LOGINเขาวิ่งเข้ามา ดึงเยี่ยนเสี่ยวไกวขึ้นมาจากอ้อมแขนของเซิ่นหรูซวงมากอดไว้ในอ้อมแขนของตนเอง พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “เป่าเปา หนูเจ็บตรงไหนไหม?”เยี่ยนเสี่ยวไกวกอดต้นคอของเขาพลางร้องไหโฮเสียงดัง “พ่อ หนูกลัว”เยี่ยนอวี้เจ๋อหอบหายใจอย่างแรง ก่อนใช้แก้มแนบกับแก้มของเยี่ยนเสี่ยวไกว “ไม่ต้องกลัว พ่ออยู่นี่นะ พ่ออยู่นี่”เวลานี้เซิ่นหรูซวงยังคงนอนอยู่บนพื้นหญ้าแม้ว่าพื้นหญ้าจะอ่อนนุ่มกว่าพื้นโคลน แต่แรงกระแทกจากการอุ้มเยี่ยนเสี่ยวไกวล้มลงพื้นเมื่อสักครู่ยังคงทำให้แผ่นหลังและศีรษะของเธอปวดตุบ ๆเธอนอนนิ่งพักใหญ่ยังไม่อยากลุกขึ้นมาเธอทำได้เพียงนอนอยู่ที่เดิม และมองเยี่ยนอวี้เจ๋อและเยี่ยนเสี่ยวไกวกอดกันกลมส่วนตนเองกลับต้องนอนแผ่อยู่ที่พื้นตัวคนเดียวผ่านไปพักใหญ่ คนที่มุงดูรอบ ๆ ถึงช่วยพยุงเซิ่นหรูซวงขึ้นมาจากพื้นอย่างอุตลุดเซิ่นหรูซวงนั่งอยู่บนพื้นหญ้า ก่อนลุกขึ้นยืนพลางเอามือกุมศีรษะเยี่ยนอวี้เจ๋อถึงได้อุ้มเยี่ยนเสี่ยวไกวเดินมาตรงหน้าเธอเยี่ยนอวี้เจ๋อมองเธอด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบ แต่ที่มากกว่านั้นก็คือความซาบซึ้ง “เซิ่นหรูซวง ขอบคุณที่ช่วยลูกสาวผมไว้นะ”
เซิ่นหรูซวงจิ๊ปาก เมื่อซิงฉีหยวนแลบลิ้นใส่เธอ “คนน่ารังเกียจ”เซิ่นหรูซวงหรี่ตาลง พลางสาวเท้าเดินไปหาซิงฉีหยวนหลายก้าวซิงฉีหยวนจึงโบกท่อนไม้ในมือทันที “คุณกล้าเข้ามาล่ะก็ ผมจะตีคุณ”เซิ่นหรูซวงแค่นหัวเราะ “นายรอก่อนเถอะ ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับนาย”ซิงฉีหยวนหน้าเปลี่ยนสี “ไม่ได้ ผมเป็นเด็ก คุณห้ามถือสาหาความกับผมนะ!”เซิ่นหรูซวงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เด็กแล้วยังไง ตำรวจก็จับเด็กด้วยเหมือนกัน”ซิงฉีหยวนร้อนใจ คว้าท่อนไม้แล้วพุ่งเข้ามาทันที “คุณกล้าแจ้งตำรวจผมก็จะตีคุณ!”เซิ่นหรูซวงไม่เห็นเด็กน้อยคนนี้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ เธอยื่นมือไปคว้าท่อนไม้ในมือของเขา แล้วแย่งมาทันที ก่อนโยนท่อนไม้ทิ้งข้าง ๆซิงฉีหยวนหน้าเปลี่ยนสี “คุณ...”เซิ่นหรูซวงก้าวไปทางซิงฉีหยวนได้หนึ่งก้าว ทันใดนั้นเสียงแตรรถที่ดังสนั่นและทรงพลังก็ดังปื้นขึ้นจากทางด้านหลังไม่หยุดเซิ่นหรูซวงสะดุ้งโหยง เมื่อเอี้ยวตัวไปมองก็เห็นเพียงร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งกำลังย่อตัวเก็บนามบัตรเล็ก ๆ อยู่กลางถนนซึ่งอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงห้าเมตร การมองเห็นของเธอไม่เลว มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นใครเป็นเยี่ยนเสี่ยวไกว!ที่ด้านหลังเยี่ยนเส
เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงกำลังมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เซิ่นหรูซวงก็รีบหาข้ออ้าง “ไม่ใช่นะ ฉันหมายความว่า——”“คุณหนู”เสียงทุ้มต่ำ และหยาบกระด้างเล็กน้อยดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอเมื่อเซิ่นหรูซวงหันหน้ากลับไปก็มองเห็นเพียงเยี่ยนอวี้เจ๋อกำลังมองเธอด้วยสีหน้าลุ่มลึก แววตาไม่เป็นมิตรเท่าไร ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรเยี่ยนอวี้เจ๋อจ้องเธอด้วยสายตาลุ่มลึก ก่อนถามออกมา “ครอบครัวของคุณหนูพักอยู่ริมทะเลหรือ?”เซิ่นหรูซวงเข้าใจความนัยของเขาทันที แล้วพูดอย่างอ่อนแรง “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันแค่พลั้งปากถามไป ไม่คิดอยากจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายจริง ๆ นะคะ”เด็กหญิงพลันกระโดดลงจาโซฟา ก่อนวิ่งโถมเข้าในอ้อมแขนของเยี่ยนอวี้เจ๋อ “พ่อ พวกเราจะกลับตอนไหนหรือคะ?”เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาวที่น่ารักน่าเอ็นดู น้ำเสียงของเยี่ยนอวี้เจ๋อก็อ่อนลง “เป่าเปารออีกหน่อยนะ ได้ไหม?”สองพ่อลูกพูดคุยโต้ตอบกันไปมา ไม่มีใครสนใจเซิ่นหรูซวงที่อยู่ข้าง ๆ เลยสักนิดเซิ่นหรูซวงรู้ตัวว่าเอครู่ทำให้คนนึกไม่ชอบแล้ว จึงเดินออกไปเงียบ ๆงานเลี้ยงคืนนี้น่าเบื่ออย่างยิ่ง งานเลี้ยงครึ่งแรกเซิ่นหรูซวงคุยกับค
ในแผนของเธอเมื่อชาติที่แล้ว เธอเองก็ควรจะได้มองลูกสาวและพ่อของลูกโอบกอดกันแบบนี้เหมือนกันแค่เหม่อลอยไปชั่วขณะ พี่เยี่ยนก็อุ้มเด็กหญิงเดินมาตรงหน้าเซิ่นหรูซวงแล้วเมื่อตอนที่มีสติกลับคืนมา เซิ่นหรูซวงก็เห็นว่าเด็กหญิงชี้นิ้วมาทางเธอ “พ่อ พี่สาวคนนี้พาหนูเข้ามาหาพ่อเองค่ะ”พี่เยี่ยนมองมาที่เธอด้วยแววตาลุ่มลึก “ขอบคุณครับ”เซิ่นหรูซวงโบกไม้โบกมือ “ไม่ต้องหรอกค่ะ แต่คราวหน้าคราวหลังคุณต้องระวังให้มากกว่านี้หน่อยนะคะ อย่าให้เด็กหนีออกมาคนเดียวอีก ดึกดื่นขนาดนี้ ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ถูกลักพาตัวไป”พี่เยี่ยนพยักหน้ารับ พูดเสียงทุ้มต่ำ “ผมรู้แล้ว”เซิ่นหรูซวงโบกมือลา “งั้นฉันไปก่อนนะคะ”“เดี๋ยวก่อน” พี่เยี่ยนตะโกนเรียกเธอ “คุณชื่ออะไร คุณช่วยลูกสาวผม ผมจะต้องจำเอาไว้”เซิ่นหรูซวงเลิกคิ้ว “ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ช่วยเหลือเท่านั้นเอง”ถึงแม้ว่าเธอจะเอ่ยเช่นนี้ แต่พี่เยี่ยนคนนี้ก็ยังล้วงเอานามบัตรออกมาจากกระเป๋าชุดสูทยื่นมาตรงหน้าเธอ “นี่เป็นช่องทางการติดต่อของผมเอง มีธุระอะไรก็มาหาผมได้ ถือเสียว่าผมติดค้างน้ำใจคุณ”เซิ่นหรูซวงมิอาจหักหน้าเขาได้ จึงยื่นมือออกไปรับ เธอกวาดสายตามองชื่อบนนามบัต
