แชร์

ตอนที่ 6

ผู้เขียน: แสงศิลาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-17 00:36:17

ภายในโรงพยาบาล ทัตเทพกำลังนอนรักษาตัว โดยมีเอื้องฟ้าทำหน้าที่ดูแลพ่อเรื่อยมาเพราะมีกันแค่นี้ ส่วนคนเป็นแม่เลี้ยงอย่างวรมน ซึ่งเลิกรากันไปแล้วก็แทบไม่สนใจกันเลย มีเพียงรดาที่แวะมาดูพ่อและช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล

“เอื้อง…” ทัตเทพเอ่ยเรียกลูกสาวที่เผลอหลับอยู่ข้างเตียง เจ้าตัวคงจะเพลียมากเพราะมาเฝ้าไข้พ่อได้หลายวันแล้ว

หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเห็นว่าพ่อมองมาอย่างไม่ละสายตา เธอก็ตกใจเล็กน้อย รีบเอ่ยถามทันที “คุณพ่ออยากได้อะไรคะ หรือว่าหิวน้ำ?”

ทัตเทพส่ายหน้าเบาๆ พลางยกมือข้างหนึ่งลูบศีรษะลูก ก่อนจะบอกว่า “ถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว เอื้องต้องไปอยู่กับคุณลุงปรานต์เพื่อนของพ่อนะ ไปอยู่ในความดูแลของเขา เพราะเขาสัญญาว่าจะช่วยดูแลเอื้องเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง”

“คนที่มาเยี่ยมคุณพ่อเมื่อวันก่อนใช่ไหมคะ”

“ใช่ เขามากับลูกชายคนโต”

“แต่เอื้องไม่อยากไป ไม่ไปไม่ได้หรือคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเพราะไม่ยินดีที่จะไปอยู่กับคนอื่น

“ต้องไป ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของพ่อ พ่อจะได้หมดห่วง พวกเขาเป็นคนดี แล้วก็ใจดีมาก”

เอื้องฟ้าทำหน้าลำบากใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยอมพยักหน้ารับปากคนป่วย เพราะเธอรู้ดีว่าโรคที่กำลังเป็นอยู่จะพรากชีวิตของพ่อไปเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่ยังอยากให้ท่านอยู่ด้วยกันนานๆ ไม่อยากให้สั่งเสียเร็วขนาดนี้

 

หนึ่งเดือนต่อมา

เอื้องฟ้าเสียพ่อไปจริงๆ ส่วนงานศพก็เพิ่งจัดการเสร็จไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากคุยกันในวันนั้นท่านก็อยู่ต่อได้อีกไม่ถึงเดือนเพราะอาการทรุดลงมาก เนื่องจากเข้าสู่ระยะสุดท้าย

แต่เรื่องที่ทำให้เธอสะเทือนใจมากกว่าคือท่านรู้มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็ง แต่กลับไม่ยอมบอกลูกสาว เวลาปวดท้องหรือเป็นไข้ก็กินยารักษาตามอาการ ถ้าเมื่อสามเดือนก่อนไม่ถึงขั้นหมดสติ เธอก็คงไม่มีวันรู้ว่าพ่อเป็นโรคอะไร

ตอนนี้เธอรู้สึกดีขึ้นมากเพราะผ่านการร้องไห้มาตั้งแต่วันแรกที่พ่อเสียชีวิต จนน้ำตานั้นเหือดแห้งไปหมด อีกอย่างก็คิดในแง่ดีว่าจากไปก็ยังดีอยู่อย่างทรมาน เพราะเธอทนเห็นพ่อเจ็บไม่ได้

หญิงสาวรู้แต่แรกแล้วว่าพ่อไม่มีมรดกอะไรให้ เพราะลำพังทรัพย์สินที่มีอยู่ก็แค่มีพอให้หนี้ให้หมดไปเท่านั้น ฐานะของท่านไม่ได้ร่ำรวย อีกทั้งหลังจากหย่ากับภรรยาก็เหมือนลาออกจากวงการนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปโดยปริยาย ซึ่งท่านไม่ได้ไปทำงานที่ไหนอีกเพราะป่วยบ่อย แต่ยังพอมีเงินส่งลูกเรียนโดยไม่ขัดสน

ทว่าก่อนจะใกล้ถึงช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต พ่อได้มอบกำไลทองน้ำหนักสามบาท และแหวนทองลายดอกกล้วยไม้อีกหนึ่งสลึงให้เธอเก็บไว้เพื่อขายในยามคับขัน…

