Share

2

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 13:52:56

แต่สำหรับแม่นิ่มน้อยของพี่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรผิดพลาดลงไป พี่ให้อภัยได้เสมอค่ะ” ประโยคนั้นของเขาทำให้เธอสะเทิ้นอายอยู่ไม่น้อย เพราะดวงตาของเขาเจือแววหวานละมุนสื่อความหมายชัดเจนถึงความรักใคร่ที่มีต่อเธอ

“งั้นนิ่มขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขอตัวก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวเรากลับกับแม่นิ่มนะ ป้าจะล่วงหน้ากลับไปก่อน” โมกข์ยืนรอสาวน้อยอยู่ครู่หนึ่ง ผู้เป็นป้าก็เดินมาหา

มาลัยไม่ได้พักบ้านหลังเดียวกับหลานชาย ท่านพักอยู่หลังหนึ่งซึ่งไกลออกไปมาก เป็นบ้านหลังเก่าแก่ของบิดามารดา นั่นก็คือตาและยายของโมกข์นั่นเอง ที่เรือนจึงมีแค่เขากับนิ่มเท่านั้นในตอนนี้

“ครับคุณป้า”

“ฝากแม่นิ่มด้วยนะ”

“ครับ” โมกข์รับคำเสียงสุภาพ ทอดสายตามองสาวน้อยที่กำลังเดินมาหาเขากับมาลัยด้วยสายตารักใคร่ระคนห่วงหาอยู่มิน้อย

“ป้าจะกลับแล้วนะแม่นิ่ม เราก็กลับกับพี่เขานะ”

“ค่ะคุณป้า เดินทางปลอดภัยนะคะ” นิ่มยกมือไหว้มาลัยอย่างอ่อนน้อม

“จ้ะ” มาลัยยิ้มให้เด็กทั้งสองก่อนจะเดินไปขึ้นรถ

“ทางนี้ให้คนงานจัดการเถอะค่ะ” หลังจากผู้เป็นป้านั่งรถออกไปจากวัดแล้ว โมกข์ก็หันมาคุยกับสาวน้อยข้างกายเพื่อชวนกลับ เขาทอดสายตามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน

“เดี๋ยวนิ่มกลับกับคนงานก็ได้ค่ะ” เธอยังอยากอยู่ดูแลความเรียบร้อย โมกข์เข้าใจเธอดีเพราะอยากให้งานทุกอย่างออกมาดีที่สุด นั่นยิ่งทำให้เขาเอ็นดูเธอมากยิ่งขึ้นไปอีก

“กว่าคนงานจะเลิกคงดึกกว่านี้อีก พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไม่ใช่หรือคะ เดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหวเอานะ” โมกข์บอกเด็กสาวด้วยความห่วงใย มือหนาเลื่อนไปปัดปอยผมนุ่มให้เธอเบาๆ นิ่มเบี่ยงหลบด้วยความเขินอาย ทำให้เขาต้องละมือออกห่าง

“ค่ะพี่โมกข์” เธอติดปากเรียกเขาว่าพี่โมกข์ตั้งแต่เด็ก พอได้เจอกันอีกครั้งจึงเรียกเขาเหมือนเมื่อวัยเยาว์ ร่างน้อยเดินตามเขาไปขึ้นรถยนต์ที่ลุงสมัยจอดคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว

ที่บ้านมีรถยนต์หลายคันเพราะคุณพร้อมชอบสะสมรถรุ่นต่างๆ เอาไว้ ตั้งแต่ราคาหลักแสนต้นๆ จนกระทั้งหลายแสนบาท บ้านไหนมีรถราคาหลายแสนบาทถือว่าเป็นคนมีฐานะในสมัยนี้

ลุงสมัยเปิดประตูรถให้เจ้านายทั้งสองอย่างอ่อนน้อม ลุงสมัยดูแลเอาใจใส่รถของเจ้านายเป็นอย่างดี วันๆ หนึ่งนอกจากขับรถแล้วยังหมั่นล้างรถ คอยขัดถูรถทุกๆ คันจนขึ้นเงา ทั้งยังคอยเช็คเครื่องยนต์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เนื่องจากเมื่อก่อนลุงสมัยได้เรียนวิชาช่างซ่อมรถยนต์และเก่งพอตัว ก่อนที่จะมาทำงานกับคุณพร้อม

นิ่มขึ้นไปนั่งบนรถอย่างเรียบร้อยเมื่อคนขับรถเปิดประตูให้ โมกข์เหลือบมองสาวน้อยข้างกายแล้วเผลอยิ้ม กิริยามารยาทของเธอเรียบร้อยอ่อนหวาน จะลุกจะนั่งจะเดินก็น่ามองไปเสียทุกอิริยาบถ

