Home / รักโบราณ / มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว / บทที่ 1 วันไหว้บรรพบุรุษที่ไม่จำเป็นต้องมีนาง

Share

บทที่ 1 วันไหว้บรรพบุรุษที่ไม่จำเป็นต้องมีนาง

last update Last Updated: 2025-12-11 07:44:32

บทที่ 1

วันไหว้บรรพบุรุษที่ไม่จำเป็นต้องมีนาง

เช้าวันนี้อากาศสดใส แสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านกิ่งเหมยที่ผลิบานผ่านหน้าต่างเข้ามา อวี้เซียนยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังลานที่ไร้ผู้คน เข้าวันที่สามแล้วแต่วันนี้ไม่เหมือนเคย เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากหย้าประตูเรือน บ่าวสาวนางหนึ่งก็มาถึงพร้อมถาดมื้อเช้า ท่าทางของอีกฝ่ายดูเหมือนถูกบังคับเต็มหน้า

“คุณหนูรอง...บ่าวนำอาหารเช้ามาให้เจ้าค่ะ”

น้ำเสียงนั้นทั้งเกรงกลัวทั้งรังเกียจในคราวเดียวคงเพราะภาพจำเมื่อวานที่นางจงใจแสดงอำนาจอย่างน้อยก็ได้ผล

อวี้เซียนปรายตามอง “บ่าวส่วนตัวข้าไปไหน ทำไมไม่มาทำหน้าที่?”

บ่าวผู้นั้นชะงัก มือสั่นจนเกือบทำถาดหล่น “หมายถึง...ซูม่านหรือเจ้าคะ ก็ยังอยู่ แต่ตอนนี้ไปอยู่ฝ่ายซักล้างแล้วเจ้าค่ะ...บ่าวเช่นนั้นมีบุญแล้วที่ไม่ถูกตีตาย มะ--”

“ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับไปได้ตอนที่ข้ายังอารมณ์ดีอยู่”

คำพูดเรียบง่ายแต่แฝงแรงกดดันจนอีกฝ่ายกลืนคำที่จะพูดต่อลงคอ รีบวางถาดแล้วเผ่นออกไปแทบไม่ทัน

อวี้เซียนมองชามข้าวในถาด  ข้าวขาวกับผักต้มไม่กี่ชิ้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ใส่ใจจะปรุงให้นางกินจริง ๆ ไว้เดี๋ยวไปหากินที่ครัวเองจะดีกว่าบัดนี้บ่าวส่วนตัวของอวี้เซียนคนเดิมยังติดอยู่ในหัว

ซูม่าน...

บ่าวผู้นี้ภาพจำที่เคยอ่านในนิยายจงรักภักดีพอตัว ติดตามรับใช้ใกล้ชิดและทำตามสั่งเจ้านายตลอดไม่ว่าเรื่องดีหรือร้าย หากยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว  นั่นคือคนเดียวที่นางอาจดึงเข้ามาเป็นพรรคพวกได้ไม่ยากนัก

นางเปลี่ยนชุดเป็นผ้าฝ้ายเรียบที่ยังพอสะอาด เดินออกจากเรือนโดยไม่ลังเล แดดยามสายเริ่มแรงขึ้นเหมาะแก่การตากเสื้อผ้าเป็นที่สุด นางเดินเลียบทางเดินหินไปยังส่วนถัดจากเรือนตนเข้ามา เสียงน้ำซัดในอ่างดังอยู่ไกล ๆ ปนเสียงตะโกนของเหล่าบ่าวสาวที่ทำงานอย่างแข็งขัน

“รีบหน่อยสิซูม่าน! หรืออยากให้ข้าไปฟ้องว่าข้าเห็นเจ้าอู้!”

หัวเราะเย้าไล่ตามมา ผ้าเปียกฟาดใส่แผ่นหลังสตรีร่างผอมที่ก้มซัก หล่อนสะดุ้งน้อย ๆ แต่ยังไม่กล้าเงยหน้า

อวี้เซียนหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง แววตาเรียบเฉียบเหมือนน้ำที่กำลังกลายเป็นน้ำแข็ง ก่อนจะก้าวเข้าไปกลางลาน

“พอได้แล้ว”

น้ำเสียงไม่สูง แต่ชัดจนลานเงียบวาบ

บ่าวสองคนที่รังแกอยู่ชะงัก มองหน้ากันแล้วหลุดหัวเราะหยันทันใด

“อ้าว นี่คุณหนูรองกระนั้นหรือ ยังกล้าออกมาจากเรือนท้ายอีกหรือเจ้าคะ”

