Share

บทที่ 3

Author: โคโคนัทลาเต้
เขาตอบกลับหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง “เปล่า แค่ถามเฉยๆ”

หลังผ่านไปสองวัน ที่งานเลี้ยงส่งก่อนจะแยกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัย

เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว ทุกคนไปร้านคาราโอเกะกันต่อ

ฉันถือแก้วน้ำผลไม้นั่งเงียบๆ อยู่ที่มุม

หลังร้องเพลงจบไปสองสามเพลง จู่ๆ ถังหว่านลุกขึ้นยืน

เธอถือไมค์แล้วปรับเสียงให้เบาลง

“ทุกคนยื่นมหาวิทยาลัยไหนไว้บ้าง ไม่แน่อาจมีคนไปเมืองเดียวกัน ต่อไปจะได้ช่วยเหลือดูแลกันได้”

บรรยากาศในห้องร้องคาราโอเกะคึกคักขึ้นมาทันที

เพื่อนๆ พากันบอกชื่อเมืองและมหาวิทยาลัยที่ยื่นไว้

ฉันเอนหลังพิงพนักโซฟา ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

หลังจากพวกเพื่อนๆ พูดกันเกือบหมดแล้ว จู่ๆ หัวหน้าห้องตะโกนเสียงดัง

“สามเพื่อนซี้เด็กเรียนของห้องเรายังไม่ได้พูดเลย!”

เขาหันมาส่งซิกให้พวกเรา “หนานอี้ หลินอวี่ ถังหว่าน พวกนายสามคนยื่นมหาวิทยาลัย A ใช่ไหม?”

เมื่อโดนเพื่อนๆ แซว ถังหว่านก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย

อยู่ๆ เธอก็จับมือหลินอวี่ต่อหน้าเพื่อนทั้งห้องโดยไม่มีท่าทีประหม่าเลยสักนิด

“ฉันกับหลินอวี่ยื่นมหาวิทยาลัยเดียวกันอยู่แล้ว”

“ไม่งั้นเราต้องรักทางไกลแน่ๆ”

ในห้องร้องคาราโอเกะเงียบไปอึดใจหนึ่ง

ตามมาด้วยเสียงแซวดังลั่นจนหูแทบแตก

“เฮ้ย! แอบคบกันหรอเนี่ย!”

“คบกันตั้งแต่เมื่อไร? ปิดเงียบมากเลยนะ!”

ท่ามกลางเสียงแซว มีเพื่อนผู้หญิงสองสามคนแอบชำเลืองมองฉัน

นัยน์ตาฉายแววเห็นใจ

มีคนพูดติดตลกขึ้นมาว่า

“หลังจากนี้หนานอี้ก็กลายเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่แล้วน่ะสิ?”

นี่คือประโยคที่ถังหว่านรอคอย

เธอหันหน้ามา เลื่อนสายตาผ่านกลุ่มคน จับจ้องมาที่ใบหน้าฉัน

ในดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและได้ใจอย่างชัดเจน

“หนานอี้เป็นก้างขวางคอไม่ได้หรอก”

“เพราะเธอยื่นเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่นี่”

เมื่อสิ้นเสียง ทั้งห้องเงียบเหมือนป่าช้า

ทุกคนเบิกตาโต มองฉันอย่างไม่อยากเชื่อ

ทุกคนรู้ว่าคะแนนของฉันครองที่หนึ่งของระดับชั้นมาตลอด

ไม่มีทางยื่นเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาแน่นอน

ฉันกดอัดเสียงในมือถือแล้วลุกขึ้นยืน

“ถังหว่าน พูดอะไรของเธอ?”

“ฉันยื่นเข้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาตอนไหน?”

นัยน์ตาเธอฉายแววสะใจยิ่งกว่าเดิม

เธอทำเป็นเอามือปิดปากด้วยความตกใจ

“อ้าว นี่ฉันเข้าใจผิดเหรอ?”

ถังหว่านขบริมฝีปากล่าง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิดสุดๆ

“ขอโทษนะหนานอี้”

“เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันเล่นเกม Truth or Dare กับหลินอวี่ เขาแพ้ฉัน”

“บทลงโทษก็คือ......แอบล็อกอินบัญชีเธอเข้าไปแก้ไขมหาวิทยาลัยที่เธอเลือกเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่นี่”

ทำลายอนาคตคนอื่น ทำพฤติกรรมต่ำทรามด้วยการเอาเกม “Truth or Dare” มาบังหน้าแบบง่ายๆ

ฉันหันไปมองหลินอวี่ด้วยสายตาคมกริบประดุจใบมีด

“หลินอวี่”

“ถังหว่านพูดจริงหรือเปล่า?”

