แชร์

มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว
มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว
ผู้แต่ง: มายุมายูมายา

บทนำ

ผู้เขียน: มายุมายูมายา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-11 07:44:08

บทนำ

“ไม่ว่าเจ้าจะเสแสร้งแกล้งทำอย่างไร…ก็ไม่มีใครหลงกลเจ้าแล้ว หลินอวี้เซียน!”

คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่า กลืนหายไปพร้อมสายฝนและลมกรรโชกที่พัดซัดปลายผมให้เปียกชื้น ความหนาวชอนไชถึงกระดูก นิ้วเรียวบนเตียงเก่ายกขึ้นคว้าอากาศราวกับไขว่หาความจริง แต่ก่อนจะคว้าได้ ลมหายใจกระตุกวูบก่อนร่างบนเตียงนั้นสะดุ้งตื่นโดยพลัน

แสงเช้าสางส่องลอดช่องฝาไม้ผุ กลิ่นฝุ่นและความชื้นตีจมูก นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนหายใจยาว กลืนแรงสะท้านจากฝันร้ายให้จมหาย หัวใจยังเต้นแรงจนรู้สึกถึงจังหวะในอกที่สั่นระรัว ผ้าห่มขาดวิ่นโอบกายไม่มิด ลมเย็นแทรกเข้าทุกช่องไม้ ไม่มีสิ่งใดในเรือนนี้บ่งบอกว่าเป็นถึงชีวิตของคุณหนูรองเลย

วันนี้คือวันที่สองที่จีน่า เหวิน ลืมตาในร่างหลินอวี้เซียน ตั้งแต่เมื่อวานไม่มีบ่าวแม้คนเดียวมาเหยียบเรือนนี้ เสียงท้องร้องทักเตือนยิ่งชัด นางกัดฟันสูดลมหายใจลึก กลืนความหิวลงคออย่างคนที่รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น

ครั้งแรกที่ตื่นขึ้น นางยังหลงคิดว่าตนอยู่ในฉากถ่ายละคร ทุกสิ่งดูสมจริงเกินไป จนได้พบหีบข้างหมอนและสมุดบันทึกเล่มนั้น เมื่อเปิดอ่านทีละหน้า หัวใจกลับหนักขึ้นทุกบรรทัด เสียงสาปแช่งและแค้นเคืองของหลินอวี้เซียนคนเดิมดังก้องในหัว หญิงที่ถูกตราหน้าว่าริษยา ทำร้ายน้องสาวอวี้เยี่ยนผู้เป็นดั่งบัวขาวของครอบครัวตระกูลหลินและชาวเมือง จนสุดท้ายถูกกักขังในเรือนท้ายจวนแห่งนี้

ความทรงจำจากนิยายที่นางเพิ่งอ่านจบยังชัดสดในหัว... ใช่ นางร้ายในเรื่องนั้นคือนางเองในตอนนี้!

ริมฝีปากแดงคลี่ยิ้มจาง เสียงหัวเราะแผ่วดังในลำคอ ไม่ใช่หัวเราะเยาะ แต่คล้ายยอมรับความขมขื่นของโชคชะตาที่ตลกร้ายเสียจนไม่อาจกลั้นไว้ได้ หญิงคนเดิมในบันทึกพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา แต่จีน่า เหวินไม่ใช่คนแบบนั้น ลูกสาวมาเฟียที่เติบโตท่ามกลางเขี้ยวเล็บ ไม่มีวันยอมให้ใครกำหนดเส้นทางชีวิตแทน

“เจ้าของร่างนี้อ่อนแอเกินไป...แต่ข้าจะไม่เป็นเช่นนาง”

อวี้เซียนพึมพำ พลางหยิบไฟไว้จุดตะเกียงเผาหนังสือเล่มนั้นให้มอดไป เหลือเพียงเถ้าควันลอยขึ้นสู่เพดาน เงาเปลวไฟสะท้อนดวงตาที่นิ่งกว่าเมื่อวาน เยือกเย็นและหนักแน่นราวคนตัดสินใจได้แล้ว

ชีวิตใหม่นี้ นางจะไม่ซ้ำรอยนายร้ายคนเดิมอีก การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นล้วนเป็นเรื่องปกติที่นางเองก็เจอในชาติก่อน แต่ร่างเดิมผิดที่ท้ายที่สุดคือผู้แพ้ในสงครามครานั้น

“แต่ก่อนจะเดินหน้าได้...ก็ต้องเติมท้องให้หายร้องเสียก่อน”

