Masukหยางอี้ก็พยายามลุกขยับตัวมาหลบที่พุ่มหญ้าอย่างฮึดสู้สุดๆ เพราะแผลที่ถูกยิงก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว พอเจอแรงกระแทกตอนปลิวออกจากรถอีก ดีนะที่เขายังพอมีแรงอยู่ ไม่งั้นเขาตายแน่
อาจ้าวลงจากรถมาดูแล้วยิ้มมุมปากออกมาแบบชอบใจ เพราะตอนนี้งานของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเอาโทรศัพท์มากดโทรหาเจ้านายของเขาทันที “ฮัลโหลคุณเจ๋อหรานครับ...ผมจัดการมันเรียบร้อยแล้วนะครับ...ตอนนี้มันถูกไฟครอกตายในรถเรียบร้อยแล้วครับ” อาจ้าวรายงานไปตามตรง “อืม...ดูให้แน่ใจว่ามันตายแล้วจริงๆ แล้วก็เก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้สาวมาถึงเราได้ ” เจ๋อหรานบอกไป “ครับ...เดี๋ยวก่อนคุณเจ๋อหราน อย่าพึ่งวางครับ เงินค่าจ้างผมขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม....ไอ้หยางอี้มันฆ่าคนของผมไปหลายคนเลย แล้วก็มีคนที่บาดเจ็บอยู่ ผมต้องการเงินเพิ่ม” อาจ้าวบอกไป “ฉันจะโอนเข้าบัญชีให้ ตอนนี้พวกนายรีบเก็บกวาดให้เรียบร้อยแล้วรีบออกจากไทยซะ” เจ๋อหรานบอกไป “ครับ ผมเก็บกวาดเสร็จแล้วจะรีบไปคืนนี้เลยครับ คุณเจ๋อหรานไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้สาวไปไม่ถึงคุณเจ๋อหรานกับนายใหญ่หรอกครับ” อาจ้าวบอกไปด้วยรอยยิ้ม ขณะมองไฟที่ลุกโชนตรงหน้า “อืม...แค่นี้แหละ แล้วถ้าไม่จำเป็นอย่าติดต่อฉันมาอีก ฉันจะติดต่อนายไปเอง” เจ๋อหรานพูดจบก็วางสายไปทันที “หึ....ได้เงินแล้วผมก็ไปใช้เงินน่ะสิ...เห้ย..ไปกันเถอะ” อาจ้าวพูดจบก็ยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็บอกพวกลูกน้องแล้วกลับไปขึ้นรถ แบบไม่สนใจที่จะดูต่อ เพราะรถไฟไหม้แบบนี้จะให้เก็บกวาดยังไหว มันคงไม่เหลือซากให้เขาเก็บกวาดแล้วล่ะ อาจ้าวจึงขับรถออกไปทันที ด้านหยางอี้ที่หลบอยู่ก็ได้ยินที่คนร้ายพูดกับคนในโทรศัพท์ทุกอย่าง และเขาก็ได้ยินชื่อของคนที่มันโทรไปรายงานแบบชัดเจนเลย เขาไม่คิดเลยว่าคนที่ส่งคนมาทำร้ายเขาคือเจ๋อหราน ลูกชายของหนานจูหลงผู้เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของเขา ดูเหมือนว่าการที่เขาต้องการถอนตัวออกจากธุรกิจผิดกฏหมายที่พ่อเขาทำร่วมกับหนานจูหลงไว้ จะกลายมาเป็นสาเหตุที่เขาถูกลอบฆ่าในวันนี้ ดูท่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองตระกูลจะถึงจุดสิ้นสุดลงแล้ว หยางอี้คิดไปแล้วก็พยายามลุกขึ้นมาแบบเจ็บๆ เขาก็มองไปรอบๆแล้วเห็นแสงไฟจากหมู่บ้านที่เขาขับรถหนีออกมา ซึ่งเขาได้ทิ้งซูหานไว้ที่นั่น และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าชยุทจะมาช่วยซูหานหรือยัง หยางอี้จึงเดินลัดเลาะข้างถนนกลับไปแบบระมัดระวัง เพราะกลัวว่าพวกคนร้ายจะกลับมาอีก เขาก็พยายามฝืนเอาตัวเองเดินไปแบบสู่สุดใจ แล้วตอนนี้เลือดที่หน้าท้องของเขาที่ถูกยิงมันก็ไหลออกมาจนเขาต้องกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด 22.30 น. หลังจากที่ลินดาทานข้าวกับฝ้ายและนิกเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถมาส่งนิกที่หอพัก แล้วก็ไปส่งฝ้ายที่หมู่บ้านจัดสรรที่เป็นทางผ่านไปบ้านของเธอ “ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ลินดา..