Accueil / โรแมนติก / มายาปฏิพัทธ์ / บทที่ 6 ไม่มีใครได้ยิน

Share

บทที่ 6 ไม่มีใครได้ยิน

Auteur: Mamaya Writer
last update Dernière mise à jour: 2024-10-15 11:37:46

“จะนอนก็นอนไปเถอะน่า !” หญิงสาวข่มเสียงพูดก่อนเดินมาวางกระเป๋าและหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าไปในห้องน้ำ

จรีภรณ์ล้างหน้าและยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกเป็นเวลานาน แม้จะรู้ว่าผู้หญิงที่มองเห็นไม่ใช่ตัวเธอก็ตามทั้งรูปร่างหน้าตาทุกอย่างต่างกันโดยสิ้นเชิง...

เธอรับรู้ถึงความหนาวจากลมที่พัดผ่านกายเธอเข้ามาได้ พลันหันมองว่ามีช่องลมหรือไม่ทว่าในห้องนี้ปิดหมดไม่มีแม้แต่รูหนูเข้า แล้วลมพัดเย็นเยือกนี้มาจากไหน ?

แม้จะสงสัยแต่จรีภรณ์ก็ไม่ได้สนใจมากกว่าการถอดเสื้อผ้าของตนเองและลงแช่ในอ่าง…

‘ออกไปซะ !’ เสียงสะท้อนดังขึ้น ทว่าไม่มีใครได้ยิน ร่างโปร่งปรากฏชัดเจนและมองไปยังหญิงสาวที่อาบน้ำอยู่ในอ่าง หยดน้ำตาจากขอบตา แดงก่ำไหลลงมาด้วยความเจ็บปวด

‘เอาร่างของฉันคืนมา !’

แม้ว่าจะพูดดังแค่ไหนอีกฝ่ายก็ไม่มีทางได้ยิน วิญญาณสาวเคลื่อนเข้ามาหาจนแทบชิดติดใบหน้าของร่างตัวเอง...แต่ทว่าอีกฝ่ายนั้นมองไม่เห็น ทำได้เพียงแค่ตะโกนสุดเสียงทั้งที่ไม่มีใครได้ยิน

‘ออกไปซะ ! ออกไป !’

หญิงสาวเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเป่าให้แห้งและหวีผม ก่อนเดินไปที่เตียงขยับตัวขึ้นนอนด้วยความเหนื่อยล้า

บรรยากาศคืนนี้ดูหนาวผิดปกติจากเมื่อวาน รอบผิวกายดูเย็นราวกับมีลมพัดผ่านตลอดทั้งที่หน้าต่างและม่านในห้องก็ปิดสนิท แอร์ที่เปิดก็ดูไม่ได้เย็นมากนัก จรีภรณ์ขยับตัวขึ้นนอนพลางยกมือสองข้างลูบที่ต้นแขน ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างตัวที่หลับไปแล้ว

จรีภรณ์ขยับตัวนอนลงคลุมผ้าห่มแล้วข่มตาหลับ ทว่าเสียงลมพัดจากหน้าต่างที่ห่างไม่ไกลจากเตียงดังมากจนทำให้ต้องหันไปมอง ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก เมื่อสายตากำลังจ้องมองหญิงสาวผมยาวตรงหน้า ร่างโปร่งแสงราวกับเงามืดในยามค่ำคืน ใบหน้าของวิญญาณสาวค่อยๆ เงยขึ้นมาและจ้องมาที่เธอ

“กรี๊ดดดดดด ผีหลอก !”

หญิงสาวตกใจขยับตัวถอยออกห่างโดยไม่รู้เลยว่ากำลังขึ้นทับตัว ชายหนุ่มเสียแล้ว กตตน์สะดุ้งตื่นเมื่อคนตัวเล็กกำลังปีนขึ้นทับตัวเขา

“เฮ้ย ! คุณทำบ้าอะไร !” เขาตกใจและพยายามผลักหญิงสาวออก แต่มือของเธอกลับยึดไว้แน่น หนำซ้ำยังก้มหน้าซุกแผ่นอกอีก

“ผีหลอก ผี...ฮือๆ” จรีภรณ์ไม่ได้สนใจเลยว่าเธอนั้นนอนทับอยู่บนตัวของกตตน์แล้ว ตอนนี้สนเพียงหญิงสาวผมยาวที่จ้องมองมาราวกับต้องการเอาชีวิต

กตตน์พยายามใจเย็นก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “ผี ?”

จรีภรณ์ยกมือชี้ไปทางหน้าต่างทั้งที่หน้าของเธอก็ยังซุกอยู่ที่อกของชายหนุ่ม ไม่แม้แต่จะหันมองตาม เขาถอนหายใจออกมาและหันไปมองตามทิศทางที่ภรรยาบอก ทว่าทุกอย่างนั้นดูปกติเรียบร้อยดี

“นี่คุณ” กตตน์เขย่าตัวเธอ “จะนอนกอดผมแบบนี้อีกนานไหม ?”

จรีภรณ์หรี่ตาขึ้นมอง สะดุ้งด้วยความตกใจ ก่อนรีบขยับตัวออกห่าง

จากชายหนุ่มทันที ทำอะไรไม่ถูกเพราะนอกจากจะอายที่ซุกอกเขาแล้วยังจะกลัวผีที่เจอเมื่อกี้นี้อีก

“คุณยังไม่หายดีใช่ไหม ? พรุ่งนี้ไปหาหมออีกทีดีเปล่า ผมว่าบางทีอาจจะ...”

“ว่าใครฮะ !” หญิงสาวเถียงกลับรู้ความหมายที่เขาพูด

“ฉันไม่ได้บ้านะ แต่ฉันเห็นผีจริงๆ”

กตตน์ถอนหายใจออกมา “งั้นคุณตั้งสติแล้วหันกลับไปดูใหม่”

จรีภรณ์ส่ายหน้ารัวๆ

“งั้นก็นั่งแบบนั้นไปทั้งคืน ผมจะนอนแล้ว” กตตน์ไม่ได้สนใจ หญิงสาว เขาขยับตัวลงนอนและพลิกตัวหันหลังให้ จรีภรณ์ก็ขยับตัวลงนอนโดยไม่คิดจะหันไปมองทางหน้าต่าง หนำซ้ำยังยอมขยับตัวนอนใกล้ๆ เขา อย่างน้อยมันก็น่าปลอดภัยมากกว่านอนห่างๆ

“นี่คุณ...คุณ...”

เขาหลับไปแล้ว...หญิงสาวจึงข่มตานอน โดยที่ไม่ว่าได้ยินเสียงอะไรก็จะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมามองเด็ดขาด !

วิญญาณสาวปรากฏตัวอยู่ที่ปลายเตียง สายตามองชายหนุ่มด้วยความอาลัยอาวรณ์ พลันมองนานก็น้ำตาไหลออกมา พยายามเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มและกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและทรมาน

‘คุณกตตน์...ช่วยพริมด้วย !’

ตื่นเช้ามาไม่ต่างจากผีดิบเท่าไหร่เลย ใบหน้าดูหมองคล้ำโทรมอย่างหนัก สาเหตุมาจากเมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่หวาดระแวงเสียงลมพัด เสียงอะไรเล็กๆ ที่แว่วเข้าหูตลอดที่นอน แม้จะไม่ลืมตาขึ้นมาดูแต่ก็นอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มจนถึงเช้า

ใครว่าเธอชอบดูหนังฆาตกรรมแล้วไม่กลัวผีบ้างล่ะ ! ชอบน่ะก็ชอบที่เป็นแนวสืบสวน แต่แนวผีเน้นๆ ขอลาเลย

จรีภรณ์มองร่างของพริมมาที่สะท้อนอยู่ในกระจกอย่างสมเพช หน้าตาออกมาจะดูดี แต่ไม่นอนเพียงคืนเดียว ก็พาตกใจได้เหมือนกัน

กตตน์เดินออกจากห้องน้ำหันมองหญิงสาวก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย

“เมื่อวานไม่ได้นอนหรือ ?”

จรีภรณ์หันมองชายหนุ่มแล้วเบ้ปากใส่ทันที ก็ใช่น่ะสิตาบ้า ! จะนอนหลับได้ยังไง เสียงลมพัดก็น่ากลัว ไหนจะเสียงสุนัขหอนอีก ใครจะไปหลับลง !

“วันนี้แต่งหน้าหน่อยก็ดีนะ” กตตน์เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะในลำคอ

“รู้แล้วน่า !” จรีภรณ์ส่งสายตามองด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะหันไปยังโต๊ะเครื่องแป้งแล้วมองเครื่องสำอาง

ฮ่าๆ แต่งหน้า ! คนอย่างจรีภรณ์แต่งหน้าเป็นซะที่ไหนเล่า ! แม้มือจะหยิบตลับแป้งขึ้นมาแต่ทว่าต้องยอมรับจริงๆ ใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

“นี่คุณ…คุณแต่งหน้าเป็นไหม ?”

จรีภรณ์หันหาชายหนุ่มที่กำลังใส่ชุดเตรียมไปทำงาน

กตตน์ทำหน้านิ่งขณะที่มือจัดเนกไทโดยไม่สนใจหญิงสาว จรีภรณ์เดินเข้าไปหาดึงมือเขาที่จัดเนกไทอยู่ออกแล้วจัดให้อย่างสบายๆ

“เสร็จเเล้ว…” หญิงสาวพูดด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะส่งตลับแป้งให้ชายหนุ่ม

“ผมก็แต่งหน้าไม่เป็น แต่ผมจะให้พี่เมย์ขึ้นมาสอนคุณ” เมื่อพูดจบก็เดินมาหยิบกระเป๋าทำงานออกจากห้องไป ทางจรีภรณ์ได้แต่มองประตูปิดลงด้วยความไม่พอใจ

“ไอ้ขี้เก๊ก !”

หญิงสาวกำลังขยับตัวแต่รับรู้ถึงลมเย็นๆ ที่พัดผ่านไปมา หน้าต่างก็ปิดอยู่ไม่มีลมเข้า เพราะเปิดเพียงผ้าม่านเท่านั้น แล้วลมมาจากไหนกันล่ะ !

หรือว่า…ผีเมื่อวาน !

ขาทั้งสองข้างของจรีภรณ์สั่นจนเดินไปไหนไม่ออก หญิงสาวรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังเข้ามาหาเธอ บรรยากาศในตอนนี้ แสดงถึงความเศร้าโศก โดดเดี่ยวและอาลัย รุมเร้าไปรอบกาย ความรู้สึกเดียวกันกับที่สัมผัสเมื่อคืน…นี่จะโดนผีหลอกแต่เช้าเลยหรือเนี่ย !!

‘ออกไปซะ…ออกไป…!’

เสียงสะท้อนดังเข้าที่โสตประสาตของหู หญิงสาวมั่นใจว่าไม่ได้หูฝาดเป็นแน่ จรีภรณ์ขาสั่นทรุดลงกับพื้นและรีบยกมือขึ้นไหว้

“อย่ามาหลอกเลย ฮือๆ ฉันจะทำบุญไปให้…นะ…” จรีภรณ์พูดออกมาโดยไม่คิดจะเงยหน้ามองสิ่งรอบตัว

“ยัยพริม…”

“กลัวแล้ว ฮือๆ”

“ยัยพริมนี่พี่เอง…ยัยพริม !”

จรีภรณ์ได้ยินเสียงของมารวีจึงหยุดร้องโวยวายและค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองช้าๆ แต่ก็ไม่วายที่จะจับเนื้อจับตัวอีกฝ่ายให้เเน่ใจ

“เป็นอะไรไป ?” มารวีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“เมื่อกี้…” จรีภรณ์แทบอยากจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ทว่ามารวีส่ายหน้าถอนหายใจออกมา

“เอาเถอะ ลงไปกินข้าวเช้าก่อน”

จรีภรณ์เพียงพยักหน้าเดินออกจากห้องไปพร้อมกับมารวี

ร่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นอีกครั้งทั้งน้ำตา ส่งสายตามองไปที่ประตูด้วยความอาวรณ์

‘พี่เมย์…พริมอยู่นี่ ! ช่วยพริมด้วย...!’

วิญญาณสาวร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด ทว่าไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครรู้เลยว่า ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่...พริมมา !

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 81 (ตอนพิเศษ) เมื่อผมอยากมีน้องสาว III (END)

    ครั้นเห็นสีหน้าของภรรยาก็รู้สึกสนุก เขายิ้มออกมาแล้วพูดขึ้น “คุณอยากให้ผมหยุดไหม?”นั่นเป็นคำถามที่เขาควรถามหรือไม่?!จรีภรณ์ก้มหน้านิ่งลงด้วยความอายร่างกายกำลังเรียกร้องหาเขา ถ้าให้เธอหยุดตอนนี้...หญิงสาวขยับตัวลงเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม“ไม่อยากมีกอหญ้าให้ต้นน้ำแล้วหรือคะ?” น้ำเสียงหวานพูดเชิญชวนชายหนุ่ม กตตน์ใจอ่อนทันตา เพราะเสียงและสายตาที่ชวนเขาขนาดนี้มีหรือจะปฏิเสธลงได้กตตน์ดันหญิงสาวชิดกับขอบโต๊ะเขาจูบเธอก่อนที่จะอุ้มร่างเล็กวางนอนกับโต๊ะทำงาน ของและกองเอกสารที่วางอยู่มุมโต๊ะถูกปัดหล่นที่พื้นโดยไม่มีใครสนใจชายหนุ่มฝั่งปลายจมูกลงที่ส่วนอ่อนไหวอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เขาสามารถทำให้เธอตอบสนองและครางออกมาได้มากกว่าเดิม“คุณชอบไหม?”&nb