นางเอ่ยเบา ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ก่อนลุกขึ้นยืดกายปัดฝุ่นจากเสื้อผ้าที่ซีดจางออก

ทางเดินออกจากเรือนเต็มไปด้วยรากไม้และหญ้าที่เกี่ยวชายกระโปรงทุกย่างก้าว นางเดินฝ่าไปโดยไม่หยุด จนกลิ่นน้ำแกงต้มกระดูกลอยมากับลมจากทางขวา ความหิวที่พยายามข่มไว้แล่นวาบขึ้นในอกอีกครั้ง

โรงครัวใหญ่ของจวนหลินคึกคักแต่มีระเบียบ หม้อทองเหลืองส่งไอร้อนระลอกหนึ่งลูบแก้ม นางยืนนิ่งใต้ซุ้มประตู มองเปลวไฟและคนทำครัวพลุกพล่านโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

“แม่หนูเอ๊ย มายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ทำไม เข้ามานี่สิ”

เสียงอบอุ่นของหญิงวัยกลางคนแทรกผ่านกลิ่นควันไฟและเสียงตะหลิวกระทบกระทะ รอยยิ้มของนางคล้ายแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านหมอก อ่อนโยนจนอบอุ่นทั้งครัว มือหยาบที่ผ่านการทำงานหนักยื่นชามข้าวร้อนให้อย่างไม่ลังเลเพราะคิดว่าคือบ่าวใหม่คนหนึ่ง

ดูจากชุดก็พอเดาได้แล้ว

“รีบกินเสีย เดี๋ยวเย็นหมด”

ไอร้อนจากข้าวลอยแตะปลายจมูก กลิ่นข้าวใหม่ชวนให้ใจที่ตึงคลายลงครู่หนึ่ง อวี้เซียนรับชามนั้นไว้ แววตาไหววูบอย่างยากจะสังเกต ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แผ่ว

“ขอบใจ...”

ขณะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เตี้ย ความเงียบอุ่นชั่วขณะโอบล้อมราวโลกนี้ยังเหลือที่พักใจให้คนหลงทาง ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

“นั่น...มิใช่คุณหนูรองหรือ!?”

อุณหภูมิของโรงครัวร่วงต่ำลงทันใด เสียงซุบซิบคมกริบราวลมหนาวหวนกลับมาอีกครั้ง

“จริงหรือ...คุณหนูที่พยายามฆ่าน้องสาวน่ะหรือ?”

“อย่าเข้าใกล้ เดี๋ยวซวยติดตัว”

คำเหล่านั้นกระแทกโสตเหมือนโคลนกระเด็นใส่ผ้า แม่ครัวผู้มีเมตตาเมื่อครู่ชะงัก ตะบวยในมือค้างกลางอากาศ แววตาอ่อนโยนแปรเป็นลังเลและสุดท้ายวาบวับอย่างโกรธเคืองทันใด

อวี้เซียนกลับยังตักข้าวต่ออย่างสงบ เสียงรอบตัวไกลออกไปทุกที ราวโลกนี้เหลือเพียงเสียงข้าวแตะชามเบา ๆ

“นี่หูหนวกหรือไร!”

บ่าวสาวคนหนึ่งปรี่เข้ามา กระชากข้อมือนางเต็มแรง “ฆาตกรอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์นั่งกินข้าวในที่แห่งนี้!”

เพียงพริบตา ข้อมือนั้นก็ถูกสะบัดหลุด พร้อมเกิดเสียงดัง “เพี๊ยะ” ตามแรงสะท้อนกลับ ดวงตาอวี้เซียนเยียบเย็นราวน้ำแข็งที่ไม่ละลายแม้เจอไฟ

“มือของข้า บ่าวเช่นเจ้ามิสมควรแตะต้อง!”

สิ่งที่สื่อจากน้ำเสียงและแววตาทำให้ฝ่ายตรงข้ามแข็งค้าง เหมือนเลือดในกายหยุดไหล เสียงครัวเงียบงันคล้ายเตาดับ

อวี้เซียนกินจนเสร็จก็วางชามลงอย่างสงบ ลุกขึ้นจัดแขนเสื้อให้เข้าที่ หยิบซาลาเปาใกล้มือมาลูกหนึ่ง พลางเอ่ยด้วยเสียงเรียบแต่ชัดถ้อนชัดคำ

“ข้าอาจทำผิดในอดีตแต่พวกเจ้ามิใช่ผู้ตัดสิน หน้าที่ของเจ้าคือทำงานให้ครบ อย่าลืมส่งอาหารให้ข้าที่เรือนท้ายจวนอีก”

นางหมุนกายเดินออกจากครัวทันทีที่ทำธุระเสร็จ เสียงกระซิบกระซาบดังตามหลังดังไล่ไม่ห่างทันใด

“ทำเลวถึงเพียงนั้นยังกล้ามีชีวิตต่อไปอีกหรือ! ตายเสียให้หมดเวรหมดกรรมเถิด!”

