LOGINจากนั้นลินดาก็ขับรถพาชายแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาที่บ้าน เธอก็ค่อยๆพาเขาลงจากรถแล้วเข้าบ้าน เธอก็พาเขาไปนั่งที่โซฟาก่อน
“ฉันพาคุณมาที่ปลอดภัยแล้ว แล้วใครจะมาช่วยรักษาคุณอ่ะ...คุณจะมาตายที่บ้านของฉันไม่ได้นะ” ลินดาบอกไปแล้วมองเขาที่นอนด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวมากๆ “ผมขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยได้ไหม...ผมจะติดต่อไปหาเพื่อนของผม” หยางอี้บอกไปตามตรง เพราะซูหานไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้เขาต้องพึ่งเพื่อนของเขาแล้ว “อืม...นี่โทรศัพท์ของฉัน...เอาไปสิ...เดี๋ยวฉันจะไปหาผ้ามาห้ามเลือดของคุณก่อนละกัน ไม่งั้นคุณเลือดหมดตัวแน่ๆ” ลินดากดปลดล็อคโทรศัพท์แล้วยื่นให้เขาไป แล้วเธอก็รีบเดินไปที่ห้องครัวทันที หยางอี้ก็มองตามเธอด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าที่ได้รับบาดเจ็บปางตาย แต่เธอก็ยังกล้าพาเขาขึ้นรถและพามาที่บ้าน มันทำให้เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจดีเหมือนกับหน้าสวยๆของเธอ เขาก็ยิ้มมุมปากออกมาแบบประทับใจเธอ ด้านชยุทก็ตามจีพีเอสของเพื่อนหนุ่มจนเขามาเจอตัวซูหานลูกน้องคนสนิทของเพื่อนนั่งสลบอยู่ข้างถังขยะ เขาก็รีบเรียกซูหานจนได้สติขึ้นมา ก่อนจะถามหาหยางอี้แต่ซูหานก็ซ่ายหน้าไม่รู้ เพราะเขาสลบตั้งแต่บนรถแล้วจึงไม่รู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พวกเขาจึงพากันขับรถตามหาหยางอี้ไปทั่ว จนเจอเสียงรถไซเรนพวกเขาก็ขับตามจนเจอรถที่ถูกไฟไหม้แล้วพวกนักดับเพลิงกำลังช่วยกันดับไฟอยู่ “นั่นมันรถที่พวกผมนั่งมานิ...อย่านะว่าพวกมันเผาเจ้านายของผมในรถน่ะ...ไม่นะ..นายครับ..” ซูหานมองเห็นเลขทะเบียนรถก็พูดไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เขาก็รีบเดินเข้าไปแล้วร้องเรียกหาเจ้านายของเขา “เข้าไปไม่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ครับ...รบกวนอยู่ข้างนอกนะครับ” เจ้าหน้าที่เข้ามาป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาในสถานที่เกิดเหตุ “ผมขอโทษครับนาย ที่ผมปกป้องนายไว้ไม่ได้ ผมขอโทษครับ...ผมขอโทษ..” พอถูกเจ้าหน้าที่ห้ามไว้ ซูหานก็ทำได้แต่ทรุดตัวลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องเจ้านายของเขาได้ “ไม่จริง...หยางอี้มันต้องไม่มีจุดจบแบบนี้แน่...” ชยุทเองก็ไม่อยากจะเชื่อสายตา เขาก็มองไปที่รถที่ถูกไฟไหม้จนเหลือแค่เศษซากด้วยความเสียใจ “ฉันจะต้องตามหาตัวคนที่มันทำร้ายแกให้ได้หยางอี้...และฉันจะทำให้พวกมันตายอย่างทรมานยิ่งกว่าแกร้อยเท่าพันเท่า...ฉันสัญญา...” ชยุทพูดไปด้วยความโกรธแค้นที่สูญเสียเพื่อนรักของเขาไปอย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ถ้าเขามาทันเพื่อนของเขาก็คงไม่ต้องมาตายอย่างอนาถอย่างนี้ “กริ้งๆ...กริ้งๆ...” เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของซูหานดังขึ้น ทำให้ซูหานที่กำลังร้องไห้ค่ำครวญนั้น ก็เอามือมาควานหาจากในกระเป๋าเสื้อ แล้วเขาก็หยิบออกมาด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะตอนนี้เขาไม่อยากมีใจจะทำอะไรเลย “นี่มันโทรศัพท์ของนายนิครับ...ทำไมมาอยู่กับผมได้” ซูหานพูดด้วยสีหน้างงๆ เพราะเขาคิดว่ามันคือโทรศัพท์ของเขา แต่พอดูหน้าจอกับไม่ใช่แถมเบอร์ที่โทรเข้ามาก็เป็นเบอร์แปลกอีกต่างหาก “หยางอี้มันโทรมาหาให้ฉันตามมาช่วยมัน แล้วมันก็แชร์ตำแหน่งของมันมาให้ฉัน ฉันถึงตามตัวมาเจอนาย...รีบรับสิ ดูว่าใครโทรมา...” ชยุทพูดอธิบายไปก็บอกให้ซูหานรับสายทันที “ครับ...” ซูหานได้ยินแบบนั้นก็รู้เลยว่าเจ้านายของเขาพาตัวเขาไปหลบซ่อนนี่เอง เขาถึงรอดมาได้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเสียใจ เมื่อเจ้านายมาปกป้องเขาแบบนี้ ทั้งที่ควรจะเป็นเขาที่ต้องปกป้องเจ้านายของตัวเอง “ชักช้าอยู่นั่นแหละ เอามานี่ฉันรับเอง...พรึบ...ฮัลโหล..” ชยุทเห็นซูหานทำหน้าเหม่อลอยก็หงุดหงิด เลยคว้าเอาโทรศัพท์มารับสายเอง “ฉันเอง...” หยางอี้รู้สึกโล่งใจมากที่มีคนรับสาย แต่เสียงนี้คือเสียงของชยุทเพื่อนของเขา แสดงว่าตอนนี้มันเจอซูหานแล้ว มันถึงได้รับสายจากโทรศัพท์ของเขาที่ทิ้งเอาไว้ให้ซูหานก่อนหน้านี้ “หยางอี้...แกยังไม่ตายเหรอวะ...แกอยู่ที่ไหนวะ...” ชยุทได้ยินเสียงก็พูดด้วยความดีใจเลยที่ได้ยินเสียงของเพื่อนรัก ซูหานได้ยินชยุทพูดชื่อเจ้านายของตัวเอง จากที่ทำหน้าเศร้าก็รู้สึกดีใจและมีหวังขึ้นมาทันที เขาก็รีบลุกมาลุ้นทันทีว่าเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหน “ฉันยังไม่ตายโว้ย...แต่อีกไม่นานฉันอาจจะตายก็ได้...ตอนนี้ฉันถูกยิง แกพาหมอมาทำแผลเอากระสุนออกให้ฉันหน่อย...ตอนนี้ฉันอยู่ที่หมู่บ้านใกล้ๆกับที่รถคว่ำ เดี๋ยวฉันจะส่งโลเคชั่นไปที่เบอร์ของฉัน แกรีบมานะ ฉันเจ็บจนจะไม่ไหวแล้วว่ะ” หยางอี้บอกเพื่อนหนุ่มไปด้วยเสียงอ่อนแรง “โอเคๆ แกรีบส่งมาเลยนะหยางอี้ ฉันจะรีบพาหมอไปหาแกเดี๋ยวนี้เลย...แกอย่าตายนะโว้ย...” ชยุทบอกเพื่อนไปแล้วเขาก็ทำมือเรียกให้ซูหานกลับไปที่รถกับเขาทันที “อืม...ฉันจะรอแกนะชยุท...แค่นี้นะ ฉันจะส่งโลเคชั่นไปให้” หยางอี้บอกไปก็กดวางสายทันที แล้วเขาก็เข้าไปที่แชร์ตำแหน่งแล้วส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ของเขาทันที ก่อนจะค่อยๆนอนลงด้วยความเจ็บปวด “หยางอี้มันยังมาตาย แต่มันถูกยิงบาดเจ็บเราต้องหาหมอมารักษามัน...หยางอี้มันส่งโลเคชั่นมาแล้ว เดี๋ยวขับรถตามที่อยู่นี่ไป ฉันจะจัดการตามหมอมารักษามัน” ชยุทบอกซูหานแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ไป แล้วเขาก็เอาโทรศัพท์ของเขามากดโทรหาคนที่พอจะช่วยเป็นธุระหาหมอมามารักษาเพื่อนของเขาในเวลานี้ได้ ซูหานก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่เจ้านายยังไม่ตาย เขาก็รีบบอกให้คนขับรถรีบขับไปตามที่อยู่ที่เจ้านายส่งมาทันที ด้านลินดาเธอก็รีบไปเอาผ้าสะอาดและน้ำใส่ชามใหญ่มาวางไว้ แล้วเธอก็รีบไปเอากระเป๋าปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา “เดี๋ยวฉันห้ามแผลให้คุณก่อนละกัน...คุณติดต่อเพื่อนคุณได้ไหม เขาว่ายังไงบ้าง” ลินดาเข้ามานั่งที่โซฟากับเขา แล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาลของแฟนหนุ่มออกมา “เพื่อนผมกำลังมาแล้ว...อีกไม่นานก็น่าจะถึง..คุณไม่กลัวเลือดเหรอ..” หยางอี้ตอบไปก็เอ่ยถามเธอ “กลัวสิคุณ แต่ก็กลัวคุณจะตายมากกว่า...เดี๋ยวฉันขอถอดเสื้อคุณก่อนนะ ฉันจะได้ห้ามเลือดให้...” ลินดาตอบเขาแล้วเธอก็ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเขาอย่างไม่เขินอาย เพราะตอนนี้เธอคิดแค่ว่าเธอจะช่วยเขา หยางอี้ก็มองเธอที่ค่อยๆถอดเสื้อของเขาอย่างระมัดระวัง มันก็ทำให้เขาได้เห็นหน้าตาที่ชัดเจนของเธอ เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว ไม่ใช่เพราะแค่เธอสวยแต่เพราะสิ่งที่เธอกำลังทำให้เขานี่ต่างหาก ทำให้เขารู้สึกประทับใจเธอมาก “อื้อหือ..แผลคุณน่ากลัวมากอ่ะ...กระสันน่าจะฝังใน แต่คุณยังสามารถพูดคุยได้แบบมีสติได้ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณยังรอดมาจนถึงตอนนี้ได้...” ลินดามองแผลของเขาแล้วก็พูดไป “ผมต้องรอดสิคุณ ผมต้องไปจัดการกับคนที่มันมาทำร้ายผม...ดังนั้นผมจะมาตายง่ายๆแบบนี้ได้ยังไงล่ะ” หยางอี้บอกเธอด้วยเสียงแค้นใจ เพราะอยู่ดีๆต้องมาหนีตาย ยังไงเขาก็ต้องแกแค้นแน่ๆ “เอาตัวเองตอนนี้ให้รอดก่อนเถอะคุณแล้วค่อยคิดไปแก้แค้นน่ะ...กระสุนปืนมันยังอยู่ในตัวคุณอยู่เลยนะ...” ลินดาบอกไป ก่อนจะเอาผ้าสีขาวกดแผลของเขาเบาๆ “โอ้ย...ซี๊ด...” หยางอี้ร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว แล้วเขาก็นิ่วหน้าทรมาน “อดทนหน่อยละกัน ถ้าไม่กดไว้เลือดคุณก็ลงจะหมดตัวอ่ะ...” ลินดาเห็นแล้วก็สงสาร แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยเขาแบบนี้ เพราะเธอคงผ่าเอากระสุนออกให้เขาไม่ได้ จากนั้นเธอก็เอามืออีกข้างถือผ้าชุบน้ำมาเช็ดเลือดรอบๆหน้าท้องของเขา จนเธอเห็นซิกแพกที่หน้าท้องของเขา และมันก็ขนอ่อนรำไรเป็นเส้นยาวเข้าไปใต้ขอบกางเกง เธอก็มองตามแล้วเห็นเป้ากางเกงของเขา เธอก็เงยหน้าขึ้นทันทีลินดาก็ตบมือให้อย่างยินดี ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมเพราะอยู่ๆก็เหม็นกลิ่นดอกไม้ที่ถูกจัดใส่แจกันตรงหน้า เธอก็รีบเอามือปิดจมูกทันที แต่เธอก็ทนไม่ไหวก็รีบลุกวิ่งออกไปทันที“อ่าว พี่ลินดาไปไหนคะนั่น” ฝ้ายที่อยู่ตรงข้ามก็มองแบบตกใจที่อยู่ๆลินดาก็วิ่งออกไปแบบนั้นทุกคนก็หันไปมองกันแล้วพากันเงียบ เพราะอยู่ๆลินดาก็วิ่งพรวดพลาดออกไปแบบนั้น“หรือว่าลินดาจะทนดูไม่ได้ที่ลินดายังไม่ท้องน่ะ” ชยุตพูดไปอย่างอดไม่ได้“ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าอะไรนะคะ” ฝ้ายก็มองชยุตแบบดุๆ เพราะเขาไม่ควรจะพูดแบบนั้น“ลินดา...” หยางอี้ก็มองตามแล้วไดยินที่เพื่อนพูดเขาก็รู้สึกใจคอไม่ดีเลย หยางอี้ก็รีบวิ่งตามลินดาออกไป“เพราะแกเลยไห่หมิง ถามเอาแต่หลานอยู่นั่นแหละ หนูลินดาเขาเลยกดดันน่ะ” ไป๋เหวินว่าเพื่อน“ฉันก็ไม่ได้กดดันนานแล้วนะโว้ย จะท้องก็ท้อง ไม่ท้องฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนิวะ” ไห่หมิงตอบเพื่อนไป“อย่าเถียงกันเลยค่ะ พวกเราตามไปดูกันดีกว่าค่ะ” ลู่หลิงก็รู้สึกเป็นห่วง เพราะเธอรู้ว่าลินดาเครียดมาก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร แต่ทุกคนรู้ว่าเธอกดดันแค่ไหน“อืม ไปกันเถอะ” ซ่งเฉินก็เห็นด้วย เขาก็ประคองลู่หลิงเดินไปกับเขาแล้วทุกคนก็พากันลุกตามไปหาล
พอกระจกกั้นเลื่อนขึ้นมาปิดลินดาก็เอามือกดหน้าต่างด้านข้างระบายกลิ่นออกไปจนเธอรู้สึกดีขึ้น เธอก็กดปิดแล้วถอนหายใจแบบโล่งอก“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม...คุณนี่จมูกไว้จริงๆเลยนะ ผมยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” หยางอี้ก็มองลินดาแล้วถามเธอ“ก็คุณเคยสูบบุหรี่นิคะไปได้กลิ่นอะไรล่ะ อืม...แต่จะว่าไปวันนี้คุณใส่น้ำหอมกลิ่นอะไรคะ ทำไมหอมจัง...” ลินดาตอบเขาแล้วก็ได้กลิ่นหอมๆจากตัวเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปสูดดมแบบชอบใจ“ถ้าจะดมขนาดนี้ก็มานั่งตักของผมเลยไหม คุณจะได้ดมเต็มที่เลย” หยางอี้พูดหยอกเธอไปแบบขำๆ“ก็ดีนะคะ เมื่อกี้เหม็นจนเวียนหัวแล้ว ขอดมกลิ่นหอมๆให้ชื่นใจหน่อยค่ะ พรึบ...อือ...” ลินดาก็ลุกไปนั่งตักของหยางอี้แล้วเอามือโอบรอบคอของเขาแล้วเอาหน้าซุกหน้าอกดมกลิ่นหอมๆจากตัวเขา“โอ้...