตาเขาเหมือนจะถามว่าให้ถอดจริงรึ เขาพยักหน้าให้
"ท่านถอดเองเถิด"
"เห็นกันหมดแล้วจะอายอะไร มากกว่าเห็นก็เคยมาแล้วนี่นาหนูปราง" เขาเย้าแหย่เธออย่างอารมณ์ดี ปรางมองต่ำลงมาที่ขอบกางเกงที่มีเชือกผูกเป็นปมอยู่ตรงกลาง หญิงสาวเอื้อมมือไปดึงเส้นเชือกออกช้า ๆ
"ท่านทำต่อเองเถิดหนา ข้า...."
หึหึ
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
"ว้าย!!"แต้มร้องลั่นเมื่อเมฆกระชากขาของเธอเข้าหาอย่างรุนแรง เธอเจ็บ นับวันเขายิ่งกระทำต่อเธอรุนแรงมากขึ้น เขาไม่ถนอมเธอเลย ซอกคอระหงถูกซุกไซร้ดูดเม้มอย่างรุนแรง การกระทำของเมฆช่างป่าเถื่อนไม่เคยพบเห็น แต้มพร่ำบอกตัวเองในใจจากนี้ต่อไปเธอจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเมฆอีก ทุกครั้งที่ร่วมรักกันเม
เมฆนำพาหญิงคนรักถึงฝั่งฝันก่อนที่ตนเองจะตามไป เขาทิ้งตัวนอนทาบทับร่างบาง เสียงหอบกระเส่าของทั้งคู่ดังสนั่นกระท่อมน้อยปลายนา เมฆเพิ่งคำนึงนึกขึ้นมาได้เมื่อเขาตั้งใจฟังเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายจึงนึกกังวลว่าเสียงบรรเลงบทรักเมื่อครู่จะสร้างความแตกตื่นให้คนอื่นที่เดินผ่านไปมาหรือไม่"ลุกขึ้นเถิด แล้วรีบจั
"เรื่องมันเกิดตอนที่พี่มาตามหาตัวเจ้าแลอยู่กินเหล้ากับพ่อแปดที่เรือน ระหว่างทางพี่กำลังจักกลับแล้วจึงสังเกตเห็นเงาตะคุ่มคิดว่าโจรที่ลักพาตัวเจ้าไป พี่จึงเข้าประชิดตัวจึงรู้ว่าเป็นแม่หญิง พี่เมาพี่เลย…" ปรางตั้งใจฟังแล้วผงะตกใจที่ได้รู้ความจริงว่าหมื่นพรรธน์ยศกับเดือนแรมมีสัมพันธ์สวาทต่อกันแล้ว"แล้
"เมื่อกี้คุณหมอเรียกหนูหรือคะ" นางพยาบาลสาวเปิดประตูห้องเข้ามาถาม เพราะเธอคงได้ยินเสียงเขาเรียกคนรักเมื่อครู่"เปล่าครับ ทุกคนพร้อมกันหรือยังครับ""พร้อมแล้วค่ะ รวมตัวกันอยู่ที่ห้องประชุมชั้นสองค่ะ" นางพยาบาลสาวตอบ"ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป" เมื่อร่างเล็กของนางพยาบาลสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว







