Share

5

last update publish date: 2025-12-01 00:48:05

“ลี่กลับก่อนนะทุกคน” สาวหมวยดวงตากลมโต ที่มีความงามโดดเด่นรับกับรูปร่างสมส่วนโบกมือลาเพื่อน ๆ

“เดี๋ยวก่อนลี่”

หญิงสาวที่เดินเกือบจะถึงรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองหยุดและหันไปมองคนทัก

“มีอะไรเหรอพี่ขาว” ถามนักมวยดาวรุ่งที่ไม่ได้ขาวสมชื่อแต่ใจดีน่าคบหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ทำไมรีบกลับล่ะ พี่ตั้งใจจะพาไปเลี้ยงสุกี้เป็นการตอบแทนที่ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ซักหน่อย”

“พี่ขาวไม่ต้องเลี้ยงลี่หรอก เก็บเงินไว้เถอะ พี่ขาวเคยบอกว่าอยากซื้อรถเก๋งเท่ ๆ สักคันไม่ใช่เหรอ”

“โธ่ลี่ สุกี้มื้อละแค่ไม่กี่บาท พี่เลี้ยงลี่ได้อยู่แล้ว ส่วนเงินเก็บซื้อรถพี่ก็เก็บอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ให้พี่เลี้ยงหน่อยเถอะนะ พี่อยากใช้เงินเพื่อลี่บ้าง”

คำพูดกับสายตามีนัยยะแอบแฝงของเขานั้น ไม่ได้ทำให้หญิงสาวใจเต้นหรือขัดเขินแต่ประการใด แต่กลับรู้สึกลำบากใจมากขึ้นทุกครั้ง ต่อไปนี้เธอคงต้องเว้นระยะห่างกับเขาให้มากอีกสักหน่อยแล้ว เขาจะได้เลิกสนใจเธอสักที

“เอาไว้วันอื่นนะพี่ วันนี้ลี่มีนัดว่ายน้ำกับเพื่อน ๆ อีก ต้องรีบไปแล้ว” พูดจบก็โบกมือลาพร้อมรอยยิ้มกว้างแล้วเดินไปขึ้นรถ สตาร์ทจากไป

นักมวยดาวรุ่งได้แต่มองตามหญิงสาวที่ตัวเองมีโอกาสได้รู้จักเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนด้วยสายตาละห้อย แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอเจตนาจะเลี่ยง แต่เขาไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ หรอกนะ

……………..

สระว่ายน้ำ

“ฉันไม่เข้าใจเตียแกเลยเหม่ยลี่”

หญิงสาวที่ถูกพาดพิงถึงบิดาหันไปมองเพื่อนที่กำลังดูดน้ำอัดลมจากแก้ว

“เตียฉันทำไมวะองุ่น”

“ก็เตียแกให้แกเรียนอะไรแต่ละอย่างโหด ๆ ทั้งนั้นเลย แล้วบางอย่างฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไรกับแกสักนิด อย่างยิงปืนเนี่ยจะเรียนไปทำไมวะ บ้านเราพกปืนก็ไม่ได้ ขี่ม้าก็เหมือนกัน ให้แกเรียนไปแคสติ้งเป็นนางเอกหนังจีนย้อนยุคเหรอวะ”

“ฮา ๆ ๆ ฮา ๆ ๆ แกอย่ามาว่าเตียฉันนะ เตียให้ฉันเรียนยิงปืนเพื่อที่จะให้ฉันยิงเป้า ปาลูกดอกตามงานวัดได้แม่น ๆ ส่วนขี่ม้าน่ะเรียนเอาไว้เพื่อ.. สงสัยจะให้ฉันไปเป็นนางเอกหนังจีนย้อนยุคอย่างที่แกว่านั่นแหละ” เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจบิดาเหมือนเพื่อนว่านั่นแหละ แต่เธอก็ยอมเรียนเพราะสนุกกับมัน และชอบมากกว่าการไปเรียนวิชาตามตำราในห้องเรียน หรือเรียนอะไรที่เป็นหญิงจ๋า   