ลินดา นี่คุณจงใจอ่อยผมใช่ไหมเนี่ย” หยางอี้ก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วถามเธอ เพราะเธอมากอดเขาแบบแนบชิดแบบนี้ มันทำให้เขารู้สึกวูบวาบขึ้นมา“เปล่าค่ะ ฉันแค่อยากดมกลิ่นตัวคุณเฉยๆ อื้ม....สดชื่นขึ้นมาเลยค่ะ” ลินดาก็ส่ายหน้าแล้วพูดบอกเขา เธอก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเขาแล้วสูดดมอย่างชื่นใจ“ลินดา...ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ” หยางอี้เตือนเธอแล้วก็พย
สามเดือนต่อมา ทุกคนก็ชีวิตกกันอย่างมีความสุข ฝ้ายและชยุตก็จดทะเบียนแต่งงานกันเรียบร้อยและจะจัดงานแต่งงานหลังจากคลอดลูกแล้ว ส่วนซ่งเฉินก็ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาทำงานตามปกติ และก็ยังหวานชื่นกับลู่หลิงจนน่าอิจฉา ส่วนหยางอี้และลินดาก็ตั้งหน้าตั้งตากับการปั้มทายาทของพวกเขา แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลินดาจะท้องเลย“ลินดา คุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ เดี๋ยวเราจะไปสายกันนะ ตื่นได้แล้วที่รัก” หยางอี้ที่กลับจากวิ่งออกกำลังกายเข้ามาในห้อง เขาก็ยังเห็นลินดานอนอยู่ จึงเข้าไปปลุกเธอ“อือ....ขอนอนต่ออีกหน่อยสิคะ เมื่อคืนคุณทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนเลย” ลินดาพูดตอบมาทั้งที่ตายังปิดอยู่“ผมขอโทษ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะให้คุณนอนเต็มที่เลย แต่ตอนนี้คุณต้องตื่นก่อนนะที่รัก เราต้องไปร่วมงานเบบี้ชาร์เวอร์ของพี่ลู่หลิงนะ” หยางอี้บอกลินดาแล้วเขาก็เข้าไปนั่งที่เตียงแล้วเอามือจับไหล่ของเธอเบาๆ“อือ....จริงด้วยสิคะ ฉันลืมไปเลย....คุณน่าจะปลุกฉันให้เร็วกว่านี้นะคะ” ลินดาก็ลืมตาตื่นแบบตกใจ เพราะเธอลืมไปเลยว่าวันนี้จะต้องไปงานเบบี้ชาร์เวอร์น่ะ“ปกติคุณก็ตื่นเองตลอด ผมก็นึกว่าคุณจะตื่นเองน่ะสิก็เลยไม่ได้ปลุก งั้นเราก็ไปอาบน้ำด้วยกันเลยก
“ถ้าฉันไม่ได้ยินกับหูฉันก็คงไม่รู้ว่าลูกชายของฉันมันหื่นขนาดนี้...เฮ้อ...” ไห่หมิงที่กำลังเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถึงได้อึ้ง ไม่คิดว่าลูกชายที่ดูนิ่งๆขรึมๆเวลาอยู่กับเมียมันจะเป็นแบบนี้ “อ่อพ่อ...