นางไม่ตอบ เพียงเดินเข้าหาช้า ๆ จนระยะห่างหดสั้น ทำให้สองคนตรงหน้ามีปฏิกิริยาโต้ตอบยกมือขึ้นผลัก มือของนางก็จับข้อมือนั้นหมุนพลิกย้อน ก่อนเบี่ยงตัวเล็กน้อย เสียงอุทานหลุดจากลำคอเจ้าของแขนก่อนร่างนั้นจะเสียหลักล้มลงบนพื้น ฝุ่นปลิวขึ้นเป็นวง

“ข้ามารับ บ่าวของข้า คืน”

เสียงซุบซิบรอบลานดับลงเหมือนเตาถ่านโดนฝน นางก้มเก็บผ้าที่ตกในมือหญิงร่างผอม ส่งคืนให้

“ลุกขึ้น”

ซูม่านค่อย ๆ เงยหน้า ตาแดงวาวด้วยไอแสบร้อน “คุณหนู...”

“ไม่ต้องพูดมาก ตามข้ามาเดี๋ยวนี้”

บ่าวพวกนี้ไม่คนามือลูกสาวมาเฟียที่เรียนศิลปะการต่อสู้มาไว้ป้องกันตัวเองหรอก

นางจูงมือคนของตนออกจากลานซักผ้า รองเท้าทั้งสองคู่สัมผัสดินเป็นจังหวะ เสียงผู้คนด้านหลังค่อย ๆ ไกลออก จนกระทั่งรอบกายมีเพียงแค่สองคน ซูม่านที่ยังคงก้มหน้าเอ่ยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินใด

“คุณหนู โปรดปล่อยบ่าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ หากบ่าวกลับไปตอนนี้ท่านจะลำบากนะเจ้าคะ”

“ชั่งข้าลำบากเถอะ อย่างไรก็คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้ว...” นางยังไม่ชะลอฝีเท้า “ข้าไม่ปล่อยให้คนของข้าซักผ้าจนมือแตกเลือดซึมเช่นนี้หรอก เอาแรงเจ้ามาทำงานให้ข้าจนตายเสียดีกว่า”

ซูม่านก้มมองฝ่ามือแตกแห้งของตนก่อนน้ำใสเอ่อขอบตาอย่างห้ามไม่ได้ “แต่บ่าว...”

“พอ” นางขัดเบา ๆ น้ำเสียงเรียบแต่มีความนุ่มนวลประคองอีกฝ่ายอยู่ “ในหีบที่เรือนข้ามีสมุนไพรอยู่ กลับไปทาเสีย ตอนบ่ายข้าจะกลับไปเจ้าอย่าคิดมาก”

ซูม่านพยักหน้าเบา ๆ ทว่าความอุ่นแปลก ๆ เริ่มซึมเข้าสู่สีหน้า ซูม่านนั้นเชื่อฟังจนน่าตกใจ นางไม่เอ่ยถามว่าทำไมนางไม่กลับไปด้วยเพียงนิ่งเงียบแล้วค้อมศีรษะก้าวจากไปอย่างว่าง่าย

อวี้เซียนยืนมองจนลับตา ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อเบา ๆ จากนั้นหันสู่ทางไปเรือนหน้าของจวนหลิน แดดยามเว่ยทาบสีทองบนหลังคาไผ่ ลมอุ่นพากลิ่นธูปมาสัมผัสปลายจมูก นางยกมือบังแสง มองเส้นควันลอยเลื้อยด้วยความครุ่นคิด

“กลิ่นธูปแรงนัก วันนี้มีงานใด?”

เท้าก้าวมาไกลกว่าที่ตั้งใจเสียอีก นางเพียงอยากสำรวจพื้นที่ไว้เผื่อเอาตัวรอดในอนาคตกลับได้ยินเสียงสวดบรรพชนลอยมากับลม เมื่อเดินตามไปจึงเห็นผู้คนในชุดทางการเรียงหน้าศาลใหญ่ ฉับพลันจึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้อาจเป็นวันสำคัญ...

วันไหว้บรรพชนประจำปี...

