LOGINภายในบ้านอัครินทร์เดชาที่หลังใหญ่โอ่อ่าไม่ต่างจากคฤหาสน์ เอื้องฟ้ากำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยโทนสีทอง โดยมีคุณลุงปรานต์ รวมถึงมารดาของท่านนั่งอยู่บนโซฟาด้วย
“หนูเอื้องฟ้าเป็นลูกคนละแม่กับหนูดาครับ ทัตเขาขอร้องให้เรารับอุปการะเด็กคนนี้ต่อไป” ปรานต์เอ่ยบอกหญิงชราผู้เป็นแม่ คุณย่าชบาพยักหน้าเข้าใจ นางพูดกับหญิงสาวว่า “หนูชื่อเอื้องฟ้าใช่ไหมจ๊ะ ในเมื่อมาแล้วก็มาเป็นหลานย่าเลยแล้วกัน ย่าคิดถึงหลานสาวที่จากไปใจแทบขาด อย่างน้อยมีหนูมาอยู่เป็นเพื่อนก็ยังดี” เอื้องฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณหญิงชราอย่างนอบน้อม “ขอบคุณนะคะ เอื้องจะดูแลคุณย่าให้ดีที่สุดเลยค่ะ” นางพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ไม่นานนักคุณลุงปรานต์ก็ขอตัวไปทำธุระข้างนอก ซึ่งเป็นช่วงที่ นที ลูกชายคนโตของท่านวัยสามสิบเอ็ดปีเดินลงมาจากชั้นบนพอดี เอื้องฟ้ามีโอกาสไหว้ทักทายเขาเพราะเคยคุยกันตอนอยู่ในงานศพ ก่อนที่จะตามแม่บ้านไปยังห้องพักที่คุณย่าสั่งให้จัดเตรียมไว้ “น้องว่ายังไง” หญิงชราเอ่ยถามหลานชายที่เพิ่งขึ้นไปคุยกับน้องชายของเขา “มันไม่คุยกับผมครับ ผมแค่บอกว่าจะมีคนมาอยู่ด้วย มันก็ไล่ผมออกจากห้องแล้ว” “นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนั้น” คุณย่าถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่นางก็เข้าใจความรู้สึกของหลานคนรองดี “หลานรักของคุณย่ามันเหมือนใครซะไหนล่ะครับ ผมว่าลองหาเมียให้มันสักคนดีกว่า มันจะได้เอาเวลาไปคิดถึงแต่เมียมากขึ้น” นทีพูดเย้าแหย่ให้เป็นเรื่องตลก หญิงชราฟาดไปที่แขนหลานชายคนโตเบาๆ “คิดแต่จะหาเมียให้น้อง เราน่ะรีบๆ แต่งงานเถอะ เห็นคบกันมาเป็นชาติแล้วไม่เห็นแต่งสักที” “โธ่… คุณย่าครับ ก็แฟนผมบ้างานนี่นา ผมเคยบอกว่าถ้าแต่งงานกันแล้วจะให้อยู่บ้านเฉยๆ เธอบอกว่าขออยู่เป็นโสดยังจะดีกว่าอีก สงสัยคงต้องให้ผู้ใหญ่จับคลุมถุงชนจริงๆ แล้วแหละครับ” คนฟังอดขำไม่ได้ ซึ่งนางก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่แค่บ่นตามประสาคนแก่เท่านั้น ธัญชนกแฟนของหลานโต ซึ่งผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างหวังให้ลงเอยกัน เธอเป็นถึงลูกสาวเจ้าของบริษัทนำเข้าเครื่องสำอาง ฐานะก็ไม่ธรรมดา คาดว่าคงจะไม่มาตามตื๊อหลานชายของนางหรอก มีแต่เขาที่ต้องเป็นฝ่ายตามตื๊อแทน “เจ้าลมเหนือนี่ก็เหลือเกิน แค่พี่เปิดประตูห้องเข้าไปหา มันก็เอ่ยปากไล่แล้ว” นทีอดบ่นให้น้องไม่ได้ “ย่าบอกแล้วไงว่าอย่าถือสาน้อง เราก็รู้ดีนี่ว่าตั้งแต่ปลายฝนจากไป เขาก็เก็บตัวเงียบมาตลอด ไม่มีใครรู้หรอกว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่” ถึงนทีจะบ่นอย่างไร แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของน้องชายเสมอมา เขาเองก็ใช่ว่าจะทำใจได้ แต่ต้องปล่อยวางเพราะยังมีภาระหน้าที่ที่ต้องทำอีกมาก ยิ่งเป็นพี่ชายคนโตด้วยแล้ว จะแสดงความอ่อนแอให้น้องเห็นไม่ได้เลย เมื่อนึกถึงตอนที่น้องชายดันทุรังออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปส่งน้องคนสุดท้องในวันสุดท้าย เขาก็ยิ่งเข้าใจความรู้สึกนั้น… สภาพของลมเหนือดูแทบไม่ได้เพราะมีแต่แผลถลอกเต็มไปหมด ขาข้างหนึ่งก็มีแผลเย็บ ทำให้ไม่สามารถเดินขึ้นไปดูหน้าคนที่จากไปได้ แต่ก็ยังมีความพยายามที่จะลุกออกจากวีลแชร์ จนพ่อต้องเรียกคนมาช่วยจับแล้วปลอบกันอยู่นาน มีหลายคนที่เห็นภาพนั้นแล้วน้ำตาไหล ทั้งที่ไม่ใช่คนในครอบครัวของตัวเองลมเหนือนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวันวานแล้วยิ้มอย่างสุขใจ เขาเล่าให้เอื้องฟ้าฟังหมดแล้วว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เธอจึงรู้ถึงสาเหตุที่โทรศัพท์ของเขามีแต่รูปถ่ายของเธอเต็มไปหมดเขาเล่าให้เธอฟังอีกด้วยว่าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้หลังจากกลับมาอยู่ไทย ก็ซื้อไว้เพื่อรอเธอ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะจีบให้ติดแล้วสร้างครอบครัวไปด้วยกันเดิมทีเขาควรไปแสดงตัวกับเอื้องฟ้าตั้งแต่เดือนแรกที่กลับมาแล้ว แต่เพราะช่วงนั้นมีงานด่วนมาก คนที่ถูกมอบหมายให้ไปทำหน้าที่เป็นวิศวกรประจำโครงการในไซต์งานก่อสร้าง เกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กะทันหัน และหาคนมาแทนอย่างเร่งด่วนไม่ได้ พ่อเลยขอให้เขาลุยงานต่างจังหวัดอีกครั้ง ซึ่งต้องอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาห้าเดือนแต่ตอนอยู่ขอนแก่น ใช่ว่าเขาจะไม่ไปหาเอื้องฟ้าเลย เพราะอาศัยช่วงวันหยุดขับรถกลับบ้านแล้วแอบแวะไปดูเธอที่บ้านเช่า แต่ไม่ได้ไปทุกอาทิตย์เพราะบางทีก็เหนื่อยล้าจากงาน อีกทั้งระยะทางก็ไกลมาก เดือนหนึ่งเขาจะกลับสักสองครั้งได้ลมเหนือคิดว่าจะเริ่มจีบเอื้องฟ้าตั้งแต่ช่วงเดือนที่สองที่เขามาอยู่ไทย เพราะอาทัตอนุญาตให้จีบ แต่เวลาเขาไปบ้านเช่าหลังนั้นทีไร ก็มั
ในที่สุด วันที่น้องเขาต้องฝึกงานในช่วงปี 4 ก็มาถึงปลายฝนได้ฝึกงานกับบริษัทที่อยู่ใกล้บ้านของรดา แต่ก็ไม่วายแอบแวะมาที่บ้านอัครินทร์เดชาเกือบทุกอาทิตย์ เนื่องจากทนคิดถึงคุณย่าไม่ไหว เลยทำให้เขากับน้องได้เจอหน้ากันมากขึ้นอยู่ช่วงหนึ่งลมเหนือกับปลายฝนสนิทกันมาก เรียกได้ว่ามีความลับอะไรก็ไม่เคยปิดบังกันได้เลย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ใจก็ยังพะวงถึงเอื้องฟ้าตลอด กลัวเธอมีแฟน กลัวเธอไม่รู้ว่าเขาแอบรัก ความกังวลทั้งหมดทั้งมวลมันเลยถ่ายทอดออกมาทางสีหน้า