ขับรถกลับบ้านดีๆนะคะพี่..” ฝ้ายเอ่ยขอบคุณแล้วโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม “อืม...เราเข้าบ้านเถอะ มันดึกแล้ว...ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ...บ้ายบาย..” ลินดาโบกมือให้แล้วพูดบอกไป จากนั้นเธอก็กดกระจกขึ้น แล้วก็ค่อยๆขับรถออกจากหมู่บ้านของฝ้าย แล้วเธอก็ใช้ทางลัดไปยังหมู่บ้านของเธอที่อยู่อีกฝั่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้เปลี่ยวมาก เพราะยังมีแสงไฟและบ้านคนอยู่ เธอก็ขับมาเรื่อยๆจนถึงทางเลี้ยวที่จะไปยังหมู่บ้านที่เธออยู่ เธอก็ร้องเพลงฮัมในรถไปแบบชิวๆแล้วก็เลี้ยวรถตามเส้นทางเข้าหมู่บ้าน แล้วอยู่ๆก็มีคนเดินมาตัดหน้ารถของเธอทำให้เธอมองด้วยความตกใจก่อนรีบเบรกรถทันที “เอี๊ยด!....อะไรน่ะ...ฉัน...ฉันชนคนเหรอ...” ลินดาเบรกรถแล้วมองด้านหน้าอย่างรนๆ เพราะเธอคิดว่าเธอน่าจะชนคนเข้าแล้ว ด้วยความตกใจเธอก็ลืมความปลอดภัยของตัวเอง รีบเปิดประตูรถลงไปดูด้านหน้ารถทันที ลินดาก็มองด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นผู้ชายนอนอยู่หน้ารถของเธอ พร้อมกับเสื้อสีขาวที่มีเลือดอยู่เต็มหน้าท้อง แถมสภาพใบหน้าของเขาก็เลอะเทอะไปหมด ลินดาก็รู้สึกหวาดกลัวมากเพราะเธอกลัวว่าเธอจะชนคนตาย “ช่วยผมด้วย...” เสียงของหยางอี้พูดออกมาเบาๆด้วยความเจ็บปวด เพราะเขาเดินมานานจนทนไม่ไหวแล้ว พอเห็นรถมาเขาจึงเดินเข้ามาหา โชคดีที่เธอไม่ได้ชนโดนเขาซ้ำไปอีก ไม่งั้นเขาคงตายแน่ๆ หยางอี้ก็มองดูผู้หญิงหน้าตาสวยตรงหน้าแบบจดจ้อง “คุณ...ฉันไม่ต้องตั้งใจนะ...คุณอย่าตายนะ...ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย...คุณอย่าเป็นอะไรนะ” ลินดาเข้าดูอาการของชายตรงหน้า แล้วเธอก็พูดบอกไปด้วยเสียงสั่น ก่อนจะพยายามค้นหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเธอออกมา “ไม่...ห้ามเรียกรถพยาบาล...ผมถูกยิงมา...ผมไปโรงพยาบาลไม่ได้” หยางอี้ยกมือที่เปื้อนเลือดของเขาไปจับมือเธอไว้แบบห้าม แล้วบอกไปตามตรง “ห้ะ ถะ..ถูกยิงเหรอ...คุณ..คุณไปทำอะไรผิดมาถึงถูกยิงมาแบบนี้...” พอได้ยินแบบนั้นลินดาก็ตกใจแล้วมองที่หน้าท้องของเขาทันที เธอก็ว่าอยู่ว่าเธอเบรกขนาดนี้ไม่น่าจะชนจนเขาเลือดตกหยางออกแบบนี้ได้ “ผมถูกคนลอบทำร้าย...ช่วยผม...แล้วผมจะตอบแทนคุณ...ผมสัญญา...” หยางอี้บอกไปด้วยสีหน้าจริงๆจัง และเขาก็หวังว่าเธอจะช่วยเขา “ฉันจะช่วยยังไงล่ะคุณ ฉันไม่ใช่หมอนะ..คุณถูกยิงมาแบบนี้แล้วฉันจะรักษาคุณได้ยังไงเล่า...ไปโรงพยาบาลเถอะคุณ..เลือดคุณออกขนาดนี้ ฉันกลัวคุณตายอ่ะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะเธอก็ไม่อยากให้ใครมาตายต่อหน้าต่อตาเธอแบบนี้ “พาผมไปที่ปลอดภัย แล้วผมจะให้คนของผมมารักษา...ได้โปรดช่วยผม...” หยางอี้บอกเธอไปเพราะเขาจะติดต่อเพื่อนของเขา ดังนั้นตอนนี้เขาแค่ต้องการที่ปลอดภัย “ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย ถ้าคุณเป็นโจรนี่ฉันจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดแอบช่วยโจรเลยนะเนี่ย...โอ้ยเอาไงดีเนี่ย...” ลินดาพูดออกไปแล้วพยายามคิดพิจารณาว่าเธอควรจะตัดสินใจยังไง “โอ๊ย....อื้อ...” หยางอี้ก็ร้องออกมาแล้วเขาก็พยายามกดแผลเอาไว้อย่างเจ็บปวด จนตอนนี้หน้าของเขามันซีดไปหมดแล้ว “เฮ้อ..