เสียงพึมพำเบาบาง ดวงตาหรี่เล็กน้อย เพื่อความสงบสุขของตนเองนางจำเป็นต้องหลบหลีก แต่สายตาก็สบเข้ากับคนในขบวนตระกูลหลินที่เพิ่งออกจากศาล

หลินเจิ้งหาวเดินนำ ใบหน้าเคร่งขรึมกดอากาศให้แน่นขึ้น ตามด้วยเหมยอันหนิงฮูหยินเอกที่เคียงข้างอย่างสงบ อวี้เยี่ยนนางเอกในนิยายในชุดฟ้าอ่อนกิริยาอ่อนโยนตามหลัง อวี้หนิงบุตรสาวคนเล็กสุดในชุดชมพู นางผู้เป็นบุตรสาวอนุแต่ทำตัวอย่างกับเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอก สตรีนางนี้ยามหันมาเห็นอวี้เซียนก็หยักยิ้มมุมปากอย่างลืมปิดบังทันใด

คิ้วของหลินเจิ้งหาวขมวดมุ่นไม่แพ้หนวดที่คางเลย

“อวี้เซียน เจ้ากล้ามาเพ่นพ่านในวันเช่นนี้หรือ?!”

อวี้เซียนเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ปะทะมันเสียเลย นางประสานมือคำนับเล็กน้อยพอตามมารยาทก่อนเอ่ยตอบ

“ข้ามิอาจมาร่วมเพราะท่านพ่อไม่ได้เชิญเจ้าค่ะ ข้าเพียงเดินพักเล่นสายตา--”

อวี้หนิงแทรกยิ้มหวานก่อนอวี้เซียนเอ่ยจบเสียอีก “พี่อวี้เซียนคงอยากไหว้บรรพชนกระมังเจ้าคะ ช่างบังอาจหวังเมตตาทั้งที่ทำให้ตระกูลขายหน้าที่สุดอย่างไม่เจียมตัวยิ่งนัก”

อวี้หนิงผู้นี้เกิดจากเมียอนุจึงเก่งเรื่องการพ่นวาจาเช่นนี้ นางพยายามตามติดอวี้เยี่ยนตั้งแต่เด็กจนตอนนี้กลายเป็นที่คุ้นตาคนไปแล้วว่าสองคนต้องไปไหนด้วยกัน

นางหันช้า ๆ “ข้ามิได้มาขอเมตตาใครเช่นใครบางคนหรอก หนิงเอ๋อร์ ...ก่อนให้ใครยอมรับน่ะก็ต้องให้ตัวเราเองยอมรับสิ่งที่ตนเป็นก่อนเจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”

รอยยิ้มบางเฉียบทำให้สีหน้าของอวี้หนิงชะงักงันทันใด การที่นางถูกเอ่ยถึงโดยตรงนั้นราวกับว่าหมายถึงนางเสียอย่างไรอย่างนั้น ไหนจะคำพูดคำจาที่ดูซับซ้อนยากเข้าใจอีกเล่า

 “หึ พี่หญิง ท่านพูดราวกับท่านสูงส่งนักแหละ มิใช่ว่าท่านควรอยู่แต่ในเรือนตามคำสั่งท่านพ่อหรือไรเล่า!”

“พอก่อน วันนี้เป็นวันดี อย่าทำให้มัวหมองเลยพี่รอง น้องสี่ ท่านพ่อเจ้าคะลูกว่าให้พี่รองเข้าไปไหว้บรรพชนสำนึกตนเสียหน่อยก็ดีนะเจ้าคะ”

อวี้เยี่ยนเอ่ยเบากลิ่นหวานของคำพูดเหมือนกลีบดอกไม้ แต่ในคำอ่อนโยนนั้น กลับเป็นต้นเหตุให้ใครบางคนโมโหขึ้นมาได้

อวี้เซียนเอียงศีรษะเล็กน้อยมองสบตาอวี้เยี่ยนที่ดูแล้วไม่ได้ตั้งใจจุดประกายอะไรได้ก่อนจะเอ่ยตัดบทก่อน

“ไม่จำเป็น ข้าเพียงบังเอิญเดินผ่านก็เท่านั้น ไม่มีอันใดแอบแฝง”

ชายวัยกลางหนึ่งเดียวเม้มปากแน่นความขุ่นคลอในดวงตาทันใด “ข้าคิดว่าถูกกักบริเวณจะทำให้เจ้าสำนึกได้บ้าง ทว่าเห็นทีจะยังไม่เรียนรู้เสียที!”

ก่อนที่บรรยากาศจะเลวร้ายไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าเร็วรวดของคนรับใช้ผู้หนึ่งดังขึ้นแทรก!

