Share

บทที่ 6

last update Dernière mise à jour: 2025-03-08 02:20:39

วันรุ่งขึ้นซูอันและเยี่ยนหลิงจ้างรถม้า ออกเดินทางไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เมืองผู่เถียน ซึ่งใช้เวลานั่งรถม้าไม่ถึง

หนึ่งเค่อเท่านั้น การไปหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพราะซูอันต้องการหาคนงาน ที่มีฝีมือในการเลี้ยงไหม ย้อมสี และลูกจ้างที่มีฝีมือการตัดเย็บไปทำงานกับร้านค้าของครอบครัวของนาง

ครั้นซูอันกับเยี่ยนหลิงมาถึงหมู่บ้านซานอี๋ ทั้งคู่สังเกตเห็นว่าบรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบงันผิดปกติ ชาวบ้านบางส่วนที่เป็นเด็กและสตรี ต่างพากันหลบอยู่ในบ้านของตน

“อันเอ๋อร์ดูเหมือนว่าหมู่บ้านซานอี๋มีบางอย่างผิดปกติ พวกเขาดูหวาดกลัวอะไรบางอย่างจนไม่กล้าออกจากบ้านเช่นนี้”

เยี่ยนหลิงเอ่ยขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว

ซูอันพยักหน้าและคิดเช่นเดียวกับพี่สาว ก่อนจะเร่งให้รถม้าไปยังลานกว้างกลางหมู่บ้าน ที่นั่นพวกนางพบกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคน กำลังยืนล้อมกลุ่มชาวบ้านที่นั่งอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าท่าทางหวาดกลัว และกำลังร้องขอความเมตตาจากชายฉกรรจ์กลุ่มนี้

“คุณชายกู้ได้โปรดเถิดขอรับ อย่าทำกับผ้าไหมของพวกเราเช่นนี้ ทุกคนในหมู่บ้านล้วนทอผ้าสุดฝีมือ ทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยตนเองทั้งสิ้น มันจะกลายเป็นผ้าไหมเก่า ๆ ที่ท่านนำมาได้อย่างไรกัน”

“นี่ตาแก่ ข้าบอกว่าผ้าไหมของเจ้าคุณภาพแย่ มันก็คือแย่เจ้าคิดว่าข้ากำลังใส่ร้ายหมู่บ้านนี้เช่นนั้นเรอะ! ผ้าไม่ดียังคิดจะเอามาขายให้ข้าอีก เพ้ย! ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็นำเงินทั้งหมดมาคืน และต้องเพิ่มค่าปรับมาอีกหนึ่งเท่า” บุรุษหน้าตาดีในชุดผ้าไหมสีเข้ม ตะโกนเสียงดังเพื่อข่มขู่ชาวบ้าน ขณะที่ลูกน้องอีกคนเตะตะกร้าผ้าจนล้มลงกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

“ไม่ได้ยินรึว่าคุณชายของข้าสั่งว่าอะไร หากยังชักช้าไม่รีบนำเงินมาคืน วันนี้ข้าจะหักแขนขาพวกเจ้าให้หมด เพื่อชดใช้ให้กับคุณชายแทน”

เท่าที่ซูอันมองเห็นจะมีบุรุษวัยหนุ่มอยู่บ้าง แต่พวกเขากลับถูกทำร้ายจนบาดเจ็บกันทุกคน เมื่อเจอเรื่องไร้ศีลธรรมเช่นนี้ ซูอันไม่อาจทนเห็นชาวบ้าน ที่นางต้องการให้มาทำงานถูกข่มเหงได้ นางจึงเดินเข้าไปพร้อมเยี่ยนหลิงซึ่งมีผ้าปิดหน้าเอาไว้ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ

“หยุดมือและเท้าของเจ้าเดี๋ยวนี้!!”

คุณชายกู้หรือกู้ต้าหลางหันมามองตามเสียงด้วยสายตาดูแคลน เพราะซูอันกับเยี่ยนหลิงยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา “พวกเจ้าสองคนเป็นใคร? อย่ามายุ่งเรื่องของข้าจะดีกว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อน มาทางไหนกลับไปทางนั้น หากยังทำตัวดื้อด้านอย่าหาว่าข้ารังแกสตรี”

“อ้อ นี่คงเป็นนิสัยตัวร้ายในยุคโบราณสินะ”

ซูอันพึมพำเบา ๆ แต่ในจิตของนาง กำลังบอกจีจี้เรื่องอาวุธที่นางต้องการ “จีจี้ ขอไม้กระบองที่แข็งแรงทนทานให้ข้าหน่อยสิ ดูท่าเช้านี้จะได้ทบทวนวิชาต่อสู้กับพวกตัวร้ายแล้วล่ะ”

