LOGINบทที่ 76 ชายหนุ่มเดินตรงไปปิดกระโจมเต้นท์แล้วดับไฟจนมืดสนิท ทำเอาลูกน้องคนสนิทอย่างวิญญูยืนงงเป็นไก่ตาแตก "เฮ้ย... สงครามสงบแล้วเหรอวะ?" วิญญูบ่นพึมพำกับตัวเอง "เมื่อกี้ยังแผ่รังสีฆาตกรอยู่เลย สรุปคืนนี้พี่ใหญ่ไม่สั่งการอะไรแล้วเหรอ ไหงปิดไฟนอนซะงั้น" ลูกน้องหนุ่มได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปโบกมือสั่งลูกน้องนับสิบชีวิตให้กระจายกำลังเฝ้ารักษาความปลอดภัยรอบบริเวณเต้นท์อย่างเข้มงวด @ ภายในเต้นท์ ร่างสูงเอนกายลงนอนบนที่นอนปิคนิคหนาสามฟุตสีเข้ม พร้อมกับดึงผ้าห่มผืนบางสีเทาเข้มมาคลุมช่วงล่างไว้หลวมๆ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ พลางเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจผ่านสาย "วางโทรศัพท์ลงตรงเกียร์รถ... หันกล้องให้เห็นทุกซอกทุกมุมของร่างกายเธอ" ร่างบางทำตามคำสั่งอย่างเต็มใจและยินยอม เวลานี้ไม่ใช่การทำตามเพราะต้องการขอร้องอยู่เฝ้าโปรดอีกต่อไป แต่มันคือการตอบสนองความต้องการและความปรารถนาที่แล่นริ้วขึ้นมาระหว่างเขากับเธออย่างไม่อาจปิดบังหรือเขินอายได้อีกแล้ว "อืม..." เสียงสบถดุดันแฝงความเสียวซ่านรอดออกมาจากโทรศัพท์เบาๆ เมื่อภาพความสวยงามไร้ที่ติปรากฏแก่ส
บทที่ 75 ฌาลัลล์ยืนเท้าสะเอว พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างอารมณ์เสีย ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดตึงเครียดถึงขีดสุด เขากำลังนับถอยหลังสิบนาทีในใจ เพื่อเตรียมจะโทรสั่งให้วิญญูและลูกน้องที่โรงพยาบาลจัดการเคลียร์พื้นที่และย้ายตัวหลานชายตามคำขู่จริงๆ ทว่า สายตาคมกริบกลับทอดมองไปยังหน้าจอมือถือที่เพิ่งสว่างขึ้น... เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความรูปภาพจาก 'เมล์รียา' มือหนาก็ยื่นไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดดูทันที! ไม้ตายของเธอกลับได้ผล เมื่อแววตาดุกร้าวของมาเฟียหนุ่มใหญ่ไหววูบและอ่อนลงทันทีที่ได้เห็นภาพแรก แม้เขาจะวางฟอร์มโหด ไม่ยอมกดเข้าไปอ่านข้อความหรือตอบกลับ เพื่อหวังจะสยบเด็กดื้อให้อยู่หมัดก็ตาม ทว่าฝั่งคนตัวเล็กที่นั่งรอชมผลงานการอ่อยของตัวเองอยู่ในรถสปอร์ตกลับเริ่มนั่งไม่ติด เมล์รียาจ้องหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาใจจดใจจ่อ พลางถอนหายใจออกมาอย่างขัดอกขัดใจ "ให้ตายเถอะ... หน้าอกหน้าใจของฉันมันทำอะไรคุณไม่ได้เลยหรือไง! เสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปแล้วหรือไงคนแก่บ้า!" ปากบางบ่นอุบอิบอย่างไม่ยอมแพ้ นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ในเมื่อเล่นบทเบาๆ แล้วยังทำเป็นนิ่ง เธอก็พร้อมจะจัดบทหนักให้คนไกลหัวหมุนจ
บทที่ 74 น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นจัดที่ลอดผ่านสายมา ทำให้เมล์รียารับรู้ได้ทันทีถึงรังสีความกดดันอันมหาศาลที่ปลายสายกำลังส่งมา หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตอบกลับไปเพื่อให้เขาวางสายเร็วขึ้น "เอ่อ... เมล์ติดธุระอยู่ค่ะ ไม่สะดวกคุยสาย แล้วมันก็ดึกแล้วด้วย" ["ฉันถามว่าอยู่ที่ไหน กับใคร"] เสียงเข้มตวาดแทรกขึ้นมาก่อนที่เธอจะพูดจบ น้ำเสียงแฝงความหึงหวงและดุดันจนคนฟังจับสังเกตได้ชัดเจน "เมล์กับไข่มุก...อยู่โรงพยาบาลรอดูอาการของโปรดค่ะ เขายังไม่ฟื้นเลยนะคะ" ตึง! สัญญาณแจ้งเตือนลิฟท์ดังขึ้น หญิงสาวเดินออกจากลิฟท์ที่ชั้น 1 แล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถทันที เวลานี้ดูเหมือนจะคุยกันไม่รู้เรื่องเข้าแล้ว เมื่อคนในสายเริ่มไร้เหตุผล [ "จำเป็นต้องไปเฝ้ามันขนาดนั้นเลยเหรอเมล์รียา... ร่างกายฉันมันยังไม่ทำให้เธอจำหรือไง ว่าเธอเป็นของใคร!"] ประโยคที่กระแทกผ่านสายโทรศัพท์ทำเอาเมล์รียาถึงกับหน้าชา ร่างบางเกร็งตึงขึ้นมาทันทีด้วยความอับอายและสับสน "คุณฌาลัลล์! พูดอะไรของคุณน่ะค่ะ!" เมล์รียากดเสียงต่ำตอบกลับไป มือบางที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาด้วยความกรุ่นโกรธผสมความหวาดหวั่น "เมล์