“ท่านเจ้าตระกูล ม้าเร็วจากฝ่าบาทมาถึง ขอให้ท่านเข้าเฝ้าด่วนขอรับ”

หลินเจิ้งหาวชะงักสีหน้าเปลี่ยนไปสีหน้าตึงขึ้นทันตา

“เข้าเฝ้าด่วนหรือ? เตรียมรถม้า ข้าจะออกเดี๋ยวนี้”

เขาเดินผ่านพวกนางไปโดยไม่เหลียวหลังแม้แต่น้อยราวกับเรื่องการโต้เถียงเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น...

อวี้เซียนหมุนตัวกลับ เดินช้าไปตามทางที่แสงแดดบ่ายโรยผ่าน ใบเหมยร่วงแตะไหล่แล้วปลิวหล่นค้างไว้ นางปัดใบไม้ออกจากเสื้ออย่างแผ่วเบา ดวงตาสงบนิ่ง ทว่าลึกลงไปประกายเล็ก ๆ

...บิดาผู้นี้เลวร้ายยิ่งกว่าที่นักเขียนบรรยายไว้เสียอีก เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นเรื่องใดสำหรับกว่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 3

    บทพิเศษ 3สายลมหนาวพัดแทรกกลิ่นดินเข้าสู่โพรงจมูก หลินเจิ้งหลิงขยับปกเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พลางก้าวผ่านตลาดชายแดนที่อึกทึกด้วยเสียงเรียกลูกค้าและเสียงตีเหล็กจากช่างตีดาบ กลิ่นขนมอบและควันไม้ลอยคลุ้ง เขาเดินช้า ๆ เหมือนคนไม่รู้จุดหมาย“ใต้เท้าหลิน ช่วงนี้ดูซูบไปมากนะขอรับ” สหายข้างกายเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเจิ้งหลิงยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มแผ่วจนแทบมองไม่เห็น “อาหารที่นี่มันยังไม่คุ้นปาก...ข้ากำลังปรับตัวน่ะ” เสียงของเขาแห้งไร้อารมณ์เหมือนคนพูดกับลมขณะสายตาเหม่อลอยผ่านผู้คน กลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งในหมู่ฝูงชน หญิงสาวในชุดผ้าสีอ่อนกำลังเลือกผลไม้ ท่วงท่าเรียบง่ายนั้นกลับแทงเข้ามาในหัวใจ การเอียงหน้าฟังพ่อค้าด้วยแววตาจริงจัง รอยยิ้มที่เหมือนแสงแดดยามสาย... คล้ายเหลือเกินกับใครบางคนที่เขาเฝ้าคะนึงถึงทุกค่ำคืน“อวี้เซียน...” เสียงนั้นหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัวขาเขาเริ่มขยับก่อนสมองจะสั่ง วิ่งฝ่าเสียงผู้คนที่บ่นด่าตามหลังไป มือเหยียดออกตรงหน้า ราวกับระยะเพียงแค่คืบจะกลายเป็นคำขอโทษที่รอมานาน แต่เมื่อหญิงสาวหันกลับมา ใบหน้านั้นไม่ใช่เพียงวินาทีนั้น อากาศรอบตัวเหมือนหยุดไหล เขาถอนมือช้า ๆ ปลา

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 2 nc

    บทพิเศษ 2 ncมือเล็กที่วางอยู่บนอกเขาเริ่มขยับเบา ๆ นิ้วเรียวลากไล้วนอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับกำลังวาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าสีเข้มที่ขวางกั้นความร้อนใต้ผิวกายเจี้ยนหงสะดุ้งทุกคราทุกจุดที่นางแตะผ่าน...อวี้เซียนเลิกคิ้วมองเขา ขณะมือข้างหนึ่งเลื่อนไปที่สายคาดเอวของเขา ช้า ๆ และคลายมันออกเจี้ยนหงปรายตามองการกระทำนั้น ไม่เอ่ยห้ามหรือขยับตัวหลบ ใบหน้าเขานิ่งแต่ดวงตาแฝงเงาร้อน ลึกล้ำและหนักกว่าเสียงหอบหายใจยามนี้เสียอีก“เจ้ามีอารมณ์เร็วเกินไปนะข้ายังไม่ทันทำอันใดเลย”นางกระซิบหลังปลดสายคาดเอวของเขาออกหมด เขาตอบสนองนางเพียงยกมือขึ้น ลูบเบา ๆ ตรงบั้นเอวนาง ไล้นิ้วไปมาอย่างซุกซนจนเจ้าของร่างขนลุกวาบอวี้เซียนหยุดมือกดนิ้วลงเบา ๆ บนอกเขา “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวนี้ ข้าบอกแล้วนี่ว่าข้าง้อเจ้าเอง...”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ยอมว่านอนสอนง่าย นอนนิ่งตามคำขอ ปล่อยให้นางควบคุมทุกจังหวะอวี้เซียนโน้มตัวลง ริมฝีปากแตะข้างแก้มเขาเบา ๆ แล้วเลื่อนช้า ๆ มาหยุดที่ปลายคาง ก่อนถอนหายใจแผ่ว “เราห่างเรื่องพวกนี้กันนานแค่ไหนแล้วนะ…”เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบยามนึกถึงคืนคราสุดท้ายก็ตอนที่เขาถูกพิษกำหนัดเข้าค

