Beranda / รักโบราณ / มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว / บทที่ 8 ข้าแค่...ผ่านมาแถวนี้ไม่ได้ตามเจ้ามา

Share

บทที่ 8 ข้าแค่...ผ่านมาแถวนี้ไม่ได้ตามเจ้ามา

last update Tanggal publikasi: 2025-12-22 09:32:48

บทที่ 8

ข้าแค่...ผ่านมาแถวนี้ไม่ได้ตามเจ้ามา

เสียงแมลงยามค่ำคืนขับกล่อมแข่งกับเสียงลมพัดอ้อยอิ่งผ่านยอดไม้ภายในป่าใหญ่ กลิ่นฝนหลังหยุดตกอีกครั้งยังคลุ้งอยู่ทั่วผืนป่า อวี้เซียนเดินไปตามเส้นทางที่แฉะชื้นเท้าเหยียบดินโคลนจนเปื้อนชายกระโปรงแต่แววตานางยังนิ่งเช่นเคย

ในที่สุดนางก็หยุดเดินและนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ขาล้าเกินกว่าจะเดินต่อแล้ว

“คืนนี้คงต้องค้างในป่าจริง ๆ สินะ”

เสียงพึมพำเบาราวลมหายใจ ก่อนจะก้มลงเก็บใบไม้แห้งที่ค้างอยู่ใต้กิ่งใหญ่ซึ่งน้ำฝนซะไม่ถึง ใช้เศษไม้หอมในถุงหอมของตนมาเป็นเชื้อเพลิง แล้วจึงค่อยจัดเรียงเป็นกองเท่าที่หาได้

หาหินที่สามารถใช้จุดไฟได้มากระทบกันจนเกิดประกายไฟใช้ลมหายใจเป่าช้า ๆ จนเกิดเปลวไฟเล็ก ๆ ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากความพยายามนั้น

ขอบคุณชาติก่อนที่นางชอบเข้าป่าไปพักผ่อนกายและใจ นางและป่าจึงเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่าศัตรูที่น่ากลัว...

ไป๋เจี้ยนหงยืนอยู่ไกลออกไปภายใต้ความมืด สายตาคมมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆคิ้วขมวดมุ่นอยู่ตลอด...

เขาไม่ได้ตามมาเพราะห่วงนาง แต่ตามมาเพราะอยากเห็นว่านางจะเล่นตัวต่ออย่างไร สตรีที่พูดว่าจะกลับเองจากป่าทึบในยามค่ำคงอยากเรียกร้องความสนใจตามนิสัยเดิม เขาเพียงไม่อยากให้ใครเดือดร้อนออกตามหาอีกก็เท่านั้น

ทว่าเมื่อตามมองอยู่นาน เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาแห่งความเสแสร้ง นางไม่ได้เดินวนหาทางหรือร่ำร้องเอะอะอย่างที่คิด กลับตรงกันข้ามสิ้นเชิง ทุกการเคลื่อนไหวของนางมุ่งมั่นไม่หวั่นเกรงผู้ใด ราวเคยทำเช่นนี้มาก่อน ราวนางไม่ใช่สตรีในห้องหอแต่คือทหารที่ผ่านการใช้ชีวิตอยู่ในป่าอย่างไรอย่างนั้น

ขณะนี้สตรีในชุดเปื้อนดินกำลังนั้นนั่งคุกเข่าข้างกองไฟ ใช้มีดเล็กฝานเศษไม้แห้งที่ได้มาอย่างใจเย็น ท่าทีเงียบสงบจนเหมือนเป็นอีกคน ไม่ใช่คุณหนูผู้เคยอยู่แต่ในเรือนหอ เขามองนิ่งไม่ได้เข้าไปหานาง

เปลวไฟเริ่มโชนขึ้นช้า ๆ แสงสีส้มอบอุ่นสะท้อนบนผมเปียกชื้นของนาง ใบหน้าเรียบแต่แฝงความมุ่งมั่นระบายยิ้มเล็กน้อย ตอนนี้นางฉีกชายแขนเสื้อออกเพื่อจัดการกับหัวไหล่ราวคนที่มีบาดแผล!

ไป๋เจี้ยนหงมองภาพนั้นนิ่ง ความสงสัยกลืนกินความคิดเดิมในใจเขาทีละน้อย สตรีที่เขาเคยคิดว่าเย่อหยิ่ง เสแสร้ง และอ่อนแอ...กลับดูเหมือนกำลังต่อสู้กับแผ่นดินทั้งผืนอยู่เพียงคนเดียว

เขาเอนหลังพิงต้นไม้ เปลวไฟสะท้อนในดวงตา จู่ ๆ ความร้อนบางอย่างก็แผ่ขึ้นในอกโดยไม่เข้าใจ สุดท้ายเปลือกตาที่หนักอึ้งก็ปิดลงช้า ๆ และเขาหลับไปอย่างไม่รู้ตัว...

หยดน้ำจากปลายใบไม้เย็นเฉียบตกใส่แก้มทำให้เจี้ยนหงสะดุ้งตื่นขึ้น เขาหันมองรอบตัวด้วยสัญชาตญาณระวังตัว ก่อนจะพบว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า

“ตื่นแล้วหรือ?” เสียงเรียบนิ่งดังขึ้น

อวี้เซียนยืนอยู่นั่นเอง แสงอาทิตย์ยามเช้าไล้กรอบหน้าที่ซีดเซียวฉายสาดส่องสะท้อนดวงตานิ่งสงบ ในมือข้างหนึ่งของนางถือกระบอกน้ำของเขาอยู่

“ข้าดื่มน้ำของท่านหมดแล้วขออภัยด้วย”

อวี้เซียนกล่าวจบก็ยื่นกระบอกน้ำคืนให้ เสียงพูดไม่ได้ล้อเลียนแต่กลับคล้ายบอกอย่างจริงใจจนเขาชะงัก เขารีบลุกขึ้นยืดหลังตรงอย่างคนร้อนตัว

“เอ่อ ข้าแค่...ผ่านมาแถวนี้เท่านั้นไม่ได้มาตามเจ้า”

“เช่นนั้นหรือ?” ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นเพียงนิด “ผ่านมาแล้วบังเอิญนั่งหันมาทางข้าจนหลับเชียวหรือ”

ไป๋เจี้ยนหงนิ่งไปเส้นเลือดที่ขมับเต้นวูบ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำอย่างจริงจังกลบเกลื่อน “เจ้าคิดจะอยู่ที่นี่ต่อหรือกลับจวน?”

“กลับสิ” นางตอบพลางยกมือแตะหัวเข่า “แต่ข้าเดินมาทั้งคืน เมื่อยขาจนเดินไม่ไหวแล้ว  ขอนั่งม้าท่านกลับด้วยได้ไหม”

เขาชะงักหางคิ้วขยับ “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามีม้า”

“ถ้าไม่มีแล้วท่านจะกลับได้อย่างไร?” อวี้เซียนตอบพลางเดินนำไปทางที่เขาผูกม้าไว้ราวกับรู้ตำแหน่งนั้นตั้งแต่ต้น “ทางนี้ใช่ไหม?”

เขามองแผ่นหลังเล็กท่ามกลางแสงเช้าชัด ๆ บรรยากาศรอบตัวเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด ความเหนื่อยจากคืนทั้งคืนเหมือนคลายลงนิดหนึ่ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไม แต่กลับรู้สึก...โล่งในอกอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน

ม้าตัวใหญ่ก้าวอย่างเชื่องช้าไปตามแนวป่าที่ถูกหมอกบางคลุมไว้ รุ่งอรุณเริ่มแทรกผ่านกิ่งไม้เป็นเส้นแสงสีเงินจาง ๆ กลิ่นดินเปียกหลังฝนตกยังคงข้นแน่นในอากาศ เสียงเกือกม้ากระทบดินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวเสียงหายใจของผืนป่า

อวี้เซียนนั่งอยู่ด้านหน้าคนขี่อย่างสงบนิ่ง หลังตรงไม่เอนพิงคนด้านหลังแม้แต่น้อย ใบหน้าเล็กนิ่งค้างทว่าศีรษะเริ่มเอนลงต่ำ ดวงตาปิดราวคนที่หมดแรงจะฝืนสู้กับอะไรอีกต่อไปแล้ว ลมหายใจของนางเบาและเป็นจังหวะยาวขึ้น...

ไป๋เจี้ยนหงมองตรงไปข้างหน้า ทว่าความคิดกลับไม่หยุดไหววน เขาบอกตัวเองว่ากำลังพาสตรีที่เขาเกลียดชังกลับจวนเท่านั้น ไม่ได้คิดอย่างอื่น ไม่จำเป็นต้องรู้สึกอะไรเลย...

แต่เมื่อก้มหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนาง ภาพที่เห็นกลับรบกวนสายตาอย่างประหลาด  นางนั่งนิ่งแต่สั่นน้อย ๆ ตามจังหวะม้า เสื้อที่เคยเปียกฝนเมื่อคืนแห้งกรังจนแข็ง เส้นผมเปียกบางส่วนยังคงแนบแก้ม และที่หัวไหล่...เลือดแห้งกรังเป็นรอยคล้ำ บาดแผลที่เขาเห็นนางทำเมื่อคืนแม้จะพันไว้ดี ตอนนี้กลับมีรอยสีแดงซึมจาง ๆ

เขาขมวดคิ้วพลางเบือนสายตาหนี ...เรื่องของนาง...เขาไม่จำเป็นต้องยุ่ง เขาคิดในใจกล่อมตนเองเหมือนจะใช้เหตุผลตอกย้ำตัวเองให้คิดเช่นนั้น

แต่ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงราวมีอะไรบางอย่างดันให้เขาเบนกลับไปมองอีกครั้ง

อวี้เซียนเอนไหล่ขวาเล็กน้อยเพราะจังหวะม้าที่เปลี่ยนไป ท่านั้นทำให้เขาเกือบยื่นมือประคองแต่ก็ชะงักไว้กลางอากาศเพราะนางขยับตัวกลับได้เองและกลับสู่นิทราอีกครั้งเอง

“...หนาว...”

เสียงนั้นแผ่วจนเกือบกลืนไปกับลมที่พัดผ่านแต่กลับดังชัดในหัวของเขา เหมือนมีมือบางอย่างบีบแน่นหัวใจแน่นอีกคราอย่างทรมาน

ไป๋เจี้ยนหงเม้มปาก ขบกรามแน่นชั่วอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจเงียบ ๆ แล้วขยับมือข้างหนึ่งดึงร่างที่นั่งเซมาทางตนเบา ๆ อวี้เซียนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตื่นเต็มตาปล่อยกายเอนพิงเขา

เขาปล่อยให้ร่างนั้นพิงอกตน มืออีกข้างค่อย ๆ ดึงชายเสื้อคลุมของตัวเองขึ้นคลุมให้นาง ความอบอุ่นจากกายทั้งสองแทรกผ่านเนื้อผ้า ความชื้นจากฝนที่ยังหลงเหลืออยู่ถูกแทนด้วยไอร้อนอ่อน ๆ จากลมหายใจของเขาและความอุ่นของกายแกร่ง

ไม่มีคำพูด ไม่มีคำถาม มีเพียงเสียงฝีเท้าม้ากับลมหายใจสองจังหวะที่สอดประสานกันในความเงียบช้า ๆ

สายตาเขาอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างที่เกือบถูกกลบด้วยอคติเริ่มดิ้นรนขึ้นมาทีละน้อย...

เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามพวกเขาออกมาจากป่ากันแล้ว แผ่นหลังที่เคยเอนพิงเขาเมื่อครู่ค่อย ๆ ยืดตรงขึ้น เสียงลมหายใจของนางกลับมามีชีวิตชีวาขึ้น นั่นเป็นสัญญาณว่าอวี้เซียนตื่นแล้ว

“พวกโจรที่ลักพาตัวพวกเจ้า...ถูกพบเป็นศพหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน”

เสียงนางดังขึ้นเบา ๆ ราวกับเอ่ยคุยกับตนเอง “อืม นั่นแสดงว่าคนที่จ้างพวกมันมามีจุดประสงค์ซ่อนเร้นใหญ่กว่าที่คิด...”

ไป๋เจี้ยนหงเหลือบตามองเล็กน้อย ความสงบในน้ำเสียงนั้นกลับทำให้รู้สึกขัดใจ “เจ้าไม่แปลกใจเลยหรือ?”

อวี้เซียนหยักยิ้มเล็กน้อย ดวงตานิ่งสงบจนยากจะอ่านมองไปข้างหน้าก่อนพูดราวเป็นเรื่องธรรมดา

“...ท่านคงกำลังคิดว่า ข้านี่แหละเป็นคนสั่งฆ่าพวกนั้นสินะ”

เจี้ยนหงชะงักทันใด แวบแรกเขาคิดจริงแต่ก็ไม่ได้สรุปว่านางจะทำเช่นนั้น ทว่าพอถูกนางอ่านความคิดออกมุมปากก็กระตุกเล็กน้อย ความเงียบแผ่ขยายจนแม้แต่เสียงใบไม้นั้นยังได้ยินชัดเจน

“หากเจ้าไม่ได้ทำก็บอกว่าไม่ได้ทำ ไม่เห็นต้องประชมข้าเลย”

“ข้าพูดไม่พูดจะสำคัญอย่างไร ในเมื่อคนเรามักตัดสินผู้อื่นจากสิ่งที่ตนก่อนจะสืบหาอยู่แล้ว ข้าชินแล้วกับสายตาเช่นนั้น...”

คำพูดนั้นiบเรียบแต่กลับทิ้งรอยในใจเขาอย่างน่าประหลาด ไป๋เจี้ยนหงเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของนางอีกครั้ง  แววตาที่ไม่หลบหนี ไม่ขอความเข้าใจใด ๆ ริมฝีปากเขาขยับแต่กลับไม่เอ่ยอะไรออกมา

เสียงฝีเท้าม้าดังสลับกับเสียงลมผ่านกิ่งไม้ ความเงียบที่ยืดยาวนั้นกลับไม่อึดอัด มีเพียงบางสิ่งที่ทั้งคู่ไม่ยอมพูดออกมา

เมื่อทิวทัศน์จากป่ากลายเป็นเส้นทางสู่เมืองหลวง อวี้เซียนก็เปิดปากเอ่ยอีกครั้ง

“พอใกล้ถึงหน้าประตูเมือง... เราควรแยกกัน ข้าไม่อยากให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าข้าขี่ม้ากลับเมืองมากับท่าน”

ไป๋เจี้ยนหงปรายตามอง ริมฝีปากขยับน้อย ๆ ราวจะยิ้มหรือไม่ยิ้ม “แล้วเจ้าจะกลับเองอย่างไร?”

“ขอเงินสักสองตำลึง ข้าจะจ้างรถม้ารับจ้างกลับเอง”

เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะควักถุงเงินส่งให้โดยไม่พูดอะไร ปลายนิ้วเย็นของนางแตะผ่านหลังมือเขาเพียงวูบเดียวแต่กลับทิ้งรอยอุ่นประหลาดที่เขาไม่เข้าใจ

ก่อนจะรับถุงเงินอวี้เซียนก็พูดบอกเขาราวเล่าเรื่องธรรมดา

“พวกโจรนั้น...ข้าคิดว่าถูกใครบางคนจ้างมาอย่างมีจุดประสงค์ไม่ดีต่อทั้งตระกูลหลินและตระกูลไป๋ ไม่ใช่แค่เพื่อทรัพย์สินแน่ ๆ”

ดวงตาคมของเขาหันมาสบตรง “เจ้ารู้อะไรอีกบอกข้ามา”

อวี้เซียนยิ้มบางแฝงความลึกลับ “ข้าเหนื่อยแล้ว...ไว้เมื่อถึงเวลา หากท่านอยากรู้ก็จงมาถามข้าอีกทีแล้วกัน”

นางพูดจบก็ลาจากเขา ขยับชายผ้าคลุมที่เปื้อนดินให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย แล้วหมุนตัวเดินจากไปไม่หันกลับมองอีก...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
ped2563ped
อ่านไปร้องไห้ไป...รันทดแท้..แง้ๆๆๆๆ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 3

    บทพิเศษ 3สายลมหนาวพัดแทรกกลิ่นดินเข้าสู่โพรงจมูก หลินเจิ้งหลิงขยับปกเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น พลางก้าวผ่านตลาดชายแดนที่อึกทึกด้วยเสียงเรียกลูกค้าและเสียงตีเหล็กจากช่างตีดาบ กลิ่นขนมอบและควันไม้ลอยคลุ้ง เขาเดินช้า ๆ เหมือนคนไม่รู้จุดหมาย“ใต้เท้าหลิน ช่วงนี้ดูซูบไปมากนะขอรับ” สหายข้างกายเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจเจิ้งหลิงยกมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มแผ่วจนแทบมองไม่เห็น “อาหารที่นี่มันยังไม่คุ้นปาก...ข้ากำลังปรับตัวน่ะ” เสียงของเขาแห้งไร้อารมณ์เหมือนคนพูดกับลมขณะสายตาเหม่อลอยผ่านผู้คน กลับสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งในหมู่ฝูงชน หญิงสาวในชุดผ้าสีอ่อนกำลังเลือกผลไม้ ท่วงท่าเรียบง่ายนั้นกลับแทงเข้ามาในหัวใจ การเอียงหน้าฟังพ่อค้าด้วยแววตาจริงจัง รอยยิ้มที่เหมือนแสงแดดยามสาย... คล้ายเหลือเกินกับใครบางคนที่เขาเฝ้าคะนึงถึงทุกค่ำคืน“อวี้เซียน...” เสียงนั้นหลุดจากปากโดยไม่รู้ตัวขาเขาเริ่มขยับก่อนสมองจะสั่ง วิ่งฝ่าเสียงผู้คนที่บ่นด่าตามหลังไป มือเหยียดออกตรงหน้า ราวกับระยะเพียงแค่คืบจะกลายเป็นคำขอโทษที่รอมานาน แต่เมื่อหญิงสาวหันกลับมา ใบหน้านั้นไม่ใช่เพียงวินาทีนั้น อากาศรอบตัวเหมือนหยุดไหล เขาถอนมือช้า ๆ ปลา

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 2 nc

    บทพิเศษ 2 ncมือเล็กที่วางอยู่บนอกเขาเริ่มขยับเบา ๆ นิ้วเรียวลากไล้วนอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับกำลังวาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าสีเข้มที่ขวางกั้นความร้อนใต้ผิวกายเจี้ยนหงสะดุ้งทุกคราทุกจุดที่นางแตะผ่าน...อวี้เซียนเลิกคิ้วมองเขา ขณะมือข้างหนึ่งเลื่อนไปที่สายคาดเอวของเขา ช้า ๆ และคลายมันออกเจี้ยนหงปรายตามองการกระทำนั้น ไม่เอ่ยห้ามหรือขยับตัวหลบ ใบหน้าเขานิ่งแต่ดวงตาแฝงเงาร้อน ลึกล้ำและหนักกว่าเสียงหอบหายใจยามนี้เสียอีก“เจ้ามีอารมณ์เร็วเกินไปนะข้ายังไม่ทันทำอันใดเลย”นางกระซิบหลังปลดสายคาดเอวของเขาออกหมด เขาตอบสนองนางเพียงยกมือขึ้น ลูบเบา ๆ ตรงบั้นเอวนาง ไล้นิ้วไปมาอย่างซุกซนจนเจ้าของร่างขนลุกวาบอวี้เซียนหยุดมือกดนิ้วลงเบา ๆ บนอกเขา “อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวนี้ ข้าบอกแล้วนี่ว่าข้าง้อเจ้าเอง...”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ยอมว่านอนสอนง่าย นอนนิ่งตามคำขอ ปล่อยให้นางควบคุมทุกจังหวะอวี้เซียนโน้มตัวลง ริมฝีปากแตะข้างแก้มเขาเบา ๆ แล้วเลื่อนช้า ๆ มาหยุดที่ปลายคาง ก่อนถอนหายใจแผ่ว “เราห่างเรื่องพวกนี้กันนานแค่ไหนแล้วนะ…”เขาไม่ได้ตอบอะไรแต่กลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบยามนึกถึงคืนคราสุดท้ายก็ตอนที่เขาถูกพิษกำหนัดเข้าค