ฝีเท้านางไม่ชะงักแม้ครึ่งก้าว ลมหายใจเย็นเรียบแน่วแน่ แม้นางอวี้เซียนคนใหม่จะไม่ใช่คนทำแต่ก็ไม่อาจเถียงได้ว่าร่างเดิมไม่ได้ทำ สิ่งที่นางจะทำคือสร้างภาพจำใหม่กลบความอคติเดิมเสีย นางจะพิสูจน์ให้ดูว่านางร้ายเช่นนางก็สามารถมีชีวิตที่ดีได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 3

    บทพิเศษ 3สายลมหนาวพัดแทรกกลิ่นดินเข้าสู่โพรงจมูก หลินเจิ้งหลิงขยับปกเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พลางก้าวผ่านตลาดชายแดนที่อึกทึกด้วยเสียงเรียกลูกค้าและเสียงตีเหล็กจากช่างตีดาบ กลิ่นขนมอบและควันไม้ลอยคลุ้ง เขาเดินช้า ๆ เหมือนคนไม่รู้จุดหมาย“ใต้เท้าหลิน ช่วงนี้ดูซูบไปมากนะขอรับ” สหายข้างกายเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเจิ้งหลิงยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มแผ่วจนแทบมองไม่เห็น “อาหารที่นี่มันยังไม่คุ้นปาก...ข้ากำลังปรับตัวน่ะ” เสียงของเขาแห้งไร้อารมณ์เหมือนคนพูดกับลมขณะสายตาเหม่อลอยผ่านผู้คน กลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งในหมู่ฝูงชน หญิงสาวในชุดผ้าสีอ่อนกำลังเลือกผลไม้ ท่วงท่าเรียบง่ายนั้นกลับแทงเข้ามาในหัวใจ การเอียงหน้าฟังพ่อค้าด้วยแววตาจริงจัง รอยยิ้มที่เหมือนแสงแดดยามสาย... คล้ายเหลือเกินกับใครบางคนที่เขาเฝ้าคะนึงถึงทุกค่ำคืน“อวี้เซียน...” เสียงนั้นหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัวขาเขาเริ่มขยับก่อนสมองจะสั่ง วิ่งฝ่าเสียงผู้คนที่บ่นด่าตามหลังไป มือเหยียดออกตรงหน้า ราวกับระยะเพียงแค่คืบจะกลายเป็นคำขอโทษที่รอมานาน แต่เมื่อหญิงสาวหันกลับมา ใบหน้านั้นไม่ใช่เพียงวินาทีนั้น อากาศรอบตัวเหมือนหยุดไหล เขาถอนมือช้า ๆ ปลา

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 2 nc

    บทพิเศษ 2 ncมือเล็กที่วางอยู่บนอกเขาเริ่มขยับเบา ๆ นิ้วเรียวลากไล้วนอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับกำลังวาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าสีเข้มที่ขวางกั้นความร้อนใต้ผิวกายเจี้ยนหงสะดุ้งทุกคราทุกจุดที่นางแตะผ่าน...อวี้เซียนเลิกคิ้วมองเขา ขณะมือข้างหนึ่งเลื่อนไปที่สายคาดเอวของเขา ช้า ๆ และคลายมันออกเจี้ยนหงปรายตามองการกระทำนั้น ไม่เอ่ยห้ามหรือขยับตัวหลบ ใบหน้าเขานิ่งแต่ดวงตาแฝงเงาร้อน ลึกล้ำและหนักกว่าเสียงหอบหายใจยามนี้เสียอีก“เจ้ามีอารมณ์เร็วเกินไปนะข้ายังไม่ทันทำอันใดเลย”นางกระซิบหลังปลดสายคาดเอวของเขาออกหมด เขาตอบสนองนางเพียงยกมือขึ้น ลูบเบา ๆ ตรงบั้นเอวนาง ไล้นิ้วไปมาอย่างซุกซนจนเจ้าของร่างขนลุกวาบอวี้เซียนหยุดมือกดนิ้วลงเบา ๆ บนอกเขา “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวนี้ ข้าบอกแล้วนี่ว่าข้าง้อเจ้าเอง...”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ยอมว่านอนสอนง่าย นอนนิ่งตามคำขอ ปล่อยให้นางควบคุมทุกจังหวะอวี้เซียนโน้มตัวลง ริมฝีปากแตะข้างแก้มเขาเบา ๆ แล้วเลื่อนช้า ๆ มาหยุดที่ปลายคาง ก่อนถอนหายใจแผ่ว “เราห่างเรื่องพวกนี้กันนานแค่ไหนแล้วนะ…”เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบยามนึกถึงคืนคราสุดท้ายก็ตอนที่เขาถูกพิษกำหนัดเข้าค

