LOGIN“ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ
“เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค
“คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ
กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์
โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต
“เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ







