Accueil / รักโบราณ / มารเร้นกายดับแสงดารา / ตอนที่ 0 จุดเริ่มต้นของโชคชะตา

Share

มารเร้นกายดับแสงดารา
มารเร้นกายดับแสงดารา
Auteur: MACARONI/1Millionmilesaway

ตอนที่ 0 จุดเริ่มต้นของโชคชะตา

last update Dernière mise à jour: 2024-10-28 15:27:07

ความสงบสุขเรียบง่ายหลายหมื่นปีของภพสวรรค์กำลังถูกสั่นคลอนเพราะมารตนหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน ใครเล่าจะคิดว่าสิ่งเล็ก ๆ จากบ่อโคลนของความชั่วร้ายทั้งปวงจะหลอมรวมภัยอันตรายที่สามารถทำลายล้างสวรรค์ให้ราบเป็นหน้ากลองได้ในเวลาไม่นาน

ภพมารแซ่ซ้องสรรเสริญผู้ปกครองดินแดนคนใหม่ ยกขึ้นเป็นนายเหนือหัวที่จะกลายเป็นจอมมารปลดเปลื้องพันธะให้เหล่ามารปีศาจที่ถูกกักขังในหุบเหวดำมืด จบสิ้นการลงทัณฑ์อันยาวนานจากเทพบรรพกาล

เสียงอึกทึกกึกก้องคำรามข่มขู่เหล่าเทพเซียนบนฟากฟ้าพร้อมบุกเข้าโจมตีอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจนผู้คนในแดนศักดิ์สิทธิ์วุ่นวายโกลาหล

เคราะห์ยังดีที่กองทัพสวรรค์เป่าแตรส่งสัญญาณเตือนภัยได้ทันเวลา เหล่าเทพเซียนจึงผนึกกำลังป้องกันการรุกรานของทัพมารอย่างสุดความสามารถ

เทพสงครามนำทัพออกมาเผชิญหน้าปกป้องสรรพสิ่งไม่ให้แตกสลายจากมหันตภัยในครั้งนี้ กลยุทธ์มากมายที่เคยใช้กับจอมมารตนอื่นกลับไม่ได้ผลนัก

ไพ่ตายที่ถูกวางไว้สามอย่างเริ่มดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ หวังว่าจะหยุดความเลวร้ายทั้งหมดลงไปได้ก่อนที่จะมีความสูญเสียไปมากกว่านี้

เวลานั้นโฉมหน้าของผู้นำทัพมารจึงปรากฏขึ้น รอยยิ้มชั่วร้ายและแววตาเย็นยะเยือกทอดมองภาพเบื้องหน้า

อารมณ์หนึ่งเดียวในใจของเขาผู้นี้มีเพียงแต่ความกระหาย ทั้งเลือด ชีวิตและวิญญาณราวกับมารปีศาจที่อดอยาก

ดวงตาสีม่วงแดงถลึงตรึงร่างเทพชั้นผู้น้อยอย่างไม่แยแส เขาแสยะยิ้มชอบใจที่อีกฝ่ายกระเสือกกระสนหาทางหนี

ตรามารสีแดงผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่องแสงเรืองรองบ่งบอกว่าเขากำลังร่ายอาคมมารอยู่ในใจก่อนจะโบกมือสะบัดตัดร่างเหล่าเทพตรงหน้าแตกสลายไปอย่างง่ายดาย

ทันใดนั้น ธนูศรสีทองพุ่งดิ่งเข้าหาร่างจอมมารในพริบตาแต่เขากลับหลบเอี้ยวตัวได้ทัน ความแหลมคมของศรนั้นจึงเฉี่ยวเกี่ยวปลายผมสีดำสยายของเขาเพียงเท่านั้น

“ใครมันบังอาจ” เสียงขุ่นเคืองตะโกนก้องหาตัวคนที่กล้าลอบโจมตีเขา

ผู้มีผมสีเงินจึงก้าวออกมาจากฝูงชนด้วยท่าทางองอาจไม่เกรงกลัว เทพสงครามเฉิงอี้เรียกดาบประจำกายออกมา ประกาศตัว “เป็นข้าผู้นี้”

“อ่อนหัดเพียงนี้ยังคิดจะกำราบข้า” ดวงตาสีม่วงแดงมีประกายความเหยียดหยาม พลันสะบัดมือเพียงนิดแสดงให้เห็นว่าไม่มีผู้ใดในภพสวรรค์เป็นคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกับเขาได้

หนึ่งในเทพนพเคราะห์ฉุนเฉียวมารไม่รู้ฐานะของตน “พูดจาสามหาวยิ่งนัก...” ทว่า ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดี สีหน้าของเขากลับบิดเบี้ยว เลือดรินไหลด้วยความเจ็บปวดถึงวิญญาณ

เมื่อนั้นศรธนูสีทองอีกดอกหนึ่งจึงพุ่งเข้าหาจอมมารเพื่อหยุดการทรมานฝ่ายตนเอง

“มารอย่างเจ้าไม่เจียมตัวบ้างหรืออย่างไร” ใครบางคนเล็งคันธนูมาทางเขา แววตาเด็ดเดี่ยวสมกับเป็นเทพวายุ “เจ้าคิดว่าสวรรค์ไร้น้ำยาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”

จอมมารยิ้มแสยะหัวเราะร่าที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น “ก็เห็นอยู่เต็มตาไม่ใช่หรือว่าพวกเจ้ากำลังจนตรอกถึงกับหาทางถ่วงเวลาข้าเอาไว้เพื่อทำบางอย่างลับหลัง”

“เฮอะ อย่าย่ามใจไปเลย” เทพสงครามเฉิงอี้ยิ้มมุมปาก ไม่ว่าจะมารตนไหนที่เขาเคยต่อกรด้วยก็มักจะพูดมากยกยออวดพลังของตนเองอยู่ร่ำไป คนตรงหน้าของเขาก็เป็นเช่นเดียวกัน

หากแต่ไม่นานนักสีหน้าของเทพสงครามกลับเปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสได้ว่าข่ายอาคมคุ้มครองภพสวรรค์กำลังสะเทือนจนเกิดรอยปริราวกับแก้วที่กำลังจะแตกในไม่ช้า

“อ่อนแอหาสิ่งใดเปรียบ” จอมมารตอกย้ำสถานการณ์ของเทพเซียนเหล่านั้นด้วยสีหน้าประดับยิ้มกระหาย “ดาบเทพบรรพกาลอย่างนั้นหรือ ข้าไม่กลัวหรอก”

เสียงหัวเราะลั่นทั่วแดนสวรรค์ทำเอาคนที่ได้ยินขนลุกชูชัน ใจสั่นระรัวเพราะรู้สึกได้ว่าอันตรายถึงชีวิตกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

แม้จะมีมารปีศาจหรือสัตว์อสูรริอาจลองดีคิดทำลายสวรรค์ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมา แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่พวกเขาจะอกสั่นขวัญผวาได้เท่าครั้งนี้ 

มารอายุร้อยปีเลิกคิ้ว สายตามองทะลุไปยังหอสวรรค์ซึ่งบรรจุอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเทพบรรพกาลเอาไว้ ร่ายอาคมมารอยู่ในใจจนพื้นที่บริเวณนั้นสั่นสะเทือน ไอสีดำพวยพุ่งจากร่างของเขาไปทุกทิศทางพร้อมเสียงกัมปนาท

แตรสงครามดังลั่นเป็นสัญญาณ ข่ายอาคมคุ้มครองดินแดนระเบิดไปแล้ว

“ดูท่าจะมีของเล่นเยอะทีเดียว” จอมมารเอ่ยปากเพราะเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของเทพสงคราม เขาสนุกสนานกับการทำลายของที่ใครหลายคนต้องการปกป้อง ยิ่งยากรู้มากขึ้นไปอีกว่าคนตรงหน้าจะทำอย่างไรต่อไป

บ่อโคลนสีดำเดือดระอุผุดขึ้นเบื้องหลังของเขา สัตว์อสูรสี่ขาอายุหลายพันปีค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากหลุมนั้นทีละนิด จำนวนของพวกมันทวีคูณทะลักออกมาเรื่อย ๆ

สัญชาตญาณอันดุร้ายรวมกับพลังมารเข้มข้นสั่งการพวกมันทะลวงกองทัพสวรรค์ให้ราบ

ฝ่าเท้าหนักอึ้งกระทืบดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนกระหึ่มไปทั่ว พวกมันทั้งไล่ขวิดคนบนนั้น จับกิน ฉีกกระชากและเล่นสนุกอย่างไม่รู้สึกรู้สาตามอย่างผู้เป็นนาย

ชายชราชุดเครื่องประทับทองก้าวออกมาจากทางด้านหลัง พลังของเขาสลายสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดาย แต่ไฉนจะสู้จอมมารผู้นี้ได้ เพียงแค่ขยับริมฝีปากเล็กน้อยร่ายอาคม สัตว์อสูรที่สลายไปก็หวนกลับคืนร่างตามเดิมราวกับพวกมันไม่เคยหายไปจากที่แห่งนั้น

“กงจื่อเย่” เทียนจวินเอ่ยเรียกชื่อคนผู้หนึ่ง “จักหยุดได้หรือไม่”

“บังอาจ!” ปีศาจสาวที่ยืนอยู่ข้างกายจอมมารตะโกนดังลั่นที่เห็นคนต่ำต้อยเรียกชื่อเจ้านายของตน แต่ผู้เป็นเจ้านายกลับหัวเราะในลำคอ

“หลางเทียนจวิน” กงจื่อเย่มองหน้าคนที่เขาเคยพบเจอช่วงที่เพิ่งกำเนิดขึ้นมาใหม่ “ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ ว่าพบกันครั้งหน้าข้าจะสังหารเจ้าเสีย”

เทียนจวินถอนหายใจรู้ชะตากรรมของตนเอง ควบคุมสีหน้าให้เรียบเฉย “ข้ารู้”

เขารู้มาตลอดว่าเหตุการณ์ในวันนี้ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะชะตาที่ถูกลิขิตไว้ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อครั้งที่เขาพบกงจื่อเย่วัยเด็ก เขาเคยคิดหวังว่ามารน้อยตนนี้จะสงบเสงี่ยมอยู่ในภพมารเหมือนมารปีศาจตนอื่นได้ จึงทำลายพลังมารที่สะสมในตัวเขาทิ้งก่อนกักขังไว้ภพนั้น

แม้ภายหลังจะมีเทพที่รู้เรื่องเหล่านี้แอบมาสังหารกงจื่อเย่จนร่างสลายไป  ทว่า พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่าทุกอย่างเป็นเพียงฉากหน้าที่กงจื่อเย่วางแผนเอาคืน

มารน้อยอยู่อย่างสงบในภพมาร ปิดบังตัวตนและดูดกลืนความชั่วร้ายที่หลั่งไหลในสามภพตลอดหนึ่งร้อยปี

เวลานี้ นอกจากพลังเหนือกว่าผู้ใด ร่างมารยังเป็นอมตะ แม้จะถูกดาบเทพบรรพกาลสังหาร ไม่นานนักเขาจะกลับฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ 

ดังนั้น ฝ่ายที่เสียเปรียบมากที่สุดจึงเป็นกองทัพสวรรค์เพราะจอมมารตนนี้สนุกยิ่งนักและมีแผนจะเล่นกับพวกเขาอีกนาน

ทันใดนั้น คิ้วขวากงจื่อเย่ก็กระตุก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปิดไม่มิดคิดในใจว่าการที่อีกฝ่ายพยายามถ่วงเวลานั้นน่าขบขันเพียงใด ก่อนหันมามองหน้าปีศาจสาวผู้เป็นลูกน้องพร้อมสั่งการหนึ่งอย่าง

เทียนจวินเห็นดังนั้นจึงเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดีเอ่ยปากว่า “กงจื่อเย่ แม้เจ้าจะเป็นอมตะ แล้งหัวใจ ไร้ความรู้สึก แต่สักวันหนึ่งเจ้าจักสูญสลายไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี”

กงจื่อเย่กระตุกยิ้ม หัวเราะร่าที่ได้ยินเช่นนั้น “คิดว่าข้าไม่รู้ไพ่ตายของพวกเจ้าหรือ เหตุใดจึงแน่ใจนักว่าจะกำราบข้าได้”

