Share

5

last update Last Updated: 2025-12-01 00:48:05

“ลี่กลับก่อนนะทุกคน” สาวหมวยดวงตากลมโต ที่มีความงามโดดเด่นรับกับรูปร่างสมส่วนโบกมือลาเพื่อน ๆ

“เดี๋ยวก่อนลี่”

หญิงสาวที่เดินเกือบจะถึงรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองหยุดและหันไปมองคนทัก

“มีอะไรเหรอพี่ขาว” ถามนักมวยดาวรุ่งที่ไม่ได้ขาวสมชื่อแต่ใจดีน่าคบหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ทำไมรีบกลับล่ะ พี่ตั้งใจจะพาไปเลี้ยงสุกี้เป็นการตอบแทนที่ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ซักหน่อย”

“พี่ขาวไม่ต้องเลี้ยงลี่หรอก เก็บเงินไว้เถอะ พี่ขาวเคยบอกว่าอยากซื้อรถเก๋งเท่ ๆ สักคันไม่ใช่เหรอ”

“โธ่ลี่ สุกี้มื้อละแค่ไม่กี่บาท พี่เลี้ยงลี่ได้อยู่แล้ว ส่วนเงินเก็บซื้อรถพี่ก็เก็บอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ให้พี่เลี้ยงหน่อยเถอะนะ พี่อยากใช้เงินเพื่อลี่บ้าง”

คำพูดกับสายตามีนัยยะแอบแฝงของเขานั้น ไม่ได้ทำให้หญิงสาวใจเต้นหรือขัดเขินแต่ประการใด แต่กลับรู้สึกลำบากใจมากขึ้นทุกครั้ง ต่อไปนี้เธอคงต้องเว้นระยะห่างกับเขาให้มากอีกสักหน่อยแล้ว เขาจะได้เลิกสนใจเธอสักที

“เอาไว้วันอื่นนะพี่ วันนี้ลี่มีนัดว่ายน้ำกับเพื่อน ๆ อีก ต้องรีบไปแล้ว” พูดจบก็โบกมือลาพร้อมรอยยิ้มกว้างแล้วเดินไปขึ้นรถ สตาร์ทจากไป

นักมวยดาวรุ่งได้แต่มองตามหญิงสาวที่ตัวเองมีโอกาสได้รู้จักเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนด้วยสายตาละห้อย แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอเจตนาจะเลี่ยง แต่เขาไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ หรอกนะ

……………..

สระว่ายน้ำ

“ฉันไม่เข้าใจเตียแกเลยเหม่ยลี่”

หญิงสาวที่ถูกพาดพิงถึงบิดาหันไปมองเพื่อนที่กำลังดูดน้ำอัดลมจากแก้ว

“เตียฉันทำไมวะองุ่น”

“ก็เตียแกให้แกเรียนอะไรแต่ละอย่างโหด ๆ ทั้งนั้นเลย แล้วบางอย่างฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไรกับแกสักนิด อย่างยิงปืนเนี่ยจะเรียนไปทำไมวะ บ้านเราพกปืนก็ไม่ได้ ขี่ม้าก็เหมือนกัน ให้แกเรียนไปแคสติ้งเป็นนางเอกหนังจีนย้อนยุคเหรอวะ”

“ฮา ๆ ๆ ฮา ๆ ๆ แกอย่ามาว่าเตียฉันนะ เตียให้ฉันเรียนยิงปืนเพื่อที่จะให้ฉันยิงเป้า ปาลูกดอกตามงานวัดได้แม่น ๆ ส่วนขี่ม้าน่ะเรียนเอาไว้เพื่อ.. สงสัยจะให้ฉันไปเป็นนางเอกหนังจีนย้อนยุคอย่างที่แกว่านั่นแหละ” เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจบิดาเหมือนเพื่อนว่านั่นแหละ แต่เธอก็ยอมเรียนเพราะสนุกกับมัน และชอบมากกว่าการไปเรียนวิชาตามตำราในห้องเรียน หรือเรียนอะไรที่เป็นหญิงจ๋า   

“หุ่นดีแล้วก็สวยอย่างแกเป็นได้แน่ ๆ เหม่ยลี่ ไม่แน่นะ แกไปเรียนต่อที่จีนครั้งนี้อาจจะมีแมวมองมาทาบทามแกก็ได้”

“ฉันไม่เอาหรอกองุ่น ถ้าฉันถูกทาบทามจริง ๆ คงต้องลดน้ำหนักอย่างน้อย ๆ สิบโล ต้องผอมกะหร่องกะแหร่งเป็นกระดูกเดินได้แน่แก”

“เพื่อให้หุ่นในจอทีวีออกมาสวย แกก็ยอม ๆ หน่อยเถอะวะ”

“พูดอย่างกับจะได้เป็นจริง ๆ เลยนะ”

“นั่นสินะ ฮา ๆ ๆ ไปว่ายน้ำกันต่อเถอะ”

“ไปสิ ว่ายแข่งกันนะ ไปกลับ”

“ได้เลย ใครแพ้เลี้ยงไอติมนะ”

“ตามนั้น เสียดายเนอะที่คนอื่นไม่มาด้วย ไม่งั้นเราสองคนคงไม่มีใครเสียเงินหรอก”

“คงจะเป็นไอ้พริมหรือไอ้อ้นนี่แหละ”

“ฉันว่าไอ้อ้นแน่ เพราะหลัง ๆ มานี้มันมัวแต่ติดแฟน ไม่ค่อยมาว่ายกับเราสักเท่าไหร่ ลงว่ายอีกทีตะคริวกินขาแน่ ฮา ๆ ๆ”

สองสาวคุยกันสนุกสนานระหว่างบริหารร่างกายข้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้ร่างกายพร้อมลงแข่งชิงไอติม

...................

หลายวันผ่านไป

“เหม่ยลี่”

“จ๋าเตีย”

“..หนูกำลังคบกับใครอยู่หรือเปล่า”

ฮึก! ปากที่กำลังเคี้ยวข้าวเกือบสำลัก เมื่อได้ยินคำถามที่ลอยเข้าหูมาดื้อ ๆ รีบดื่มน้ำกลืนข้าวลงท้อง

“เป็นไรเตีย อยู่ ๆ ก็ถามขึ้นมาแบบนี้หนูตกใจนะ” โวยวายหลังจากดื่มน้ำเสร็จ

“เตียถามจริงจังนะเหม่ยลี่ ตอบเตียมาตามตรง”

เห็นบิดาหรือหมอตี๋ของชาวบ้านมีสีหน้าจริงจัง ลูกสาวที่เหมือนม้าดีดกะโหลกอย่างเธอก็ไม่กล้าพยศ ได้แต่คิดว่าบิดาอาจจะนึกถึงพี่สาวฝาแฝดของตน

รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ยังไม่มีหรอกเตีย”

“แน่นะ ไม่ได้โกหกเตียให้สบายใจใช่ไหม”

“ไม่มีจริง ๆ เตีย วัน ๆ ก็มีแต่เรียนพิเศษเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อที่จีน เรียนวนตามที่เตียอยากให้เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น เวลาว่างไปเฮฮากับเพื่อนยังแทบไม่มี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟนล่ะเตีย” ตอบแล้วนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ “ว่าแต่เตียเถอะ ทำไมถึงถามหนูแบบนี้ล่ะ หนูทำตัวแปลก ๆ ไปเหรอ”

ผู้เป็นบิดาวางตะเกียบที่กำลังจะคีบกับข้าว มองเด็กสาวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ และมอบความรักให้เสมือนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเจือปนความกังวล.. เขาตั้งใจแล้วว่าจะพูดความจริงกับเธอทุกเรื่อง ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องที่เธอไม่ใช่ลูกของเขา แต่จะเริ่มต้นอย่างไรดีให้เธอเชื่อ ไม่คิดว่าเขากำลังเล่านิทานให้ฟัง

“เป็นอะไรเตีย” ด้วยความผูกพันที่มีให้กับบิดามากกว่ามารดา ทำให้หญิงสาววัยสิบเก้าปีเห็นถึงความผิดปกติของท่านได้ทันที “มีปัญหาอะไรหนักใจหรือเปล่า ถ้ามีก็บอกหนูมาเถอะ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวเลยนะเตีย”

“เตียอยากบอก เตียคิดมานานมากกับเรื่องนี้ แต่ไม่กล้าบอกหนูสักที เตียกลัวมาก กลัวจะทำให้ลูกต้องผิดหวังและเสียใจ”

“กลัวอะไรเตีย มีอะไรก็บอกมาเถอะ หนูรับได้ทุกเรื่อง บอกมาเถอะเตีย” คำพูดและสีหน้าของบิดาทำให้หญิงสาวใจคอไม่ดี ถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นไหว หายใจไม่ทั่วท้องไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มิติลี้รัก   78

