Mag-log inคนที่อายุน้อยกว่าไม่ตอบ มีเพียงเสียงสะอื้นที่พอจะทำให้ชายหนุ่มรุ่นพี่รู้ว่าร้องไห้มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว ในมือของเธอมีตุ๊กตาหมีขนาดพอดีมือ ด้วยความที่มันเปื้อนจนดูแทบไม่ได้ จึงทำให้เขานึกสงสัยถึงความเป็นมาของมัน
‘พ่อแม่น้องอยู่ที่ไหน’ เอื้องฟ้าชี้ไปทางตัวบ้านที่มีเสียงเพลงดังออกมา แขกของพ่อต่างก็ทยอยเข้าไปข้างในจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เหลือเพียงสองสามคนที่ยังเดินคุยโทรศัพท์อยู่ ‘แอบมานั่งคนเดียวแบบนี้ เดี๋ยวท่านก็เป็นห่วงหรอก’ ‘เอื้องเป็นลูกของพ่อทัตค่ะ’ ‘อ้อ ที่แท้ก็ลูกสาวบ้านนี้เองเหรอ พี่ก็นึกว่าเป็นคนอื่น ว่าแต่เราชื่อเอื้องใช่ไหม?’ ‘ค่ะ เอื้องฟ้า’ ‘ชื่อเพราะจัง’ ‘แล้วพี่เป็นใครคะ’ เธอถามกลับด้วยน้ำสั่นเครือปนสะอื้น ‘พี่ชื่อลมเหนือ แค่ตามคุณพ่อมางานวันเกิดน่ะ แต่พี่ไม่ชอบอยู่กับคนที่ตัวเองไม่รู้จักเลยออกมาเดินเล่นข้างนอก แล้วก็เห็นใครไม่รู้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้’ เขาพูดพลางยื่นมือไปยีหัวเด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความเอ็นดู ‘เอื้องจะเอาตุ๊กตาหมีไปให้คุณพ่อ แต่มันเปื้อนหมดแล้ว’ พูดจบน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาจนพร่าเลือนไปหมด ‘เปื้อนได้ยังไง’ เอื้องฟ้าในตอนนั้นไม่กล้าตอบว่าแม่เลี้ยงเป็นคนทำ จึงยอมรับผิดเอง เธอบอกเขาทั้งน้ำตาว่า ‘เอื้องหกล้มค่ะ’ ลมเหนือมองเหมือนไม่เชื่อว่าเกิดจากการหกล้ม แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ถามต่อ เมื่อเห็นหยาดน้ำตาของอีกฝ่ายร่วงลงอาบแก้มอย่างไม่หยุดหย่อน เขาก็ชั่งใจอยู่ว่าจะเอื้อมมือไปเช็ดให้หรือปล่อยไว้แบบนี้ดี แต่เพราะเขาเองก็มีน้องสาวเหมือนกัน ความเป็นพี่ชายที่อยู่ในตัวจึงปรากฏออกมา ‘ไม่ต้องร้องนะ เรื่องแค่นี้เอง’ เขาบอกพลางเช็ดน้ำตาให้คนที่กำลังร้องไห้อย่างไม่นึกรังเกียจ เมื่อเห็นว่าเธอพยักหน้าเชื่อฟัง จึงบอกเธออีกว่า ‘ตามพี่มานี่สิ มีของจะให้’ เอื้องฟ้าลุกขึ้นยืนตามอย่างงุนงง และเดินตามคนตัวสูงไปที่รถซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก ด้วยความที่หน้าบ้านยังมีแขกของพ่อยืนคุยโทรศัพท์อยู่ หากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะเห็นในทันที เธอจึงไม่กังวลที่ต้องตามคนแปลกหน้าไป ไม่นานนักลมเหนือก็เปิดประตูรถแล้วหยิบของที่ยังมีพลาสติกใสห่อหุ้มอยู่ออกมา ก่อนจะยื่นให้เธอ มันตัวใหญ่กว่าของที่เธอซื้อมาเกือบสี่เท่า ‘หมอนตุ๊กตา พี่ให้’ ‘ให้เอื้องทำไมหรือคะ’ ‘ก็เอาไปให้คุณพ่อแทนตุ๊กตาหมีที่เปื้อนไง ท่านจะได้ใช้หนุนนอนด้วย นี่ยังใหม่อยู่เลยนะ ยังไม่เคยเอาออกมาใช้เลย’ เอื้องฟ้าแทบจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอยกมือไหว้ขอบคุณแล้วรับมากอดแนบอกด้วยความดีใจ ลมเหนือเห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดู แต่ในขณะเดียวกันก็สงสาร เธออุตส่าห์จะเอาของขวัญไปให้พ่อ แต่มันกลับเปื้อนก่อนเสียนี่ ‘ทีนี้ก็เข้าไปข้างในได้แล้ว เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง’ เด็กหญิงวัยสิบขวบนิ่งไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า ‘เอื้องไม่กล้าเข้าไปตอนนี้ค่ะ กลัวคุณมนดุ’ ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจ ‘ทำไมถึงเรียกแม่ว่าคุณมน?’ ‘คุณมนไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเอื้อง แม่เอื้องเสียชีวิตไปนานแล้ว’ คุยกันมาตั้งนาน เขาเพิ่งรู้ว่าเอื้องฟ้ากับรดาไม่ใช่พี่น้องแม่เดียวกัน แล้วดูสีหน้าของเธอในตอนนี้สิ เมื่อครู่ยังยิ้มอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาเศร้าซะงั้น ทว่าเขาก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะเสียแม่ไปเหมือนกัน จึงไม่อยากชวนคุยเรื่องนี้อีก ในขณะเดียวกันเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้น เขารับสายและฟังอยู่ครู่หนึ่งก็กดปิดหน้าจอ ‘พ่อพี่โทรเรียกแล้ว ขอตัวก่อนนะ เราก็อย่าอยู่ตรงนี้นานล่ะ เดี๋ยวผู้ใหญ่เป็นห่วง’ ‘แล้วเอื้องจะได้เจอพี่อีกไหม’ ‘ไม่รู้ พี่เรียนอยู่ที่ขอนแก่น นานๆ ทีถึงจะได้กลับบ้าน ถ้ามีโอกาสจะแวะมาหาแล้วกัน เราน่ะ ตั้งใจเรียนแล้วเป็นเด็กดีก็พอ พ่อจะได้ภูมิใจ’ เขาลูบหัวคนตัวเล็กแล้วปิดประตูรถ ตั้งท่าจะเดินจากไป แต่เพราะเห็นแววตาละห้อยของเธอก่อนจึงหยุดนิ่งชั่วครู่ ‘ทำไม อยากเจอพี่เหรอ’ ‘เอื้องแค่อยากมีพี่ชายเหมือนพี่’ เธอพูดจากใจจริง เพราะเวลาอยู่กับเขาแล้วมันรู้สึกเหมือนได้คุยกับคนในครอบครัวที่อบอุ่น ลมเหนือเงียบไปชั่วครู่ เขาครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่ง จึงเปิดประตูรถอีกครั้งแล้วหยิบของที่อยู่ในกระเป๋าเป้ออกมา ซึ่งเขาจะพกไปไหนมาทุกครั้งเวลาเดินทางไกล ‘งั้นก็มองตุ๊กตาหมีแทนพี่ได้เลย’ เขาบอกพลางยื่นตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือสองเท่าให้เธอ เอื้องฟ้ารับมาดูด้วยความสนใจ มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่ามีการปักชื่อ ‘ลมเหนือ’ ตรงผ้าพันคอของตุ๊กตาหมีตัวนั้น ‘แล้ววันหนึ่งพี่จะมาดูว่ามันยังอยู่หรือเปล่า ดูแลรักษาให้ดีแล้วก็ห้ามทำหายนะ เพราะมันมีคุณค่าทางใจกับพี่มาก รับปากได้ไหม?’ เอื้องฟ้าพยักหน้ารับคำทั้งรอยยิ้ม ลมเหนือรู้สึกเอ็นดูจึงยื่นมือไปจับหัวอีกครั้งอย่างมันเขี้ยว แล้วพูดทิ้งท้ายว่า ‘สักวันเราคงได้เจอกันอีก แม่กล้วยไม้น้อย’ ‘แม่กล้วยไม้น้อย’ คำเรียกนี้คนฟังยังคงจำได้ดีเสมอมาถึงแม้จะผ่านมาสิบปีแล้วก็ตาม และไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เพราะหลังจากได้คุยกับเขาก็เหมือนมีสายลมพัดมาให้รู้สึกเย็นสบาย ซึ่งเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย เอื้องฟ้าไม่รู้ว่าลมเหนือเป็นใครมาจากไหน ซึ่งเธอก็ไม่กล้าถามที่อยู่ขอองเขาจากผู้เป็นพ่อเพราะไม่อยากให้ท่านเข้าใจผิด ที่ผ่านมาจึงทำได้เพียงแค่เก็บเขาไว้ในความทรงจำเท่านั้น เวลามองตุ๊กตาหมีก็จะนึกถึงเขาทุกครั้งไป เธออยากมีพี่ชายแบบนี้ที่สุดลมเหนือนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันวานแล้วยิ้มอย่างสุขใจ เขาเล่าให้เอื้องฟ้าฟังหมดแล้วว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เธอจึงรู้ถึงสาเหตุที่โทรศัพท์ของเขามีแต่รูปถ่ายของเธอเต็มไปหมดเขาเล่าให้เธอฟังอีกด้วยว่าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้หลังจากกลับมาอยู่ไทย ก็ซื้อไว้เพื่อรอเธอ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะจีบให้ติดแล้วสร้างครอบครัวไปด้วยกันเดิมทีเขาควรไปแสดงตัวกับเอื้องฟ้าตั้งแต่เดือนแรกที่กลับมาแล้ว