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 1

    บทพิเศษ 1แสงยามบ่ายอ่อนรินจากฟ้าเหนือเมืองเล็ก กลิ่นชาและเสียงคนหัวเราะจากโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่งกำจายอยู่ในอากาศ อวี้เซียนในชุดบุรุษสีน้ำเงินเข้ม คาดผ้าสีครามที่หน้าผาก ผมมัดรวบสูงอย่างเรียบง่าย ดวงหน้าละอ่อนนั้นดูสะอาดสะอ้านจนเถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังเหลียวมองสองครั้งนางวางห่อสัมภาระลงบนโต๊ะไม้ข้างประตู เจี้ยนหงเดินไปต่อรองราคากับเถ้าแก่ด้านหน้า ส่วนตนก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบาย“คุณชายเดินทางมาคนเดียวหรือ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ ชายหนุ่มในชุดดำพกกระบี่พาดบ่า รอยยิ้มของเขาดูเจนประสงการณ์แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย “หน้าตาอย่างท่าน...จะว่าเป็นบัณฑิตก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นมือสังหารก็ยังดูอ่อนโยนไป จะบอกว่าเป็นชาวยุทธภพก็ดูมือใหม่นัก”อวี้เซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสะท้อนแสงแดดลอดหน้าต่าง “ข้าเป็นชาวยุทธนั่นล่ะ ข้าเพิ่งรู้นะว่าชาวยุทธมีใหม่มีเก่าด้วย”“ก็ไม่ขนาดนั้น เพียงแต่เจ้าดูสะอาดสะอ้านเกินไปก็เท่านั้น” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วรินชาใส่ถ้วยอีกใบเลื่อนไปให้นางอย่างเป็นมิตร “เดินทางเดียวดายมิควรยิ่ง มิสู้ร่วมทางกับข้า--”นางรับถ้วยมารีบตัดบททันใด “แน่นอนว่าข้ามีสหายร่วมทาง”คำตอบยังไม่ทันจบดี เสียงก้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายโรงเตี๊ยมกลางเมืองยังพลุกพล่านเช่นทุกวัน กลิ่นเหล้าและควันกำยานหอมคลุ้งเหนือศีรษะ เสียงถ้วยกระทบโต๊ะสลับเสียงหัวเราะ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้น มีบทสนทนาหนึ่งที่ค่อย ๆ ดึงความสนใจของผู้คนรอบข้างให้เงียบลงฟัง“ได้ยินหรือยัง...เรื่องคุณหนูรองตระกูลหลินนั่นน่ะ”ชายวัยกลางคนในชุดพ่อค้าเอนตัวกระซิบกับสหาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคันปากอยากคุย“ใครจะไม่รู้เล่า” อีกคนตอบ พลางเทเหล้าลงจอก เสียงเหลวใสไหลกระทบขอบถ้วยเบา ๆ “นางที่แทงอกตายกลางงานวันเกิดไทเฮาใช่ไหม ข้าอยู่ในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อน”หญิงสาวโต๊ะข้าง ๆ หันมาปรายตาพูดอย่างอคติ “ถึงอย่างไรก็เป็นการลบหลู่เบื้องสูง วันสำคัญของไทเฮาแท้ ๆ ใครทำแบบนั้น...สมควรแล้วที่จะตายไป”ชายหนุ่มในชุดคุณชายอีกโต๊ะหนึ่งหัวเราะแผ่วก่อนเอ่ยค้าน“แต่ก็มีคนพูดนะว่านางทำไปทั้งหมดเพียงอยากพิสูจน์ความจริง ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า...บางทีสิ่งที่นางทำอาจน่ายกย่องเทียบเท่าทหารไปออกศึกก็ได้”โต๊ะรอบ ๆ เงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนเสียงกระซิบเริ่มไหลวนอีกครั้ง“ว่าแต่คุณชายรองตระกูลไป๋...เขาถูกปลดจากสำนักตรวจการจริงหรือ?”“ปลดอะไร ข้าได้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง

    บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง อากาศในลานหนักอึ้งทันใด ฮ่องเต้ที่เงียบและไร้ความสนใจมาตลอดงานกลับมานั่งตัวตรง สายพระเนตรของพระองค์เป็นเงามืดที่เคลื่อนช้าราวคลื่นน้ำลึก น้ำชาบนโต๊ะสั่นระริก จากเรื่องราวของความอยุติธรรมของนกตัวหนึ่งไฉนกลายเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของสำนักตรวจการในตำนานไปอย่างไม่มีใครคาดคิดเสียได้ นางเปิดเผยความจริงว่าบัดนี้ฮ่องเต้แคว้นกำลังฟื้นคืนสำนักตรวจการในอำนาจมาเพื่อควบคุมเหล่าขุนนาง นั่นเท่ากับว่าอวี้เซียนปิดทางมีชีวิตของตนเองแล้วเช่นกัน อวี้เซียนก้มศีรษะช้า ๆ ดวงตาเงียบสงบราวกับว่านางไม่ได้กำลังลบหลู่ผู้มีอำนาจมากที่สุดในแคว้นอยู่ “และแล้วนกน้อยตัวนั้นก็ตายลงท่ามกลางความอยุติธรรม... นี่คือเรื่องของนกน้อยตัวหนึ่งเพคะไทเฮา” คำพูดจบนานแล้วแต่หลายคนเหมือนยังอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นไม่ออกมา เรื่องราวของนกตัวนั้นเข้าไปแตะหัวใจของนางอย่างตั้งใจ เพราะชีวิตนางกำนัลต่ำต้อนก็ถูกอำนาจกดข่มเช่นกันเพียงแต่นางมีจุดจบคือผู้ชนะเท่านั้น ลานพิธีที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงสรวลกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจสะท้อนกลับจากผนังหินเย็น ไทเฮาเอนพระวรกายไปข้างหน้า พระเนตรคม

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 23 เรื่องราวของนกตัวหนึ่ง

    บทที่ 23เรื่องราวของนกตัวหนึ่งเสียงฆ้องประกาศเริ่มพิธีดังก้องกังวานทั่วลาน พระราชวังใหญ่แต่งแต้มด้วยแพรผ้าและโคมแดงอ่อนแสดงความเป็นสิริมงคลอวี้เซียนเดินเคียงไป๋เจี้ยนหง ก้าวเท้าอย่างสงบ พื้นหินเย็นเฉียบสะท้อนเสียงส้นรองเท้ากระทบดังแผ่วในโถงกว้าง นางไม่พูด ไม่แสดงสีหน้า อารมณ์ในใจนิ่งเรียบเหมือนผืนน้ำที่ไม่อาจมองเห็นความลึกขณะผ่านคนคุ้นเคยจากตระกูลหลินเสียงคุ้นหูดังขึ้น “เจ้ากล้าทักทายข้าได้คงไม่สำนึกเรื่องที่เจ้าทำลายอนาคตของน้องสาวเจ้าสินะ”อวี้เซียนหันไปพบสายตาแข็งกร้าวของหลินเจิ้งหาว ดวงหน้าเงยขึ้นเล็กน้อย “บิดาก็เช่นกัน ยังรักษาหน้าได้ดีไม่น้อย ตอนข้าท่านก็ตัดได้อย่างง่ายดาย พอเป็นน้องสี่ก็ถูกท่านจับแต่งไปเป็นนางบำเรอเพื่อความก้าวหน้าท่านอีก ช่างใจกล้าไม่เปลี่ยน...”อีกฝ่ายชักสีหน้าทันใด “เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!?”เจี้ยนหงที่ยืนข้าง ๆ ขยับเล็กน้อย แต่ไม่พูดเพราะถูกอวี้เซียนรั้งไว้ ก่อนนางจากไปก็ไม่ลืมอวยพร“ขอให้ตระกูลหลินรุ่งเรืองดังปณิธานท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ”นางเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับ รอยยิ้มจางไปกับเสียงฝีเท้าในลาน บิดาที่เคยยืนตระหง่านในสายตาเด็กหญิง...บัดนี้เหลือเพียงเศษเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status