บทที่ 73 ไข่มุกมองหน้าเพื่อนอย่างตกใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยความกังวล "เมล์! งั้นโปรดก็ไปจิตอาสาไม่ได้แล้วสิ! แล้วถ้าโปรดไม่ไป... เชอรี่กับจีนก็ไม่ได้ไปด้วยแน่ๆ เท่ากับห้องเราจะเหลือแค่ 7 คน งานหนักแน่เลยนะเมล์!" เมล์รียามองหน้าไข่มุกด้วยความกังวลเช่นกัน เพราะตามกำหนดการ นักศึกษา 10 คนจะต้องแยกกันทำงานเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ถ้าขาดไปถึง 3 คนกะทันหันแบบนี้ คงหาคนมาแทนไม่ทันแน่นอน เพราะพรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าก็ต้องออกเดินทางแล้ว "เอาเถอะมุก... อาจารย์ต้องหาวิธีแก้ไขได้เองแหละ ตอนนี้รอโปรดฟื้นก่อน แล้วเราไปนั่งเขียนงานส่งอาจารย์พรุ่งนี้กัน เราต้องทำส่วนของโปรดให้ด้วยนะ" เมล์รียาตัดบทเพื่อผ่อนคลายความเครียด เธอพยายามดึงสติกลับมาอยู่กับงานตรงหน้า ถึงแม้ในใจจะยังกังวลทั้งเรื่องอาการของโปรด เรื่องงานจิตอาสาบนดอย... และไหนจะเรื่องของฌาลัลล์ที่คอยส่งคนมาคุ้มครองเธออยู่ห่างๆ อีก สองสาวขยับตัวนั่งลงตรงเก้าอี้พักคอย นำเอกสารและโน้ตบุ๊กออกมาเปิดกางทำรายงานอย่างตั้งใจ เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพและบรรยากาศอันเงียบสงบหน้าห้องฉุกเฉิน กลายเป็นเพื่อนร่วมงานชั่วคราวในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้
บทที่ 72 เวลาต่อมา @ณ โรงพยาบาลกลางเมืองแผนกฉุกเฉิน เสียงก้าวเท้าหนักแน่นสม่ำเสมอของชายร่างกำยำในชุดสูทสีดำ สะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินแผนกฉุกเฉิน ชายร่างโตแบกร่างไร้สติของโปรดไว้บนบ่า ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสดๆ ที่ไหลย้อยลงมาตามลำคอ ทว่าสิ่งที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนน่าอึดอัด และเรียกรังสีความกดดันมหาศาลมาแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ คือพฤติกรรมดุดันและชายเสื้อสูทที่แหวกออกจนเห็นด้ามปืนสั้นสีดำเหมี่ยมเสียบข้างเอวอย่างชัดเจน! "หมออยู่ไหน! เร็วเข้า! ถ้าคุณชายเป็นอะไรไป... พวกมึงตายยกโรงพยาบาลแน่!" เสียงตวาดห้าวระเบิดลั่นจนกระจกตึกฉุกเฉินสะเทือน คนไข้ที่นั่งรอตรวจและญาติๆ ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกลัว หลายคนกรีดร้องอุทานเสียงหลง "หนีเร็ว...พวกมาเฟียเท่านั้นที่พูดจาแบบนี้" บางคนรีบคว้าแขนลูกหลานหลบหลังเก้าอี้ พยาบาลสาวหน้าเคาน์เตอร์มือไม้สั่นจนทำชาร์ตไข้หลุดมือ บุรุษพยาบาลสองคนที่กำลังจะก้าวเข้าไปสอบถามถึงกับชะงักกึก ก่อนจะถอยหลังก้าวชิดผนังด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าขวางทาง หรือเข้าใกล้ชายร่างโตเบื้องหน้าเลยแม้แต่คนเดียว จังหวะนั้นเอง
บทที่ 71 "ต้องการอะไร?" เมล์รียาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทั้งหัวหน้าและลูกน้องแสยะยิ้มเหี้ยม กวาดสายตามองเรือนร่างและใบหน้าสวยจัดของเมล์รียาด้วยความหื่นกระหาย "นายจ้างสั่งมา... บอกว่าให้หักแขนหักขาเธอซะ แล้วถ้าพวกกูอยากจะ 'จัด' เธอสักดอกสองดอกก่อนส่งงานนายจ้างก็ไม่ขัดซะด้วยสิ!" เสียงหัวเราะเกรียวกราวของชายฉกรรจ์ดังระงมไปทั่วซอยเปลี่ยว เชอรี่ที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยกยิ้มสะใจเมื่อเห็นภาพเมล์รียาตกอยู่ในวงล้อม เมล์รียาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความสมเพช "เชอรี่จ่ายพวกนายเท่าไหร่... ถึงกล้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายกลางแดดเปรี้ยงๆ แบบนี้?" คำพูดของเมล์รียาทำเอาหัวหน้าลูกน้องชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบกลบเกลื่อน "อย่าพูดมากเลยว่ะ! จะยอมดีๆ หรือจะให้พวกกูใช้กำลัง!" "อยากรู้เหมือนกัน..." เมล์รียายกมือขึ้นรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตั้งการ์ดเตรียมพร้อม "ว่าจะมีความสามารถทำอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า" "เหี้ยเอ๊ย! อวดดีนักนะมึง! ลุมมันเลย!" ชายฉกรรจ์สองคนแรกเงื้อท่อนเหล็กในมือแล้วพุ่งตัวเข้าใส่เมล์รียาหมายจะงัดเข้าที่ข้อขาของเธอทันที! เคร้ง







