Se connecter8
หนิงเอ๋อและเหยาออกเดินเพื่อไปยังแคว้นหนาน การเดินทางไปนั้นจะต้องใช้เวลาหลายวัน เนื่องจากการไปแคว้นหนานนั้นจะต้องผ่านหมู่บ้าน ข้ามเขา ข้ามน้ำข้ามทะเล มันไม่ได้ไปง่ายๆ เลย
ในการเดินทางที่ต้องใช้เวลานาน หนิงเอ๋อได้เตรียมเสบียงเอาไว้ในรถม้าเต็มคันรถ แน่นอนว่าเสบียงที่ว่านี้ได้มาจากมิติของนางนั่นแหละ
“มิติของเจ้าสะดวกอะไรเช่นนี้”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ มันก็ดี แต่อย่าใช้ให้คนอื่นเห็นล่ะ เข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว”
รถม้าที่ถูกควบคุมโดยเหยาไม่ใช่รถม้าวิ่งเร็ว มันเป็นรถม้าที่ขยับไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องโดยการควบคุมความเร็วให้คงที่ มันไม่ใช่เครื่องจักที่ไม่มีวันเหนื่อย แต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยพลังงานในการกินและพักผ่อน เมื่อถึงขีดจำกัดจะต้องหยุดพักดื่มกินน้ำเพื่อให้ม้าหายเหนื่อย
หลังจากออกมาจากหมู่บ้านมันก็ผ่านมาหลายชั่วโมง อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดิน เหยาจะต้องหาที่พักเพื่อที่จะได้พักผ่อน พรุ่งนี้เช้าจึงเดินทางกันต่อ
บริเวณเส้นทางเดินรถม้านี้มีต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นเพื่อเอาไว้เป็นที่สำหรับพักผ่อนในยามค่ำคืน ซึ่งมันเหมาะมากกับการเดินทางไกล แล้วพื้นที่ที่ว่ามานี้มันเคยถูกใช้งานมาแล้ว เนื่องจากเหยานั้นเห็นกองไฟเก่าที่ถูกทิ้งเอาไว้ คงจะเป็นพวกกองคาราวานของพวกพ่อค้านั่นแหละ
รถม้าหยุดจอดใต้ต้นไม้
“หนิงเอ๋อ เราจะพักกันตรงนี้นะ เดี๋ยวข้าไปเตรียมไม้ทำกองไฟก่อนที่มันค่ำมืดเสียก่อน ส่วนมื้อค่ำข้าฝากเจ้าด้วย”
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจัดการตรงนี้เอง”
ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันทำ
กองไฟถูกจุดด้วยไม้ขีดไฟที่ได้มาจากมิติ
เกิดประกายไปลุกขึ้นมาเพื่อสร้างความอบอุ่น ไม่ใช่แค่นั้น เมื่ออยู่ในป่าที่มีความอันตรายรอบตัวโดยเฉพาะสัตว์ดุร้ายมันจำเป็นอย่างมาก เพราะมันสามารถช่วยให้รอดชีวิตได้ในระดับหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่สัตว์ดุร้ายจะกลัวไฟกันค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่หนาวเหน็บ จำเป็นต้องสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย
“หนาวอะไรอย่างนี้”
“ก็เพราะมันเป็นป่านี่นา”
ถึงจะเอาผ้าห่มในรถม้ามาคลุมตัวแล้วแต่มันก็ไม่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นเลย กองไฟก็อยู่ตรงหน้าแล้ว มันก็ยังหนาวอยู่ดี
หนิงเอ๋อเรียกมิติออกมาเพื่อเอาผ้าห่มออกมาจากมิติแล้วเอามาคลุมห่มร่างกายตัวเอง แบ่งให้เหยาด้วย
“อ่า ค่อยยังชั่ว อบอุ่นดี”
“ใช่อบอุ่นดี พลังของเจ้าสะดวกอะไรเช่นนี้”
“นั่นสินะ สะดวกดี”
ค่ำคืนนี้คงอีกยาวนาน กว่าจะถึงเช้าจะต้องนอนหลับพักผ่อนกันให้เต็มที่ ตื่นเช้ามาจะได้มีแรงเดินทางกันต่อ
สำหรับเหยาคงไม่มีปัญหาอะไร แต่หนิงเอ๋อ
คงจะมีปัญหาเรื่องความสะดวก มันก็แหงอยู่แล้วเพราะนางเป็นผู้หญิงคนเดียวนี่นา เหยาเข้าใจดี ถึงอย่างนั้นเหยาก็ช่วยเหลือนางในด้านความปลอดภัยอย่างเต็มที่“หนิงเอ๋อ ปวดอึก็บอกข้าได้นะ”
“ปากเสีย ข้าจะบอกเจ้าทำไมกันยะ จะบ้าเหรอ”
“นั่นสินะ”
.
.
.
เช้าวันรุ่นขึ้นทั้งสองจึงออกเดินทางกันต่อ อากาศช่วยเช้าของวันนี้ค่อยข้างเย็นสบาย ไม่รู้ความสบายนี้จะอยู่ถึงเมื่อไหร่ การเดินทางเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อนเกินไป ไม่ช้าเกินไป สำหรับหนิงเอ๋อมันคงจะเป็นการเดินทางที่ออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อย
“เหยา อีกนานไหมกว่าจะถึงแคว้นหนาน?”
“อีกนานเลย เรายังต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านเส้นทางข้างหน้า จากนั้นต้องผ่านพื้นที่แห้งแล้งซึ่งมันอยู่ไกลมาก เราต้องเตรียมเสบียงเพื่อเดินทางไปที่นั่นด้วย แล้วกว่าจะออกจากพื้นที่แห้งแล้งก็ใช้เวลาหลายวัน แล้วเราต้องเดินทางกันอีกไกลเพื่อไปถึงยังแคว้นหนาน”
“งั้นเหรอ”
หนิงเอ๋อทำหน้าเซ็งเป็ด
มันช่วยไม่ได้สำหรับการเดินทางระยะไกล จะต้องใช้เวลากว่าจะไปถึง
ใจของหนิงเอ๋อนั้นคงจะเดินทางไปถึงแคว้นหนานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงร่างกายตนเองที่ยังไปไม่ถึง นางอยากเข้าไปช่วยฟื้นฟูแคว้นหนานให้เร็วที่สุด
“เจ้าคิดเอาไว้แล้วใช่ไหมหนิงเอ๋อ เจ้าจะช่วยพวกชาวบ้านแคว้นหนานอย่างไร?”
“ข้าคิดเอาไว้แล้วน่ะ”
“ก็ดี แต่ข้าอยากให้เจ้าไปดูแคว้นหนานก่อนค่อยคิดนะ ที่นั่นน่ะ มันควรจะเป็นพื้นที่แห้งแล้งมากกว่า”
“พูดอะไรของเจ้า แคว้นฉินก็แห้งแล้งเหมือนกัน”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะสิ ที่นั่นน่ะนะ ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านเลย ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์เอาไว้กินหรือปลูกพืชมันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมันไม่มีน้ำ คนที่นั่นน่ะคงจะเหลืออยู่กันไม่กี่คน ป่านนี้พวกเขาคงอพยพกันไปอยู่ที่อื่นแล้ว ข้าเองก็ไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้วด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นั่นในตอนนี้เป็นอย่างไร”
“ไม่รู้ก็ดีแล้วแหละ ข้าจะได้ไม่ต้องกังวล ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ข้าทำได้ก็คือช่วยเหลือชาวบ้านและฟื้นฟูแคว้นหนานให้ดีขึ้น”
“นั่นเป็นความมุ่งมั่นของเจ้าสินะ”
“เรียกว่าเป็นความตั้งใจของข้าจะดีกว่า”
หลังจากสนทนากันจนจบ หนิงเอ๋อก็เข้าไปจัดการกับเสบียงในรถม้า ส่วนเหยาก็ทำหน้าที่ควบคุมรถม้าเดินทางต่อไป
!?
เหยาสังเกตเห็นรอยฟาดฟันดาบบนต้นไม้
มันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงหมู่บ้าน“อดทนหน่อยนะ อีกไม่นานก็ถึงหมู่บ้านแล้ว”
“จริงเหรอ?”
“อ่า เวลาข้าไปที่ไหนข้ามักจะทำสัญลักษณ์เอาไว้ที่ต้นไม้เพื่อเตือนความจำของตัวเองน่ะ นั่นไง รอยนั่นน่ะข้าเป็นคนทำเอาไว้เมื่อตอนที่ข้าเคยมาที่หมู่บ้าน”
หนิงเอ๋อหันไปดูต้นไม้ที่ว่า ซึ่งมีรอยบนต้นไม้จริง
“เสบียงที่รถมีเพียงพอหรือเปล่า?”
“เพียงพอสำหรับเราสองคน มีแค่นี้ก็อยู่เดินทางได้หลายวัน”
“จะเข้าหมู่บ้านแล้ว หากเจ้ามีอะไรต้องใช้ก็ควรจะทำมันเดี๋ยวนี้เลย”
“ไม่มี”
ไม่นานทั้งสองก็เดินทางมาถึงทางเข้าของหมู่บ้าน
เมื่อเดินทางมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เหยารู้สึกแปลกขึ้นมาทันที
“ปกติที่นี่จะมีชาวบ้านเดินเข้าออกหรือตั้งวงสนทนากันเป็นกลุ่ม แต่ตอนนี้กลับเงียบกริบ ชาวบ้านไปไหนกันหมด?”
…
24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 
23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย
21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq
20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ
19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร







