로그인ภายในโรงพยาบาล ทัตเทพกำลังนอนรักษาตัว โดยมีเอื้องฟ้าทำหน้าที่ดูแลพ่อเรื่อยมาเพราะมีกันแค่นี้ ส่วนคนเป็นแม่เลี้ยงอย่างวรมน ซึ่งเลิกรากันไปแล้วก็แทบไม่สนใจกันเลย มีเพียงรดาที่แวะมาดูพ่อและช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล
“เอื้อง…” ทัตเทพเอ่ยเรียกลูกสาวที่เผลอหลับอยู่ข้างเตียง เจ้าตัวคงจะเพลียมากเพราะมาเฝ้าไข้พ่อได้หลายวันแล้ว หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเห็นว่าพ่อมองมาอย่างไม่ละสายตา เธอก็ตกใจเล็กน้อย รีบเอ่ยถามทันที “คุณพ่ออยากได้อะไรคะ หรือว่าหิวน้ำ?” ทัตเทพส่ายหน้าเบาๆ พลางยกมือข้างหนึ่งลูบศีรษะลูก ก่อนจะบอกว่า “ถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว เอื้องต้องไปอยู่กับคุณลุงปรานต์เพื่อนของพ่อนะ ไปอยู่ในความดูแลของเขา เพราะเขาสัญญาว่าจะช่วยดูแลเอื้องเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง” “คนที่มาเยี่ยมคุณพ่อเมื่อวันก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ เขามากับลูกชายคนโต” “แต่เอื้องไม่อยากไป ไม่ไปไม่ได้หรือคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเพราะไม่ยินดีที่จะไปอยู่กับคนอื่น “ต้องไป ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของพ่อ พ่อจะได้หมดห่วง พวกเขาเป็นคนดี แล้วก็ใจดีมาก” เอื้องฟ้าทำหน้าลำบากใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยอมพยักหน้ารับปากคนป่วย เพราะเธอรู้ดีว่าโรคที่กำลังเป็นอยู่จะพรากชีวิตของพ่อไปเมื่อไรก็ได้ เพียงแต่ยังอยากให้ท่านอยู่ด้วยกันนานๆ ไม่อยากให้สั่งเสียเร็วขนาดนี้ หนึ่งเดือนต่อมา เอื้องฟ้าเสียพ่อไปจริงๆ ส่วนงานศพก็เพิ่งจัดการเสร็จไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากคุยกันในวันนั้นท่านก็อยู่ต่อได้อีกไม่ถึงเดือนเพราะอาการทรุดลงมาก เนื่องจากเข้าสู่ระยะสุดท้าย แต่เรื่องที่ทำให้เธอสะเทือนใจมากกว่าคือท่านรู้มาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็ง แต่กลับไม่ยอมบอกลูกสาว เวลาปวดท้องหรือเป็นไข้ก็กินยารักษาตามอาการ ถ้าเมื่อสามเดือนก่อนไม่ถึงขั้นหมดสติ เธอก็คงไม่มีวันรู้ว่าพ่อเป็นโรคอะไร ตอนนี้เธอรู้สึกดีขึ้นมากเพราะผ่านการร้องไห้มาตั้งแต่วันแรกที่พ่อเสียชีวิต จนน้ำตานั้นเหือดแห้งไปหมด อีกอย่างก็คิดในแง่ดีว่าจากไปก็ยังดีอยู่อย่างทรมาน เพราะเธอทนเห็นพ่อเจ็บไม่ได้ หญิงสาวรู้แต่แรกแล้วว่าพ่อไม่มีมรดกอะไรให้ เพราะลำพังทรัพย์สินที่มีอยู่ก็แค่มีพอให้หนี้ให้หมดไปเท่านั้น ฐานะของท่านไม่ได้ร่ำรวย อีกทั้งหลังจากหย่ากับภรรยาก็เหมือนลาออกจากวงการนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปโดยปริยาย ซึ่งท่านไม่ได้ไปทำงานที่ไหนอีกเพราะป่วยบ่อย แต่ยังพอมีเงินส่งลูกเรียนโดยไม่ขัดสน ทว่าก่อนจะใกล้ถึงช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต พ่อได้มอบกำไลทองน้ำหนักสามบาท และแหวนทองลายดอกกล้วยไม้อีกหนึ่งสลึงให้เธอเก็บไว้เพื่อขายในยามคับขัน… พรุ่งนี้เอื้องฟ้าต้องเดินทางไปยังบ้านอัครินทร์เดชา