Mag-log inแต่เขากลับไม่คิดอย่างแม่ เขาคิดว่าการเปิดการค้าเสรีในอาเซียนจะทำให้ทุกประเทศต่างตื่นตัวที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี เศรษฐกิจจะหมุนเวียน ทุกคนสามารถท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกันผ่านอาหารการกิน ดังนั้นอาหารจะกลายเป็นสิ่งที่เผยแพร่วัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ดังนั้นการทำธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัย 4 ย่อมจะมีความก้าวหน้ามาก
ที่เลือก ‘เวียงจันทน์’ เป็นแห่งแรกเพราะการเดินทางไปกลับทำได้ง่าย และหากธุรกิจประสบความสำเร็จได้ดี เขาก็จะขยายสาขาเพิ่มเติมไปยังเมืองปากเซ เมืองหลวงพระบาง และเมืองอื่นๆ ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือน เขาจะตามไปเผยแพร่ความเป็นไทยผ่านอาหารให้ประเทศใกล้ชิดได้รู้จักมากขึ้น จากนั้นเขาจะขยายสาขาไปประเทศเพื่อนบ้านให้รอบด้าน
‘ประตูชัย’ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า กัญจน์ก้มดูหน้าจอโทรศัพท์เพื่ออ่านข้อมูลสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตถึงประวัติความเป็นมาของประตูชัยแห่งนี้ ข้อมูลระบุว่าประตูขนาดใหญ่คล้ายประตูเมืองแบบโบราณนี้ มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และที่ใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย มีการจัดสร้างบันไดวนให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ได้
กัญจน์เดินเข้ามาถึงด้านในซุ้มประตูพร้อมกับนักท่องเที่ยวหลายสิบคน ใบหน้าหล่อจัดแหงนมองภาพวาดบนเพดานซึ่งเป็นภาพเทวดาตามแบบฉบับรามเกียรติย์ของไทย สลับกับมองนกตัวเล็กตัวน้อยที่บินวนไปมาระหว่างซุ้มประตูด้านในกับด้านนอก บางตัวที่เห็นนั้นคาบเอาเศษหญ้ามาด้วย เขายิ้มเพราะนึกได้ว่าช่วงเย็นจนค่ำ ประตูชัยแห่งนี้คงเต็มไปด้วยเสียงนกร้องนับร้อยๆ ตัว และดูท่าที่นี่จะไม่พ้นเป็นคอนโดฯ อันเลิศหรูวิจิตรให้กับเจ้านกน้อยเหล่านี้แน่
ดวงตาคมเข้มไล่ดูข้อความบ่งบอกประวัติของประตูชัย ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนกันทุกคน เพราะที่นี่มีความหมายคือ ‘ชัยชนะ’ แค่ได้มาเยือนก็เหมือนเป็นมงคลกับตัวเองแล้ว
‘ประตูไซ’ (Patuxai) หรือ ‘ประตูชัย’ ตามที่คนไทยออกเสียงเรียก ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้ที่เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์
ในข้อมูลสืบค้นระบุประวัติเพิ่มเติมไว้ว่าประตูชัยมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘รันเวย์แนวตั้ง’ เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ ในระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างก็แพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน ปูนซีเมนต์เหล่านั้นจึงถูกนำมาสร้างเป็นประตูชัยแทน
กัญจน์อ่านข้อความพร้อมรอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้า ดีใจที่ความสงบสุขมาเยือนเวียงจันทน์ จนทำให้วันนี้เวียงจันทน์เป็นเมืองที่ต้องไม่พลาดมาเยือน ทว่าระหว่างคิดกัญจน์ก็ต้องตื่นตัว เพราะชายวัยกลางคนที่เดินอยู่ด้านหน้าของหยุดเดินก่อนทำท่าจะฟุบลงไป
“โอ๊ะ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ คุณครับ คุณ!”
กัญจน์ถลาเข้าไปรับร่างของชายวัยกลางคนทันทีที่เจ้าของร่างเหมือนจะพยุงตัวเองไว้ไม่อยู่ ร่างท้วมสูงใหญ่คล้ายชาวยุโรปส่ายใบหน้าไปมาอย่างคนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมออกมากทั้งที่อากาศไม่ร้อน และเสียงหัวใจก็เต้นแรงและเร็วจนเขาได้ยินชัดเจน ดวงตาคล้ายจะปิดแต่ยังฝืนปรือมองเขา พยายามที่จะพูด
“น้ำ...”
เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาพร้อมฝ่ามือพยายามคว้ากระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วย
“ตรงไหนครับ เดี๋ยวนะ คุณอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ คุณครับ!”
กัญจน์เปิดขวดน้ำผลไม้ที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเป้ของชายกลางคนพร้อมจ่อปากให้คนป่วยที่นั่งพิงอกเขาดื่มอย่างเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของประตูชัยจะรีบเข้ามาให้ความช่วยเหลือคนป่วยโดยด่วน!
.
.
‘SITTICHAI EMPLOYMENT CO., LTD.’ หรือ ‘บริษัท สิททิไชจัดหางาน จำกัด’
ชื่อภาษาไทยที่ถูกแปลออกมาแล้วปรากฏอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงดาราไล่หาข้อมูลเดียวที่เธอได้มาจากซองจดหมายที่ยังไม่ถูกเปิดออกอ่านเหล่านั้น เพราะจดชื่อไม่ทันเธอจึงตัดสินใจหยิบซองที่มีตัวอักษรสีขาวเป็นลอยนูนออกมา 1 ฉบับ หวังแค่จดชื่อบริษัทเสร็จแล้วเธอจะรีบนำไปคืนที่ห้องของแม่ตามเดิม แต่เมื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าบริษัทฯ นี้มีอยู่จริง เป็นบริษัทจัดหาแรงงาน ทั้งในประเทศลาวเอง หรือจากฝั่งลาวมาทำงานที่ไทย และมีทั้งประสานแรงงานจากไทยไปทำงานที่ฝั่งลาว
ดวงดาราค้นหาข้อมูลทั้งหมดที่พอจะหาได้จากแหล่งสืบค้น จนได้รู้ว่าบริษัทฯ นี้มีสำนักงานอยู่ที่ ‘VIENTOANE, LAO.’ หรือ ‘นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว’ มีกรรมการผู้จัดการชื่อว่า ‘ท้าวสิททิไช สิททิยา’
แค่ได้รู้ว่าจดหมายเหล่านั้นมีที่มาจากอีกฝั่งโขง แรงสั่นไหวในหัวใจก็กลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใคร่รู้ เธอมั่นใจว่าคนที่ส่งจดหมายมานั้นต้องเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ นี้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถนำซองจดหมายของบริษัทฯ มาใช้ส่งจดหมายให้แม่ของเธอในตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ แต่ถึงจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่เธอก็เลือกที่จะค้นหาข้อมูลต่อไป และหนทางที่จะทำให้เธอไปให้ถึง ‘บริษัท สิททิไชฯ’ ได้ก็คือ ต้องสมัครงาน เพราะตำแหน่งงานที่ทางนั้นประกาศรับก็ตรงตามคุณสมบัติของเธอพอดี แต่คงไม่ดีแน่หากเธอจะใช้ข้อมูลจริงในการส่งใบสมัคร
มือหยิบโทรศัพท์คู่ใจ กดหมายเลขตรงออกไปถึงคนที่จะช่วยเธอได้
“เชอร์รี่เหรอ ฉันมีเรื่องอยากให้แกช่วยว่ะ เออ! ด่วนมาก! ไม่ต้องๆ เดี๋ยวฉันไปหาแกที่บ้านเอง จะกินอะไรบอกมาเดี๋ยวหิ้วไปฝาก เออๆ ทุ่มนึงเจอกัน โอเค แตงส์”
‘เชอร์รี่’ เป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่เด็ก บ้านของเชอร์รี่ประกอบกิจการล้างอัดกรอบรูป ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นรับอัดรูปดิจิตอล รวมทั้งถ่ายภาพเวดดิ้งสตูดิโอ รับทำนามบัตรและบัตรพนักงาน PVC และสิ่งที่เธอต้องการเชอร์รี่ต้องทำให้ได้อย่างแน่นอน
กัญจน์ฟังเรื่องราวที่ดวงดาราบอกเล่าทั้งน้ำตา เขาควรจะเชื่อเธอ หรือควรจะเข็ดกับความหลอกลวง แต่เขาก็พ่ายแพ้แก่หัวใจไปแล้ว พ่ายแพ้ต่อความรักที่มีให้กับเธออย่างมากมาย“แล้วทำไมดาวไม่ติดต่อ ทำไมไม่โทรบอก ไม่อธิบาย ทำไมปล่อยให้พี่เจ็บอยู่ฝ่ายเดียว”น้ำเสียงอ่อนลงแต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บช้ำ ดวงตาคมเข้มจ้องลึกไปในดวงตาฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงรินไหลไม่หยุด“เพราะผมเป็นคนขอร้องไว้เอง ว่าอย่าบอก”สิททิไชที่เดินตามมาพร้อมกับคุณน้าเดือนยอมรับว่าเป็นคนขอร้องไม่ให้ดวงดาราติดต่อกับเขา“เพราะอะไรครับ”“เพราะผมต้องการพิสูจน์”เรื่องราวความรักของสิททิไชกับเดือนต้องจบลงเพราะทิฐิ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับในครอบครัวของกันและกัน เดือนต้องการอยู่เมืองไทยเพราะอยากอยู่กับพ่อแม่ ในขณะที่สิททิไชเข้ากับบ้านของเดือนไม่ได้เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เดือนเรียนไม่จบ ส่วนเดือนเมื่อตามมาอยู่กับสิททิไชที่ปากซัน ครอบครัวของสิททิไชที่จัดเป็นคนมีฐานะในท้องที่ก็ยอมรับเดือนไม่ได้เช่นกัน ที่เดือนหนีตามมาอยู่กับสิททิไชโดยไม่แต่งงาน สุดท้ายเดือนจึงเลือกที่จะอุ้มท้องดวงดารากลับไปคลอดที่เมืองไทยสิททิไชในขณะนั้นก็ถือทิฐิไม่ตามง้องอน ท
กัญจน์ฟังถ้อยสนทนาแบบเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง รู้ว่าเด็กหญิงที่ชื่อว่า ‘เจ้าริช’ คงเป็นลูกของผู้หญิงที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับเขาที่คุณน้าเดือนเรียกว่า ‘ริน’ แต่คนที่คุณน้าเดือนจะไปตามนั้นนอกจากลูกสาว ยังมีใครอีกคนที่คุณน้าเดือนเรียกว่า ‘พี่’ และคนนั้นเหมือนจะต้องการพบเขากัญจน์พยายามปรับสีหน้าให้เรียบที่สุดทั้งที่อารมณ์เริ่มกรุ่น เมื่อรู้สึกว่าแม่กับคุณน้าเดือนกำลังเล่นเกมจับคู่เขากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว หรือทั้งหมดนี่จะเป็นแผนของแม่“นี่แม่คงไม่ได้แกล้งขาแพลงหรอกนะครับ”“บ้าน่ะ! ตากัญจน์ ใครจะแกล้ง นี่แม่เจ็บจริงไม่ได้ใช้สแตนอินเลยนะ”“ขอโทษครับ ก็ผมเห็นแม่...” อยากจะพูดว่ากระตือรือร้นที่จะให้เขาพบหน้าแม่ดอกกุหลาบแห่งปากซันนั้นเต็มที และแม่ดอกกุหลาบนั้นจะตื่นเต้นจริงอย่างที่แม่เธอบอกหรือเปล่า“เขาเรียกว่า พรหมลิขิต กัญจน์จะต้องขอบคุณแม่ คอยดูสิ”“ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ” เขาทำสีหน้าเอือมๆ ไม่อยากรับมุกแม่“จริง ไม่เชื่อก็ดูสิ” กาญจนาพยักพเยิดใบหน้าไปในทิศทางตรงกันข้ามกัญจน์มองตามสายตาของแม่ ใครบางคนกำลังเดินออกมาจากในบ้าน ทำให้เขาเผลอลุกขึ้นยืนตกตะลึงก่อนจะหลับตาเรียกสติของตัวเอง เขาอาจจ
หลังจากกลับมา เขาได้รับโทรศัพท์ของสิททิไชที่โทร. มาถามไถ่สาเหตุที่เขารีบกลับจนไม่ได้พบหน้ากัน ทั้งที่สิททิไชอยากจะพาเขาไปเยี่ยมชมเกสเฮ้าท์แห่งใหม่ของครอบครัวที่สร้างอยู่ริมแม่น้ำซัน แต่สิททิไชกลับไม่เอ่ยถึงเธอคนนั้นเลยสักนิด แล้วเขาก็ไม่ถาม เพราะภาพที่เห็นมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำอธิบายใดๆเธอโผเข้าหาอ้อมกอดของสิททิไช ในขณะที่สิททิไชก็กอดร่างแบบบางแน่นอย่างแสนรัก นั่นคือคนที่โหยหาซึ่งกันและกัน และหากจะเทียบเขากับสิททิไช แม้เขาจะหนุ่มกว่า แต่ถ้าจะเทียบความมั่งคั่งและความกว้างขวางในถิ่นนี้ สิททิไชสามารถบันดาลทุกสิ่งให้เธอได้มากกว่าเขาแน่ แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอจะต้องติดต่อมาเพื่อบอกเล่าความจริงทุกสิ่งที่ได้สัญญาเอาไว้ หรือโทร. มาตัดพ้อต่อว่าที่เขาทิ้งเธอไว้ที่ปากซัน แต่ไม่มีเลย ไม่มีเสียงใดในโทรศัพท์ที่เขาจดจำได้ว่าเป็นเสียงของเธอ ไม่มีคำอธิบายใดที่จะให้เข้าใจไปทางอื่น เธอเงียบหายราวกับไร้ตัวตน ทั้งที่ความจริงก็คือ เธอไร้ตัวตนจริงๆ‘ดาลาวัน ประเสิดสี’ เป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมที่ปากซัน ไม่ใช่เธอคนนั้น ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารักและสิ่งที่ก่อเกิดในหัวใจก็เป็นเพียงจุดบอดในชีวิต ที่ไม่มี
“นี่เราจะทำยังไงกันดี” พิสสะมัยถามความคิดเห็นของทุกคน“ก็คงต้องปล่อยไปแบบนี้สักพักแหละ จะทำยังไงได้ เจ้านายสั่งอะไรก็ต้องทำ ปุ๋ยปุ่ยไม่ออกเลย เฮ้อ!” มดดำถอนหายใจทำหน้าเนือย เพราะตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้หยุดพัก“ปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะสั่งอะไรอีก”“อืม... พี่เห็นด้วยกับหรั่งนะ แต่เราจะทำยังไงล่ะ” สาลี่มองพนักงานรุ่นน้องแต่ละคนก่อนจะสบสายตากับหรั่งที่มีแววเคร่งเครียดไม่แพ้กัน“ผมจะไปคุยกับเจ้านายเอง”หรั่งรับอาสาแววตามุ่งมั่นมองทุกคน จนไปหยุดที่พิสสะมัยที่ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจมาให้..พลั๊ก!“ว้าย! คุณกัญจน์ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะ หรั่งไปทำอะไรให้”พิสสะมัยถลาเข้าไปประคองหรั่งที่ถูกกัญจน์ปล่อยหมัดเข้าสู่ใบหน้าจนไปนอนกองกับพื้น“พิสสะมัยอย่าว่าเจ้านาย” หรั่งหันบอกเมีย มือกุมริมฝีปากที่มีเลือดไหลซึมออกมา“ไม่ว่าได้ไง ว้าย! เลือด! คุณกัญจน์บ้า! ป่าเถื่อน! ทำแบบนี้กับหรั่งได้ไง เจ้านายอกหักแล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกน้อง!” พิสสะมัยปากไวตามใจคิด จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“พอแล้วพิสสะมัย หรั่งไม่เป็นอะไร พอแล้ว” หรั่งพยายามห้ามไม่ให้พิสสะมัยพูดมากไปกว่านี้แต่เธอก็ไม่ยอม“ไม่พอ! ฉ
กัญจน์แทบกลั้นลมหายใจที่จะยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าให้จบ โทรศัพท์ถูกกดตัดสายทิ้งเพราะสิททิไชคงไม่ต้องการฟังอะไรจากเขาอีกแล้ว ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่สไตล์ลูกครึ่งเหมือนจะตะลึงมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เช่นเดียวกับเธอที่มองผู้ที่มาใหม่ไม่วางตาคนทั้งคู่ไม่เหมือนเพิ่งรู้จักกัน ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะทันทีที่สิททิไชขยับร่างพร้อมพูดอะไรบางอย่าง ดาลาวัน(ของเขา) ก็โผเข้าสู่อ้อมกอดของสิททิไชในทันทีกัญจน์สั่นไหวไปทั้งร่าง หันหลังกลับในสภาพเหมือนคนที่ไร้วิญญาณ เขาไม่ต้องการรับรู้อะไรอีก ไม่ต้องการอยู่ต่อเพื่อให้เห็นภาพบาดตาบาดใจ และไม่ต้องการรับรู้อีกแล้วว่าดาลาวัน(ที่เคยเป็นของเขา) จะมาหาสิททิไชด้วยเรื่องอะไร เพราะคนทั้งคู่แสดงออกถึงความรักมากมายที่มอบให้แก่กันและกัน เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว..เสียงเพลง ‘กุหลาบปากซัน’ ที่ดังแว่วมา ทำให้กัญจน์ทนไม่ไหวต้องออกมายืนหาที่มาของเสียง ทั้งที่เป็นเวลาค่อนข้างดึกคนงานน่าจะนอนพักผ่อนกันหมดแล้ว แต่ยังมีอีกห้องหนึ่งที่เปิดไฟอยู่ และก็คงเป็นต้นตอของเสียงลอยตามลมบทเพลงที่ ‘คุณสีเผือก’ แห่งวงคนด่านเกวียน นำมาขับร้องในปี 2529 จนโด่งดังไปทั่วประเทศ ซึ่งศิ
กัญจน์พาดาลาวันกลับมาที่โรงแรมในช่วงบ่ายเพื่อรอสิททิไช เพราะสิททิไชโทร. บอกว่าเขากำลังเข้ามาที่โรงแรม แต่ดาลาวันลืมของสำคัญไว้บนห้อง กัญจน์จึงนั่งรอเธอที่ล็อบบี้ เพราะหากสิททิไชมาถึงก่อนเวลาจะได้คุยกันไปก่อนเสียงเพลง ‘กุหลาบปากซัน’ ดังคลออยู่บริเวณที่เขานั่งอยู่ กัญจน์ยิ้มพลางคิดถึงคำพูดของสิททิไชที่มักบอกเสมอว่าสาวปากซันสวยมาก พร้อมเตือนเขาว่าจะหลงเสน่ห์พวกเธอหากไม่ระมัดระวังหัวใจตัวเอง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคำพูดของสิททิไชไม่เกินจริงเลย เพราะเขาหลงเสน่ห์ดาลาวันจนหัวปักหัวปำจริงๆ เธอสวยงามเหมือนดอกกุหลาบ บอบบาง และหอมที่สุด“ไม่ทราบว่าลูกค้าจะรับเครื่องดื่มอะไรหรือเปล่าคะ”กัญจน์หันมองหญิงสาวรูปร่างเล็กในชุดพนักงานโรงแรมซึ่งเป็นรูปแบบชุดประจำชาติ ใบหน้าสะสวยคมขำกับรอยยิ้มจริงใจนั้นทำให้เขายิ้มตอบ“ขอเป็นกาแฟละกันครับ”“ร้อนหรือเย็นคะ” เธอถามต่อเป็นภาษาไทยสำเนียงชัดเจน“เอ่อ... ร้อนดีกว่าครับ แล้วผมขอน้ำส้มปั่นหนึ่งที่ด้วยนะครับ”“รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวรับคำก่อนจะไปส่งรายการที่หน้าเคาน์เตอร์ไม่นานนักเธอก็นำกาแฟหอมกรุ่นมาเสิร์ฟ พร้อมแจ้งให้เขารอน้ำส้มสักครู่ กิริยามารยาทและการบริการท
รถทัวร์ปรับอากาศสีฟ้าขาว คาดด้านข้างด้วยสีแดงเหลืองพร้อมระบุเส้นทางที่จะไปถึง ‘จังหวัดหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์’ จอดสงบนิ่งอยู่ที่ชานชาลาในขนส่งผู้โดยสารจังหวัดหนองคาย นั่นคือรถคันที่จะพาเธอข้ามไปดวงดาราก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ เกือบ 7 โมงเช้าแล้วแต่ยังไม่ใช่เวลารถออก เธอยังต้องรออีกราวครึ่งชั่วโมง ท
หนุ่มหล่อ ร่างสูงใหญ่ ดูแข็งแรง ด้วยกล้ามเนื้อแห่งบุรุษเด่นชัดในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงยีนส์สีเข้ม กลายเป็นจุดเด่นสะดุดสายตาผู้ที่สัญจรไปมา เขากำลังเดินดูอะไรบางอย่างจากสองฝั่งข้างทาง ในมือมีอุปกรณ์สื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดจากฝั่งไทยที่เป็นทั้งโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปทรงประสิทธิภาพ และคอ
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอไม่สบายใจที่สุด แม้ ‘ปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1’ จะการันตีความรักดีของเธอ แต่ความห่วงใยจนเกินกว่าเหตุของแม่ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เพราะตั้งแต่เรียนจบ แม่ไม่ยอมให้เธอไปทำงานที่ไหน แม่ให้เธอช่วยงานที่เกสเฮ้าท์ด้วยเหตุผลว่าเธอต้องสานต่อธุรกิจนี้ ทั้งที่เธอขอ นั่นคืออีกสิ
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเมื่อนึกย้อนไปถึงอดีต ความช่างสงสัยในวัยเยาว์ทำให้พ่อแม่บอกเล่าความเป็นมาของตลาดแห่งนี้ สมัยพ่อแม่ยังหนุ่มสาวตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีน ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม ไทย และประเทศอื่นๆ คนทั่วไปจึงเรียกตลาดแห่งนี้ว่า ‘ตลาดอินโดจีน’ และก่อนที่จะมีการสร้







