Masukร้านอาหารเกาหลีข้างมหาวิทยาลัยยามนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ด้วยว่าเป็นเวลาเที่ยงวันพอดี นักศึกษาทั้งห้าคนมองหาโต๊ะที่ยังว่าง
“ทำไมคนเยอะขนาดนี้วะ” กลอยใจเริ่มบ่นเมื่อมองไม่เห็นเค้าลางว่าจะได้นั่งรับประทานอาหารที่ร้านนี้
ทว่าโชคดีที่โต๊ะมุมอับลับสายตามีคนลุกขึ้นพอดี “นั่นไงพวกแก โต๊ะนู้นว่างแล้ว” คณานางชี้ไปที่โต๊ะตัวดังกล่าวพร้อมบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงปรีดา
ทั้งห้าคนไม่รีรออีกต่อไป กลอยใจเดินนำเพื่อนไป จับจองโต๊ะด้วยกลัวว่าหากชักช้าจะไม่ทันการ
“ถ้าไม่มีโต๊ะให้นั่ง ฉันคงร้องไห้อ้ะพวกแก” คนหิวจัดจนเริ่มตาลายพูดกับเพื่อนทั้งโต๊ะ
เวลานี้คณานางแทบอ่านเมนูอาหารบนแผ่นกระดาษไม่รู้เรื่อง เธอหิวจนไส้แทบขาดด้วยว่าเมื่อเช้าหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารพร้อมอิชย์ เธอไม่อยากเจอหน้าเขา แม้จะอยู่ในสถานะเมียเก็บหรือเด็กที่ชายหนุ่มเลี้ยงไว้ปลดปล่อย แต่เธอเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์จะได้ไม่มีหัวใจไร้ความรู้สึก ยอมรับเลยว่าน้อยใจเรื่องคีรติ
“เหมย” ปรมัตถ์สะกิดแขนเรียกคณานางที่นั่ง เหม่อลอยไม่ยอมรับประทานอาหารเสียที ทั้งที่เจ้าหล่อนพึ่งกินไปได้ไม่กี่คำ
“หือ ว่าไงปก” คนได้สติหันไปยิ้มแฉ่งให้ปรมัตถ์
แม้เวลาจะผันผ่านไปกี่ปีก็ตาม รอยยิ้มหวานๆ ยังสามารถทำให้หัวใจกล้าแกร่งเต้นระรัวราวกลองนับร้อยตีพร้อมกันได้เสมอ
“เหมยจะสั่งอะไรเพิ่มมั้ย” แม้ว่าร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นปิ้งย่างแบบบุฟเฟต์ แต่ยังมีบางเมนูที่ต้องสั่งและจ่ายเงินเพิ่มเพราะเป็นเมนูพิเศษของทางร้าน
“ไม่ล่ะ ขอบใจมาก”
ปรมัตถ์พยักหน้าก่อนจะส่งแผ่นเมนูคืนให้พนักงาน “เหมยเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกไป คณานางยามปกติเป็นคนสดใสร่าเริง แต่เมื่อครู่มันกลับหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
“เปล่านี่ สงสัยคงเป็นเพราะเราหิวแหละ”
“แน่นะ” เขาถามย้ำอีกครั้งอย่างเป็นห่วง
“อื้อ”
ร้านอาหารเปิดใหม่ข้างมหาวิทยาลัยใช่เพียงจะมีแค่นักศึกษาที่มาใช้บริการ ยังมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอกอีกด้วย
“ร้านนี้อร่อยดีว่ะ น้ำจิ้มใช้ได้เลย” หนึ่งในอาจารย์แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อพูดออกมาหลังจากกินไปได้สักพัก
“ใช่ค่ะ กุ้งก็ว่าอร่อย” เธอไม่ชอบกินเนื้อเลยสักนิด แต่ที่พูดเช่นนั้นออกไปเพราะอยากเอาใจเพื่อนสนิทของชายคนรัก
“พึ่งรู้นะครับว่าหมอกุ้งก็สายเนื้อเหมือนกัน”
คีรติยิ้มให้มานพก่อนจะคีบเนื้อบนตะแกรงย่างใส่จานอิชย์อย่างเอาใจ “พี่อิชย์ชอบร้านนี้มั้ยคะ”
นายแพทย์อิชย์ไม่ได้ยินคำถามของคีรติเพราะมัวแต่มองนักศึกษาชายหญิงที่นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่โต๊ะมุมสุดของร้าน
“พี่อิชย์คะ” คีรติเรียกนายแพทย์หนุ่มอีกรอบ
“ครับ” เขาละความสนใจจากชายหญิงคู่นั้นหันกลับมาที่คีรติ
“เนื้อสุกแล้วนะคะ”