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทพิเศษ 1

    บทพิเศษ 1แสงยามบ่ายอ่อนรินจากฟ้าเหนือเมืองเล็ก กลิ่นชาและเสียงคนหัวเราะจากโรงเตี๊ยมชั้นหนึ่งกำจายอยู่ในอากาศ อวี้เซียนในชุดบุรุษสีน้ำเงินเข้ม คาดผ้าสีครามที่หน้าผาก ผมมัดรวบสูงอย่างเรียบง่าย ดวงหน้าละอ่อนนั้นดูสะอาดสะอ้านจนเถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังเหลียวมองสองครั้งนางวางห่อสัมภาระลงบนโต๊ะไม้ข้างประตู เจี้ยนหงเดินไปต่อรองราคากับเถ้าแก่ด้านหน้า ส่วนตนก็ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบาย“คุณชายเดินทางมาคนเดียวหรือ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ ชายหนุ่มในชุดดำพกกระบี่พาดบ่า รอยยิ้มของเขาดูเจนประสงการณ์แต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย “หน้าตาอย่างท่าน...จะว่าเป็นบัณฑิตก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นมือสังหารก็ยังดูอ่อนโยนไป จะบอกว่าเป็นชาวยุทธภพก็ดูมือใหม่นัก”อวี้เซียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมสะท้อนแสงแดดลอดหน้าต่าง “ข้าเป็นชาวยุทธนั่นล่ะ ข้าเพิ่งรู้นะว่าชาวยุทธมีใหม่มีเก่าด้วย”“ก็ไม่ขนาดนั้น เพียงแต่เจ้าดูสะอาดสะอ้านเกินไปก็เท่านั้น” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วรินชาใส่ถ้วยอีกใบเลื่อนไปให้นางอย่างเป็นมิตร “เดินทางเดียวดายมิควรยิ่ง มิสู้ร่วมทางกับข้า--”นางรับถ้วยมารีบตัดบททันใด “แน่นอนว่าข้ามีสหายร่วมทาง”คำตอบยังไม่ทันจบดี เสียงก้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายโรงเตี๊ยมกลางเมืองยังพลุกพล่านเช่นทุกวัน กลิ่นเหล้าและควันกำยานหอมคลุ้งเหนือศีรษะ เสียงถ้วยกระทบโต๊ะสลับเสียงหัวเราะ แต่ท่ามกลางความครึกครื้นนั้น มีบทสนทนาหนึ่งที่ค่อย ๆ ดึงความสนใจของผู้คนรอบข้างให้เงียบลงฟัง“ได้ยินหรือยัง...เรื่องคุณหนูรองตระกูลหลินนั่นน่ะ”ชายวัยกลางคนในชุดพ่อค้าเอนตัวกระซิบกับสหาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคันปากอยากคุย“ใครจะไม่รู้เล่า” อีกคนตอบ พลางเทเหล้าลงจอก เสียงเหลวใสไหลกระทบขอบถ้วยเบา ๆ “นางที่แทงอกตายกลางงานวันเกิดไทเฮาใช่ไหม ข้าอยู่ในเมืองหลวงมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อน”หญิงสาวโต๊ะข้าง ๆ หันมาปรายตาพูดอย่างอคติ “ถึงอย่างไรก็เป็นการลบหลู่เบื้องสูง วันสำคัญของไทเฮาแท้ ๆ ใครทำแบบนั้น...สมควรแล้วที่จะตายไป”ชายหนุ่มในชุดคุณชายอีกโต๊ะหนึ่งหัวเราะแผ่วก่อนเอ่ยค้าน“แต่ก็มีคนพูดนะว่านางทำไปทั้งหมดเพียงอยากพิสูจน์ความจริง ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า...บางทีสิ่งที่นางทำอาจน่ายกย่องเทียบเท่าทหารไปออกศึกก็ได้”โต๊ะรอบ ๆ เงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนเสียงกระซิบเริ่มไหลวนอีกครั้ง“ว่าแต่คุณชายรองตระกูลไป๋...เขาถูกปลดจากสำนักตรวจการจริงหรือ?”“ปลดอะไร ข้าได้