โชคดีของคุณนะที่มาเจอคนดีอย่างฉันน่ะ...เอาวะ จะคนดีหรือโจรชีวิตคนทั้งคนฉันก็ต้องช่วยนั่นแหละ....คุณลุกไหวไหม” ลินดาพูดไปแบบทนใจดำไม่ได้ เธอก็เอ่ยถามเขาทันที “อืม...คุณช่วยพยุงผมหน่อย...” หยางอี้ได้ยินแบบนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาทันที แล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้ม “งั้นก็ค่อยๆลุกนะคุณ...เอามือกดแผลเอาไว้...มาค่ะ...พรึบ...อื้อ....ตัวคุณหนักจังเลย..อือ....” ลินดาบอกไปก็เข้าไปพยุงตัวเขาขึ้นแบบยากลำบาก เพราะเขาตัวค่อนข้างใหญ่กว่าเธอมาก หยางอี้ก็พยายามรวบรวมกำลังพยุงตัวเองขึ้นยืนอีกครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ เธอก็เอาแขนข้างหนึ่งของเขาไปคล้องไหล่ของเธอ แล้วเธอก็เอามือโอบเอวของเขาแล้วพยายามช่วยพยุงตัวไปที่รถ เขาก็เห็นถึงความตั้งใจของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุนแล้วเขาเห็นแค่ใบหน้าสวยๆของเธอในตอนนี้ “อื้อ...คุณก้าวขาสิ...ฉันหนักจะตายอยู่แล้วเนี่ย...รีบเดินไปขึ้นรถเถอะ...เดินอีกหน่อยคุณ...” ลินดาบอกไปก็พยายามประคองตัวเขาไว้ แล้วเธอก็มองสบตากับเขาที่มองเธออยู่ “อืม...” หยางอี้ตอบแค่นั้นเขาก็ละสายตาจากเธอ แล้วก็พยายามเดินไปที่ประตูรถ จากนั้นเธอก็เปิดประตุรถแล้วเขาก็เข้านั่งด้านใน แล้วเธอก็ปิดประตูแล้วรีบเดินไปขึ้นรถอีกฝั่ง “พรึบ..เดี๋ยวฉันพาคุณไปบ้านของฉันก่อนก็แล้วกัน...เพราะฉันก็ไม่รู้จะพาคุณไปที่ปลอดภัยที่ไหนได้ในเวลานี้” ลินดาบอกไป เพราะเขาเจ็บขนาดนี้ก็คงไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอกลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ฝ้ายก็มองชยุตแบบช่างใจ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่แย่สำหรับเธอ บางทีเธออาจจะลองศึกษาเรียนรู้เขาแบบที่ทุกคนแนะนำได้ หากมีสัญญาหย่าแบบนั้นเธอก็กล้าที่จะลอง“ถ้าคุณทำสัญญาแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะลองดูค่ะ...” ฝ้ายบอกไปแบบยอมๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจให้เธอเห็น“คุณพูดจริงๆเหรอฝ้าย คุณตกลงจริงๆใช่ไหม” ชยุตก็รีบเข้าไปจับมือฝ้ายแล้วถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ“ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำตัวไม่ดีฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ” ฝ้ายก็พยักหน้าบอกเขาแล้วพูดเตือนเขาไป“ผมจะทำตัวดีแน่นอน ผมไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่ให้โอกาสผม....พรึบ...ขอบคุณนะฝ้าย...ขอบคุณจริงๆ” ชยุตบอกเธอแล้วดึงเข้าไปกอดอย่างรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยเธอก็ยังใจอ่อนให้เขา“ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะที่รับผิดชอบฉันกับลูก หวังว่าเราสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยดีนะคะคุณชยุต” ฝ้ายก็เอามือลูบหลังของเขาแล้วพูดบอกไปอย่างที่ใจหวัง“ผมจะทำให้ดีที่สุด...” ชยุตก็ตอบฝ้ายอย่างดีใจ เขาก็โอบกอดเธอแน่นเลย“เข้าใจกันสักทีนะ เราสองคนก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วที่รัก...” หยางอี้เข้าไปหาลินดาแล้วพูดอย่างดีใจเช่นกัน“ใช่ค่ะ ลงเอยกันได้แบบนี้ฉันก็ดีใจค่ะ” ลินดาก็ยิ้มให้สามีแล้วรู้สึกยินดีกั