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 80 (ตอนพิเศษ) เมื่อผมอยากมีน้องสาว II

    ต้นน้ำวิ่งออกมาจากห้องหันมองประตูด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความอดทน เพราะอยากจะมีน้องสาวไวๆ จึงต้องยอมนอนคนเดียวตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป ทั้งยังต้องปล่อยให้พ่ออยู่แม่ด้วยกันนานๆ“กำลังอดทน?”จรีภรณ์ทวนคำพูดของลูกชายก่อนจะวางงานเเละลุกขึ้นทันทีทว่าประตูห้องเปิดเข้ามาเสียก่อน“มาเอาของหรือคะฉันจะไปดูลูกหน่อย”หญิงสาวพูดขณะเตรียมก้าวไปทว่ามือแกร่งของชายหนุ่มรั้งไว้เสียก่อน“ต้นน้ำไม่เป็นอะไรหรอกคุณโอ๋ลูกมาไปจนติดคุณเเล้วรู้ไหม"กตตน์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มเเล้วเอ่ยต่อไปว่า“ต้นน้ำแกบอกว่าอยากมีน้องสาว…”จรีภรณ์ส่งสายตามองสามีเธอรับรู้ถึงน้ำเสียงกะล่อนของเขาได้“คุณไม่ได้พูดอะไรกับลูกใช่ไหม?!”“ผมเปล่าพูดอะไร&rdqu

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 79 (ตอนพิเศษ) เมื่อผมอยากมีน้องสาว I

    จากวันนั้นก็ผ่านมาหลายปีแล้วทุกอย่างไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเเปลงไปมากกว่าเก่าเพียงเเต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนเเปลงไปคือความรู้สึกของเขาหลายปีมานี้จนกระทั่งมีลูกชายคนเเรกเธอรับรู้การเปลี่ยนไปของผู้ชายคนนี้มากรวมทั้งตัวของเธอด้วยเเต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของเธอไปตลอดคือ'พริมมา'ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ไม่มีวันลืมได้ว่าร่างกายนี้…เสียงลมหายใจนี้เป็นของหล่อนที่มอบให้เธอได้กลับมาอยู่กับเขาอีกครั้งหนึ่ง“แม่ค้าบบ”เสียงของเด็กชายวัยสี่ปีกว่าๆดังขึ้นขณะที่เสียงฝีเท้าวิ่งพราดเข้ามาหาผู้เป็นแม่มือน้อยๆดึงชายกระโปรงชุดนอนเป็นเชิงเรียกให้มารดาที่นั่งทำงานอยู่บนโซฟาหันมามอง“มีอะไรครับคนเก่งของแม่”จรีภรณ์ละสายตาจากเอกสารหันมองลูกชายตัวน้อยเด็กชายส่งสมุดวาดรูปให้กับผู้เป็นแม่

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 78 (ตอนพิเศษ) คนในโชคชะตา III

    ขวัญข้าวจัดกระเป๋าขณะที่มือก็ถือกุญแจเอาไว้ แต่ถือไว้ไม่ดีจึงทำให้หล่นลงพื้น ไม่เพียงแค่นั้นขณะก้มลงเก็บสายสะพายกระเป๋าก็ร่วงลงมาด้วยทำให้น้ำหนักทั้งหมดอยู่ที่แขนซ้าย หญิงสาวมีใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะของที่เยอะทำให้หยิบจับอะไรไม่สะดวก แต่ก็โทษใครไม่ได้ที่ดันซื้อมาเยอะเองเพราะคิดว่าคืนนี้ต้องอยู่ดึกทำรายงานยาว เกรงว่าจะหิวเลยจัดซะเต็ม‘ของเธอใช่ไหม ?’ เสียงทุ้มเอ่ยทักขึ้นขณะที่ยื่นมือส่งกุญแจให้กับเธอ ขวัญข้าวพยักหน้ารับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงเขาอีกแล้ว...!!‘ขอบคุณค่ะ’ หญิงสาวกล่าวพร้อมกับเอื้อมมือรับ‘พักอยู่ห้องนี้เหรอ’ ธนวินทร์เอ่ยถามขึ้น‘ค่ะ’‘เหรอ’ เขายิ้ม ‘เราพักอยู่ห้องข้างๆ เธอนะ’ขวัญข้าวยิ้มเจื่อนๆ ก่อนหันมาเปิดประตูห้อง แต่ก็นึกเพราะคนเก่าที่อยู่เป็นรุ่นพี่ผู้หญิง แสดงว่าเขาเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ได้ไม่นาน‘เธอชื่ออะไรเหรอ ?’ ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับส่งยิ้มที่เป็นมิตรให้ คนตัวเล็กมองอยู่นานก่อนจะตอบกลับ‘ข้าวค่ะ’&lsquo

