เข้าสู่ระบบไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังคงรักมั่นต่อเธอเสมอ โมกข์ ชายหนุ่มซึ่งมีรักเดียวให้แก่สาวน้อยที่บิดามารดาอุปการะเอาไว้ นิ่ม สาวน้อยที่เฝ้ารอคอยการกลับมาของเขา +++ “นอกรถมีอะไรน่าดูชมมากว่าหรือคะน้องนิ่ม” โมกข์เอ่ยถามเบาๆ นิ่มหันมามอง ยิ่งขัดเขินหนักกว่าเดิม “มองหน้าพี่บ้างเถิดแม่นิ่มน้อย รู้บ้างไหมว่าพี่น้อยใจแล้วนะคะ เห็นอย่างอื่นน่ามองมากกว่าพี่อีก” เขาอยากให้เธอหันมาสนใจเขาบ้าง “นิ่มแค่มองวิวทิวทัศน์เองนะคะ ไม่ได้เห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าพี่โมกข์เสียหน่อยค่ะ” เธอตอบเขาเสียงนุ่มแต่ไม่กล้ามองสบตา ท่าทีเหนียมอายนั้นทำให้โมกข์มองแล้วยกยิ้มตรงมุมปาก “แต่พี่ไม่อยากมองนอกรถเลยนะคะ” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้สาวน้อย “ทำไมหรือคะ” “ในรถน่ามองกว่านอกรถน่ะสิคะ โดยเฉพาะแม่นิ่มน้อยของพี่ น่ามองกว่าทิวทัศน์ด้านนอกเป็นไหนๆ” เขามองเธอด้วยแววตาหวานซึ้ง นิ่มเขินหนักกว่าเดิมวางไม้วางมือแทบไม่ถูก
ดูเพิ่มเติม“ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ
“เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค
“คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ
กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์
“อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าว
ริมฝีปากเป็นกระจับน่าจุมพิต หน้าผากนูนเกลี้ยงผุดผ่อง ผิวของเธอขาว เนียนละเอียด กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นจนต้องขยับใบหน้าเข้าไปสูดดมพวงแก้มสาวอย่างหักห้ามใจไม่ไหวแม่นิ่มน้อยของเขามีใบหน้ากลมหวาน คิ้วเรียวสวย ปากเป็นสีชมพูระเรื่อ ยามที่เธอพูดคุยกับเขาทำให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวเป็นระเบียบน่ามอง แม้กระทั้
แต่สำหรับแม่นิ่มน้อยของพี่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรผิดพลาดลงไป พี่ให้อภัยได้เสมอค่ะ” ประโยคนั้นของเขาทำให้เธอสะเทิ้นอายอยู่ไม่น้อย เพราะดวงตาของเขาเจือแววหวานละมุนสื่อความหมายชัดเจนถึงความรักใคร่ที่มีต่อเธอ“งั้นนิ่มขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขอตัวก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยวเรากลับกับแม่นิ่มน
นิ่มมองพี่ชายที่เคารพด้วยสายตารักใคร่ โมกข์วางมือบนศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแล้วยิ้มกว้าง“พี่ต้องไปแล้วนะคะแม่นิ่มน้อย” โมกข์นั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใส นิ่มเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ากลมหวาน ปากแดง แก้มใส ผมดำขลับหยักศก ดวงตาสีนิลแต่ดูอ่อนหวานสดใส“