ส่วนคนที่จะดูแลเธอต่อไปก็มีโอกาสคุยกันหลายครั้งแล้ว ท่านดูเป็นคนอบอุ่นมาก ทำให้เธอรู้สึกคลายกังวลเมื่อรู้ว่าจะต้องย้ายที่อยู่ ช่วงสามทุ่มภายในบ้านเช่าหลังเล็ก ในขณะที่นั่งพิงหัวเตียง มือเรียวเล็กก็หยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือซึ่งวางอยู่ข้างกายขึ้นมาดู เพราะเธอจะเอาใส่กระเป๋าไปด้วย มันคือตุ๊กตาหมีที่ได้มาเมื่อสิบปีก่อน และเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีสุด รอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขใจปรากฏขึ้นทันที เธอใช้มือลูบอย่างแผ่วเบาพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีนั้น ในงานวันคล้ายวันเกิดของพ่อมีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมงาน เอื้องฟ้าที่ตอนนั้นอายุสิบขวบ เธอจะเอาของขวัญวันเกิดไปให้พ่อ เป็นตุ๊กตาหมีสีขาวที่เก็บเงินซื้อเอง แต่แม่เลี้ยงไม่ยอมให้เธอเข้าไปเพ่นพ่านข้างใน นางดุด่าและเหยียบตุ๊กตาของเธอใส่กับดินที่เปียกจนมันเปื้อนไปหมด จนเธอต้องแอบไปนั่งร้องไห้อยู่หลังพุ่มไม้ข้างบ้านคนเดียว ในขณะที่นั่งกอดเข่าอยู่นั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เมื่อเขานั่งลง เอื้องฟ้าก็เงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย เธอไม่ได้รู้สึกตกใจเพราะคิดว่าคงจะเป็นแขกที่มาร่วมงาน เขาแต่งตัวดูดี แต่ไม่รู้ว่าอายุเท่าไร ‘มานั่งทำอะไรตรงนี้ มันมืดนะ’ลมเหนือนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันวานแล้วยิ้มอย่างสุขใจ เขาเล่าให้เอื้องฟ้าฟังหมดแล้วว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เธอจึงรู้ถึงสาเหตุที่โทรศัพท์ของเขามีแต่รูปถ่ายของเธอเต็มไปหมดเขาเล่าให้เธอฟังอีกด้วยว่าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้หลังจากกลับมาอยู่ไทย ก็ซื้อไว้เพื่อรอเธอ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะจีบให้ติดแล้วสร้างครอบครัวไปด้วยกันเดิมทีเขาควรไปแสดงตัวกับเอื้องฟ้าตั้งแต่เดือนแรกที่กลับมาแล้ว แต่เพราะช่วงนั้นมีงานด่วนมาก คนที่ถูกมอบหมายให้ไปทำหน้าที่เป็นวิศวกรประจำโครงการในไซต์งานก่อสร้าง เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหัน และหาคนมาแทนอย่างเร่งด่วนไม่ได้ พ่อเลยขอให้เขาลุยงานต่างจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งต้องอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาห้าเดือนแต่ตอนอยู่ขอนแก่น ใช่ว่าเขาจะไม่ไปหาเอื้องฟ้าเลย เพราะอาศัยช่วงวันหยุดขับรถกลับบ้านแล้วแอบแวะไปดูเธอที่บ้านเช่า แต่ไม่ได้ไปทุกอาทิตย์เพราะบางทีก็เหนื่อยล้าจากงาน อีกทั้งระยะทางก็ไกลมาก เดือนหนึ่งเขาจะกลับสักสองครั้งได้ลมเหนือคิดว่าจะเริ่มจีบเอื้องฟ้าตั้งแต่ช่วงเดือนที่สองที่เขามาอยู่ไทย เพราะอาทัตอนุญาตให้จีบ แต่เวลาเขาไปบ้านเช่าหลังนั้นทีไร ก็มั
ในที่สุด วันที่น้องเขาต้องฝึกงานในช่วงปี 4 ก็มาถึงปลายฝนได้ฝึกงานกับบริษัทที่อยู่ใกล้บ้านของรดา แต่ก็ไม่วายแอบแวะมาที่บ้านอัครินทร์เดชาเกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจากทนคิดถึงคุณย่าไม่ไหว เลยทำให้เขากับน้องได้เจอหน้ากันมากขึ้นอยู่ช่วงหนึ่งลมเหนือกับปลายฝนสนิทกันมาก เรียกได้ว่ามีความลับอะไรก็ไม่เคยปิดบังกันได้เลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ใจก็ยังพะวงถึงเอื้องฟ้าตลอด กลัวเธอมีแฟน กลัวเธอไม่รู้ว่าเขาแอบรัก ความกังวลทั้งหมดทั้งมวลมันเลยถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า จนคนที่อายุน้อยกว่ารู้สึกได้“พี่เหนือเป็นไรอะ” เธอเอ่ยถามพี่ชายในขณะที่ช่วยเขาจัดกระเป๋าเดินทาง“เปล่า”“เหรอคะ ฝนก็นึกว่าไม่อยากไปต่างประเทศแล้วซะอีก”ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็อึดอัดใจเช่นกันที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับน้อง เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีๆ แล้ว ในที่สุดก็ถามน้องไปว่า“รู้จักน้องสาวของรดาไหม”“น้องสาวของรดา… เหมือนเคยได้ยินว่าอาทัตมีลูกสองคนนะคะ แต่ฝนยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ค่อยได้แวะไปบ้านเพื่อนด้วย ว่าแต่… พี่เหนือมีอะไรเหรอ”“น้องชื่อเอื้องฟ้า ตอนนี้เรียนอยู่ ม.5 แล้ว พี่ว่าจะฝากใ
วันครบรอบวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของน้อง…“พี่ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวพี่ซื้อเค้กไปให้นะ” ลมเหนือบอกน้องสาวผ่านโทรศัพท์ เมื่อครู่นี้ปลายฝนโทรมาย้ำเตือนเขาว่าลืมอะไรไปหรือเปล่า เขาที่พึ่งเสร็จจากการทำรายงานบันทึกประจำวันเลยต้องรีบเก็บสัมภาระเพื่อไปร้านเค้กให้เร็วที่สุดสถานที่ที่เขาทำงานอยู่นี้คือไซต์งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่น เมื่อเดินไปที่รถก็เจอกับโฟร์แมนคนสนิทที่เดินผ่านมา“อ้าว จะรีบไปไหนครับ” ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ถึงแม้ตอนนี้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มรีบกลับขนาดนี้“รีบไปซื้อเค้กให้น้องครับ เมื่อกี้โทรมาทวงแล้ว” ลมเหนือพูดยิ้มๆ อย่างไม่ซีเรียส“ผมก็นึกว่าจะรีบไปหาสาวซะอีก”“สาวที่ไหน ไม่มีหรอก”“อายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว จะไม่ลองคบใครสักคนเลยหรือครับ ขนาดผมหน้าตาไม่ดียังจีบผู้หญิงติดเลย”คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ลมเหนืออดขำไม่ได้ เขาตอบว่า“ผมทำแต่งานภาคสนาม ตากแดดตากลม จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบผู้หญิงล่ะ ขอตัวก่อนนะ ต้องรีบไปแล้ว” เอ่ยเพียงเท่านั้นก็โบกมือให้อีกฝ่ายแล้วเข้าไปนั่งในรถเขาใช้โทรศัพท์ค้นหาดูว่าแ