ดวงตาสีม่วงแดงมองไปยังเทียนจวินอย่างมีความนัยประกาศก้อง “นางผู้นั้น ข้าจะสังหารด้วยมือของข้า ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกกี่ชาติ ข้าจะไม่ปล่อยให้นางรอดชีวิต ชะตาของนางจะต้องทุกข์ทรมานจนกว่าแก่นวิญญาณเทพจะดับสลาย”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ)

    จอมมารพาสวีลู่ชิงกลับมายังดินแดนสุญญตาที่เวลานี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านของเราอย่างที่เขาพูด ที่รกร้างกว้างใหญ่แต่เดิมไม่มีอะไรอยู่ข้างในนั้นเลย กลับมาครั้งนี้สวีลู่ชิงได้เห็นว่าเรือนไม้หลังใหญ่สองชั้นลอยโดดเด่นอยู่ใจกลาง ดอกจื่อเถิงสีม่วงขาวเลื้อยประดับห้อยระย้าสวยงามยิ่งนักพื้นน้ำโดยรอบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าระยิบระยับ และหากท้องฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยจันทรา ผืนฟ้าก็จะเต็มไปด้วยละอองดาวกงจื่อเย่เนรมิตสรรพสิ่งขึ้นมาเพื่อรอต้อนรับนางกลับมายังที่ที่เป็นบ้านของเราดินแดนตรงกลางระหว่างภพมารกับภพสวรรค์ บ้านที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์“อีนั่ว ข้าฝากให้เจ้าดูแลไข่ใบนั้นให้ดี ยังจำได้หรือไม่” จอมมารถามบุตรชายเพราะเห็นเขามักจะพาลี่เซียนเที่ยวเล่นกับเทพ

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน

    นับตั้งแต่การจากไปของบุตรสาวสวีลู่ชิงตกอยู่ในความเศร้าสร้อย ความรู้สึกของนางในเวลานี้เหมือนกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่หลงลืมไปแล้ว สัมผัสได้เพียงว่าครั้งหนึ่งนางคงเคยสูญเสียลูกไปในช่วงเวลานี้กงจื่อเย่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลนางไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่สามีเป็นอย่างดีเพื่อให้นางข้ามผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้หญิงสาวเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของคนข้างกาย เอ่ยพึมพำว่า “ลูกสาวของเราคงจะสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่หรือไม่”สามีของนางจึงตอบอย่างมั่นใจ “อืม ลูกสาวของเรากำลังเล่นสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ของนาง ไม่มีเรื่องใดให้เจ้าต้องกังวลเลยลู่ชิง”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว “เจ้าช่างสรรหาคำปลอบใจได้แปลกยิ่งนัก ลี่เซียนกำลังเล่น

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก

    เก้าเดือนต่อมาเด็กครึ่งมารคนที่สองได้ฤกษ์ถือกำเนิด เด็กหญิงตัวน้อยมีดวงตาสีม่วงแดงเหมือนบิดา เรือนผมสีขาวคล้ายมารดา หน้าตาน่ารักน่าชังยิ่งนักสวีลู่ชิงมองหน้าลูกสาวพลางนึกถึงอีนั่วจึงเอ่ยปากบอกสามีที่นั่งอยู่ข้างกัน “เจ้าเคยอยากรู้ว่าลูกสาวของเราจะหน้าตาเหมือนผู้ใดใช่หรือไม่”“อืม” กงจื่อเย่ยิ้มกว้าง“นางหน้าตาเหมือนเจ้าไม่มีผิด” สวีลู่ชิงไล้แก้มเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องเรียกนางจากหน้าบ้าน สวีลู่ชิงเดินไปดูลาดเลาจึงได้เห็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้ง“ท่านแม่” อีนั่ววิ่งเข้ามากอดนางด้วยความคิดถึงเพราะถูกกักบริเวณจึง