หลินอวี่โดนฉันจ้องจนทำตัวไม่ถูก เขาหลบตาฉันเหมือนร้อนตัว

เขาเอามือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด ถอนหายใจเสียงดัง

“หนานอี้ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเธอจะประมาทขนาดนี้”

เขาขมวดคิ้วเป็นปม น้ำเสียงฟังดูเหมือนตำหนิเล็กน้อย

“เลือกมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องใหญ่มาก ฉันคิดว่าวันสุดท้ายเธอจะเช็กดูอีกรอบ”

“ใครจะไปคิดว่าเธอไม่สนใจด้วยซ้ำ”

ฉันมองผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ฉันรู้จักมา 18 ปี

ทุกคำที่ออกจากปากเขา มีแต่ปัดความรับผิดชอบให้คนอื่น

คนเราเมื่อเน่าเฟะไปถึงเนื้อใน ก็เผยธาตุแท้ออกมาแบบไม่ต้องเสแสร้งอีกแล้วสินะ

มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อยังอัดเสียงอยู่

ฉันได้หลักฐานสำคัญแล้ว

ฉันพยักหน้าอย่างเฉยเมย

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว”

ฉันหยิบกระเป๋าบนโซฟาแล้วเดินตรงไปที่ประตู

ตอนเดินผ่านถังหว่าน ฉันชะงักปลายเท้าเล็กน้อย

“ถังหว่าน วันที่เธอพูดถึงนิยายเรื่องที่อ่านให้ฉันฟัง เธอยังจำสิ่งที่ฉันพูดกับเธอได้ไหม?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 13

    แม่พลิกดูด้านหลังว่ามีอะไรอีกไหม แล้วก็พลิกกลับมาอ่านดูอีกรอบหลังจากนั้นแม่ถอดแว่นออกมาเช็ด พับใบเกรดไว้เหมือนเดิม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองกับพ่อ แม่เปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง เอาใบเกรดใส่เข้าไปในลิ้นชักชั้นบนสุดลิ้นชักนั้นมีบัตรเข้าสอบของการสอบครั้งสำคัญที่ฉันเคยสอบมาตั้งแต่เด็กจนโต มีตั้งแต่สอบคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับประถมจนถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัยฉันยืนอยู่หน้าประตู มองแม่เอาใบเกรดใส่ลิ้นชัก แล้วก็ปิดมันอย่างแผ่วเบาช่วงเย็น เราสามคนนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โต๊ะ เสียงตะเกียบกระทบกับถ้วยดังขึ้นเบาๆหลังจากกินกันไปได้สักพัก อยู่ๆ แม่ฉันพูดว่า“หลินอวี่ย้ายบ้านแล้ว”ฉันยังคงใช้ตะเกียบคีบกับข้าวกินไปเรื่อยๆ“เดือนที่แล้วแม่เขามาบอกลาแม่ บอกว่าลูกชายสอบติดมหาวิทยาลัยรอบแรก ย้ายไปอยู่เมืองอื่นแล้ว”แม่หยุดพูดแล้วคีบแตงกวาใส่ถ้วยตัวเอง “ตอนไปเธอร้องไห้ด้วย เธอขอโทษครอบครัวเรา”ฉันกลืนอาหารที่อยู่ในปากแล้วซดน้ำซุป ไม่ได้พูดอะไรต่อจากแม่แม่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรอีกหลังกินข้าวเย็นเสร็จ ฉันกลับมาที่ห้องตัวเองตอนที่หาสมุดบันทึกเก่าๆ ในลิ้นชัก มือฉันไปโดนแผ่นกระดาษที่อยู่ด้านล่างสุ

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 12

    เป็นชุดที่พ่อฉันเอากลับมาตอนปลดประจำการ เครื่องหมายยศที่ติดบนบ่าซีดหมดแล้ว กระดุมคอเสื้อหลุดหายไป แม่ฉันเย็บกระดุมใหม่ให้ ใช้ด้ายสีกรมท่า การเย็บละเอียดและประณีตมากฉันพับชุดทหารแล้ววางไว้ใต้หมอนลองล้มตัวลงไปนอน หมอนสูงกว่าปกติเล็กน้อยมีแจ้งเตือนปรากฏบนหน้าจอมือถืออีกครั้งพวกเพื่อนๆ กำลังอวดรูปหอพักที่มหาวิทยาลัยในกลุ่มแชตห้องเรียนมีคนส่งภาพวิวจากหน้าต่างที่หอพักมหาวิทยาลัย A ข้างนอกหน้าต่างบานใหญ่คือต้นไม้สีเขียวชอุ่มและอาคารที่อยู่ไกลออกไปมีคนถ่ายรูปหอพักสุดคลาสสิกที่มหาวิทยาลัย D เห็นหลังคาห้องสมุดเก่าแก่นอกหน้าต่างด้วยมีคนส่งรูปสนามหญ้าด้านหน้าตึกคู่ที่มหาวิทยาลัย C แดดยามเย็นสาดส่องลงบนสนามหญ้า ให้ความรู้สึกสบายตามากฉันลุกขึ้นไปถ่ายรูปสนามด้านนอกหน้าต่างดวงไฟขนาดใหญ่ส่องลงบนลู่วิ่งสีแดงในยามค่ำคืน ไกลออกไปคือถนนที่มีต้นไม้สองข้างทาง ไฟถนนสาดส่องใบไม้จนกลายเป็นสีเหลืองนวล ใบไม้พลิ้วไหวตามสายลมแผ่วเบาหลังกดส่งเข้าไปในกลุ่ม มีคนพิมพ์ตอบอย่างรวดเร็วหลายคน มีคนถามว่า “หอพักที่มหาวิทยาลัย B เจ๋งขนาดนี้เลยเหรอ” แล้วก็มีคนพิมพ์ว่า “สนามดูใหญ่มากเลย”เวลาห้าทุ่ม หลังจาก