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง

    บทที่ 24 ขอใช้ชีวิตพิสูจน์ความจริง อากาศในลานหนักอึ้งทันใด ฮ่องเต้ที่เงียบและไร้ความสนใจมาตลอดงานกลับมานั่งตัวตรง สายพระเนตรของพระองค์เป็นเงามืดที่เคลื่อนช้าราวคลื่นน้ำลึก น้ำชาบนโต๊ะสั่นระริก จากเรื่องราวของความอยุติธรรมของนกตัวหนึ่งไฉนกลายเป็นการเปิดเผยเรื่องราวของสำนักตรวจการในตำนานไปอย่างไม่มีใครคาดคิดเสียได้ นางเปิดเผยความจริงว่าบัดนี้ฮ่องเต้แคว้นกำลังฟื้นคืนสำนักตรวจการในอำนาจมาเพื่อควบคุมเหล่าขุนนาง นั่นเท่ากับว่าอวี้เซียนปิดทางมีชีวิตของตนเองแล้วเช่นกัน อวี้เซียนก้มศีรษะช้า ๆ ดวงตาเงียบสงบราวกับว่านางไม่ได้กำลังลบหลู่ผู้มีอำนาจมากที่สุดในแคว้นอยู่ “และแล้วนกน้อยตัวนั้นก็ตายลงท่ามกลางความอยุติธรรม... นี่คือเรื่องของนกน้อยตัวหนึ่งเพคะไทเฮา” คำพูดจบนานแล้วแต่หลายคนเหมือนยังอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นไม่ออกมา เรื่องราวของนกตัวนั้นเข้าไปแตะหัวใจของนางอย่างตั้งใจ เพราะชีวิตนางกำนัลต่ำต้อนก็ถูกอำนาจกดข่มเช่นกันเพียงแต่นางมีจุดจบคือผู้ชนะเท่านั้น ลานพิธีที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงสรวลกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจสะท้อนกลับจากผนังหินเย็น ไทเฮาเอนพระวรกายไปข้างหน้า พระเนตรคม

  • มาเฟียสาวทะลุมิติเป็นนางร้ายในนิยายจบแล้ว   บทที่ 23 เรื่องราวของนกตัวหนึ่ง

    บทที่ 23เรื่องราวของนกตัวหนึ่งเสียงฆ้องประกาศเริ่มพิธีดังก้องกังวานทั่วลาน พระราชวังใหญ่แต่งแต้มด้วยแพรผ้าและโคมแดงอ่อนแสดงความเป็นสิริมงคลอวี้เซียนเดินเคียงไป๋เจี้ยนหง ก้าวเท้าอย่างสงบ พื้นหินเย็นเฉียบสะท้อนเสียงส้นรองเท้ากระทบดังแผ่วในโถงกว้าง นางไม่พูด ไม่แสดงสีหน้า อารมณ์ในใจนิ่งเรียบเหมือนผืนน้ำที่ไม่อาจมองเห็นความลึกขณะผ่านคนคุ้นเคยจากตระกูลหลินเสียงคุ้นหูดังขึ้น “เจ้ากล้าทักทายข้าได้คงไม่สำนึกเรื่องที่เจ้าทำลายอนาคตของน้องสาวเจ้าสินะ”อวี้เซียนหันไปพบสายตาแข็งกร้าวของหลินเจิ้งหาว ดวงหน้าเงยขึ้นเล็กน้อย “บิดาก็เช่นกัน ยังรักษาหน้าได้ดีไม่น้อย ตอนข้าท่านก็ตัดได้อย่างง่ายดาย พอเป็นน้องสี่ก็ถูกท่านจับแต่งไปเป็นนางบำเรอเพื่อความก้าวหน้าท่านอีก ช่างใจกล้าไม่เปลี่ยน...”อีกฝ่ายชักสีหน้าทันใด “เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ!?”เจี้ยนหงที่ยืนข้าง ๆ ขยับเล็กน้อย แต่ไม่พูดเพราะถูกอวี้เซียนรั้งไว้ ก่อนนางจากไปก็ไม่ลืมอวยพร“ขอให้ตระกูลหลินรุ่งเรืองดังปณิธานท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ”นางเดินผ่านไปโดยไม่หันกลับ รอยยิ้มจางไปกับเสียงฝีเท้าในลาน บิดาที่เคยยืนตระหง่านในสายตาเด็กหญิง...บัดนี้เหลือเพียงเศษเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status