จนคนที่อายุน้อยกว่ารู้สึกได้“พี่เหนือเป็นไรอะ” เธอเอ่ยถามพี่ชายในขณะที่ช่วยเขาจัดกระเป๋าเดินทาง“เปล่า”“เหรอคะ ฝนก็นึกว่าไม่อยากไปต่างประเทศแล้วซะอีก”ชายหนุ่มเงียบไปชั่วครู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็อึดอัดใจเช่นกันที่ต้องปิดบังเรื่องนี้กับน้อง เมื่อคิดไตร่ตรองดูดีๆ แล้ว ในที่สุดก็ถามน้องไปว่า“รู้จักน้องสาวของรดาไหม”“น้องสาวของรดา… เหมือนเคยได้ยินว่าอาทัตมีลูกสองคนนะคะ แต่ฝนยังไม่เคยเห็นหน้าเลย ไม่ค่อยได้แวะไปบ้านเพื่อนด้วย ว่าแต่… พี่เหนือมีอะไรเหรอ”“น้องชื่อเอื้องฟ้า ตอนนี้เรียนอยู่ ม.5 แล้ว พี่ว่าจะฝากใ
วันครบรอบวันเกิดปีที่ยี่สิบเอ็ดของน้อง…“พี่ไม่ลืมหรอก เดี๋ยวพี่ซื้อเค้กไปให้นะ” ลมเหนือบอกน้องสาวผ่านโทรศัพท์ เมื่อครู่นี้ปลายฝนโทรมาย้ำเตือนเขาว่าลืมอะไรไปหรือเปล่า เขาที่พึ่งเสร็จจากการทำรายงานบันทึกประจำวันเลยต้องรีบเก็บสัมภาระเพื่อไปร้านเค้กให้เร็วที่สุดสถานที่ที่เขาทำงานอยู่นี้คือไซต์งานก่อสร้างอาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเอเคซีคอนสตรัคชั่น เมื่อเดินไปที่รถก็เจอกับโฟร์แมนคนสนิทที่เดินผ่านมา“อ้าว จะรีบไปไหนครับ” ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ถึงแม้ตอนนี้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มรีบกลับขนาดนี้“รีบไปซื้อเค้กให้น้องครับ เมื่อกี้โทรมาทวงแล้ว” ลมเหนือพูดยิ้มๆ อย่างไม่ซีเรียส“ผมก็นึกว่าจะรีบไปหาสาวซะอีก”“สาวที่ไหน ไม่มีหรอก”“อายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว จะไม่ลองคบใครสักคนเลยหรือครับ ขนาดผมหน้าตาไม่ดียังจีบผู้หญิงติดเลย”คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ลมเหนืออดขำไม่ได้ เขาตอบว่า“ผมทำแต่งานภาคสนาม ตากแดดตากลม จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบผู้หญิงล่ะ ขอตัวก่อนนะ ต้องรีบไปแล้ว” เอ่ยเพียงเท่านั้นก็โบกมือให้อีกฝ่ายแล้วเข้าไปนั่งในรถเขาใช้โทรศัพท์ค้นหาดูว่าแ
วันต่อมา หมออนุญาตให้คุณย่าชบากลับบ้าน ท่านนั่งรถไปกับหลานชายคนโต เอื้องฟ้าจึงใช้โอกาสนี้ขอร้องลมเหนือให้ขับรถพาไปดูพี่สาวอีกครั้ง เขาก็ยอมทำตามใจทว่าเมื่อไปถึงกลับพบว่ารดาย้ายออกไปแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหนเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้บอกเพื่อนร่วมงาน คล้ายกับว่าไม่อยากให้น้องตามมาดูอีกเอื้องฟ้าเสียใจที่มาไม่ทัน แต่ลมเหนือก็คอยปลอบอยู่ตลอด เธอจึงพยายามทำใจและเคารพการตัดสินใจของพี่อยู่ที่นั่นได้ไม่นานนักเขาก็พาเธอกลับบ้านอัครินทร์เดชาเพราะผู้ใหญ่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยที่คฤหาสน์หลังใหญ่นั้น น้องเพลินยังอยู่กับลุงและป้าสะใภ้เช่นเดิมเพราะได้ทั้งขนมทั้งของเล่น ตอนนั่งเล่นดินอยู่ในสวนหน้าบ้าน พ่อกับแม่เรียกก็แทบไม่หันมามอง มีเพียงเจ้าหมามีตังค์ที่วิ่งมาต้อนรับด้วยท่าทางดีใจ เหมือนไม่ได้เจอกันหลายวัน ทั้งที่เจ้านายเพิ่งออกจากบ้านไปแค่สามชั่วโมงเอื้องฟ้ารักหมาโกลเด้นตัวนี้มาก เพราะวันที่เธอหนีไป ก็มีแค่มันที่รู้ และยังเห่าเรียกเหมือนจะรั้งกันไว้อีก เธอจึงนั่งลงแล้วลูบหัวมันด้วยความรักสักพักแม่บ้านก็ออกมาตามทุกคนให้เข้าไปข้างในเพราะมีคนรออยู่ หญิงสาวทำหน้าแปลกใจนิดหน่อย พอหันไปถามคนตั
“พายัยเอื้องมาทำไมคะ ดาบอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่งกับชีวิตดา ตราบใดที่ดายังทำงานในบาร์อยู่ ไม่อดตายหรอก”“หยิ่งทะนงไม่เคยเปลี่ยน” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งรดายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แน่นอนว่าลมเหนือเคยมาหาเธอครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสองเดือนก่อน เขาบอกว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือก็บอกเขาได้ แต่ให้ตายอย่างไร เธอก็คงไม่มีทางเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเขาเด็ดขาดเธอไม่สนโลกมานานแล้ว และไม่ชอบเรียกร้องความสงสารจากใครด้วย โดยเฉพาะกับคนที่เคยมีปัญหาต่อกัน“พี่ดา มันเกิดอะไรขึ้นหรือคะ แล้วคุณมนไปไหน”“แม่เหรอ ตัดสินใจจากโลกนี้ไปแล้ว หนี้สินรุมเร้า”เอื้องฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนพูดไม่ออก แต่พี่กลับทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ว่ารดาไม่เสียใจที่แม่ปลิดชีพตัวเองภายในบ้านหลังเล็ก แม่หลอกให้เธอหนีเอาตัวรอดคนเดียว แล้วนางก็ขอจบทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอเสียใจ แต่ก็โกรธที่แม่ฆ่าตัวตายมากกว่าจากเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่สนโลก และไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แม้แต่น้ำตาสักหยดเดียวก็ไม่มี ทุกวันนี้ทำงานในบาร์ที่ต้องไปทำเรื่องอย่างว่ากับลูกค้าต่อ เธอก็ทำเพียงเพราะให้แต่ละวันมันผ่านไปเท่านั้นอะไรคือความทุกข
“พี่พัทร่วมมือกับพี่ดาเพราะเกลียดเอื้อง เอื้องไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม…”“พัทไม่ได้เกลียดเธอคนเดียวหรอก แต่เกลียดน้องพี่ด้วยทั้งที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี ที่น่ากลัวคือซ่อนมีดไว้ข้างหลังแล้วแสร้งทำดีต่อหน้าเพื่อน แต่พี่ก็ไม่ได้โทษพัทฝ่ายเดียวหรอกนะ ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดมันมาจากตัวพี่เอง พี่รักพัทไม่ได้เพราะใจไปอยู่กับเธอหมดแล้ว นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พัทตามสืบว่าเธอเป็นใคร จนกระทั่งเกลียดเธอเข้ากระดูกดำนั่นแหละ”“พี่พัทเป็นแบบนี้มานานหรือยังคะ”“ได้ยินคุณย่าบอกว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่ช่วงปีแรกที่พี่ไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ แต่พัทไม่ยอมไปหาหมอ อาการเลยหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่ก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เคยด่าทอ เคยไล่ให้ไปตายด้วย ครอบครัวพี่เคยตั้งมั่นว่าจะไม่ยุ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ดูอยู่ห่างๆ และช่วยเรื่องค่ารักษาเป็นครั้งคราวหลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าช่วยทำไม แต่ชีวิตของคนเราก็มีแค่นี้ โกรธแค้นกันไปจนวันตายก็มีแต่จะทุกข์ใจเปล่าๆ แล้วพี่ก็เชื่อว่าถ้าปลายฝนยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอยากช่วยเพื่อนเหมือนกัน”“พี่ปลายฝนใจดีมาก ใจดีเหมือนคุณลุงปรานต์”“ใช่ แต่พลาดตรงที่ไปคบกับภาวิน โดยที่ไม่รู้ว่ามันแอบ
“เรื่องอะไร มันยังมีเรื่องที่น่าอายไปกว่าเรื่องของเราอีกเหรอ หกล้มต่อหน้าไอ้พวกรุ่นพี่ที่เราโคตรเกลียดอะ เสียงหัวเราะนี่มาเต็มเลย” ลลินพูดอย่างแค้นใจเมื่อนึกถึงประสบการณ์ครั้งนั้นของตัวเอง เอื้องฟ้าลำบากใจที่จะพูด แต่เพื่อนคนนี้ตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน มีอะไรก็เล่าให้เธอฟังหมดไม่เว้
เอื้องฟ้าต้องมาอยู่ในบ้านของลมเหนือนับตั้งแต่วันนั้น และต้องอยู่นานจนกว่าจะเรียนจบเพราะเป็นคำขอของคุณย่า โดยท่านจะให้เขารับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่าง เท่ากับว่าจากนี้ไป เขาต้องโอนเงินให้เธอทุกสัปดาห์ตามที่เห็นสมควร อีกสองวันก็จะเปิดเทอมแล้ว เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมชุดกับอุปกรณ์การเรียนทั้งวันจน
คำพูดของเอื้องฟ้า ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าโมโห ลมเหนือขบฟันแน่นจนกรามเป็นสันนูน ก่อนที่จะกระชากแขนเล็กเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนเธอร้องเสียงหลง จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างรั้งศีรษะแล้วประกบริมฝีปากเข้ากับเรียวปากนุ่มด้วยอารมณ์โกรธ เขาไม่ได้สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกัน แต่ขบกัดริมฝีปากล่างของเธอเหมือนตั้งใจทำให้เ
เอื้องฟ้าส่งยิ้มให้คนชวนทีหนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตามที่ผู้ใหญ่ผายมือเชิญ เหมือนคุณย่าชบาจะรู้ตัวว่าเป็นนางที่มีความสุขอยู่คนเดียวเพราะสังเกตดูสีหน้าของสองหนุ่มสาว ต่างคนต่างทำหน้าบึ้งตึงเหมือนโกรธกันมาเป็นชาติ ไม่ยอมปริปากคุยกันเลยสักนิด แม่บ้านยกจานอาหารมาวางไว้บนโต๊ะเรื่อยๆ เอื้องฟ้านั่