แต่เพราะช่วงนั้นมีงานด่วนมาก คนที่ถูกมอบหมายให้ไปทำหน้าที่เป็นวิศวกรประจำโครงการในไซต์งานก่อสร้าง เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหัน และหาคนมาแทนอย่างเร่งด่วนไม่ได้ พ่อเลยขอให้เขาลุยงานต่างจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งต้องอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาห้าเดือนแต่ตอนอยู่ขอนแก่น ใช่ว่าเขาจะไม่ไปหาเอื้องฟ้าเลย เพราะอาศัยช่วงวันหยุดขับรถกลับบ้านแล้วแอบแวะไปดูเธอที่บ้านเช่า แต่ไม่ได้ไปทุกอาทิตย์เพราะบางทีก็เหนื่อยล้าจากงาน อีกทั้งระยะทางก็ไกลมาก เดือนหนึ่งเขาจะกลับสักสองครั้งได้ลมเหนือคิดว่าจะเริ่มจีบเอื้องฟ้าตั้งแต่ช่วงเดือนที่สองที่เขามาอยู่ไทย เพราะอาทัตอนุญาตให้จีบ แต่เวลาเขาไปบ้านเช่าหลังนั้นทีไร ก็มั
ในที่สุด วันที่น้องเขาต้องฝึกงานในช่วงปี 4 ก็มาถึงปลายฝนได้ฝึกงานกับบริษัทที่อยู่ใกล้บ้านของรดา แต่ก็ไม่วายแอบแวะมาที่บ้านอัครินทร์เดชาเกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจากทนคิดถึงคุณย่าไม่ไหว เลยทำให้เขากับน้องได้เจอหน้ากันมากขึ้นอยู่ช่วงหนึ่งลมเหนือกับปลายฝนสนิทกันมาก เรียกได้ว่ามีความลับอะไรก็ไม่เคยปิดบังกันได้เลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ใจก็ยังพะวงถึงเอื้องฟ้าตลอด กลัวเธอมีแฟน กลัวเธอไม่รู้ว่าเขาแอบรัก ความกังวลทั้งหมดทั้งมวลมันเลยถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า จนคนที่อายุน้อยกว่ารู้สึกได้“พี่เหนือเป็นไรอะ” เธอเอ่ยถามพี่ชายในขณะที่ช่วยเขาจัดกระเป๋าเดินทาง“เปล่า”“เหรอคะ ฝนก็นึกว่าไม่อยากไปต่างประเทศแล้วซะอีก”ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็อึดอัดใจเช่นกันที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับน้อง เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีๆ แล้ว ในที่สุดก็ถามน้องไปว่า“รู้จักน้องสาวของรดาไหม”“น้องสาวของรดา… เหมือนเคยได้ยินว่าอาทัตมีลูกสองคนนะคะ แต่ฝนยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ค่อยได้แวะไปบ้านเพื่อนด้วย ว่าแต่… พี่เหนือมีอะไรเหรอ”“น้องชื่อเอื้องฟ้า ตอนนี้เรียนอยู่ ม.5 แล้ว พี่ว่าจะฝากใ
วันครบรอบวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของน้อง…“พี่ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวพี่ซื้อเค้กไปให้นะ” ลมเหนือบอกน้องสาวผ่านโทรศัพท์ เมื่อครู่นี้ปลายฝนโทรมาย้ำเตือนเขาว่าลืมอะไรไปหรือเปล่า เขาที่พึ่งเสร็จจากการทำรายงานบันทึกประจำวันเลยต้องรีบเก็บสัมภาระเพื่อไปร้านเค้กให้เร็วที่สุดสถานที่ที่เขาทำงานอยู่นี้คือไซต์งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่น เมื่อเดินไปที่รถก็เจอกับโฟร์แมนคนสนิทที่เดินผ่านมา“อ้าว จะรีบไปไหนครับ” ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ถึงแม้ตอนนี้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มรีบกลับขนาดนี้“รีบไปซื้อเค้กให้น้องครับ เมื่อกี้โทรมาทวงแล้ว” ลมเหนือพูดยิ้มๆ อย่างไม่ซีเรียส“ผมก็นึกว่าจะรีบไปหาสาวซะอีก”“สาวที่ไหน ไม่มีหรอก”“อายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว จะไม่ลองคบใครสักคนเลยหรือครับ ขนาดผมหน้าตาไม่ดียังจีบผู้หญิงติดเลย”คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ลมเหนืออดขำไม่ได้ เขาตอบว่า“ผมทำแต่งานภาคสนาม ตากแดดตากลม จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบผู้หญิงล่ะ ขอตัวก่อนนะ ต้องรีบไปแล้ว” เอ่ยเพียงเท่านั้นก็โบกมือให้อีกฝ่ายแล้วเข้าไปนั่งในรถเขาใช้โทรศัพท์ค้นหาดูว่าแ