[นายหญิงจัดการได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ท่านต้องสั่งสอนพวกมันให้รู้สำนึกเสียบ้าง]

“แน่นอนจีจี้ หากออมมือพวกมันไม่มีทางกลัว ดังนั้นให้พวกมันนอนกินน้ำข้าวนาน ๆ คงดีไม่น้อย หึ ๆ ๆ”

[นายหญิงสู้ ๆ เจ้าค่ะ]

ซูอันยิ้มบาง ๆ แต่สายตาเย็นเยียบ จนคนมองยังรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก “พวกข้าสองคนเป็นเพียงคนผ่านทาง บังเอิญ

เห็นชาวบ้านตาดำ ๆ กำลังถูกสัตว์เดรัจฉานเอาเปรียบ จึงไม่อาจมองข้ามเรื่องนี้ไปได้ วิธีการโกงเงินของเจ้าช่างหน้าด้านเกินทน คนที่สมควรออกจากหมู่บ้านไปคือพวกเจ้าต่างหาก”

กู้ต้าหลางไม่เคยถูกใครก่นด่าเช่นนี้มาก่อน ทำให้รู้สึกโกรธและเสียหน้าที่มีคนรู้ทันแผนการของตน “นี่เจ้า! ข้าอุตส่าห์เตือนและให้ทางรอดไปแล้ว แต่ยังเอาตัวเข้ามายุ่งเรื่องของข้า ถึงจะเป็นสตรีแต่ข้ากู้ต้าหลางไม่เคยมีเมตตา ในเมื่อเจ้ารู้ถึงแผนการของข้า เช่นนั้นก็ไม่ควรอยู่ให้เกะกะรกลูกตาของข้าอีก อูหาน! อี๋ซื่อ! จัดการพวกนางสองคนให้ข้าเดี๋ยวนี้ อย่าปล่อยให้หนีไปได้เด็ดขาด”

“ขอรับคุณชาย!!”

อูหานกับอี๋ซื่อค่อย ๆ เดินเข้าหาซูอันพร้อมกับยิ้มเยาะ พวกเขาคิดเพียงแค่ว่าสตรีร่างบางเช่นนาง ถูกตบตีครั้งสองครั้งก็ร้องขอชีวิตแล้ว “นี่แม่นางน้อยพวกข้าไม่ชอบรังแกสตรีนัก แต่นี่เป็นคำสั่งของเจ้านาย ข้าเองก็ขัดคำสั่งไม่ได้ เจ้าสองคนอย่าได้กล่าวโทษข้าเลยนะ”

ซูอันมิได้สนใจว่าอูหานจะพูดว่าอะไร นางหันไปบอกพี่สาวให้ถอยออกไปห่าง ๆ เท่านั้น “พี่หญิงท่านไปหลบอยู่บนรถม้าก่อนเถิดไม่ต้องห่วง ข้าจะปลอดภัยอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“กะ กะ ก็ได้ แต่เจ้าต้องระวังให้มากนะอันเอ๋อร์”

“อืม”

เมื่อเห็นว่าเยี่ยนหลิงกลับขึ้นรถม้า ซูอันหันมาเผชิญหน้ากับอูหานอีกครั้ง และครั้งนี้ในมือของนางที่ประสานอยู่ด้านหลัง

ได้ปรากฏไม้กระบองขนาดเหมาะมือโดยไม่มีใครเห็น เพื่อเตรียมพร้อมสั่งสอนกลุ่มคนตรงหน้าให้รู้สำนึก

“อี๋ซื่อเจ้าจัดการนางคนเดียวก็พอกระมัง หากพวกเราลงมือพร้อมกันนางอาจบาดเจ็บถึงตายได้”

“หึ ข้ากำลังจะบอกกับเจ้าอยู่พอดีอูหาน ท่าทางนางจะงดงามไม่น้อยเลยนะ น่าเสียดายจริง ๆ ที่ใบหน้าจะต้องปูดบวมเสียแล้ว”

ซูอันยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัว และเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยที่พวกอันธพาลไม่ยอมลงมือ “นี่พวกเจ้าจะคุยกันอีกนานหรือไม่ ข้าเริ่มจะเมื่อยขาแล้วนะ จะให้ยืนรอไปถึงพรุ่งนี้เช้าหรือไงกัน ไม่ต้องโอ้อวดเกี่ยงกันไปมา เพราะพวกเจ้าจะถูกข้าทุบตีทุกคน”

“หนอย นางเด็กปากดีอยากตายเร็ว ๆ งั้นรึ ได้พวกข้าสองคนจะสงเคราะห์เจ้าเอง!”