“หุ่นดีแล้วก็สวยอย่างแกเป็นได้แน่ ๆ เหม่ยลี่ ไม่แน่นะ แกไปเรียนต่อที่จีนครั้งนี้อาจจะมีแมวมองมาทาบทามแกก็ได้”

“ฉันไม่เอาหรอกองุ่น ถ้าฉันถูกทาบทามจริง ๆ คงต้องลดน้ำหนักอย่างน้อย ๆ สิบโล ต้องผอมกะหร่องกะแหร่งเป็นกระดูกเดินได้แน่แก”

“เพื่อให้หุ่นในจอทีวีออกมาสวย แกก็ยอม ๆ หน่อยเถอะวะ”

“พูดอย่างกับจะได้เป็นจริง ๆ เลยนะ”

“นั่นสินะ ฮา ๆ ๆ ไปว่ายน้ำกันต่อเถอะ”

“ไปสิ ว่ายแข่งกันนะ ไปกลับ”

“ได้เลย ใครแพ้เลี้ยงไอติมนะ”

“ตามนั้น เสียดายเนอะที่คนอื่นไม่มาด้วย ไม่งั้นเราสองคนคงไม่มีใครเสียเงินหรอก”

“คงจะเป็นไอ้พริมหรือไอ้อ้นนี่แหละ”

“ฉันว่าไอ้อ้นแน่ เพราะหลัง ๆ มานี้มันมัวแต่ติดแฟน ไม่ค่อยมาว่ายกับเราสักเท่าไหร่ ลงว่ายอีกทีตะคริวกินขาแน่ ฮา ๆ ๆ”

สองสาวคุยกันสนุกสนานระหว่างบริหารร่างกายข้างสระว่ายน้ำ เพื่อให้ร่างกายพร้อมลงแข่งชิงไอติม

...................

หลายวันผ่านไป

“เหม่ยลี่”

“จ๋าเตีย”

“..หนูกำลังคบกับใครอยู่หรือเปล่า”

ฮึก! ปากที่กำลังเคี้ยวข้าวเกือบสำลัก เมื่อได้ยินคำถามที่ลอยเข้าหูมาดื้อ ๆ รีบดื่มน้ำกลืนข้าวลงท้อง

“เป็นไรเตีย อยู่ ๆ ก็ถามขึ้นมาแบบนี้หนูตกใจนะ” โวยวายหลังจากดื่มน้ำเสร็จ

“เตียถามจริงจังนะเหม่ยลี่ ตอบเตียมาตามตรง”

เห็นบิดาหรือหมอตี๋ของชาวบ้านมีสีหน้าจริงจัง ลูกสาวที่เหมือนม้าดีดกะโหลกอย่างเธอก็ไม่กล้าพยศ ได้แต่คิดว่าบิดาอาจจะนึกถึงพี่สาวฝาแฝดของตน

รีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ยังไม่มีหรอกเตีย”

“แน่นะ ไม่ได้โกหกเตียให้สบายใจใช่ไหม”

“ไม่มีจริง ๆ เตีย วัน ๆ ก็มีแต่เรียนพิเศษเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อที่จีน เรียนวนตามที่เตียอยากให้เรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น เวลาว่างไปเฮฮากับเพื่อนยังแทบไม่มี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟนล่ะเตีย” ตอบแล้วนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ “ว่าแต่เตียเถอะ ทำไมถึงถามหนูแบบนี้ล่ะ หนูทำตัวแปลก ๆ ไปเหรอ”

ผู้เป็นบิดาวางตะเกียบที่กำลังจะคีบกับข้าว มองเด็กสาวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ และมอบความรักให้เสมือนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเจือปนความกังวล.. เขาตั้งใจแล้วว่าจะพูดความจริงกับเธอทุกเรื่อง ยกเว้นเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องที่เธอไม่ใช่ลูกของเขา แต่จะเริ่มต้นอย่างไรดีให้เธอเชื่อ ไม่คิดว่าเขากำลังเล่านิทานให้ฟัง

“เป็นอะไรเตีย” ด้วยความผูกพันที่มีให้กับบิดามากกว่ามารดา ทำให้หญิงสาววัยสิบเก้าปีเห็นถึงความผิดปกติของท่านได้ทันที “มีปัญหาอะไรหนักใจหรือเปล่า ถ้ามีก็บอกหนูมาเถอะ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวเลยนะเตีย”

“เตียอยากบอก เตียคิดมานานมากกับเรื่องนี้ แต่ไม่กล้าบอกหนูสักที เตียกลัวมาก กลัวจะทำให้ลูกต้องผิดหวังและเสียใจ”

“กลัวอะไรเตีย มีอะไรก็บอกมาเถอะ หนูรับได้ทุกเรื่อง บอกมาเถอะเตีย” คำพูดและสีหน้าของบิดาทำให้หญิงสาวใจคอไม่ดี ถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นไหว หายใจไม่ทั่วท้องไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มิติลี้รัก   96 จบบริบูรณ์

    “ท่านไม่ทำแบบนั้นกับอี้โฮ่วหรอก ท่านก็แค่ทำโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาสามีภรรยาเท่านั้นแหละ” ความจริงนางเห็นตอนที่เสินอี้เดินออกมาจากหลังฉากกั้นแล้ว และพยายามจะเตือนอี้โฮ่วให้รู้ตัว แต่นางก็ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างมีอารมณ์ ไม่ยอมสบตาด้วยสักนิด ผลจึงเป็นอย่างที่เห็น“เช่นนั้นหนูปี้ก็สบายใจ แต่เราน่าจะไปบอกกับเหล่ากวงสักหน่อยดีไหม ให้ท่านช่วยมาสังเกตการณ์ไว้ก่อนจะดีกว่า”“อย่าไปรบกวนเขาเลย ดีไม่ดีเจ้าจะถูกหัวเราะเยาะเอาอีกที่กลัวไม่เข้าเรื่อง รีบกลับจวนกันดีกว่า ข้าคิดถึงสามีของข้าแล้ว”“เจ้าค่ะ” สาวใช้ยิ้มแป้นกับคำพูดตรงไปตรงมาของฮูหยิน ประคองนางไปที่รถม้าที่จอดรออยู่หน้าเรือนหวี่ตามที่อี้โฮ่วอนุญาตเป็นพิเศษภายในห้องนอนใหญ่เรือนหวี่“เป็นอย่างไรเล่าอี้โฮ่ว ข้าอ่อนแรงเหมือนถั่วงอกหรือไม่” ร่างใหญ่เปลือยเปล่าที่นอนแผ่หลาไร้แรง ถามร่างบางที่นอนระทวยเพราะถูกฤทธิ์รักร้อนแรงของเขาโถมใส่“แค่นี้ใช่ไหมที่อยากจะอวดให้ข้ารู้”“ใช่ ฟูจวินของเจ้าพลังมหาศาลดุจขุนเขา เสพเจ้าทั้งคืนทั้งวันก็ยังได้ ต่อไปนี้อย่ามานินทาว่าร้ายข้าลับหลังอีก”“ท่านก็อย่าทำตัวเป็นถั่วงอกให้ข้าเห็นอีกก็แล้วกัน ปล่อย! เดี๋ยวเตียข

