Masuk“เบรกทำไมวะเนี่ย....ขับรถภาษาอะไรของแกวะ” หยางอี้ที่เผลอหลับไปก็พูดบ่นออกมา ก่อนจะลืมตาตื่นแล้วมองอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อซูหานกำลังต่อสู้กับคนขับรถอยู่
“ลงจากรถก่อนครับนาย...ไอ้นี่มันจะมาฆ่าเรา...คนของเราอยู่ข้างหลัง..” ซูหานบอกเจ้านายของเขา แล้วเขาก็ล็อคแขนของชายคนนี้ไว้แล้วเอามือตีที่ไหล่อย่างแรงเพื่อตัดกำลัง “อ่อ...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็รนรานแล้วเขาก็รีบปลดล็อคแล้วเปิดประตูลงจากรถทันที “แกร้ง! เห้ย...มันยิงฉันทำไมวะ...” หยางอี้เปิดประตูแล้วปืนจากด้านหลังก็รัวยิงเข้ามาทันที จนเขาเอาขาขึ้นรถแทบไม่ทัน เพราะพวกมันยังใช้ปืนเก็บเสียงทำให้เขาตั้งตัวไม่ทันเลย “ปึก ปึก...เพราะคนของแกโดนพวกฉันจัดการแล้วไงวะ....วันนี้แกสองคนไม่รอดหรอก ผั้วะ...แกไปก่อนเจ้านายของแกละกัน...ปึก...ผั้วะ!...” ลูกน้องของอาจ้าวพูดไปแล้วก็ต่อยหน้าของลูกน้องหยางอี้ไปจนสลบ แล้วก็เอาปืนที่เก็บเสียงแล้วมาจ่อยิง “ซูหาน...ปึก...กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของฉันวะ...พรึบ...ฉันไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้นโว้ย..ปึก....ผั้วะ....ผั้วะ...ผั้วะ....” หยางอี้เห็นคนร้ายเอาปืนจ่อใส่ซูหานที่นอนสลบไป เขาก็เอาลุกเอามือล็อคคอของคนร้ายไว้ แล้วเขาก็เอามือทุบตีรัวๆจนหน้าของคนร้ายเต็มไปด้วยเลือด แล้วสลบไป จากนั้นหยางอี้ก็เอาปืนของคนร้ายมามาแล้วเขาก็มองไปที่กระจกด้านหลังก็เห็นรถของลูกน้องที่ตามมามีคนเอาปืนจ่อยิงเขาอยู่ เขาก็รู้ทันทีว่าลูกน้องที่เหลือคงถูกคนร้ายจัดการหมดแล้ว เขาจึงขยับตัวไปดูซูหานลูกน้องของเขาทันที “ซูหาน..ซูหาน...โธ่โว้ย..ทำไมแกมันอ่อนแบบนี้วะเนี่ย...ฉันให้แกมาปกป้องฉันนะโว้ย ไม่ใช่ฉันมาปกป้องแก..” หยางอี้เอามือตีหน้าซูหานเบาๆแต่ซูหานก็ไม่มีการตอบสนองเลย เขาก็บ่นออกมาแล้วเขาก็รีบเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้ออกมา ก่อนจะกดโทรหาชยุททันที “ฮัลโหล...ว่าไงวะ...” ชยุทที่นั่งรถกลับบ้านก็รับสายเพื่อนด้วยเสียงอ่อน “ชยุท...ฉันถูกลอบทำร้าย แกมาช่วยฉันหน่อย..ตอนนี้ฉันถูกพวกมันล้อมไว้” หยางอี้บอกไปแล้วเขาก็มองดูรอบๆก็คิดว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย “อะไรนะ...แกถูกลอบทำร้ายเหรอวะ...แกรีบส่งโลเคชั่นของแกมาเลย เดี๋ยวฉันจะตามไปช่วยแกเดี๋ยวนี้แหละ..” ชยุทที่มึนเมาอยู่พอได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตาตื่นตะลึงทันที ก่อนจะรีบบอกเพื่อนไปแบบร้อนรน “อืม....รีบมานะโว้ย ไม่งั้นฉันตายแน่...มันมากันตั้งสิบกว่าคนเลยว่ะ...” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายแล้วเขาก็รีบกดแชร์โลเคชั้นให้ชยุทแล้วเขาก็ดูไปรอบๆตัวเขาอย่างระมัดระวัง ด้านอาจ้าวที่ยืนดูอยู่ด้านนอกพอเห็นรถไม่ขยับแล้วเงียบไปก็เอาฝืนจ่อแล้วมองอย่างพิจารณา..เขาก็ทำมือให้ลูกน้องคนอื่นเข้าไปดู ส่วนหยางอี้ที่มองผ่านกระจกก็เห็นคนร้ายค่อยๆเดินมาหาเขา เขาก็มองแล้วพิจารณาเลยว่าเขาจะยิ่งใครก่อน เขาก็เอามือเปิดประตูรถฝั่งขวาเบาๆ แล้วเขาก็ขยับตัวไปที่เบาะข้างซ้ายแล้วก็เปิดประตูเบาๆเช่นกัน แล้วเขาก็เอาเท้าข้างหนึ่งเตรียมตัวยันประตูฝั่งขวาเอาไว้ พอคนร้ายเข้ามาได้ตำแหน่งที่เขายิ่งได้ เขาก็เอาเท้าถีบประตูทางขวาจนมันอ้าออก แล้วเขาก็ยื่นตัวออกมาทางประตูด้านซ้ายแล้วก็ยิงคนร้ายที่เดินมาทันที “ปัง....ปัง....ปัง....ปัง...” อาจ้าวและลูกน้องก็พากันรัวยิงประตูที่เปิดออกมาทางด้านขวา ก็ไม่ได้สังเกตุเห็นทำให้ลูกน้องที่กำลังเดินเข้าไปที่รถถูกหยางอี้ยิงจนล้มลงกับพื้นไปห้าคน “โธ่โว้ย...ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะรอดน้ำมือของฉันไปได้...ปัง ปัง ปัง...” อาจ้าวพูดอย่างโมโหก็รัวยิงฝั่งซ้ายไปจนประตูปิด แล้วทางขวาก็ถูกดึงปิดเช่นกัน เขาก็มองดูอย่างจดจ้อง ด้านหยางอี้ที่กำจัดคนร้ายไปได้หลายคนก็พอจะใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ที่เหลืออยู่มันก็หลายคนเขาคิดว่าถ้าเขายังอยู่ในรถแบบนี้ต้องเป็นเป้าแน่ๆ ซูหานที่สลบไปอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย “เฮ้อ....เอาวะ ดีกว่ารอความตายอยู่ตรงนี้...” หยางอี้พูดไปก็เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเอาเท้ายันคนขับที่สลบออกไปอย่างแรง แล้วฝีนก็รัวใส่จนเขาเอื้อมมือปิดประตูไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจขับรถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จนประตูมันกระแทกกลับปิดของมันเอง หยางอี้ก็ขับตรงไปตามทางที่มืดตรงหน้าแบบเอาตัวรอด เพราะตอนนี้เขาถอยกลับไปไม่ได้แล้ว “เห้ย ตามมันไปเร็วเข้า...อย่าให้มันรอดไปได้...” อาจ้าวก็สั่งลูกน้องแล้วเขาก็กลับไปขึ้นรถแล้วก็ขับตามรถของหยางอี้ไป หยางอี้ก็เหยียบรถเร็วมากจนเขาเห็นรถของพวกนั้นตามมาแบบห่างอยู่พอสมควร เขาก็รีบเลี้ยวเขาไปหาทางที่มีแสงไฟ เพราะนั่นจะเป็นทางที่ปลอดภัยสำหรับเขาและลูกน้อง “เอาไงดีวะเนี่ย....” หยางอี้พูดไปก็ขับเลี้ยวไปตามทางที่ซอกแทรกเพื่อจะให้พวกนั้นตามไม่ทัน และมันก็ถือเป็นโชคดีของเขาที่ขับออกมาเจอหมู่บ้านพอดี เขาก็มองหาซอยแคบที่เขาพอจะหลบได้ แล้วเลี้ยวเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ซูหาน...ฉันคงต้องเอาแกทิ้งไว้ที่นี่ก่อน..ขืนให้แกไปกับฉัน แกไม่รอดแน่..” หยางอี้พูดไป เพราะซูหานโตมากับเขา มันก็เป็นเหมือนน้องคนหนึ่ง ดังนั้นเขาจะปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเขาไม่ได้ หยางอี้จึงจอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่มีพุ่มไม้รกร้างแล้วมีถังขยะตั้งสี่ห้าอัน เขาก็รีบลงจากรถแล้วเปิดประตูเอาตัวซูหานลงจากรถแล้วพยุงตัวไปนั่งพิงที่กำแพง “เดี๋ยวชยุทมันจะตามมาช่วยแกเอง..ถ้าฉันโชคดีหวังว่าเราจะกลับมาเจอกันอีกนะ...” หยางอี้เอาโทรศัพท์ของเขายัดใส่เสื้อของซูหานไว้ แล้วเขาก็เอาเอาเท้ายันถังขยะมาปกปิดซูหานเอาไว้ จากนั้นเขาก็กลับไปเปิดประตูรถ “เห้ย มันอยู่ตรงนั้น....