Masuk
‘กุ้งคิดถึงพี่อิชย์จัง’ เสียงหวานดังมาตามสายสนทนา
ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้ม ‘พี่ก็คิดถึงกุ้ง พรุ่งนี้เจอกันนะครับ’
‘อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ จัง’
‘พี่เองก็เหมือนกัน’
อิชย์มีความสุขกับคนรักของเขา แต่เธอน้ำตาเช็ดหัวเข่าเมื่อได้ฟังถ้อยคำเหล่านั้น ความขมขื่นแล่นขึ้นมาเกาะกุมหัวใจดวงน้อย แต่ถึงแม้เธอจะรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของเขาเช่นไรก็ไม่ มีสิทธิ์ร้องไห้ โวยวาย หรือเรียกร้อง..
เพราะเธอเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองที่อิชย์เลี้ยงไว้ดูเล่น มีเงินเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างเราทั้งสอง ไร้ซึ่งความรัก
‘ฝันดีนะครับ’ อิชย์กดวางสายแล้วหันไปมอง ‘เด็ก’ ที่ชายหนุ่มเลี้ยงไว้ “มานี่สิ”
คณานางลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปหาชายหนุ่ม “พี่อิชย์มีอะไรกับเหมยเหรอคะ”
“พี่บอกเหมยหรือยังว่าพี่ขอหมอกุ้งเป็นแฟนแล้วนะ” ดวงตากลมโตหลุบต่ำ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เขาเพียงแค่แจ้งให้คณานางรับทราบ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรนั้นมันไม่ใช่ปัญหาของเขา
หญิงสาวรู้สถานะตัวเองดี เธอเป็นเพียงแค่เด็กที่เขาเลี้ยงเอาไว้ดูเล่น ตอบสนองความต้องการเรื่องเซ็กซ์ หลายปีที่อยู่ด้วยกันมาไร้ซึ่งความผูกพันทางใจ อิชย์ไม่เคยรักเธอ เขาจะมาบ้านหลังนี้ก็ต่อเมื่อ ‘ต้องการ’
“ค่ะ พี่อิชย์มีอะไรจะคุยกับเหมยอีกมั้ยคะ” เธอถามเพราะต้องการไปทำการบ้านที่อาจารย์มอบหมายและที่สำคัญ.. ตอนนี้หัวใจมันเจ็บปวดจนไม่อาจทนเห็นหน้าอิชย์ได้อีกต่อไป
“เหมยมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
คณานางพยักหน้า อิชย์มาที่นี่ไม่บ่อยนัก เธอบอกแล้วไงว่าชายหนุ่มจะแวะมาเฉพาะตอนที่เขาต้องการ พอเขาสมใจอยาก เขาก็จากไปอย่างไม่สนใจใยดี มันวนเวียนอยู่เช่นนี้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
อิชย์ตีค่าร่างกายเธอเป็นเงินตรา แต่ชายหนุ่มหารู้ไหมว่าเธอรักเขาด้วยหัวใจ แม้เจ็บปวดมากแค่ไหน แต่ขอเพียงพื้นที่เล็กๆ และช่วงเวลาสั้นๆ ได้ใกล้ชิดเขา เธอไม่ร้องขออะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ขอเพียงแค่อย่าผลักไสก็พอ..
อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงตัวเลขหลักสิบไม่ได้ช่วยทำให้ร่างกายกำยำปราศจากเหงื่อ อิชย์ฟุบหน้าลงกับอกนุ่มหยุ่นของหญิงสาวใต้อาณัติ คืนนี้เขาตักตวงความรัญจวนจากเจ้าของร่างอวบอั๋นจนหนำใจ “เหมยหวานมากเลยรู้มั้ย”
เรียวปากอิ่มโค้งข้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลซึ่งขับให้ใบหน้าใสอ่อนวัยดูหวานจับใจฉายแววเศร้า อิชย์จะรู้บ้างไหมว่านับวันเธอยิ่งรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าไร้ศักดิ์ศรี
อิชย์ขยำสองเต้าตรงหน้าเล่นอย่างหลงใหล นักศึกษามหาวิทยาลัยที่ตนเลี้ยงดูด้วยเศษเงินช่างให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า หญิงสาวว่านอนสอนง่ายไม่เรียกร้องอะไรมากไปกว่าที่ได้รับ ซึ่งมันเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้หญิงที่ใช้ร่างกายแลกเงิน
“พี่อิชย์คะ เหมยถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ว่ามาสิ” เขาไม่ได้ใส่ใจกับความสงสัยของเจ้าหล่อนสักนิดเพราะกำลังมัวเมารสสวาทที่ได้รับจากคณานาง
คณานางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพียงเพื่อเอ่ยประโยคเดียว “ถ้าวันหนึ่งหมอกุ้งรู้เรื่องของเรา พี่อิชย์จะทำยังไงคะ”
คิ้วหนาย่นเข้าหากัน อารมณ์รัญจวนเมื่อครู่หายไปในพริบตาเดียว อิชย์ลุกขึ้นแล้วหยัดตัวยืนเต็มความสูง ดวงตาคมดำขลับจับจ้องเจ้าของใบหน้าหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าที่นอนอยู่บนเตียง
“กุ้งจะไม่มีทางรู้เรื่องของเรา พี่รู้.. เหมยเป็นเด็กดี คงไม่ทำให้พี่กับกุ้งมีปัญหากันหรอกใช่มั้ย” เขายิงคำถามพร้อมทั้งมองจ้องเจ้าของดวงตากลมโตอย่างพยายามค้นหาว่าตอนนี้คณานางกำลังคิดอะไรอยู่ “อย่าล้ำเส้นที่พี่ขีดไว้ เมื่อไหร่ที่เหมยก่อปัญหาให้พี่ เหมยคงรู้ดีว่าพี่จะทำอะไร”
อิชย์ขู่เธองั้นหรือ..
ไม่หรอก มันไม่ใช่แค่การขู่ ถ้าหากว่าเธอเป็นตัวปัญหาของชีวิตเขาจริงๆ เธอมั่นใจเหลือเกินว่าอิชย์คงทำอย่างที่ปากพูดไว้
ภาพตรงหน้าพร่ามัวด้วยเพราะมีม่านน้ำตามาบดบัง คณานางมองตามแผ่นหลังกว้างที่เธอไม่ได้เป็นเจ้าของหรือครอบครองมันจริงๆ อิชย์เดินออกจากห้องด้วยอารมณ์คุกรุ่น ชายหนุ่มคงไม่ชอบใจกับคำถามเมื่อครู่ที่เธอเอ่ยปากถามออกไป
“พี่อิชย์ พี่รู้มั้ยว่าเหมยรักพี่”
คณานางลุกขึ้นนั่งกอดเข่าร้องไห้ อิชย์ทำราวกับเธอไม่มีหัวใจ เขาใจร้ายและเย็นชา กี่ครั้งแล้วที่หัวใจดวงน้อยดวงนี้ถูกทำร้ายจากผู้ชายที่เธอรักเขาสุดหัวใจ ทว่ามันกลับไม่หลาบจำและพร้อมให้เขากระทำย่ำยีเช่นนี้อยู่ร่ำไป
แม้ไม่ได้ครอบครองหัวใจ แต่ขออยู่ข้างกายในมุมลับๆ ของผู้ชายที่ชื่ออิชย์ แค่นั้น.. แค่นั้นจริงๆ
“เหมยยังไม่เล่าให้พี่อิชย์ฟังใช่มั้ยว่าทำไมยัยหนูของเราถึงชื่อเอิงเอย” อิชย์ก้มมองภรรยาที่นอนเอาหัวชนกับลูกสาวบนตักเขาแล้วส่ายหน้า อันที่จริงชายหนุ่มตั้งใจจะถามถึงที่มาของชื่อเล่นเด็กหญิงอาภัสราหลายครั้งแล้ว แต่พอจะอ้าปากถามทีไร มักมีเรื่องแทรกเข้ามาขัดจังหวะทุกทีอยู่ร่ำไป “มีที่มายังไง ไหนเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ”เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างจนส่งให้ดวงตาคู่หวานทอประสุกสกาวสดใส “ก็.. อิชย์กับเหมยไงคะ อออ่างมาจากอิชย์ ส่วนของเหมยก็ถอดหอหีบกับมอม้าออกแล้วเอาอออ่างใส่เข้าไป รวมกันได้เอยพอดี เหมยเลยตั้งชื่อลูกเราสองคนว่าเอิงเอย เป็นไง ความคิดเหมยล้ำไหมพี่อิชย์”ได้ยินเช่นนั้นแล้วทำให้หนุ่มใหญ่วัยมั่นคงยิ้มจนปากแทบฉีกถึงรูหู “ช่างคิดนะเราเนี่ย” เขาบีบแก้มภรรยาเล่นอย่างนึกมันเขี้ยวแก้มป่องๆ ของเจ้าหล่อนพลางมองสองแม่ลูกสลับกันแล้วแอบเปรียบเทียบใบหน้าทั้งสอง “มีคนบอกพี่ว่า ถ้าแม่รักพ่อมาก ลูกจะหน้าตาเหมือนพ่อ ดูเอิงเอยสิ หน้าเหมือนพี่เปี๊ยบเลย”เจ้าของชื่อเหลือบตามองพ่อแล้วฉีกยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อเหรอคะ”อิชย์พยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้วคร้าบ เอิงเอยหน้าเหมือนพ่อมากกก” โดยเฉพาะดวงตาสีดำขลับดูลึกล
“คุณแม่สวยเนอะเอิงเอย” อิชย์มองภรรยาซึ่งกำลังก้าวขาเดินลงบันไดศาลประจำจังหวัดแล้วพูดกับตัวเล็กที่อยู่บนคออาภัสราพยักหน้า “สวยมากๆ เลยค่า”คราแรกอิชย์ตั้งใจจะมาพร้อมคณานางตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าอาภัสราต้องไปเรียนหนังสือ กอปรกับเขาเองก็มีประชุมสำคัญ จึงจำต้องยอมให้ภรรยาเดินทางมาทำงานของเจ้าหล่อนล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน ทั้งที่ใจจริงไม่อยากให้เธอห่างตาแม้สักวินาทีเลยด้วยซ้ำสองพ่อลูกทนรอให้คุณทนายสาวเดินมาถึงไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา คณานางวันนี้ดูสง่าและภูมิฐานเกินกว่าวันไหนๆ เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆอิชย์พึ่งสังเกตว่าข้างกายภรรยามีชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเคียงคู่มาด้วย เพียงแค่เห็นสายตาที่มองคณานาง เขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดเช่นไร“ถ้าเย็นนี้ผมชวนคุณเหมยดินเนอร์ คุณเหมยสะดวกไหมครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงขอบคุณ คุณทนายคนสวยที่ช่วยให้ผมชนะคดีพิพาทที่ดิน แล้วอีกอย่าง.. ถือเป็นการฉลองที่เราสองคนได้รู้จักกันด้วย” พิภพถูกตาต้องใจทนายสาวคนนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้า ยิ่งได้พูดคุยกับคณานาง เขาก็ยิ่งอยากสานสัมพันธ์กับเจ้าหล่อนอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาใกล้ทั้งคู่ถึงกับเบะปา
ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้คณานางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจระคนนึกขัน สองพ่อลูกหยอกล้อกันเสียงดังลั่นบ้าน ในขณะเดียวกันคนเป็นแม่อย่างเธอนั้นกำลังคร่ำเครียดอยู่กับเอกสารกองโต“คุณพ่อเดินมาตกบ้านเอิงเอยค่ะ” เด็กหญิงอาภัสราแบมือน้อยๆ ของตัวเองไปตรงหน้านายแพทย์อิชย์ “สองหมื่นห้าค่าเช่าบ้านค่ะพ่ออิชย์”“สองพันห้าหรือเปล่าครับเอิงเอย”สาวน้อยของพ่ออิชย์ส่ายหน้า “ไม่ช่ายๆ สองหมื่นห้าค่าคุณพ่อ”อิชย์ก้มมองเงินกระดาษของตัวเองแล้วฉีกยิ้มแฉ่งส่งให้ลูกสาว “แฮะๆ พ่อหมดตัวแล้วลูก พ่อเหลืออยู่ห้าร้อยสุดท้าย ขอติดไว้ก่อนได้มั้ย”เด็กหญิงวัยห้าขวบมองหน้าพ่อแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่าๆ ติดไม่ได้ค่า คุณพ่อแพ้เอิงเอยอีกแล้ว เย้ๆ ”สงสัยวันนี้เขาดวงตก เล่นเกมเศรษฐีกับลูกสาวสามรอบ แพ้น็อกทั้งสามรอบ “ยอมแพ้ก็ได้คร้าบ ว่าแต่รอบนี้ผู้ชนะอยากได้อะไรเอ่ย”ข้อตกลงในการเล่นเกมเศรษฐีของสองพ่อลูกคือใครเป็นผู้ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่าง ซึ่งสองรอบที่ผ่านมาอาภัสราได้ใช้สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้วดวงตาคู่วาวฉายแววระยิบระยับ อาภัสราสบตากับผู้เป็นพ่อแล้วยิ้มแฉ่ง “เอิงเอยอยากมีน้องค่าคุณพ่อ”อิชย์ได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวในทันที ชายหนุ่มหันม
หลังจากที่อิชย์หายดี งานวิวาห์ของชายหนุ่มกับคุณทนายสาวก็ถูกจัดขึ้นทันที โดยจัดเล็กๆ เป็นการภายในที่หาดทรายริมทะเล เพราะเป็นความประสงค์ของทั้งคู่ที่คิดว่าความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นความสุขของคนในครอบครัวมากกว่าที่อยากเห็นแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติ และบรรดาเพื่อนสนิทเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปรมัตถ์เป็นหนึ่งในนั้น“ยินดีด้วยนะเหมย ยินดีด้วยจริงๆ” เขาไม่เคยคิดโกรธเลยสักนิดที่สุดท้ายคณานางเลือกอิชย์ ขอเพียงแค่เธอมีความสุข เท่านั้นเขาก็พอใจแล้ว “ขอให้นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เหมยได้พบแต่ความสุขนะ”“ขอบคุณมากนะปก”เพื่อนรักทั้งสองยิ้มให้กันปรมัตถ์คิดว่าสักวันเขาคงได้พบกับผู้หญิงที่เขารักและรักเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ยังไงก็จะรอ..“ลุงปกขา” อาภัสราในชุดสีชมพูหวานแหววเดินจูงมือใครบางคนมาหาลุงปกป้องทันทีที่ดวงตาสองคู่สบประสาน คล้ายว่ามีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับปรมัตถ์และ..“ยัยเมย์! ดีใจจังเลยที่เห็นเมย์มางานพี่” คณานางโผเข้ากอดเมขลาทันทีอย่างรู้สึกดีใจ “เป็นยังไงมาไง พี่คิดว่าตอนนี้เมย์อยู่อังกฤษซะอีก” เมขลาเป็นลูกสาวของน้าแท้ๆ เธอเอง ครั้งสุดท้าย
“คุณบารมี” กลับเป็นอดีตสามีของนางเองราวกับโลกหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น บารมีมองคนตรงหน้าไม่วางตา แม้ว่าเขาและอรอิสราจะยุติชีวิตสมรสกันนานแล้ว ทว่าหัวใจกลับไม่เคยลืมผู้หญิงคนนี้ได้เลย“อร..”อรอิสราลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังหนีบารมี นางมองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยวาจาเตือนเขา “อย่าแม้แต่คิดจะเข้าใกล้ฉัน”“คุณยังโกรธผมอยู่เหรอ” อดีตภรรยาเบือนหน้าหนี“ไม่โกรธ แต่เกลียด แล้วคุณมาที่นี่ทำไม”พออดีตภรรยาถามเช่นนั้น บารมีจึงนึกขึ้นได้ “อิชย์เป็นยังไงบ้าง แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่กับลูกที่นี่ได้” เขารู้ข่าวว่าลูกชายถูกรถชนจากโซเชียล แล้วอรอิสราล่ะ หรือว่านางเองก็เห็นข่าวเหมือนกัน เลยมาเยี่ยมลูกอย่างนั้นหรือ“ฉันกับลูกเราเจอกันได้สักพักแล้วล่ะ”นักธุรกิจหมื่นล้านคิ้วขมวดเข้าหากัน “ที่อิชย์มาจังหวัดนี้บ่อยๆ ก็เพราะมาหาคุณอย่างนั้นเหรอ”อรอิสราเหลือบตามองสามีสลับกับหันมองว่าที่ลูกสะใภ้ “เปล่าหรอก เขามาหาเมียกับลูกน่ะ”ทันใดนั้นบารมีก็กันมองคณานางทันที สายตาที่เขามองหญิงสาว บ่งชัดว่าไม่พอใจหากอิชย์จะคว้าผู้หญิงคนนี้มาทำเมีย “เมีย? ลูก?” แสดงว่าเขามีหลานงั้นหรือในเรื่องร้ายๆ ก็ยังพอมีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง “ไหนล่ะหล
อิชย์มองตามคนตัวเล็กที่เดินนำหน้าเขาไปที่รถแล้วถอนหายใจ แม้วันนี้ยังไม่สมหวัง แต่ไม่เป็นไร เพราะเขารอคณานางได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วเพราะมัวแต่สนใจร้านอาหารที่อยู่อีกฝั่งของถนน คณานางจึงไม่ทันระวังรถยนต์ที่กำลังพุ่งตรงมาที่เธอด้วยความเร็วสูง“ระวัง!” อิชย์ที่พึ่งเดินออกจากคลินิกแพทย์หญิง อรอิสรา รีบวิ่งไปหาคณานางแล้วผลักเจ้าหล่อนให้พ้นรัศมีรถยนต์คันนั้น ก่อนที่ร่างเขาจะถูกกระแทกเข้าอย่างจังทุกอย่างมืดดับลง อิชย์ไม่รับรู้อะไรหลังจากนั้น..“พี่อิชย์” คณานางช็อก เธอพยายามรวบรวมสติแล้วลุกขึ้นวิ่งไปหาร่างชายหนุ่มแล้วกอดเขาร้องไห้ “พี่อิชย์ทำไมทำอย่างนี้”เสียงผู้คนดังเซ็งแซ่ด้วยว่าตกใจและระทึกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนวิ่งมามุงดูผู้บาดเจ็บ บ้างก็โทรเรียกรถพยาบาล ส่วนคณานางทำอะไรไม่ถูก เธอได้แต่นั่งมองหน้าพ่อของลูกแล้วร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าอย่าพรากชีวิตอิชย์ไปจากเธอเลยความกลัวว่าจะต้องสูญเสียแล่นพล่านไปทั้งทรวงอก ภาพความทรงจำทั้งดีและร้ายที่เคยเกิดขึ้นไหลกลับเข้ามาในความคิด แม้ครั้งหนึ่งอิชย์จะเคยทำให้เธอเสียใจ แต่เขาก็พยายามแก้ไขและชดใช้ให้เธอกับอาภัสรา แล้วทำไม.. ทำไมเธอถึงได้ใจร