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 11

    “เธอได้เรียนมหาวิทยาลัย B! เธอมีทุกอย่างแล้ว! จะมาทำลายชีวิตเราอีกทำไม!”ฉันดึงแขนกลับมา ถอยไปด้านหลังเล็กน้อย ขอบประตูคั่นระหว่างฉันกับพวกเขา“ถังหว่าน พวกเธอสองคนแก้ไขมหาวิทยาลัยที่ฉันเลือก ดูหมิ่นฉันต่อหน้าเพื่อนๆ ที่งานเลี้ยงส่ง โพสต์คลิปให้ชาวเน็ตโจมตีฉัน ตอนนี้มาขอร้องให้ฉันช่วยพวกเธอโกหกเนี่ยนะ”“พวกเธอสองคนเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง”ความบ้าคลั่งในแววตาเธอรุนแรงกว่าเดิม เธอชี้หน้าฉันแล้วพูดเสียงแหลม“เป็นเพราะเธอ! เป็นความผิดของเธอ!”“ทำไมเธอต้องได้ที่หนึ่งของระดับชั้นตลอด ทำไมพ่อแม่ต้องให้ฉันดูเธอเป็นตัวอย่าง!”“หลินอวี่เป็นคนเก่งมาก แต่เธอก็ทำให้เขาเป็นที่สองของระดับชั้นตลอด!?”ฉันมองเธอ“ไม่มีอะไรมากหรอก เพราะฉันขยันกว่าไง”หลังจากนั้นฉันเงยหน้ามองหลินอวี่“หลินอวี่ นายเป็นคนทำลายมิตรภาพ 18 ปีด้วยมือตัวเอง ไม่ใช่ฉัน”ฉันถอยหลังเล็กน้อย เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูขณะที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงร้องไห้ของถังหว่านยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ แต่หลินอวี่ไม่พูดอะไรอีกแล้วฉันมองพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ปิดประตูจนสนิทฉันเดินกลับมาที่ห้อง เปิดลิ้นชักชั้นล่างสุด เอารูปถ่ายใบนั้

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 10

    แค่เอ่ยปากพูด แม่ของหลินอวี่ก็สะอื้นจนเสียงสั่นไปหมด“หนานอี้ ป้าขอร้องได้ไหม มหาวิทยาลัย A ส่งหนังสือแจ้งมาให้เรา ทั้งสองคนถูกตัดสิทธิ์เข้าศึกษาต่อ เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม”“พวกเขายังมีโอกาสถ้ารอสอบใหม่ปีหน้า แต่ถ้ามีโทษติดตัวแบบนี้ มหาวิทยาลัยไหนจะกล้ารับพวกเขาอีก?”แม่ของถังหว่านคว้ามือแม่ฉัน แม่ฉันโดนดึงจนเซไปด้านหน้าเล็กน้อยเสียงแม่ของถังหว่านสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง“เรายินดีชดใช้ให้ พวกเธอบอกตัวเลขมาได้เลย เท่าไรก็ได้”“ขอแค่พวกเธอโพสต์ให้อภัยเด็กทั้งสองคน ชี้แจงว่าเป็นแค่เรื่องล้อเล่น”“พวกเขายังเด็ก อย่าทำลายอนาคตพวกเขาแบบนี้เลย”พ่อของหลินอวี่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังสุด ไหล่ลู่ลงอย่างสิ้นหวัง มือสองข้างกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดพ่อของถังหว่านใช้นิ้วดันแว่นขึ้นเล็กน้อย ขยับริมฝีปากเหมือนจะพูด แต่ก็พูดอะไรไม่ออกสักคำแม่ฉันยืนกำผ้ากันเปื้อนอยู่ด้านข้าง แม่หันหน้ามามองฉันพ่อฉันลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร วางกลีบกระเทียมในมือลงบนโต๊ะ พูดด้วยเสียงไม่ดังมากนัก แต่ฟังดูหนักแน่นมาก“หนานอี้ตัดสินใจเองเลย”ฉันหัวเราะ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ที่มหาวิทยาลัย A ตัดสิทธิ์พวกเขา ไม่ได้เก