“พรุ่งนี้ปลุกพี่ด้วยนะคะ” เขาสนทนากับคนข้างกาย

“ค่ะพี่โมกข์” เธอตอบรับเสียงนุ่มตามนิสัย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเนื้อกายสาวทำให้โมกข์เผลอสูดเข้าปอดแรงๆ เขาอยากดึงเธอมากอดเหลือเกินแต่มันไม่สมควร พอถึงบ้าน ลุงสมัยก็ขับรถเข้าไปจอดเทียบกับรถอีกหลายคันที่จอดเรียงรายกันอยู่ในโรงรถซึ่งมีหลายยี่ห้อด้วยกัน

นิ่มเอ่ยขอตัวเข้าห้องของตนเพื่อไปทำธุระส่วนตัว เมื่ออาบน้ำและใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้วเธอก็ไหว้พระสวดมนต์เตรียมตัวเข้านอน แต่เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นเสียก่อน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

“ใครคะ” เธอเอ่ยถามเพราะดึกมากแล้ว

“พี่เองค่ะ”

“พี่โมกข์มีอะไรจะเรียกใช้นิ่มหรือต้องการอะไรหรือคะ” เธอเปิดประตูให้เขา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างใส่ใจ

“จะนอนแล้วหรือคะ”

“ค่ะ นิ่มจะเข้านอนแล้ว” เธอตอบกลับไปเสียงนุ่ม

“พี่แค่มาบอกราตรีสวัสดิ์ แค่นั้นเองค่ะ”

“เอ่อ... ค่ะ” นิ่มก้มหน้าอมยิ้มอย่างเขินอาย มองแผ่นหลังบึกบึนของโมกข์แล้วยิ้มกว้าง ก่อนจะปิดประตูห้องนอนและลงกลอนอีกครั้ง

เธอขึ้นไปนอนบนเตียงในขณะที่ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงประโยคของโมกข์ รู้ดีว่าเขาเอ็นดูเธอมาก ในขณะที่ใจของเธอก็รักและเคารพเขามากเช่นเดียวกัน

ในค่ำคืนนั้นนิ่มนอนหลับฝันหวานและเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนย่ำรุ่งเพราะปกติเป็นคนตื่นนอนเร็วอยู่แล้ว เธอลุกมาอาบน้ำอาบท่าก่อนจะเดินไปเคาะห้องของโมกข์ตอนตีห้าครึ่ง

 ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

“พี่โมกข์คะ พี่โมกข์” เธอเรียกแค่สองครั้งร่างสูงสง่าของโมกข์ก็เดินมาเปิดประตูให้ เธอเงยหน้ามองใบหน้าหวานไม่แพ้สตรีอย่างเอียงอาย ก่อนจะตระเตรียมน้ำล้างหน้าและเสื้อผ้าให้เขา

โมกข์เป็นหนุ่มร่างสูงสง่า ใบหน้าหวานไม่ผิดกับสตรีเพศ ผิวขาวจัด เธอมองปากกว้างหยักหนาสีแดงจัดอย่างคนสุขภาพดีแล้วเผลอยิ้ม คิ้วของเขาคมเข้ม ดวงตาเอื้ออาทรและเอ็นดูเธออยู่เสมอเมื่อได้สบตากัน ใบหน้าของเขาเรียวยาวได้รูป ปีกจมูกกว้างและโด่งเป็นสัน ร่างกายของเขาแข็งแรงสมส่วนดูอบอุ่นและน่ายำเกรงในเวลาเดียวกัน

โมกข์มองร่างน้อยที่ทำทุกอย่างด้วยกิริยานุ่มนวลอ่อนหวาน เธอหยิบผ้าขนหนูให้เขาซับใบหน้าก่อนจะขยับถอยห่างออกไปแล้วเอ่ยถามเสียงหวาน

“พี่โมกข์ต้องการอะไรอีกไหมคะ”

“วันนี้ทำอะไรรับประทานหรือคะ” ตอนเด็กๆ เขาชอบเรียกเธอว่าแม่นิ่มน้อย โตขึ้นมาก็ติดจะเรียกเช่นนี้แต่ก็ยั้งปากเอาไว้เพราะเธอโตเป็นสาวแล้วไม่ใช่เด็กน้อยที่ชอบวิ่งเล่นตามเขาเหมือนสมัยก่อน

บิดามารดาของเขาฝึกให้เธอเรียนวิชาการบ้านการเรียน พวกวิชาคหกรรมเธอจึงมีความสามารถในการทำอาหารและดูแลบ้านเรือนได้เป็นอย่างดี เขานึกขอบคุณพวกท่านที่เลี้ยงเธอได้ดีเช่นนี้

“ข้าวต้มทรงเครื่องค่ะพี่โมกข์” เขาพยักหน้าพึงพอใจกับสิ่งที่เธอบอกกล่าว

“น้องนิ่มทำเองหรือคะ” โมกข์เอ่ยถามหล่อนเสียงหวาน คิดว่าเธอคงจะตื่นก่อนเขานับชั่วโมงเพราะทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ค่ะ ถ้าพี่โมกข์ไม่ต้องการอะไรแล้ว นิ่มขอตัวก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวสิ” เขารั้งแขนของเธอเอาไว้ นิ่มรีบดึงมือหนีอย่างขัดเขินแต่โมกข์ไม่ยอมปล่อย