พรุ่งนี้เอื้องฟ้าต้องเดินทางไปยังบ้านอัครินทร์เดชา ส่วนคนที่จะดูแลเธอต่อไปก็มีโอกาสคุยกันหลายครั้งแล้ว ท่านดูเป็นคนอบอุ่นมาก ทำให้เธอรู้สึกคลายกังวลเมื่อรู้ว่าจะต้องย้ายที่อยู่

ช่วงสามทุ่มภายในบ้านเช่าหลังเล็ก ในขณะที่นั่งพิงหัวเตียง มือเรียวเล็กก็หยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือซึ่งวางอยู่ข้างกายขึ้นมาดู เพราะเธอจะเอาใส่กระเป๋าไปด้วย

มันคือตุ๊กตาหมีที่ได้มาเมื่อสิบปีก่อน และเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีสุด รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขใจปรากฏขึ้นทันที เธอใช้มือลูบอย่างแผ่วเบาพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีนั้น

ในงานวันคล้ายวันเกิดของพ่อมีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมงาน เอื้องฟ้าที่ตอนนั้นอายุสิบขวบ เธอจะเอาของขวัญวันเกิดไปให้พ่อ เป็นตุ๊กตาหมีสีขาวที่เก็บเงินซื้อเอง แต่แม่เลี้ยงไม่ยอมให้เธอเข้าไปเพ่นพ่านข้างใน นางดุด่าและเหยียบตุ๊กตาของเธอใส่กับดินที่เปียกจนมันเปื้อนไปหมด จนเธอต้องแอบไปนั่งร้องไห้อยู่หลังพุ่มไม้ข้างบ้านคนเดียว

ในขณะที่นั่งกอดเข่าอยู่นั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เมื่อเขานั่งลง เอื้องฟ้าก็เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย เธอไม่ได้รู้สึกตกใจเพราะคิดว่าคงจะเป็นแขกที่มาร่วมงาน เขาแต่งตัวดูดี แต่ไม่รู้ว่าอายุเท่าไร

‘มานั่งทำอะไรตรงนี้ มันมืดนะ’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 40

    “คิดยังไงถึงมาขอไปอยู่หอพักอีก” เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยความไม่พอใจในขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเขาเพิ่งกลับจากที่ทำงาน ตั้งท่าจะเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังไม่ทันได้ถอดเสื้อด้วยซ้ำก็มีเรื่องให้ฉุนอีกแล้ว อีกทั้งเจ้าตัวก็เพิ่งมาถึงเมื่อครู่เหมือนกัน ยังสะพายกระเป๋าและอยู่ในชุดนักศึกษาอยู่เลย คงจะอยากไปมากสินะถึงได้รีบมาบอกเขาถึงในห้องนอน“ได้ไหมล่ะคะ”“ไม่ให้ไป”“แต่เอื้องจะไป”“ไม่อยากอยู่กับฉันแล้วเหรอ ไหนบอกว่าชอบฉัน?”“พี่ลมเหนือต่างหากที่ไม่เคยเห็นเอื้องอยู่ในสายตา เอื้องทำข้าวกล่องให้กินก็เอาไปทิ้ง ถ้าไม่ชอบ บอกกันดีๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องทำลับหลังเลย” เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าเขาเกลียดตัวเองมากแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกลียดจนถึงขั้นทำร้ายน้ำใจกันแบบนี้“อ้อ รู้แล้วเหรอ ขอโทษด้วยแล้วกัน” เขาบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้แต่สีหน้ายังดูไม่รู้สึกผิดการที่อีกฝ่ายยอมรับง่ายๆ แบบนี้ ก็ทำเอาน้ำตาของคนฟังพรั่งพรูออกจากดวงตากลมโตจนไหลลงเป็นสาย เธอมองเขาด้วยความรู้สึกเจ็บปวด มันเจ็บจนจะพูดไม่ออกอยู่แล้ว“จะมาร้องไห้อะไร ฉันไม่ได้ขอให้เธอทำให้กินสักหน่อย”“ค่ะ เอื้องเ