ชายหนุ่มก้มลงมองที่จานตัวเองจึงเห็นว่ามีเนื้อสุกกำลังดีวางอยู่หนึ่งชิ้น แน่นอนว่าเขาไม่ได้คีบมันขึ้นจากตะแกรงย่างเองอย่างแน่นอน “ขอบคุณครับ กุ้งชอบร้านนี้มั้ย”
“ค่ะ อร่อยดี” เธอโกหกอีกแล้ว
“เดี๋ยววันหลังพี่พาไปลองร้านอื่นบ้าง มีหลายร้านที่อร่อย”
อิชย์ชอบรับประทานอาหารจำพวกเนื้อ เขาเกลียดผักเป็นที่สุด
“ค่ะ พี่อิชย์ว่ายังไงกุ้งก็ว่ายังงั้นแหละ” คีรติตอบรับและส่งยิ้มหวานให้ชายคนรัก
มานพมองทั้งคู่สลับกันไปมาก่อนจะพูดขึ้นว่า “แหม.. เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ สงสัยพี่คงต้องตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเตรียมไว้แล้วแหละ”
คีรติเขินแทบม้วนลงตรงนั้น ต่างจากอีกคนที่ดูเหมือนว่าจะไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดของมานพเลยแม้แต่นิด ดวงตาคมดุดันหันไปมองนักศึกษาชายหญิงคู่นั้นอีกครั้ง
ด้วยความเป็นคนช่างสังเกต มานพจึงรับรู้ได้ว่าอิชย์มีอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติ เขาวางตะเกียบที่ใช้คีบอาหารบนจานแล้วค่อยๆ หันไปมองด้านหลัง
เด็ก..ไอ้อิชย์เหรอ
เพื่อนสนิทของอิชย์ทุกคนต่างรับรู้การมีตัวตนอยู่ของคณานาง อิชย์มักควงหญิงสาวไปด้วยเกือบทุกครั้งเมื่อมีนัดรวมกลุ่มเที่ยวสถานบันเทิงหรือรับประทานอาหาร เพื่อนทั้งหกคนของเขานั้นมีสถานะสมรสแล้วสี่คน ส่วนอีกสองคนคือตัวเขาและอิชย์ยังไม่แต่งงานแต่มีแฟนที่คบออกหน้าออกตาด้วยกันทั้งคู่
“มึงสั่งอะไรเพิ่มมั้ย” มานพถามเพื่อเรียกความสนใจจากอิชย์
ชายหนุ่มทั้งสองมองตากัน มานพพยักพเยิดไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างอิชย์เพื่อเตือนเพื่อนให้รู้ว่าวันนี้มีคีรติมาด้วย
“ไม่ล่ะ กูอิ่มแล้ว” เขาวางตะเกียบก่อนจะนั่งพิงพนักเก้าอี้
ถึงแม้ว่านายแพทย์หนุ่มทั้งหกคนจะมีผู้หญิงของตัวเองเป็นตัวเป็นตนที่คบออกหน้าออกตากันหมดแล้ว ทว่าชายหนุ่มทั้งหกยังมีโลกอีกใบกับเด็กสาวหน้าตาดี แต่โลกอีกใบก็มีไว้เพียงอวดกันในกลุ่มเท่านั้นไม่ได้คิดจริงจัง บางคนใช้บริการคนเดิมแต่จ้างเป็นครั้งคราว ส่วนบางคนเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยเพราะไม่ชอบกินของซ้ำ มีเพียงอิชย์เท่านั้นที่ใช้บริการแบบผูกปิ่นโตกับคณานางมานานหลายปี
โทสะมากมายมหาศาลแล่นพล่านในหัวใจ คณานางเป็นผู้หญิงของเขา แต่วันนี้เจ้าหล่อนกลับมานั่งอี๋อ๋อกับผู้ชายคนอื่นอย่างไม่สนเลยว่าตัวเองมีสถานะเช่นไร
“เดี๋ยวพี่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” เขาหันไปบอกคีรติก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ด้านหลังสุดของร้านอาหาร
มานพมองเห็นแผ่นหลังของสาวน้อยเอวบางที่เดินไปที่ด้านหลังของร้านก่อนหน้าอิชย์แล้วนึกเป็นห่วง ผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออก แววตายามที่อิชย์มองคีรติมันราบเรียบไร้ความรู้สึก แต่กับอีกคนช่างแตกต่าง เพียงแค่เห็นภาพบาดตาก็สามารถปลุกโทสะของอิชย์ได้อย่างน่ากลัว
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