“ก็มาตั้งแต่ที่คุณคุยกับพี่ลู่หลิงแล้ว คุณท้องลูกของผม คุณไม่คิดจะบอกผมยังไม่พอ คุณตั้งใจจะปิดบังผมอีก คุณนี่มันใจร้ายมากเลยนะฝ้าย” ชยุตก็ต่อว่าฝ้ายอย่างไม่พอใจที่เธอปิดบังเขา“คุณจะมาว่าฉันใจร้ายได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณไม่ต้องตั้งใจให้เด็กคนนี้เกิดมาสักหน่อย คุณก็ไม่สมควรที่จะรู้” ฝ้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ยอม“ถึงผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็ไม่คิดที่จะทิ้งลูกของตัวเองหรอกนะฝ้าย ผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเด็กคนนี้ แล้วก็คุณ” ชยุตบอกไปแล้วมองฝ้ายแบบจดจ้อง“แต่ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วฉันก็ดูแลลูกของฉันเองได้ค่ะ คุณคิดซะว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้ก็แล้วกันค่ะ” ฝ้ายตอบเขาไปแล้วหลบสายตา เพราะเธอไม่ได้อยากจะเอาลูกมาบีบให้เขารับผิดชอบเธอไปด้วย“ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง ลูกของผมทั้งคนนะ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของผมไปตกระกำลำบากแน่ ยังไงผมก็จะไม่ปล่อยลูกของผมไป” ชยุตพูดแบบมาดมั่น“ถ้าคุณอยากจะมีลูกขนาดนั้น ก็ไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องสิคะ มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณนะคะ จะมาแย่งลูกกับฉันทำไม” ฝ้ายก็พูดประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“ผมไม่ได้อยากจะมีลูกกับใคร และผมก็ไม่ได้ใจง่ายทำผู้หญิง
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท 13.00 น ชยุทก็สั่งให้ผู้อำนวยการผู้จัดการโรงแรมเลื่อนตำแหน่งของลินดาจากหัวหน้าฝ่ายดูแลห้องพัก มาเป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลห้องพักแทน พร้อมกับขึ้นเงินเดือนให้เธอตามเกณฑ์กำหนดของโรงแรม จากนั้นเขาก็เข้าประชุมในรอบบ่าย หลังจากที่เลื่อนนัดจากตอนเช้ามา“อะไรนะคะพี่หนุ่ม...ทำไมอยู
โรงพยาบาล เวลา 9 โมง “คุณชยุทให้คนเอาเอกสารนี่มาส่งให้ครับนาย...” ซูหานเอาเอกสารส่งให้เจ้านายไป“อืม...” หยางอี้ก็รับมาแล้วดึงเอกสารในซองออกมาดูทันที ซึ่งเป็นประวัติของลินดาผู้หญิงที่ช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อคืน “หึ...ไอ้ชยุทมันก็เสือกใช้ได้เลยนะเนี่ย ให้หาประวัติมาคร่าวๆ แต่มันกลับเอามาแบบละเอียดยิบเ
เช้าวันต่อมา...บีมก็ออกเวรที่โรงพยาบาลแล้วกลับมาถึงบ้านก็เจ็ดโมงครึ่งแล้ว เขาก็เห็นว่าแฟนของเขายังไม่ลงมา เขาก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารให้เธอไปกินที่ทำงานตอนเที่ยง“กลิ่นหอมๆอะไรคะเนี่ย หอมไปถึงข้างบนเลย....กลับมาเหนื่อยๆทำไมไม่ขึ้นไปพักล่ะคะ มาทำอาหารอีกทำไมคะ หนูอุ่นอาหารที่พี่ทำไว้เมื่อวานกินก็ได้
สองหนุ่มก็นั่งรถเดินทางไปยังโรงพยาบาล ชยุทเห็นหยางอี้นั่งเงียบมาตลอดก็มองเพื่อนหนุ่มแล้วเอ่ยถามไปอย่างอดไม่ได้ “หยางอี้ นี่แกนั่งเงียบแบบนี้เพราะแกเจ็บแผลหรือว่าแกอกหักจากพนักงานของฉันเมื่อกี้วะ” ชยุทถามไป“แกยังจะมาตอกย้ำฉันอีกนะไอ้เพื่อนเวร ถ้าแกจะนั่งไปเงียบๆจะดีมากเลยว่ะ” หยางอี้พูดด้วยสีหน้าเ