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 39

    “พรุ่งนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่ก็ได้นะดา เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านเตรียมของอร่อยๆ ไว้ให้”“พี่ลมเหนือ ชะ ชวนดาหรือคะ” รดาถามอย่างตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น คนที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีเย็นชากับเธอ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝ่ายชวนเธอไปที่บ้านเสียเอง เธอเริ่มอ่านใจเขาไม่ออกแล้ว“เอื้องขอตัวกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน” เอื้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะรีบออกไปจากห้องนี้อย่างเร็วไว ทันทีที่พ้นเขตประตู น้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะๆ ลงราวกับทำนบแตก เห็นเขาจีบพี่ต่อหน้า มันรู้สึกเจ็บจริงๆในขณะที่กำลังย่างก้าวไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาจับมือไว้จนต้องหยุดหันไปมอง ก่อนจะถูกดึงแขนให้ออกไปจากจุดนั้น“พี่สังเกตเธอตลอด ร้องไห้เหรอ ร้องทำไม”“เปล่าค่ะ พี่ดาตามเอื้องมามีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอถามกลับแต่ไม่ได้เงยหน้ามองกัน เพราะไม่อยากให้พี่เห็นว่าร้องไห้จริงๆ“ก็แค่สงสัย ได้ยินคุณลุงปรานต์บอกว่าเธอไปพักอยู่กับเขาเพราะใกล้ที่เรียนมากกว่า พี่ก็เลยสงสัยว่าแอบมีใจให้เขาอยู่หรือเปล่า หญิงชายอยู่ใกล้ชิดกัน ถึงจะเป็นพี่น้องบุญธรรม แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นลูกคนละพ่อละแม่อยู่ดี ท่าทางของเธอเหมือนเสียใจที่เขา

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 38

    “อ้อ คุณรดา ตอนนี้กำลังคุยกับคุณลมเหนืออยู่ในห้องรับรองแขกครับ” ภรัณเอ่ยตอบอย่างเป็นมิตร เขารู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจทุกครั้งเวลามีน้องๆ นักศึกษามาคุยด้วย“คุยเรื่องงานหรือคะ”“ไม่แน่ใจครับ จะเที่ยงแล้ว เขาบอกให้พี่สั่งอาหารมาเผื่อคุณรดาด้วย ดูสิ เต็มทั้งสองมือเลย ว่าแต่น้องเป็นใครเหรอ”“หนูชื่อเอื้องฟ้าค่ะ เป็นน้องของพี่ดา”“จะเข้าไปคุยกันไหม อยู่ในห้องข้างหน้านี้แหละ พี่เป็นผู้ช่วยของคุณลมเหนือ” ชายวัยเกือบสามสิบชี้นิ้วบอก“ไม่ดีกว่าค่ะ แล้วก็ไม่ต้องบอกนะคะว่าเอื้องมา เอื้องไม่อยากตอบคำถามของพี่สาว” เธอพูดโกหกไปอย่างนั้นก่อนจะขอตัวกลับ ใครจะอยากรบกวนเวลากินข้าวของพวกเขาล่ะแต่เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงของพี่ที่ดังตามมา ก็จำเป็นต้องหันกลับไปมอง รดาอยู่ในชุดจั๊มสูทสีชมพู ผมดัดลอน ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีเดียวกับชุดคนเป็นพี่ไม่ได้มีท่าทีตกใจ เพราะรู้แต่แรกแล้วว่าพ่อฝากให้คุณลุงปรานต์ช่วยดูแลเด็กคนนี้ เพียงแต่เธอไม่คิดว่าจะเห็นกันในออฟฟิศบริษัท“พี่ลมเหนือบอกว่าเธอมานี่ที่ เข้ามาก่อนสิ”“เอื้องต้องกลับแล้วค่ะ มีเรียนช่วงบ่าย เดี๋ยวไปไม่ทัน”“เข้ามา” รดาพูดเน้นเ

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 37

    เอื้องฟ้าทำกับข้าวใส่กล่องพลาสติกให้ลมเหนือมาสี่วันแล้ว และวันนี้คือวันที่ห้า ซึ่งเธอตื่นสายเพราะรู้สึกเพลียมาตั้งแต่เมื่อวาน จึงทำให้เตรียมอาหารไม่ทัน ออกไปดูข้างนอกอีกทีก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาแต่เนื่องจากวันนี้มีเรียนช่วงบ่าย จึงคิดว่าจะเอาข้าวไปส่งให้เขาแทน เพราะใจหนึ่งก็อยากลองไปดูออฟฟิศของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่นสักครั้ง ข้างนอกว่าสวยแล้ว เลยอยากรู้ว่าข้างในจะเป็นอย่างไรออฟฟิศอยู่ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านอัครินทร์เดชา ระยะเวลาเดินทางก็พอๆ กัน เธอเคยเห็นตอนนั่งรถผ่านแล้วคุณย่าชบาชี้ให้ดู เป็นอาคารสำนักงานสามชั้น แต่พื้นที่กว้างและดูทันสมัยมาก สมกับที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่วันนี้เธอทำข้าวผัดเบคอนให้เขาแค่เมนูเดียวเพราะกลัวไม่ทันมื้อเที่ยง และเอาองุ่นใส่ถุงลงไปด้วย หลังจากแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถสองแถวไปเพราะจะประหยัดได้มากกว่า จนกระทั่งไปถึงที่นั่นตอนสิบเอ็ดโมงครึ่งตอนแรกพนักงานรักษาความปลอดภัยยังไม่อนุญาตให้เอื้องฟ้าเข้าไป เพราะต้องโทรถามคนที่อยู่ในออฟฟิศก่อน แต่สักพักก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้น เป็นนทีที่ลดกระจกลงแล้วเอ่ยถามเสียงดังว่าทำไม