ทันทีที่อี๋ซื่อพุ่งเข้ามาซูอันก็ขยับตัวด้วยความรวดเร็ว นางหมุนตัวหลบฝ่ามือหนาได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้ไม้กระบอง

ที่ยาวมากกว่าหนึ่งศอก ฟาดไปที่ชายโครงของอี๋ซื่อเต็มเปา จนได้ยินเสียงร้องโอดโอยนอนกลิ้งอยู่บนพื้นดังขึ้น

อูหานเห็นสหายเจ็บตัวกว่าทุกครั้ง จึงรีบปรี่เข้าไปทำร้ายซูอันต่อทันที แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ซูอันข้อมือที่เหวี่ยงออกไป ก็ถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรง จนได้ยินเสียงกระดูกข้อมือของอูหานหักอย่างชัดเจน

“อ๊าก!! มือข้า ๆ หักแล้ว”

“โอย คุณชายบ่าวขยับตัวไม่ได้เลยขอรับ”

กู้ต้าหลางถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว เมื่อเห็นบ่าวคนสนิทบาดเจ็บ แต่เขายังถือว่าได้เปรียบเมื่อยังมีลูกน้องอีกหลายคน

“พะ พะ พวกเจ้าจะยืนนิ่งอยู่ไย รีบไปจัดการนางให้ข้าสิ!”

“ฮ้า...ได้ยืดเส้นยืดสายค่อยรู้สึกคล่องตัวขึ้นมาหน่อย พวกเจ้ายังเหลืออีกกี่คนอย่ามัวชักช้า เข้ามาพร้อมกันก็ย่อมได้ข้าไม่ถือ เพราะข้าไม่อยากเสียเวลากับพวกเห็นแก่ตัวเช่นพวกเจ้าอีก”

สิ้นเสียงเชิญชวนของซูอัน ลูกน้องของกู้ต้าหลางต่างหวังเข้ามารุมทำร้ายนาง แต่คนอย่างซูอันจะไม่แสดงทักษะการต่อสู้ เพื่อเรียกความสนใจจากบุรุษวัยหนุ่มในหมู่บ้านได้อย่างไร ดังนั้นท่วงท่าการป้องกันตัวและการตอบโต้ที่พลิ้วไหว ล้วนสะกดสายตาของทุกคนในหมู่บ้านซานอี๋

แม้แต่กู้ต้าหลางยังต้องตะลึงเป็นครั้งที่สอง เมื่อสตรีรูปร่างผอมบางเพียงคนเดียว สามารถรับมือกับคนของตนเองนับสิบคนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

อ๊าก! ตุบ อั่ก! ตุบ แค่ก ๆ ๆ

“โอยย ขะ ขะ ข้าลุกไม่ไหวแล้วอูหาน”

ลูกน้องฝีมืออ่อนด้อยที่เหลือของกู้ต้าหลาง ยามนี้ลงไปนอนกองอยู่กับพื้นทุกคน คาดว่าอาการบาดเจ็บที่ได้รับ หากไม่ช้ำในก็กระดูกหักหรือร้าวแทบทุกคน สุดท้ายสายตาของซูอันจึงตกอยู่ที่ตัวการ

“จะ เจ้าจะทำอะไร หากเจ้ากล้าทำร้ายข้าตระกูลกู้ไม่มีทางปะ...”

ปึก ฉาด! โอ๊ย ฉาด! โอ๊ย

ซูอันไม่เคยให้ค่ากับคำข่มขู่ของคนขี้ขลาด “ตระกูลกู้ของเจ้ายิ่งใหญ่มากเพียงใดกันเชียว หากถูกมีดแทงจะไม่ตายงั้นรึ ช่างเป็นบุรุษขี้ขลาดจริง ๆ พาคนของเจ้ากลับไปให้เร็วที่สุด แล้วอย่าได้คิดกลับมาหาเรื่องชาวบ้านหมู่บ้านซานอี๋อีก ถ้าข้าได้ยินว่าตระกูลกู้กลับมาทำร้ายคนในหมู่บ้าน รับรองการฆ่าล้างตระกูลกู้ข้าจะลงมือด้วยตัวเอง ไป๊!!”