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 9

    ฉันมองพวกเขาไม่กี่วินาที“เรื่องแรกที่พวกนายทำหลังจากออกมาก็คือให้ฉันเป็นแพะรับบาป ช่วยล้างมลทินให้พวกนายเหรอ?”หลินอวี่กระวนกระวาย ขยับเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย“ฉันมีประวัติด่างพร้อย แค่นี้ชีวิตฉันก็พังแล้ว! เธอแค่โพสต์ไม่ได้หรือไง? ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย!”“แล้วตอนนายแก้ไขมหาวิทยาลัยที่ฉันเลือกไว้ นายเคยคิดไหมว่าถ้าฉันเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาจริงๆ ชีวิตฉันจะพังหรือเปล่า?”ถังหว่านหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นเทา จะยื่นมือมาแตะแขนฉัน แต่ก็ดึงมือกลับไปอีก“หนานอี้ เธออย่าใจร้ายแบบนี้สิ......ขอร้องล่ะ ต่อไปเราจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับเธออีก”ฉันยืดตัวตรง“พวกนายโดนขัง 7 วัน เพราะพวกนายทำเรื่องผิดกฎหมาย ไม่เกี่ยวว่าฉันจะโพสต์หรือไม่โพสต์ ฉันไม่ได้ทำให้ประวัติพวกนายด่างพร้อย พวกนายทำตัวเองต่างหาก”ฉันจับลูกบิดประตูตอนประตูกำลังจะปิดลง ฉันพูดทิ้งท้ายหนึ่งประโยค เสียงไม่ได้ดัง แต่ตรงทางเดินเงียบมาก ทำให้ได้ยินอย่างชัดเจน“ให้ฉันช่วยพวกนายโกหก ไว้ชาติหน้าเถอะ”ประตูปิดลงเสียงร้องไห้ของถังหว่านดังมาจากข้างนอก เสียงโหยหวนจนแสบแก้วหู“ฉันบอกแล้วว่าเธอไม่ยอมหรอก! เธออยากเห็นเราพังพินาศด้ว

  • มหาวิทยาลัยเปลี่ยนรัก   บทที่ 8

    “หนูกลัวว่าแม่ยิ่งด่าแล้วจะยิ่งโมโห”แม่มองฉัน ขอบตาแดงก่ำ เม้มปากแน่นแม่หันหน้าไปทางอื่น ใช้แขนเสื้อเช็ดหางตาตัวเอง แม่ไม่ได้ร้องไห้ แต่ปลายจมูกแดงไปหมดแล้วแม่สูดหายใจลึก เปิดประตูทางเข้าคอนโดแล้วเดินนำหน้าฉันเข้าไปคืนนั้นพ่อนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกนานมากปกติสี่ทุ่มพ่อก็นอนแล้ว แต่วันนั้นเที่ยงคืนแล้ว ไฟที่ห้องรับแขกก็ยังสว่างอยู่ฉันลุกขึ้นมาดื่มน้ำ เห็นพ่อนั่งอยู่บนโซฟา ไม่ได้เปิดทีวี หน้าจอมือถือสว่างอยู่ บนหน้าจอเป็นภาพคอมเมนต์ที่ฉันโดนชาวเน็ตด่าทอพ่อเลื่อนดูไปเรื่อยๆ ใบหน้าพ่อเรียบเฉยมากพ่อได้ยินเสียงเท้าจึงเงยหน้าขึ้นมา “ลูก”“คะ”“ลูกบอกว่ามีหลักฐานไม่ใช่เหรอ? เอาออกมาสิ เดี๋ยวพ่อไปสถานีตำรวจเป็นเพื่อน”ฉันยืนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่ห้องแล้วโหลดรูปที่แคปไว้สามรูปจากไดรฟ์พ่อฉันใส่แว่นสายตาแล้วเลื่อนดูทีละรูปตอนดูรูปแรก นิ้วมือพ่อค้างอยู่บนหน้าจอนานมาก ตอนดูรูปที่สอง คิ้วของพ่อขมวดเป็นปม ตอนดูรูปที่สาม พ่อถอดแว่นวางไว้บนโต๊ะแล้วยกมือนวดกระบอกตา“เกินไปจริงๆ”เช้าวันต่อมา พ่อขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพาฉันไปสถานีตำรวจฉันนั่งอยู่ด้านหลัง กำชายเสื้อคลุมของพ่อไว้แน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status