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 36

    เอื้องฟ้ามองเพื่อนเดินไปเปิดประตูเล็กออกไปจนลับตา เมื่อหันกลับมามองลมเหนือก็เห็นเขาพยายามที่จะเดินเข้าบ้าน เธอจึงตั้งท่าจะเข้าไปช่วยประคอง แต่แล้วกลับถูกมือข้างหนึ่งของเขาดันออก“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ไม่ต้องยุ่ง”คนตัวเล็กชะงักไปทันควัน เขาไม่ให้ช่วย เธอก็ได้แต่มองตามหลังอยู่อย่างนั้นเพราะกลัวว่าเขาจะล้มอีก“เอื้องจะเอายาไปไว้ในห้องให้นะคะ ถ้าพี่ลมเหนือต้องการความช่วยเหลือก็เรียกเอื้องได้ตลอด”คนตัวสูงส่งเสียงอืมคำหนึ่ง แต่มันกลับทำให้รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนฟัง เธอแค่รู้สึกว่าน้อยนักที่เขาจะรับคำง่ายๆเอื้องฟ้าคิดว่าจะพูดเพียงแค่นั้น แต่ก็นึกอย่างหนึ่งขึ้นได้จึงพูดอย่างระแวดระวังว่า “พี่นทีบอกว่าพี่ลมเหนือขาบวม งั้นให้เอื้องช่วยประคบเย็นให้ดีไหมคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น”“จะมาทำดีกับฉันเพื่ออะไร” เขาถามอย่างเอาเรื่อง“เอื้องแค่อยากชดเชยเรื่องหนี้ของคุณพ่อค่ะ”ยิ่งเขาไม่ทวง เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด ถ้าหากต้องคอยหลบหน้าเขาเพียงเพราะอยากตัดใจและไม่อยากทำเรื่องอย่างว่า เช่นนี้ความสัมพันธ์ก็มีแต่จะแย่ลง ไม่สู้ทำให้เขาเห็นดีกว่าว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนเช่นไร“แล้วแต่ อยากทำอะไรก็ทำ” เขาตอบเพรา

  • มรสุมร้ายสายลมเหนือ   ตอนที่ 35

    วันต่อมาเอื้องฟ้ามีเรียนถึงเที่ยง แต่ไม่ได้แวะไปที่ไหนจึงกลับบ้านตามปกติ เมื่อมาถึงก็พบว่าลมเหนือไม่อยู่ เธอถามแม่บ้านจนรู้ว่ามีคนมารับเขาออกไปข้างนอกตั้งแต่ช่วงสายแล้ว จึงคิดว่าจะใช้เวลานี้คุยกับลลินถึงงานที่กำลังจะทำร่วมกันหญิงสาวชวนเพื่อนมาที่บ้านทันทีเพราะไม่สะดวกเจอกันที่อื่น ทั้งสองนั่งทำงานอยู่ในห้องนั่งเล่น จนกระทั่งบ่ายสามถึงได้ยินเสียงรถยนต์ดังมาจากข้างนอกเอื้องฟ้าออกไปดูจนรู้ว่าใครมา ขณะนั้นนทีกำลังช่วยพยุงน้องออกจากรถ โดยมีคนขับรถของบริษัทตามแม่บ้านเข้ามาหยิบไม้ค้ำยันให้เจ้านายดูท่าทางลมเหนือจะไม่ยอมให้พี่ช่วยเหลือเท่าใดนักจึงดันตัวออกเบาๆ เพราะเขาจะใช้ไม้ค้ำยันพยุงเดินไปเอง ไม่นานคนขับรถก็รีบเอาไปให้“พี่นที สวัสดีค่ะ” เอื้องฟ้ายกมือไหว้คนที่อายุมากกว่า และกระซิบบอกลลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่าใครเป็นใคร หลังจากเพื่อนยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่แล้ว เธอก็บอกสองพี่น้องว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท ก่อนจะถามพวกเขาอย่างงุนงงว่า “ไปไหนมาหรือคะ”“อ้อ พอดีเจ้าลมเหนือมันอยากกลับไปทำงาน ก็เลยโทรบอกให้คนขับรถมารับ แต่อยู่ได้แค่ครึ่งวัน โรคกระเพาะก็ถามหาเพราะมันแอบสั่งอาหารเผ็ดๆ มากินตอนเที่ยง พี่เ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status