วันต่อมา หมออนุญาตให้คุณย่าชบากลับบ้าน ท่านนั่งรถไปกับหลานชายคนโต เอื้องฟ้าจึงใช้โอกาสนี้ขอร้องลมเหนือให้ขับรถพาไปดูพี่สาวอีกครั้ง เขาก็ยอมทำตามใจทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่ารดาย้ายออกไปแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับว่าไม่อยากให้น้องตามมาดูอีกเอื้องฟ้าเสียใจที่มาไม่ทัน แต่ลมเหนือก็คอยปลอบอยู่ตลอด เธอจึงพยายามทำใจและเคารพการตัดสินใจของพี่อยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักเขาก็พาเธอกลับบ้านอัครินทร์เดชาเพราะผู้ใหญ่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยที่คฤหาสน์หลังใหญ่นั้น น้องเพลินยังอยู่กับลุงและป้าสะใภ้เช่นเดิมเพราะได้ทั้งขนมทั้งของเล่น ตอนนั่งเล่นดินอยู่ในสวนหน้าบ้าน พ่อกับแม่เรียกก็แทบไม่หันมามอง มีเพียงเจ้าหมามีตังค์ที่วิ่งมาต้อนรับด้วยท่าทางดีใจ เหมือนไม่ได้เจอกันหลายวัน ทั้งที่เจ้านายเพิ่งออกจากบ้านไปแค่สามชั่วโมงเอื้องฟ้ารักหมาโกลเด้นตัวนี้มาก เพราะวันที่เธอหนีไป ก็มีแค่มันที่รู้ และยังเห่าเรียกเหมือนจะรั้งกันไว้อีก เธอจึงนั่งลงแล้วลูบหัวมันด้วยความรักสักพักแม่บ้านก็ออกมาตามทุกคนให้เข้าไปข้างในเพราะมีคนรออยู่ หญิงสาวทำหน้าแปลกใจนิดหน่อย พอหันไปถามคนตั
“พายัยเอื้องมาทำไมคะ ดาบอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่งกับชีวิตดา ตราบใดที่ดายังทำงานในบาร์อยู่ ไม่อดตายหรอก”“หยิ่งทะนงไม่เคยเปลี่ยน” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งรดายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แน่นอนว่าลมเหนือเคยมาหาเธอครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสองเดือนก่อน เขาบอกว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกเขาได้ แต่ให้ตายอย่างไร เธอก็คงไม่มีทางเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาดเธอไม่สนโลกมานานแล้ว และไม่ชอบเรียกร้องความสงสารจากใครด้วย โดยเฉพาะกับคนที่เคยมีปัญหาต่อกัน“พี่ดา มันเกิดอะไรขึ้นหรือคะ แล้วคุณมนไปไหน”“แม่เหรอ ตัดสินใจจากโลกนี้ไปแล้ว หนี้สินรุมเร้า”เอื้องฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนพูดไม่ออก แต่พี่กลับทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ว่ารดาไม่เสียใจที่แม่ปลิดชีพตัวเองภายในบ้านหลังเล็ก แม่หลอกให้เธอหนีเอาตัวรอดคนเดียว แล้วนางก็ขอจบทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเสียใจ แต่ก็โกรธที่แม่ฆ่าตัวตายมากกว่าจากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่สนโลก และไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่น้ำตาสักหยดเดียวก็ไม่มี ทุกวันนี้ทำงานในบาร์ที่ต้องไปทำเรื่องอย่างว่ากับลูกค้าต่อ เธอก็ทำเพียงเพราะให้แต่ละวันมันผ่านไปเท่านั้นอะไรคือความทุกข