ปัง...ปัง...” เสียงของคนร้ายพูดแล้วก็เสียงปืนที่โดนประตูดังขึ้น หยางอี้หันไปมองแบบตกใจเพราะไม่คิดว่ามันจะตามมาเจอเร็วขนาดนี้ หยางอี้ก็รีบขึ้นรถทันที แต่ในจังหวะนั้นกระสุนปืนก็พุ่งเขามาที่ท้องของเขา “...โอ้ย....แม่งเอ้ย...” หยางอี้ร้องออกมาแล้วนั่งในรถด้วยสีหน้าเจ็บแสบ เขาก็รีบเอามือกอดแผลที่โดนยิงไว้ แล้วเขาก็มองไปทางซูหานแล้วก็เหยียบคันเร่งออกไปทันที เพราะต้องล่อให้พวกมันตามเขาไป จะให้พวกมันหยุดรถตรงนี้ไม่ได้ หยางอี้ก็พยายามขับรถหนีแบบสุดชีวิต เขาก็พยายามที่จะออกจากหมู่บ้านนี้เพื่อให้พวกมันออกมาไกลซูหานให้มากที่สุด เขาก็เลี้ยวไปเลี้ยวมามาเจอกับรถของพวกมัน แล้วมันก็ขับรถมาชนของเขาอย่างแรง... “ปัง!....” เสียงรถชนกันดั่งสนั่นแล้วรถของหยางอี้ก็ตกข้างทางไป พร้อมกับตัวเขาที่ปลิวออกมาจากตัวรถเพราะประตูมันถูกยิ่งจนปิดไม่สนิท ทำให้ไม่สามารถรั้งตัวเขาอยู่ในรถได้ หยางอี้ที่นอนอยู่ไม่ไกลก็เห็นไฟที่รถลุกท่วมขึ้นมา เขาก็เอาปืนจ่อยิงตรงถังน้ำมันแบบตั้งใจ เพราะแบบนี้เขาถึงจะมีโอกาสรอดจากพวกมันไปได้ “ปัง....ตุ้ม....” เสียงรถระเบิดแล้วไฟก็ลุกโชนขึ้นมาเผาไหม้รถทั้งคันลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ฝ้ายก็มองชยุตแบบช่างใจ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่แย่สำหรับเธอ บางทีเธออาจจะลองศึกษาเรียนรู้เขาแบบที่ทุกคนแนะนำได้ หากมีสัญญาหย่าแบบนั้นเธอก็กล้าที่จะลอง“ถ้าคุณทำสัญญาแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะลองดูค่ะ...” ฝ้ายบอกไปแบบยอมๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจให้เธอเห็น“คุณพูดจริงๆเหรอฝ้าย คุณตกลงจริงๆใช่ไหม” ชยุตก็รีบเข้าไปจับมือฝ้ายแล้วถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ“ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำตัวไม่ดีฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ” ฝ้ายก็พยักหน้าบอกเขาแล้วพูดเตือนเขาไป“ผมจะทำตัวดีแน่นอน ผมไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่ให้โอกาสผม....พรึบ...ขอบคุณนะฝ้าย...ขอบคุณจริงๆ” ชยุตบอกเธอแล้วดึงเข้าไปกอดอย่างรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยเธอก็ยังใจอ่อนให้เขา“ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะที่รับผิดชอบฉันกับลูก หวังว่าเราสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยดีนะคะคุณชยุต” ฝ้ายก็เอามือลูบหลังของเขาแล้วพูดบอกไปอย่างที่ใจหวัง“ผมจะทำให้ดีที่สุด...” ชยุตก็ตอบฝ้ายอย่างดีใจ เขาก็โอบกอดเธอแน่นเลย“เข้าใจกันสักทีนะ เราสองคนก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วที่รัก...” หยางอี้เข้าไปหาลินดาแล้วพูดอย่างดีใจเช่นกัน“ใช่ค่ะ ลงเอยกันได้แบบนี้ฉันก็ดีใจค่ะ” ลินดาก็ยิ้มให้สามีแล้วรู้สึกยินดีกั
“ก็มาตั้งแต่ที่คุณคุยกับพี่ลู่หลิงแล้ว คุณท้องลูกของผม คุณไม่คิดจะบอกผมยังไม่พอ คุณตั้งใจจะปิดบังผมอีก คุณนี่มันใจร้ายมากเลยนะฝ้าย” ชยุตก็ต่อว่าฝ้ายอย่างไม่พอใจที่เธอปิดบังเขา“คุณจะมาว่าฉันใจร้ายได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณไม่ต้องตั้งใจให้เด็กคนนี้เกิดมาสักหน่อย คุณก็ไม่สมควรที่จะรู้” ฝ้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ยอม“ถึงผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็ไม่คิดที่จะทิ้งลูกของตัวเองหรอกนะฝ้าย ผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเด็กคนนี้ แล้วก็คุณ” ชยุตบอกไปแล้วมองฝ้ายแบบจดจ้อง“แต่ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วฉันก็ดูแลลูกของฉันเองได้ค่ะ คุณคิดซะว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้ก็แล้วกันค่ะ” ฝ้ายตอบเขาไปแล้วหลบสายตา เพราะเธอไม่ได้อยากจะเอาลูกมาบีบให้เขารับผิดชอบเธอไปด้วย“ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง ลูกของผมทั้งคนนะ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของผมไปตกระกำลำบากแน่ ยังไงผมก็จะไม่ปล่อยลูกของผมไป” ชยุตพูดแบบมาดมั่น“ถ้าคุณอยากจะมีลูกขนาดนั้น ก็ไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องสิคะ มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณนะคะ จะมาแย่งลูกกับฉันทำไม” ฝ้ายก็พูดประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“ผมไม่ได้อยากจะมีลูกกับใคร และผมก็ไม่ได้ใจง่ายทำผู้หญิง
เช้าวันต่อมา...บีมก็ออกเวรที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาถึงบ้านก็เจ็ดโมงครึ่งแล้ว เขาก็เห็นว่าแฟนของเขายังไม่ลงมา เขาก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารให้เธอไปกินที่ทำงานตอนเที่ยง“กลิ่นหอมๆอะไรคะเนี่ย หอมไปถึงข้างบนเลย....กลับมาเหนื่อยๆทำไมไม่ขึ้นไปพักล่ะคะ มาทำอาหารอีกทำไมคะ หนูอุ่นอาหารที่พี่ทำไว้เมื่อวานกินก็ได้
สองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้ “หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป“แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...“ผมทำแผลให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้ฉีดมอร์ฟีนระงับการแก้ปวดให้แล้ว และฤทธิ์ของยาชายังมีผลอยู่ ดังนั้นควรจะรีบพาคุณหยางอี้ไปรักษาที่โรงพยาบาลครับ...เพราะต้องรับยาฆ่าเชื้อทุกๆหกชั่วโมงครับ ไม่อย่างนั้นแผลอาจจะติดเชื้อได้ และมันจะเป็นอันตรายสำคัญคุณ” หมอบอกไปเพราะผ่าตัดแบบนี้มัน
“โอ๊ย....คุณมองแผลผมด้วยสิ....อื้อ...ผมเจ็บนะคุณ...” หยางอี้ร้องออกมาแล้วบอกเธอให้มองมือที่ทำแผลให้เขา ไม่ใช่มองไปทางอื่นแบบนั้น “อ่อ..ฉันขอโทษ...ฉัน..อ่อ...ฉันเห็นแผลคุณแล้วฉันกลัวนิ...คุณเอามือกอดผ้านี้ไว้เองละกัน จะได้ไม่เจ็บ..” ลินดาบอกเขาไปก็จับมือของเขามาวางลงบนผ้าที่เธอกดปิดแผลของเขา“อืม..