วันต่อมา หมออนุญาตให้คุณย่าชบากลับบ้าน ท่านนั่งรถไปกับหลานชายคนโต เอื้องฟ้าจึงใช้โอกาสนี้ขอร้องลมเหนือให้ขับรถพาไปดูพี่สาวอีกครั้ง เขาก็ยอมทำตามใจทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่ารดาย้ายออกไปแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับว่าไม่อยากให้น้องตามมาดูอีกเอื้องฟ้าเสียใจที่มาไม่ทัน แต่ลมเหนือก็คอยปลอบอยู่ตลอด เธอจึงพยายามทำใจและเคารพการตัดสินใจของพี่อยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักเขาก็พาเธอกลับบ้านอัครินทร์เดชาเพราะผู้ใหญ่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยที่คฤหาสน์หลังใหญ่นั้น น้องเพลินยังอยู่กับลุงและป้าสะใภ้เช่นเดิมเพราะได้ทั้งขนมทั้งของเล่น ตอนนั่งเล่นดินอยู่ในสวนหน้าบ้าน พ่อกับแม่เรียกก็แทบไม่หันมามอง มีเพียงเจ้าหมามีตังค์ที่วิ่งมาต้อนรับด้วยท่าทางดีใจ เหมือนไม่ได้เจอกันหลายวัน ทั้งที่เจ้านายเพิ่งออกจากบ้านไปแค่สามชั่วโมงเอื้องฟ้ารักหมาโกลเด้นตัวนี้มาก เพราะวันที่เธอหนีไป ก็มีแค่มันที่รู้ และยังเห่าเรียกเหมือนจะรั้งกันไว้อีก เธอจึงนั่งลงแล้วลูบหัวมันด้วยความรักสักพักแม่บ้านก็ออกมาตามทุกคนให้เข้าไปข้างในเพราะมีคนรออยู่ หญิงสาวทำหน้าแปลกใจนิดหน่อย พอหันไปถามคนตั
“พายัยเอื้องมาทำไมคะ ดาบอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่งกับชีวิตดา ตราบใดที่ดายังทำงานในบาร์อยู่ ไม่อดตายหรอก”“หยิ่งทะนงไม่เคยเปลี่ยน” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งรดายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แน่นอนว่าลมเหนือเคยมาหาเธอครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสองเดือนก่อน เขาบอกว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกเขาได้ แต่ให้ตายอย่างไร เธอก็คงไม่มีทางเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาดเธอไม่สนโลกมานานแล้ว และไม่ชอบเรียกร้องความสงสารจากใครด้วย โดยเฉพาะกับคนที่เคยมีปัญหาต่อกัน“พี่ดา มันเกิดอะไรขึ้นหรือคะ แล้วคุณมนไปไหน”“แม่เหรอ ตัดสินใจจากโลกนี้ไปแล้ว หนี้สินรุมเร้า”เอื้องฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนพูดไม่ออก แต่พี่กลับทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ว่ารดาไม่เสียใจที่แม่ปลิดชีพตัวเองภายในบ้านหลังเล็ก แม่หลอกให้เธอหนีเอาตัวรอดคนเดียว แล้วนางก็ขอจบทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเสียใจ แต่ก็โกรธที่แม่ฆ่าตัวตายมากกว่าจากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่สนโลก และไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่น้ำตาสักหยดเดียวก็ไม่มี ทุกวันนี้ทำงานในบาร์ที่ต้องไปทำเรื่องอย่างว่ากับลูกค้าต่อ เธอก็ทำเพียงเพราะให้แต่ละวันมันผ่านไปเท่านั้นอะไรคือความทุกข