“พี่พัทร่วมมือกับพี่ดาเพราะเกลียดเอื้อง เอื้องไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม…”“พัทไม่ได้เกลียดเธอคนเดียวหรอก แต่เกลียดน้องพี่ด้วยทั้งที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ที่น่ากลัวคือซ่อนมีดไว้ข้างหลังแล้วแสร้งทำดีต่อหน้าเพื่อน แต่พี่ก็ไม่ได้โทษพัทฝ่ายเดียวหรอกนะ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมันมาจากตัวพี่เอง พี่รักพัทไม่ได้เพราะใจไปอยู่กับเธอหมดแล้ว นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พัทตามสืบว่าเธอเป็นใคร จนกระทั่งเกลียดเธอเข้ากระดูกดำนั่นแหละ”“พี่พัทเป็นแบบนี้มานานหรือยังคะ”“ได้ยินคุณย่าบอกว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงปีแรกที่พี่ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ แต่พัทไม่ยอมไปหาหมอ อาการเลยหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เคยด่าทอ เคยไล่ให้ไปตายด้วย ครอบครัวพี่เคยตั้งมั่นว่าจะไม่ยุ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ และช่วยเรื่องค่ารักษาเป็นครั้งคราวหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าช่วยทำไม แต่ชีวิตของคนเราก็มีแค่นี้ โกรธแค้นกันไปจนวันตายก็มีแต่จะทุกข์ใจเปล่าๆ แล้วพี่ก็เชื่อว่าถ้าปลายฝนยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอยากช่วยเพื่อนเหมือนกัน”“พี่ปลายฝนใจดีมาก ใจดีเหมือนคุณลุงปรานต์”“ใช่ แต่พลาดตรงที่ไปคบกับภาวิน โดยที่ไม่รู้ว่ามันแอบ
“คิดยังไงถึงมาขอไปอยู่หอพักอีก” เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยความไม่พอใจในขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเขาเพิ่งกลับจากที่ทำงาน ตั้งท่าจะเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ยังไม่ทันได้ถอดเสื้อด้วยซ้ำก็มีเรื่องให้ฉุนอีกแล้ว อีกทั้งเจ้าตัวก็เพิ่งมาถึงเมื่อครู่เหมือนกัน ยังสะพายกระเป๋าและอยู่ในชุดนักศึกษาอยู่เลย คงจะอยากไ
ลมเหนือยอมกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ทว่าเมื่อได้ชิมไปเพียงสองคำก็นิ่งไปทันที หมูทอดไม่เท่าไหร่เพราะรสชาติไม่ต่างจากที่เคยกินมากนัก แต่กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา เขาแปลกใจว่าทำไมถึงทำได้อร่อยขนาดนี้“เอื้องรู้สึกปวดหัว วันนี้ขอเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำนะคะ”“กลัวฉันเรียกเข้าห้องอีกเหรอ”“ปะ เปล่าค่ะ”“งั้นคื
เอื้องฟ้ามองเพื่อนเดินไปเปิดประตูเล็กออกไปจนลับตา เมื่อหันกลับมามองลมเหนือก็เห็นเขาพยายามที่จะเดินเข้าบ้าน เธอจึงตั้งท่าจะเข้าไปช่วยประคอง แต่แล้วกลับถูกมือข้างหนึ่งของเขาดันออก“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ไม่ต้องยุ่ง”คนตัวเล็กชะงักไปทันควัน เขาไม่ให้ช่วย เธอก็ได้แต่มองตามหลังอยู่อย่างนั้นเพราะกลัวว่
“พรุ่งนี้ไปกินข้าวที่บ้านพี่ก็ได้นะดา เดี๋ยวพี่บอกแม่บ้านเตรียมของอร่อยๆ ไว้ให้”“พี่ลมเหนือ ชะ ชวนดาหรือคะ” รดาถามอย่างตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น คนที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีเย็นชากับเธอ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝ่ายชวนเธอไปที่บ้านเสียเอง เธอเริ่มอ่านใจเขาไม่ออกแล้ว“เอื้องขอตัวกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวไปเรียนไม่ทั