เมื่อเซิ่นหรูซวงจับมือเด็กหญิงให้เดินเข้าไปข้างในด้วยกันแล้ว เด็กหญิงพลันยกมือชี้ไปยังทิศทางหนึ่งทันที“หนูเห็นพ่อแล้ว อยู่ทางนั้น”ทิศทางนั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ อีกทั้งแสงไฟยังสว่างจ้าแทงตา ทำเอาเซิ่นหรูซวงมองเห็นได้ไม่ชัดเจน“คนไหน?”จู่ ๆ เด็กหญิงก็ดีดดิ้นอย่างแรง พยายามดึงมือออกจากฝ่ามือเซิ่นหรูซวงเซิ่นหรูซวงขมวดคิ้ว พูดว่า “อย่าเพิ่งขยับ ฉันจะพาหนูไปดู”เด็กหญิงมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ “งั้นพี่ก็ไปเลยสิ”เซิ่นหรูซวงจึงจูงมือของเธอ “ไปกัน”เด็กหญิงร้อนใจอย่างมาก ขาเล็ก ๆ เดินนำหน้าเซิ่นหรูซวง จนเซิ่นหรูซวงที่ถูกเธอจูงต้องเร่งฝีเท้าตามไปด้วยเมื่อเดินมาจนถึงด้านหน้าของกลุ่มคน เด็กหญิงก็ตะโกยเสียงดังว่า “พ่อคะ!”ในบาร์นั้นเสียงดังอึกทึกครึกโครมอย่างมาก เสียงของเด็กหญิงจึงถูกเสียงดนตรีกลบมิดเด็กหญิงเริ่มดิ้นรนอีกครั้ง “พ่อ พ่อคะ”เซิ่นหรูซวงจึงปล่อยมือ มองเด็กหญิงวิ่งเข้าไปในกลุ่มคนที่อยู่ไม่ไกลและจับตัวชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเอนตัวพิงโซฟาพักผ่อนอย่างแม่นยำ เมื่อเด็กหญิงปรากฏตัวขึ้น บรรดาชายหนุ่มที่อยู่รอบ ๆ ต่างมองเธอด้วยความสงสัย“นี่เป็นลูกใครกัน ทำไมถึงม
เซิ่นหรูซวงเพิ่งเดินออกจากบาร์มาได้ไม่นาน มีร่างเล็ก ๆ ที่สูงไม่ถึงระดับเอวเธอก็พุ่งตัวเข้ามาคาดว่าเด็กคนนี้คงมองไม่เห็นเซิ่นหรูซวง ขณะนั้นเซิ่นหรูซวงก็กำลังเงยหน้า ไม่ทันได้สังเกตเห็นว่ามีร่างเล็ก ๆ วิ่งดังตึกตึกเข้ามาเช่นกันจวบจนกระทั่งศีรษะของเด็กน้อยชนเข้าที่หน้าท้องของเซิ่นหรูซวง เซิ่นหรูซวงจึงอุทานออกมาด้วยความเจ็บ ถึงได้สังเกตว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่เด็กน้อยเองก็เพิ่งเห็นว่าข้างหน้ามีคนก็หลังจากที่ชนไปแล้วเซิ่นหรูซวงกุมหน้าท้องพร้อมกับก้มหน้ามองเด็กน้อยเป็นเด็กผู้หญิง อายุราว ๆ หกถึงเจ็ดขวบ สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว และมัดผมเปียสองข้าง ใบหน้ากลม ๆ ดูอวบอิ่มน่ารัก ผิวขาวละเอียด เครื่องหน้าชัดเจน ดวงตาที่กลมโตคู่นั้นกำลังจ้องเขม็ง ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัดเจนเมื่อรู้ว่าตนเองชนคนแล้วก็ไม่พูดไม่จา แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเซิ่นหรูซวง แล้วเบะปากหันหน้าหนีมุ่งจะวิ่งเข้าไปในบาร์ความเจ็บปวดที่ท้องยังไม่ทันบรรเทา เซิ่นหรูซวงก็ใช้มือสองข้างกดไหล่เด็กน้อยเอาไว้ก่อน“นี่ หยุดก่อน”เซิ่นหรูซวงดึงตัวเด็กน้อยกลับมา “ที่นี่มันบาร์นะ ไม่ใช่ที่ที่เด็กอย่างหนูควร