กู้ต้าหลางตกใจสะดุ้งตัวโยนรีบลุกขึ้นวิ่งออกไปก่อนใคร ปล่อยทิ้งให้ลูกน้องทั้งหลาย กระเสือกกระสนตามเจ้านายไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บตามร่างกาย

เมื่อยืนมองอันธพาลจากตระกูลกู้ที่ถูกตนเองจัดการ จนคนเหล่านั้นพ้นเขตหมู่หบ้านซานอี๋ไปแล้ว ซูอันจึงได้เรียกเยี่ยนหลิงให้ลงมาจากรถม้าอีกครั้ง เพื่อสอบถามกับชาวบ้านเรื่องการรับลูกจ้าง เพราะซูอันคิดว่าคนในหมู่บ้านแห่งนี้ มีฝีมือการทอผ้าและปักผ้าไม่เลว หากนางได้พวกเขามาทำงานให้ ร้านค้าของนางกับครอบครัวจะยิ่งมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 148

    แต่คนที่หวังประจบประแจงองค์ชายน้อย ย่อมไม่รอดพ้นการลงทัณฑ์จากฮ่องเต้ “หึ พวกเจ้าทุกคนควรยึดองค์ชายเจิ้งหลงรวมถึงคุณชายกับคุณหนู จากตระกูลหยางและตระกูลฟงเป็นแบบอย่าง ต้องมีความพยายามในการฝึกฝนให้มากกว่านี้ อย่าได้เกียจคร้านจะได้ไม่ทำให้บิดามารดาพวกเจ้าต้องขายหน้าส่วนเจ้ากู่จื่อเซียวเป็นถึงอาจารย์ของ

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 147

    ฟงเหยาเหวินยืดหลังตรงสายตาเย็นชา เขายังไม่ทันได้พูดอะไรเพราะถูกหยางเฟิ่งเซียนพูดแทนเสียก่อน “ข้ากับญาติผู้พี่ไม่ได้เริ่มก่อเรื่องวุ่นวาย แต่เป็นองค์ชายกับองค์หญิงต่างหากที่เริ่มก่อน พวกเขาต้องการเอากระดาษที่มีตัวอักษรของพวกเราไป” หยางเฟิ่งเซียนกล่าวตอบอย่างไม่เกรงกลัวผู้เป็นอาจารย์องค์ชายและองค์หญิ

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 146

    หยางเฟิ่งเซียนได้ยินญาติผู้พี่เริ่มตอบกลับ จึงพูดเสริมด้วยเสียงเล็ก ๆ ตามประสาเด็ก แต่ใช่ว่าภายในหัวของหยางเฟิ่งเซียนจะไม่คิดอันใด “ส่วนฝีมือหัดเขียนของหม่อมฉันยังไม่ดีพอ หากถวายไปแล้วหมึกไม่สมดุลหรือเส้นขาดความสง่างาม มันอาจจะทำให้เสียเกียรติขององค์หญิงได้เช่นกัน”องค์ชายและองค์หญิงขมวดพระขนง พระพั

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 145

    หนึ่งปีต่อมาณ วังหลวงอันโอ่อ่าซึ่งมีสำนักวั่งซูเก๋อ สถานที่สำหรับให้ความรู้แก่องค์ชายองค์หญิง รวมถึงบุตรหลานขุนนาง ที่ถูกคัดเลือกเข้ามาเรียนร่วมเป็นสหายของเชื้อพระวงศ์ยามเยาว์วัย และสองคู่แฝดจากตระกูลหยางกับตระกูลฟง ก็เป็นผู้ถูกเลือกจากฮ่องเต้ที่ทรงเล็งเห็นความสามารถแต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพระราชนัดด

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 144

    สองคู่แฝดจากสองตระกูลที่เกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน เด็กน้อยทั้งสี่คนถูกเลี้ยงดูด้วยความรักและความเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายายหรือท่านลุงท่านน้า ตั้งแต่สองคู่แฝดเริ่มหัดคลานจนเดินก้าวแรกได้ อยากหยิบจับสิ่งใดหรือจ้องมองสิ่งที่อยากได้ล้วนได้รับสิ่งนั้นเสมอในเมื่อมีคนเอาใจย่อมมีคนคอยขัด โดยให้เหตุผลสำหร

  • มาเฟียสาวทะลุมิติมาเป็นเจ้าของร้านผ้าไหมอันดับหนึ่ง   บทที่ 143

    “ไอหยา ฮูหยินน้อยสงสัยลูก ๆ ของท่านจะกลัวคำขู่ไม่น้อย คนน้องถึงได้รีบตามออกมาทันที ท่านออกแรงเบ่งอีกครั้งนะเจ้าคะ”ซูอันรวบรวมลมหายใจอีกครั้ง และออกแรงเบ่งเพื่อให้บุตรอีกคนรีบออกมา เพราะตอนนี้นางเหนื่อยจนแทบจะหมดแรงอยู่แล้ว และในที่สุดเสียงร้องอันไพเราะก็ดังขึ้นอีกครั้ง“ฮูหยินน้อยคนนี้เป็นคุณหนูเจ้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status