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 77 (ตอนพิเศษ) คนในโชคชะตา II

    หลังเลิกเรียนวิชาสุดท้ายของวัน อาจารย์ผู้สอนเก็บของและเดินออกไปจากห้อง พะแพงลุกขึ้นวางของแล้วเดินเข้ามาหาเพื่อนในกลุ่มก่อนจะพูดขึ้นเสียงดัง‘วันนี้ไปส่องผู้ชายกัน !’‘ที่ไหน ! / ไปตอนไหน !’ แก้วและปรางพูดขึ้นพร้อมกันขณะที่ ขวัญข้าวนิ่งเงียบทำราวกับว่าไม่ได้ยินที่พะแพงพูด‘ข้าว แกต้องไปด้วยนะ’‘การบ้านยังไม่เสร็จเลย’ หญิงสาวหาข้ออ้าง‘แกทำการบ้านทุกวันนั่นแหละ ! อย่าอ้าง วันนี้ต้องไปด้วย ! เห็นว่าเด็กบริหารหล่อๆ มาเล่นกีฬาที่สนามเยอะเลย’หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ มองหน้าเพื่อนรักทั้งสามคนทำตาปริบๆ‘ไม่ต้อง ! แกต้องไปส่องผู้ชาย ทำการบ้านไปด้วยได้บรรยากาศดีจะตาย’ แก้วพูดขึ้นขวัญข้าวทำหน้ามุ่ย ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะหาข้ออ้างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆเป็นเวลานานเกือบชั่วโมงที่นั่งรวมตัวอยู่กับเพื่อนแล้ว ‘ส่องผู้ชาย’ ขวัญข้าวแทบไม่มีอะไรทำจนต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งเล่นเกมเป็นการฆ่าเวลา จนกระทั่งผ่านไปถึงสองชั่วโมงเพื่อนทั้งสามของเธอก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับหอ หญิงสา

  • มายาปฏิพัทธ์   บทที่ 76 (ตอนพิเศษ) คนในโชคชะตา I

    มีคนบอกว่าการพบกันของคนสองคนมาจากโชคชะตา แต่สำหรับเธอแล้วเหมือน ‘กรรม’ มากกว่า การพบกันไม่ใช่ว่าจะเกิดเรื่องราวดีๆ ระหว่างกันขึ้นเสมอไป มันอาจจะโชคร้ายและแสนเศร้ามากๆ เลยก็ได้ แม้จะมีความสุขแต่ทว่าผลสุดท้ายแล้วคือความเจ็บปวดดีๆ นี่เองเสียงฝีเท้าจากส้นสูงคู่หนึ่งก้าวหยุดอยู่ที่บ้านไม้สองชั้นบรรยากาศ ร่มรื่นมีไม้ดอก ไม้ประดับปลูกล้อมรอบไว้ อีกทั้งในบ้านก็มีต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นที่คอยให้ร่มเงา เธอเอื้อมมือกดกริ่งเรียกคนในบ้านและยืนรอ“กลับมาแล้วเหรอข้าว” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นขณะที่เดินมาเปิดประตูบ้านให้“กลับมาแล้วค่ะแม่” ขวัญข้าวขานรับทันทีที่ประตูเปิดออกหญิงสาวขนสัมภาระเข้ามาในบ้านแล้วเดินมากอดผู้เป็นมารดา“คิดถึงจังเลยค่ะ”สองปีได้ที่ต้องไปทำงานที่เมืองนอกโดยแทบไม่มีเวลากลับมาเลย ปีหนึ่งกลับมาแค่ช่วงปีใหม่เท่านั้น ต่อให้จะโทรคุยกันในช่วงที่มีเวลาว่างก็ตาม แต่ก็ไม่เท่ากับการพบหน้าคุยกันอยู่ดี“จ้ะ...แล้วนี่กลับมาทำงานที่นี่เลยไหม ?”“ค่ะ เพราะงานวิจัยที่นั่นเสร็จแล้ว&rdquo

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status