“พี่พัทร่วมมือกับพี่ดาเพราะเกลียดเอื้อง เอื้องไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม…”“พัทไม่ได้เกลียดเธอคนเดียวหรอก แต่เกลียดน้องพี่ด้วยทั้งที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ที่น่ากลัวคือซ่อนมีดไว้ข้างหลังแล้วแสร้งทำดีต่อหน้าเพื่อน แต่พี่ก็ไม่ได้โทษพัทฝ่ายเดียวหรอกนะ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมันมาจากตัวพี่เอง พี่รักพัทไม่ได้เพราะใจไปอยู่กับเธอหมดแล้ว นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พัทตามสืบว่าเธอเป็นใคร จนกระทั่งเกลียดเธอเข้ากระดูกดำนั่นแหละ”“พี่พัทเป็นแบบนี้มานานหรือยังคะ”“ได้ยินคุณย่าบอกว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงปีแรกที่พี่ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ แต่พัทไม่ยอมไปหาหมอ อาการเลยหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เคยด่าทอ เคยไล่ให้ไปตายด้วย ครอบครัวพี่เคยตั้งมั่นว่าจะไม่ยุ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ และช่วยเรื่องค่ารักษาเป็นครั้งคราวหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าช่วยทำไม แต่ชีวิตของคนเราก็มีแค่นี้ โกรธแค้นกันไปจนวันตายก็มีแต่จะทุกข์ใจเปล่าๆ แล้วพี่ก็เชื่อว่าถ้าปลายฝนยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอยากช่วยเพื่อนเหมือนกัน”“พี่ปลายฝนใจดีมาก ใจดีเหมือนคุณลุงปรานต์”“ใช่ แต่พลาดตรงที่ไปคบกับภาวิน โดยที่ไม่รู้ว่ามันแอบ
เมื่อวานลมเหนือนั่งดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน ก่อนที่ภาพจะตัดไป เขาจำได้ว่ารดามาหา เธอก็ยังมาขอทำงานด้วยเช่นเดิมเพื่อแลกกับหนี้ ซึ่งเขาไม่มีอารมณ์จะฟังจึงไล่กลับแล้วหนีเข้าไปในห้องของตัวเองแต่ใครจะไปคิดว่าพอลืมตาขึ้นมาในตอนเช้า จะเห็นเธอนอนอยู่ข้างกายในสภาพที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า ตัวเขาเองก็เปลือยเปล่าเช
ลมเหนือนอนหลับไปแล้ว เอื้องฟ้าจัดการห่มผ้าให้เขาก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เธออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายอยู่ไม่นานนักก็ใช้ผ้าพันรอบอกไว้ก่อนเพราะยังไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ ด้วยความที่มันเปียกทั้งเสื้อและกางเกงจึงต้องเอาไปผึ่งลมสักพักเธอไม่ลืมหยิบกระเป๋าสะพายออกมาด้วยแล้วเดินขึ้นห้องที่ตัวเอ
สองแก้มของเอื้องฟ้าแดงเรื่อขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความเมาทำให้เขาแทนตัวเองว่า ‘พี่’ แล้วตอนมีสติดี เขาจะยังพูดแบบนี้อยู่หรือเปล่านะ เธอตอบว่า “ไม่ได้ฝันหรอกค่ะ แค่จะมาถามว่าเห็นแหวนทองของเอื้องไหม เอื้องเอาใส่ไว้ในตุ๊กตาหมี”“อยู่กับพี่นี่แหละ จะเอาเหรอ…”“ค่ะ ขอคืนด้วย”“เอาอะไรมาแลกดีล่ะ” ชายหนุ่มไม่
ในโรงพยาบาลเอกชนลมเหนือรู้จากพัทรินแล้วว่าคุณย่ารับรู้อะไรมา ตอนแรกท่านยังไม่มีอาการหายใจไม่สะดวกเพราะมีคนคอยปลอบอยู่ตลอด ทว่าหลังจากเอื้องฟ้าเข้ามาแล้วท่านเอ่ยปากไล่ออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไป จึงเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นตอนนี้หญิงสาวก็ยังตามมาที่โรงพยาบาล เธอนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพร