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 84 คำนับฟ้าดิน

    สามเดือนต่อมาระหว่างที่สวีลู่ชิงกำลังเก็บผักกาดอยู่ในสวนข้างบ้าน นางได้ยินเสียงกุบกับดังมาแต่ไกลผิดวิสัยการเดินทางของคนในหมู่บ้านแห่งนี้จึงรีบออกมาดูใบหน้าของใครบางคนทำให้นางดีใจยิ่งนัก รีบตะโกนบอกใต้เท้าสวีและฮูหยินที่พักผ่อนอยู่ข้างในได้รู้ว่า “ท่านพี่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ”ทุกคนออกมายืนรอรับคุณชายสวีหน้าบ้าน ส่วนกงจื่อเย่เดินมากอดเอวคุณหนูเอาไว้เหมือนอย่างเคยครั้นได้เห็นบุตรชายคนโตใกล้ ๆ ใต้เท้าสวีและฮูหยินจึงได้เห็นว่าร่างกายของเขามีแต่รอยแผลเต็มไปหมด เลือดสีแดงแห้งติดเกราะและเสื้อผ้าทว่า คุณชายสวีไม่ได้กังวลเรื่องนั้นแม้แต่น้อย “ท่านพ่อ ท่านแม่ ลู่ชิง” เขาเอ่ยเรียกทั้งสามคนสีหน้าระรื่น “ข้าล้างมลทินให้สกุลสวีได้สำเร็จแล้วขอรับ”

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 83 บิดาเจ้าน่ากลัวยิ่งนัก

    แม้จอมมารจะคิดหลายอย่างอยู่ในหัวแต่เวลานี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดีนักเพราะเขาต้องใช้โอกาสนี้พาสวีลู่ชิงหนีจากหอเยว่ส่างก่อนที่จะถูกใครจับได้ใครหลายคนคงคิดว่าพวกเขาใช้เวลาอยู่ร่วมกันทั้งคืน กว่าจะรู้ตัวว่านักโทษกบฏแอบหนีออกไปกับแขกที่ไม่เห็นหน้าค่าตาก็คงทิ้งห่างจากพวกเขาไปหลายชั่วยามแล้ว“หนีอย่างนั้นหรือ” นางเอ่ยถามให้แน่ใจ ความกังวลถาโถมเข้ามาไม่หยุดเพราะเกรงว่าทุกคนจะมีอันตรายไปด้วย“เชื่อใจข้าหรือไม่” กงจื่อเย่ถามแต่เพียงเท่านั้น แววตาของเขาจริงจังเสียจนนางไม่นึกสงสัยอันใดอีกจึงกุมมือเขาไว้แน่นแล้วหนีไปด้านหลังด้วยกันทาสหนุ่มฝืนตัวเองเร่งรีบไปให้ถึงจุดที่เขาผูกม้าเอาไว้ ขาข้างที่เคยบาดเจ็บสร้างความทรมานให้เขาอย่างยิ่งแม้จะผ่านมานานมากแล้วก็ตาม

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 82 ขัดขวางเนื้อคู่

    สองเดือนต่อมาอีนั่วมาหาสวีลู่ชิงอย่างเช่นเคย ก่อนเข้าไปยังห้องรับรองก็นั่งดูหลิวอิงอิงดีดพิณ ขับร้องเพลงเสียงก้องกังวานด้วยความรื่นเริงใจจนกระทั่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งในคำทำนายโชคชะตาของมารดาเจ้าตัวตะลึงงันไม่คิดว่ามนุษย์อย่างเขาจะดูมีรัศมีเหมือนเทพสวรรค์ พลันกวาดตามองรอบตัวต้องตกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นจากเทพชั้นสูง ผู้มีดวงตาสีฟ้า ผมขาวเหมือนผู้เป็นมารดาหากแต่อีนั่วยังทำใจดีสู้เสือคิดว่านั่นคือบิดาที่แปลงกายมาจึงยิ้มตอบกลับไปทักทายเทพวายุหายตัววับมาอยู่ข้างเขาในทันทีจนสมุนปีศาจแข็งทื่อเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าคือสวีต้าเฟิงตัวจริง หลิวอิงอิงที่นั่งอยู่ตรงกลางลานแสดงถึงกับดีดเพลงพิณเพี้ยนไปสองจังหวะคิดจะหนีหายเอาตัวรอดก่อนผู้ใดแต่ถูกแส้บ่วงของเทพวายุตวัดรัดตัวนางเอาไว้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status