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 1

    บทพิเศษ 1แสงยามบ่ายอ่อนรินจากฟ้าเหนือเมืองเล็ก กลิ่นชาและเสียงคนหัวเราะจากโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่งกำจายอยู่ในอากาศ อวี้เซียนในชุดบุรุษสีน้ำเงินเข้ม คาดผ้าสีครามที่หน้าผาก ผมมัดรวบสูงอย่างเรียบง่าย ดวงหน้าละอ่อนนั้นดูสะอาดสะอ้านจนเถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังเหลียวมองสองครั้งนางวางห่อสัมภาระลงบนโต๊ะไม้ข้างประตู เจี้ยนหงเดินไปต่อรองราคากับเถ้าแก่ด้านหน้า ส่วนตนก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบาย“คุณชายเดินทางมาคนเดียวหรือ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ ชายหนุ่มในชุดดำพกกระบี่พาดบ่า รอยยิ้มของเขาดูเจนประสงการณ์แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย “หน้าตาอย่างท่าน...จะว่าเป็นบัณฑิตก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นมือสังหารก็ยังดูอ่อนโยนไป จะบอกว่าเป็นชาวยุทธภพก็ดูมือใหม่นัก”อวี้เซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสะท้อนแสงแดดลอดหน้าต่าง “ข้าเป็นชาวยุทธนั่นล่ะ ข้าเพิ่งรู้นะว่าชาวยุทธมีใหม่มีเก่าด้วย”“ก็ไม่ขนาดนั้น เพียงแต่เจ้าดูสะอาดสะอ้านเกินไปก็เท่านั้น” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วรินชาใส่ถ้วยอีกใบเลื่อนไปให้นางอย่างเป็นมิตร “เดินทางเดียวดายมิควรยิ่ง มิสู้ร่วมทางกับข้า--”นางรับถ้วยมารีบตัดบททันใด “แน่นอนว่าข้ามีสหายร่วมทาง”คำตอบยังไม่ทันจบดี เสียงก้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายโรงเตี๊ยมกลางเมืองยังพลุกพล่านเช่นทุกวัน กลิ่นเหล้าและควันกำยานหอมคลุ้งเหนือศีรษะ เสียงถ้วยกระทบโต๊ะสลับเสียงหัวเราะ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้น มีบทสนทนาหนึ่งที่ค่อย ๆ ดึงความสนใจของผู้คนรอบข้างให้เงียบลงฟัง“ได้ยินหรือยัง...เรื่องคุณหนูรองตระกูลหลินนั่นน่ะ”ชายวัยกลางคนในชุดพ่อค้าเอนตัวกระซิบกับสหาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคันปากอยากคุย“ใครจะไม่รู้เล่า” อีกคนตอบ พลางเทเหล้าลงจอก เสียงเหลวใสไหลกระทบขอบถ้วยเบา ๆ “นางที่แทงอกตายกลางงานวันเกิดไทเฮาใช่ไหม ข้าอยู่ในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อน”หญิงสาวโต๊ะข้าง ๆ หันมาปรายตาพูดอย่างอคติ “ถึงอย่างไรก็เป็นการลบหลู่เบื้องสูง วันสำคัญของไทเฮาแท้ ๆ ใครทำแบบนั้น...สมควรแล้วที่จะตายไป”ชายหนุ่มในชุดคุณชายอีกโต๊ะหนึ่งหัวเราะแผ่วก่อนเอ่ยค้าน“แต่ก็มีคนพูดนะว่านางทำไปทั้งหมดเพียงอยากพิสูจน์ความจริง ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า...บางทีสิ่งที่นางทำอาจน่ายกย่องเทียบเท่าทหารไปออกศึกก็ได้”โต๊ะรอบ ๆ เงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนเสียงกระซิบเริ่มไหลวนอีกครั้ง“ว่าแต่คุณชายรองตระกูลไป๋...เขาถูกปลดจากสำนักตรวจการจริงหรือ?”“ปลดอะไร ข้าได้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง

    บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง อากาศในลานหนักอึ้งทันใด ฮ่องเต้ที่เงียบและไร้ความสนใจมาตลอดงานกลับมานั่งตัวตรง สายพระเนตรของพระองค์เป็นเงามืดที่เคลื่อนช้าราวคลื่นน้ำลึก น้ำชาบนโต๊ะสั่นระริก จากเรื่องราวของความอยุติธรรมของนกตัวหนึ่งไฉนกลายเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของสำนักตรวจการในตำนานไปอย่างไม่มีใครคาดคิดเสียได้ นางเปิดเผยความจริงว่าบัดนี้ฮ่องเต้แคว้นกำลังฟื้นคืนสำนักตรวจการในอำนาจมาเพื่อควบคุมเหล่าขุนนาง นั่นเท่ากับว่าอวี้เซียนปิดทางมีชีวิตของตนเองแล้วเช่นกัน อวี้เซียนก้มศีรษะช้า ๆ ดวงตาเงียบสงบราวกับว่านางไม่ได้กำลังลบหลู่ผู้มีอำนาจมากที่สุดในแคว้นอยู่ “และแล้วนกน้อยตัวนั้นก็ตายลงท่ามกลางความอยุติธรรม... นี่คือเรื่องของนกน้อยตัวหนึ่งเพคะไทเฮา” คำพูดจบนานแล้วแต่หลายคนเหมือนยังอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นไม่ออกมา เรื่องราวของนกตัวนั้นเข้าไปแตะหัวใจของนางอย่างตั้งใจ เพราะชีวิตนางกำนัลต่ำต้อนก็ถูกอำนาจกดข่มเช่นกันเพียงแต่นางมีจุดจบคือผู้ชนะเท่านั้น ลานพิธีที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงสรวลกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจสะท้อนกลับจากผนังหินเย็น ไทเฮาเอนพระวรกายไปข้างหน้า พระเนตรคม

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 23 เรื่องราวของนกตัวหนึ่ง

    บทที่ 23เรื่องราวของนกตัวหนึ่งเสียงฆ้องประกาศเริ่มพิธีดังก้องกังวานทั่วลาน พระราชวังใหญ่แต่งแต้มด้วยแพรผ้าและโคมแดงอ่อนแสดงความเป็นสิริมงคลอวี้เซียนเดินเคียงไป๋เจี้ยนหง ก้าวเท้าอย่างสงบ พื้นหินเย็นเฉียบสะท้อนเสียงส้นรองเท้ากระทบดังแผ่วในโถงกว้าง นางไม่พูด ไม่แสดงสีหน้า อารมณ์ในใจนิ่งเรียบเหมือนผืนน้ำที่ไม่อาจมองเห็นความลึกขณะผ่านคนคุ้นเคยจากตระกูลหลินเสียงคุ้นหูดังขึ้น “เจ้ากล้าทักทายข้าได้คงไม่สำนึกเรื่องที่เจ้าทำลายอนาคตของน้องสาวเจ้าสินะ”อวี้เซียนหันไปพบสายตาแข็งกร้าวของหลินเจิ้งหาว ดวงหน้าเงยขึ้นเล็กน้อย “บิดาก็เช่นกัน ยังรักษาหน้าได้ดีไม่น้อย ตอนข้าท่านก็ตัดได้อย่างง่ายดาย พอเป็นน้องสี่ก็ถูกท่านจับแต่งไปเป็นนางบำเรอเพื่อความก้าวหน้าท่านอีก ช่างใจกล้าไม่เปลี่ยน...”อีกฝ่ายชักสีหน้าทันใด “เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!?”เจี้ยนหงที่ยืนข้าง ๆ ขยับเล็กน้อย แต่ไม่พูดเพราะถูกอวี้เซียนรั้งไว้ ก่อนนางจากไปก็ไม่ลืมอวยพร“ขอให้ตระกูลหลินรุ่งเรืองดังปณิธานท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ”นางเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับ รอยยิ้มจางไปกับเสียงฝีเท้าในลาน บิดาที่เคยยืนตระหง่านในสายตาเด็กหญิง...บัดนี้เหลือเพียงเศษเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status