“ช่วยพี่สวมเสื้อผ้าให้พี่หน่อยจะได้ไหม”

“มันจะดูไม่ดีนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะเอาไปนินทาได้ค่ะ” เธอตาโต ก่อนจะหน้าแดง ไม่กล้ามองสบสายตาที่เต็มไปด้วยแววหวานของเขา ไม่คิดว่าจะถูกเชื้อเชิญให้ช่วยสวมใส่เสื้อผ้าให้แบบนี้

“แล้วที่น้องนิ่มเข้ามาในห้องพี่เช่นนี้ไม่กลัวคนจะนินทาหรือคะ”

“ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้นิ่มจะไม่เข้ามาแล้วนะคะ อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาดึงร่างน้อยเข้าหา ใบหน้าของหล่อนแดงระเรื่อเมื่อแนบชิดกับอกแกร่ง มือน้อยดันอกกว้างของเขาเอาไว้อย่างตื่นตกใจ

“กลัวใครจะนินทากันเล่า น้องนิ่มเป็นคู่หมั้นคู่หมายของพี่นะคะ ลืมไปแล้วหรือ” โมกข์ทวงสิทธิ์เอากับสาวน้อย เขาเห็นผู้ชายมากหน้าหลายตามองเธอด้วยแววตาหยาดเยิ้มก็นึกหึงหวงขึ้นมาจับจิตจับใจ หล่อนเป็นของเขา โมกข์บอกตัวเองเช่นนั้น

“แต่ยังไม่ได้แต่งงานกัน เราไม่ควรทำอะไรไม่งามนะคะ” เธอบอกเขาเสียงนุ่มตามนิสัย ผู้ใหญ่สอนให้รักนวลสงวนตัวอย่าชิงสุกก่อนห่าม

“น้องนิ่มโตเป็นสาวแล้ว พี่หวงมากเลยรู้ไหม” โมกข์ประทับจุมพิตบนกลีบปากบอบบางของหล่อน นิ่มตกใจไม่คิดว่าจะโดนจูบ สติของเธอจึงดับวูบไปในทันที

“น้องนิ่ม น้องนิ่ม” โมกข์เองก็ตกใจอยู่มากที่สาวน้อยในอ้อมแขนเป็นลมไปเสียแล้ว เขารีบอุ้มเธอไปที่เตียงนอนกว้าง หาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาและปฐมพยาบาลให้อย่างเบามือ ก่อนนำยาดมมาจ่อที่จมูกเล็กๆ

โมกข์มองร่างน้อยอรชรอ้อนแอ้นแล้วอมยิ้ม เขาไล้แก้มเนียนของเธอเบาๆ แก้มสาวเนียนใสไร้ไฝฝ้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   55

    “ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   54

    “เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   53

    “คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   52

    กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   51

    โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   50

    “เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   5

    “ปกติพี่ไม่ค่อยชอบกินของหวานหรอกค่ะ แต่ถ้าน้องนิ่มทำ พี่ก็กินได้หมดนั่นแหละครับ” คนปากหวานตอบเสียงหวานทำเอาคนฟังยิ้มเขิน“นิ่มจะให้คนไปเก็บดอกบัวนำไปถวายพระพรุ่งนี้ค่ะ ต้องขอตัวสักครู่นะคะ” หล่อนเอ่ยบอกหลังจากนั่งจิบน้ำชาสนทนากับโมกข์อีกครู่ใหญ่“เก็บที่ไหนหรือคะ” โมกข์เอ่ยถามอย่างสนใจ เขานึกลองไปเ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   3

    ริมฝีปากเป็นกระจับน่าจุมพิต หน้าผากนูนเกลี้ยงผุดผ่อง ผิวของเธอขาว เนียนละเอียด กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นจนต้องขยับใบหน้าเข้าไปสูดดมพวงแก้มสาวอย่างหักห้ามใจไม่ไหวแม่นิ่มน้อยของเขามีใบหน้ากลมหวาน คิ้วเรียวสวย ปากเป็นสีชมพูระเรื่อ ยามที่เธอพูดคุยกับเขาทำให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวเป็นระเบียบน่ามอง แม้กระทั้

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   4

    “อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าว

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   1

    นิ่มมองพี่ชายที่เคารพด้วยสายตารักใคร่ โมกข์วางมือบนศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแล้วยิ้มกว้าง“พี่ต้องไปแล้วนะคะแม่นิ่มน้อย” โมกข์นั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใส นิ่มเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ากลมหวาน ปากแดง แก้มใส ผมดำขลับหยักศก ดวงตาสีนิลแต่ดูอ่อนหวานสดใส“

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status