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ไม่ให้สุ่มให้เสียงกันเลยนะครับ” หยางอี้ก็ยิ้มแบบอายๆพ่อของเขา“ก็มาตั้งแต่แกพูดแทะโลมเมียแกนั่นแหละ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้ใครเห็นล่ะ ฉันอาย...” ไห่หมิงมองลูกชายแบบค้อนๆ“ครับๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครเห็นผมมุมนี้เหมือนกันครับ แล้วนี่พ่อจะไปไหนเหรอครับ” หยางอี้ตอบไปก็ถามพ่อทันที“จริงสิ ฉันมัวแต่พูดกับแกเลยลืมบอกไปเลยว่าซ่งเฉินรู้สึกตัวแล้วล่ะ พ่อก็เลยจะไปที่โรงพยาบาล” ไห่หมิงก็นึกได้รีบบอกลูกชายทันที“จริงเหรอครับ งั้นเรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ...ป่ะ ที่รัก ไปเร็วเข้า” หยางอี้ได้ยินก็ดีใจ เขาก็รีบเข้าไปจับแขนลินดาแล้วเดินออกไปทันที“อ่าว ไอ้ลูกเวร แทนที่จะมาพยุงพ่อตัวเอง กลับไปพยุงเมียซะงั้น เฮ้อ แกนี่มันติดเมียจริงๆ” ไห่หมิงก็มองตามแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างระอาจากนั้นเขาก็รีบเดินตามลูกชายและลูกสะใภ้ออกไป แล้วก็ขึ้นรถเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โรงพยาบาลตระกูลลู่พอซ่งเฉินรู้สึ
ฝ้ายก็มองชยุตแบบช่างใจ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ไม่แย่สำหรับเธอ บางทีเธออาจจะลองศึกษาเรียนรู้เขาแบบที่ทุกคนแนะนำได้ หากมีสัญญาหย่าแบบนั้นเธอก็กล้าที่จะลอง“ถ้าคุณทำสัญญาแบบนั้นฉันก็กล้าที่จะลองดูค่ะ...” ฝ้ายบอกไปแบบยอมๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงความจริงใจให้เธอเห็น“คุณพูดจริงๆเหรอฝ้าย คุณตกลงจริงๆใช่ไหม” ชยุตก็รีบเข้าไปจับมือฝ้ายแล้วถามเธอด้วยสีหน้ายิ้มดีใจ“ค่ะ...แต่ถ้าคุณทำตัวไม่ดีฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ” ฝ้ายก็พยักหน้าบอกเขาแล้วพูดเตือนเขาไป“ผมจะทำตัวดีแน่นอน ผมไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังที่ให้โอกาสผม....พรึบ...ขอบคุณนะฝ้าย...ขอบคุณจริงๆ” ชยุตบอกเธอแล้วดึงเข้าไปกอดอย่างรู้สึกขอบคุณ อย่างน้อยเธอก็ยังใจอ่อนให้เขา“ขอบคุณคุณเหมือนกันค่ะที่รับผิดชอบฉันกับลูก หวังว่าเราสองคนจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยดีนะคะคุณชยุต” ฝ้ายก็เอามือลูบหลังของเขาแล้วพูดบอกไปอย่างที่ใจหวัง“ผมจะทำให้ดีที่สุด...” ชยุตก็ตอบฝ้ายอย่างดีใจ เขาก็โอบกอดเธอแน่นเลย“เข้าใจกันสักทีนะ เราสองคนก็ไม่ต้องปวดหัวแล้วที่รัก...” หยางอี้เข้าไปหาลินดาแล้วพูดอย่างดีใจเช่นกัน“ใช่ค่ะ ลงเอยกันได้แบบนี้ฉันก็ดีใจค่ะ” ลินดาก็ยิ้มให้สามีแล้วรู้สึกยินดีกั
“ก็มาตั้งแต่ที่คุณคุยกับพี่ลู่หลิงแล้ว คุณท้องลูกของผม คุณไม่คิดจะบอกผมยังไม่พอ คุณตั้งใจจะปิดบังผมอีก คุณนี่มันใจร้ายมากเลยนะฝ้าย” ชยุตก็ต่อว่าฝ้ายอย่างไม่พอใจที่เธอปิดบังเขา“คุณจะมาว่าฉันใจร้ายได้ยังไงกัน ในเมื่อคุณไม่ต้องตั้งใจให้เด็กคนนี้เกิดมาสักหน่อย คุณก็ไม่สมควรที่จะรู้” ฝ้ายก็ตอบกลับไปแบบไม่ยอม“ถึงผมจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมก็ไม่คิดที่จะทิ้งลูกของตัวเองหรอกนะฝ้าย ผมมีความรับผิดชอบมากพอที่จะดูแลเด็กคนนี้ แล้วก็คุณ” ชยุตบอกไปแล้วมองฝ้ายแบบจดจ้อง“แต่ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลจากคุณ ฉันดูแลตัวเองได้ แล้วฉันก็ดูแลลูกของฉันเองได้ค่ะ คุณคิดซะว่าคุณไม่ใช่พ่อของเด็กคนนี้ก็แล้วกันค่ะ” ฝ้ายตอบเขาไปแล้วหลบสายตา เพราะเธอไม่ได้อยากจะเอาลูกมาบีบให้เขารับผิดชอบเธอไปด้วย“ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไง ลูกของผมทั้งคนนะ ผมจะไม่ยอมให้คุณพาลูกของผมไปตกระกำลำบากแน่ ยังไงผมก็จะไม่ปล่อยลูกของผมไป” ชยุตพูดแบบมาดมั่น“ถ้าคุณอยากจะมีลูกขนาดนั้น ก็ไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องสิคะ มันน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณนะคะ จะมาแย่งลูกกับฉันทำไม” ฝ้ายก็พูดประชดเขาไปแบบอดไม่ได้“ผมไม่ได้อยากจะมีลูกกับใคร และผมก็ไม่ได้ใจง่ายทำผู้หญิง
ณ โรงแรมเจอาร์พาราไดซ์วินเลท ลินดา ผู้จัดการคนฝ่ายห้องพักก็กำลังเดินตรวจเชคห้องพักให้กับแขกคนสำคัญที่จะเข้าพักในคืนนี้ ซึ่งเขาต้องการห้องพักชั้นบนสุดทั้งหมดเป็นเวลาสามวัน ทำให้เธอและพนักงานต้องรีบทำการย้ายแขกที่พักก่อนหน้านี้ไปพักอีกชั้น และเร่งให้แม่บ้านทำความสะอาดและรีบทำการตรวจเชคห้องพักทุกห้อง
“ขึ้นมาคุยกับฉันบนรถ...ฉันไม่อยากให้ใครมาได้ยินเราคุยเรื่องนี้กัน...” ลู่หลิงเดินออกมาแล้วรถของเธอก็จอดรออยู่ เธอก็บอกซูหานทันที “ครับคุณหนูใหญ่...งั้นเชิญเลยครับ” ซูหานก็ตอบรับแบบเข้าใจ แล้วเขาก็เชิญเธอขึ้นไปก่อน แล้วเขาก็ตามขึ้นไปนั่งข้างๆเพราะเป็นที่นั่งแบบวีไอพีคนล่ะเบาะกันอยู่แล้ว“นายสองคนลง
“ก็คุณไม่ถามผมนิ...ผมก็บอกคุณแล้วนี่ไง” หยางอี้ไม่ยอมเฉลยก็แกล้งพูดกวนเธอไป เพราะอยากรู้ว่าเธอจะว่ายังไงต่อ“ยังจะมีหน้ามาว่าฉันอีกนะ คุณมีเมียอยู่แล้วแล้วคุณจะพาฉันมาด้วยทำไมห้ะ ฉันไม่เป็นเมียน้อยของคุณหรอกนะ ฉันไม่ไปกับคุณแล้ว ฉันจะกลับไทย...” ลินดาลุกไปชี้หน้าต่อว่าเขาแบบโมโห“คุณจะกลับยังไงนี่เ
ห้าทุ่ม..โรงพยาบาลที่ทำงานของบีม บีมก็มาทำงานตามปกติเขาก็ไปตรวจคนไข้รอบดึกก่อนจะกลับมาที่ห้องทำงานของเขา เพื่อจะเชครายละเอียดของคนไข้ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แล้วหลังเที่ยงคืนเขาจะต้องไปที่ห้องฉุกเฉินแล้วอยู่เวรจนถึงตอนเช้า“ก๊อกๆ ขออนุญาติค่ะอาจารย์...พอดีหนูอยากจะให้อาจารย์ช่วยทำแผลให้หนูหน่อยน่ะ



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