    “เพราะคนของนางเข้าพบเหนียงเนี่ยงก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นน่ะสิ ถึงจะตรวจใบชาที่นางนำมาฝากแล้วไม่พบอะไร แต่เสินอี้ก็ยังไม่ไว้วางใจ ให้ข้าส่งคนจับตาดูนางกับคนของนางไว้”“ทำไมท่านถึงได้สงสัยนางเล่า”“ท่านบังเอิญเห็นเหล่าผินเฟยคุยกันในสวนน่ะ บอกว่าท่าทีของนางเปลี่ยนไปจนน่าสงสัยมากที่สุด”“นางเป็นผินเฟยที่ดีที่สุดในบรรดาผินเฟยทั้งหมด อ่อนโยนนุ่มนวล ยิ้มแย้มเป็นมิตรอยู่เสมอ ข้าไม่อยากเชื่อว่านางจะเป็นคนทำ”“ถ้าถูกความริษยาครอบงำแล้ว เทพธิดาก็กลายเป็นนางมารได้นะเหล่ากวง”“ถ้าเช่นนั้นทำไมไม่ทดสอบนางแค่คนเดียว”“ผินเฟยนางอื่นเสินอี้ก็ไม่ไว้ใจ พวกนางล้วนเป็นคนลงมือได้ทั้งนั้น ท่านจึงเลือกใช้งานเลี้ยงทดสอบพวกนางพร้อมกันทีเดียว จึงให้ข้ากลับมาแจ้งให้ท่านเตรียมงาน และส่งเทียบเชิญไปยังตำหนักของพวกนาง”“จัดงานเลี้ยงภายในอย่างเป็นทางการเลยหรือ”“ใช่”“เข้าใจแล้ว ข้าจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด เดินทางมาเหนื่อย ๆ”ฮุ่ยเซียนโค้งคำนับบอกลาผู้อาวุโสแล้วเดินจากไปเงียบ ๆ ไม่ได้ตรงกลับเรือนแต่ตั้งใจจะไปสืบข่าวให้เสินอี้เพิ่มเติม จึงแฝงตัวเข้าไปในตำหนักผินเฟย แอบลัดเลาะไปตามเรือนต่าง ๆ จนมาถึงเร

  • มิติลี้รัก   77

    “เสินอี้อย่าทรมานข้านักสิ ข้าป่วยอยู่นะ”คนถูกตำหนิคลี่ยิ้มแม้ปากจะไม่ว่าง เม้มยอดอกสีเข้มแรงขึ้นอย่างกลั่นแกล้ง พร้อมกับนำสะโพกสอบจ่อประชิด ค่อย ๆ สอดแทรกจอมอหังการจนดิ่งลึกเข้าไปในกายนาง สูดปากสะท้านเสียวแล้วเริ่มเบียดบดอย่างมีชั้นเชิงนำพาร่างบางที่สั่นคลอนทะยานสู่ความสุขสายสุดท้ายไปด้วยกันครั้งแล้วครั้งเล่า ตักตวงจนอิ่มหนำจึงยอมปล่อยให้นางพักผ่อนหลังจากนอนพักจนหายเหนื่อยลงบ้างแล้ว เหม่ยลี่ก็ลุกขึ้นนั่งตั้งท่าเป็นการเป็นงานอยู่ในผ้าห่ม“เสินอี้”“หือ” คิ้วเข้มเลิกสูงเล็กน้อย มองใบหน้านวลเพียงส่วนเดียวที่โผล่พ้นผ้าห่ม ใช้นิ้วมือเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าให้พ้นทางสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความรักของเขา ทำให้เหม่ยลี่วาบหวามไปทั้งหัวใจ โน้มตัวลงไปนอนเกยบนอกแกร่งแล้วจูบปลายคางสากของเขาเสินอี้วาบหวามกับการกระทำอันแสนน่ารักของนางไปทั้งใจ เหลือบมองใบหน้านวลที่เชยคางอยู่บนอก เห็นดวงตาโตกะพริบปริบ ๆ ทำท่าไร้เดียงสาใจก็ยิ่งสะท้าน“นี่เจ้ากำลังอ้อนข้าอยู่หรือเหม่ยลี่”“ใช่ ข้าอยากรู้ว่าข้าโดนพิษได้อย่างไร.. บอกข้าสักทีเถิดเสินอี้” เห็นเขาทำนิ่งเหมือนทุกครั้งที่ถาม ก็ทำหน้าออดอ้อนนิ้วมือเรียวบีบ

  • มิติลี้รัก   76

    “ถ้าจางผินเฟยออกหน้าขอร้องเช่นนี้ข้าก็ยินดีรับฟัง”ซื่อผินเฟยแค้นเคืองใจกับท่าทางพินอบพิเทาของเขานัก แต่ก็รู้สึกขอบคุณจางผินเฟยที่สอดปากได้ถูกจังหวะ จึงได้แต่เก็บงำความแค้นเคืองเขาไว้ภายในใจ ถลึงตาใส่เขาก่อนจะสะบัดหนี“ฮุ่ยเซียน เรามาคุยเรื่องของเหนียงเนี่ยงต่อดีกว่า” ยุติศึกได้แล้วจางผินเฟยก็โน้มน้าวให้เขากลับมาเรื่องเดิม“ขอรับ จางผินเฟ่ยอยากรู้เรื่องใดถามมาได้เลย ถ้าตอบได้ข้าจะตอบให้หมดเท่าที่รู้เลยขอรับ” ฮุ่ยเซียนให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ“เอาเป็นว่าเรานั่งกินไปคุยกันไปดีกว่า”“ขอรับ” ฮุ่ยเซียนน้อมรับ แล้วนั่งลงตรงที่ว่างที่จัดเตรียมไว้ให้เหม่ยลี่กูเหนี่ยงแทนที่นั่งของเสินอี้ถึงแม้จะได้รับอนุญาตมาแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะนั่งหรอก แค่ได้รับคำสั่งให้มาทำหน้าที่ในวันนี้ก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้วเมื่อนั่งลงแล้วเขาก็รินเหล้าให้การคารวะแก่ผินเฟยทั้งสิบสองนาง จากนั้นก็เปิดโอกาสให้พวกนางตั้งคำถามมาถามและก็เป็นไปตามคาด ทุกนางล้วนมุ่งถามไปที่เรื่องส่วนตัวของเหม่ยลี่กูเหนี่ยงอย่างละเอียด แต่เขาก็หลีกเลี่ยงที่จะตอบอย่างละมุนละม่อม และดึงเอาประเด็นที่เสินอี้สนใจหลงใหลนางขึ้นมาแทนที่สามวันผ่า

  • มิติลี้รัก   75

    ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ“แล้วเราจะเริ่มแผนนี้เมื่อไหร่ดีล่ะ”“ถามโง่ ๆ ก็ต้องตอนที่กลับเซี่ยเทียนกงแล้วสิ แต่ตอนนี้เรามาเริ่มทำตัวเป็นมิตรกับนางก่อนดีกว่า พวกเจ้าทุกคนจงผูกมิตรกับนางเสีย ส่วนข้าคงทำไม่ได้”“ทำไมเล่าจางผินเฟย”“ก็เพราะข้าเคยเขม่นกับนางมาแล้ว ขืนไปทำดีด้วยนางต้องสงสัยแน่”“จางผินเฟยรอบคอบนัก เจิ้งผินเฟยผู้นี้นับถือจากใจ”“ข้าก็เช่นกัน”“พวกเราก็ด้วย” ผินเฟยทุกนางล้วนยอบกายคารวะสนมใหญ่ตาม ๆ กันยกเว้นผินเฟยน้อยนามว่าซื่อเพียงนางเดียว ที่ยืนหน้าเชิดมองการกระทำของพวกชอบประจบเอาใจ ที่ไร้สมอง นึกแปลกใจที่เจิ้งผินเฟยก็ทำตัวแปลกไปกว่าปกติ...................เรือนเหม่ยฮวา“ฮุ่ยเซียนคารวะผินเฟยทุกท่าน” บุรุษรูปร่างกำยำล่ำสันพอ ๆ กับหน้าตาที่น่าเกรงขาม ประคองมือให้กับสตรีทั้งสิบสองนาง ที่นั่งเรียงกันสลอนภายในห้องโถงของเรือนเหม่ยฮวา ทำให้เรือนที่กว้างขวางที่สุดในตำหนักเฟิ่งอวี่แห่งนี้ ดูสว่างไสวไปด้วยความงดงามของพวกนาง “แล้วฟูจวินเล่า” จางผินเฟยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะพวกนางมาถึงสักพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นเจ้าของเรือนปรากฏตัว“เสินอี้ไม่พร้อมที่จะลงมา

  • มิติลี้รัก   74

    “ท่านไม่เห็นต้องทำ เรียกสาวใช้มาทำเถิด”“ไม่ ข้าอยากทำเองมากกว่า จะได้แน่ใจ”“แต่ท่านอาการไม่ค่อยดีเลย ตาของท่านดูซีดเซียวลง” แม้จะไม่มากแต่นางก็รู้สึกว่ามันหม่นแสง ไม่เจิดจรัสเหมือนเดิม“ข้ายังแข็งแรงดี อดทนได้จนถึงวันที่เจ้าหายป่วยแน่นอน” เขาตอบยียวน ไม่ได้รู้สึกแย่แม้จะเพลีย ๆ อยู่บ้าง “หิวหรือยัง”“อือ ข้าหลับไปนานมากเลยหรือ” ถามเพราะความหิวของนางมันมากจนน่าแปลกใจ“เกือบจะเต็มวันพอดี”“หือ! แค่ก ๆ ๆ” เสียงแห้ง ๆ ทึกทักด้วยความตกใจตามด้วยเสียงไอ“ดื่มน้ำก่อนนะ” เสินอี้รินน้ำชาให้นางดื่ม “ข้าให้สาวใช้เตรียมอาหารไว้รอเจ้าตื่นอยู่แล้ว รอไม่นานหรอก ข้าไปสั่งให้พวกนางยกอาหารเข้ามาก่อนนะ” มือใหญ่ลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยนเมื่อนางพยักหน้ารับ………………“อิ่มแล้วหรือ” เสินอี้ถามหญิงสาวเมื่อนางเบี่ยงหน้าหนีช้อนโจ๊กที่เขาตักป้อน “กินอีกสักหน่อยเถิด เพิ่งกินได้แค่ไม่กี่คำเอง” คะยั้นคะยอเมื่อนางพยักหน้ารับเพลีย ๆหญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ รู้สึกอาการปวดปรี๊ดเริ่มพลุกพล่านไปทั่วทั้งท้องจนต้องเอามือกดไว้“ข้าอยากเข้าห้องน้ำ ท่านออกไปก่อนนะ”“ข้าจะพาไปเอง”“ไม่เอา ข้าอาย”“จะอายทำไมเล่า เจ้าเป็นฟูเหรินของข้า

  • มิติลี้รัก   73

    ประตูแทบจะถูกเปิดออกทันทีที่จบคำพูดเขารีบเดินออกไปที่หน้าฉากกั้น เห็นสีหน้าฮุ่ยเซียนไม่สู้ดีก็ยิ่งสงสัย คาดว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ถึงมารบกวนกลางดึก“เกิดอะไรขึ้น”“เหนียงเนี่ยงขอรับ”“เหม่ยลี่ทำไม” หน้าตาเรียบเฉยไร้อารมณ์เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เมื่อได้ยินฮุ่ยเซียนเอ่ยถึงนาง“สาวใช้บอกว่านางอาเจียนและถ่ายไม่หยุดมาเป็นชั่วยามแล้ว นางไม่ให้มาบอกท่าน แต่พวกนางเห็นอาการเหนียงเนี่ยงไม่ดีจึงไม่กล้าวางใจ” ฮุ่ยเซียนเดินรายงานตามหลังเสินอี้ ที่ผลีผลามออกไปจากห้องด้วยความห่วงใยในตัวฟูเหริน“เจ้ารีบไปตามหมอฉู่มาเดี๋ยวนี้” หมอฉู่คือหมอยาที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหมอเทวดา และอาศัยอยู่ใกล้ตำหนักเฟิ่งอวี่แห่งนี้ที่สุดฮุ่ยเซียนรับคำสั่งแล้วรีบใช้เวทย์ย้ายกายไปอีกทางอย่างรวดเร็วปานลม...................“อาการของนางเป็นอย่างไรบ้างหมอฉู่”“อาการของนางแย่มาก แต่ไม่อันตรายถึงชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมาก”“หมายความว่าอย่างไรหรือหมอฉู่ ช่วยอธิบายให้ข้ากระจ่างแจ้งที”“นางโดนพิษเห็ดเจ็ดราตรี ข้าไม่แน่ใจว่านางโดนมาจากอาหารที่นางกิน หรือสัมผัสโดนก่อนใส่ปาก แต่อาการของมันคือหลังจากกินไปสักพักจะอาเจียนและท้อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status