  • มิติลี้รัก   95

    เขาเองก็ไม่ต่างกับนาง ยิ่งขยับก็ยิ่งสะท้าน ยิ่งต้องการนางอย่างรุนแรง ไม่อาจหักห้ามใจให้หยุดทำรักนางได้ ร่างเล็กที่นอนอยู่บนที่นอนจึงโยกคลอนตามแรงรักที่เขามอบให้ค่ำคืนแห่งความรักไม่ได้จบลงง่าย ๆ เสินอี้ละเลงรักร้อนแรงใส่นางไม่เลิกรา สมกับความถวิลหาสิบกว่าวันที่ไม่ได้เจอกัน สมกับความโล่งอกโล่งใจที่จัดการเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจออกไปได้ทั้งหมดนับจากนี้ไปเขาจะมีนางเป็นฟูเหรินเพียงหนึ่งเดียว ส่วนนางก็จะมีเขาเป็นฟูจวินที่รักนางเพียงหนึ่งเดียว ไม่ต้องแบ่งเขาให้ใครแม้จะเป็นเพียงแค่ฟูจวินในนามก็ตาม ....................สองเดือนผ่านไป“คารวะอี้โฮ่ว”“นั่งลงก่อนสิฮูหยิน” เหม่ยลี่รีบกล่าวเชื้อเชิญซื่อเหม่ยเหนียงให้นั่งลงอย่างห่วงใย เพราะรู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ “เจ้าไม่จำเป็นต้องมาคารวะข้าบ่อย ๆ ขนาดนี้ก็ได้ กำลังท้องกำลังไส้ควรพักผ่อนให้มาก ๆ จะดีกว่า”“อยู่แต่ในจวนก็น่าเบื่อ ฮุ่ยเซียนไม่ให้ข้าทำอะไรเลยนอกจากกินกับนอน ข้าได้เดินยืดเส้นยืดสายมาหาท่านแบบนี้ข้ามีความสุขมาก อย่าขับไสข้าเลยนะอี้โฮ่ว”“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก ข้าแค่ทำตามที่ฮุ่ยเซียนขอร้องน่ะ”“อะไรนะ เขามาบอกให้ท่านพูดเช่นนั้นหรือ”

  • มิติลี้รัก   94

    เท้าเล็ก ๆ ในรองเท้าปักลายงดงามค่อย ๆ ก้าวไปใกล้แผ่นหลังหนา สูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดเขาไว้“อย่าหันมาเด็ดขาดจนกว่าข้าจะอนุญาต”“อือ”“แล้วก็ฟังข้าพูดไปเงียบ ๆ ห้ามถามห้ามซักใด ๆ ทั้งสิ้น”“ได้”“..ท่านรู้อะไรไหมเสินอี้ อยู่ใกล้ ๆ ท่านแล้วข้ารู้สึกอุ่นใจทุกครั้ง ยิ่งอยู่ด้วยข้าก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ คืนนี้ก็เช่นกัน ที่ข้ายอมฝ่าความมืดไปพบท่านก็เพราะข้าคิดถึงท่านมาก มากจนห้ามใจเอาไว้ไม่ไหว ถ้าไม่ใช่เพราะ..เพราะ..เพราะรักท่านข้าคงไม่รู้สึกเช่นนี้”พูดความในใจให้เขารับฟังด้วยความขัดเขินแล้วก็เหมือนคนเป็นใบ้ในบัดดล พอรู้สึกว่าเขาขยับตัวก็รีบออกแรงรัดเขาแน่นขึ้น ฝังหน้ากับแผ่นหลังแกร่งเพราะไม่อยากให้เขาหันมาตอนนี้เสินอี้ยืนนิ่งดั่งหินผาเมื่อเจออาการเขินอายแบบเด็กสาวแรกเจอบุรุษที่ต้องใจของฟูเหรินคนงาม หัวใจที่พองโตเพราะได้ยินคำบอกรัก อิ่มเอิบเหมือนได้น้ำได้ดินดีมากยิ่งขึ้น ยอมยืนนิ่ง ๆ ให้นางกอดรัดอยู่สักพักจนอ้อมแขนค่อย ๆ คลาย จึงดึงร่างบางมาทางด้านหน้าแล้วอุ้มมาไว้ในอ้อมแขน ไม่ยอมพูดยอมจาตามที่นางสั่งห้าม แต่รีบย่างสามขุมไปยังเตียงนอนหลังใหญ่หลังฉากกั้

  • มิติลี้รัก   93

    “ได้ซะที่ไหนเล่า เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมท่านไม่เดือดร้อนสักนิด แล้วข้าจะทำอย่างไรดีเล่าทีนี้”“เจ้าจะกังวลใจไปทำไม ข้าเป็นเจ้าของมันข้ายังไม่ใส่ใจสักนิด ไปเถิด ข้าง่วงแล้ว กลับห้องกันเถิด ซูสุคืนนี้ข้าขอกลับก่อนนะ ท่านกับตั้วซานจัดการเรื่องที่เหลือแทนข้าทีก็แล้วกัน”“เชิญเสินอี้พักผ่อนตามอัธยาศัยเถิด ทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเหลาสิ่วกับอาตั้วก็พอ เราสองคนจะทำให้จบคืนนี้เลย”“อือ พรุ่งนี้ข้าจะมาคุยด้วยนะ” แล้วใช้เวทมนตร์พาตัวเองกับนางในอ้อมแขนหายไปอย่างรวดเร็ว“เสินอี้คงคิดถึงเหนียงเนี่ยงมากเลยนะ รีบพานางกลับห้องนอนโดยไม่สนใจกฎที่ตัวเองตั้งเลย” ตั้วซานเหน็บแนมเจ้านายที่เป็นคนตั้งกฎว่าอยู่ในเซี่ยเทียนกงห้ามใช้เวทมนตร์กลใดทั้งสิ้น “ถ้าเจ้ามีฮูหยินเมื่อไหร่เจ้าก็จะรู้เองว่าความคิดถึงโหยหาที่ถาโถมกันนานวันจะเป็นอย่างไร” กวงตอบยิ้ม ๆ แล้วชักชวนกันไปที่หองาน เพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายจากเสินอี้ให้เสร็จสิ้นในคืนนี้…………………“นี่!” เหม่ยลี่ฟาดฝ่ามือใส่มือที่เริ่มรุกเร้าใส่ทันทีที่กลับเข้ามาในห้องนอน “อย่ามาทำรุ่มร่ามกับข้านะ”“ที่ไปหาข้ากลางดึกแบบนี้ไม่ใช่เพราะคิดถึงข้าหรอกหรือเหม่ยลี่”“ใคร

  • มิติลี้รัก   92

    “เพราะข้าอยากให้นางได้ทำตามแผนเพื่อลองใจเสินอี้ด้วย อยากดูไหวพริบของเขาด้วย คิดว่าเมื่อถึงคราวจำเป็นค่อยเผยความจริงก็แล้วกัน แต่โชคดีเหลือเกินที่เสินอี้ไม่หลงกลตามนางและยังรู้ทันอีก ข้าจึงได้แต่ปิดปากเงียบรอดูเขาจัดการนางอยู่ห่าง ๆ แบบนี้ไงเล่า”“แต่ข้าไม่สนุกด้วยสักนิด ถ้าหากว่าแผนของนางบรรลุด้วยดีท่านจะทำอย่างไร ท่านต้องกลายเป็นคนผิดแทนนางอย่างนั้นหรือ”“ข้าก็จะใช้กระจกความจำเผยความชั่วร้ายของนางให้เสินอี้รับรู้”“นับว่ายังดีที่มีสติบันทึกการกระทำของนางเอาไว้ คิดว่าท่านจะขลาดเขลากว่านี้”คนถูกตำหนิขมวดคิ้วเรียว ชักสีหน้างอใส่อีกฝ่าย “คิดว่าข้าจะโง่พึ่งพาแต่ท่านเป็นอย่างเดียวหรืออย่างไร” สะบัดเสียงโต้แย้งอย่างมีแง่งอน “ออกไปให้พ้นหน้าข้าเลย”“ใครจะยอม” แล้วคนตัวใหญ่ที่อยู่นอกอ่างอาบน้ำก็ช้อนเอาร่างโปร่งขึ้นจากอ่าง “กล้าไล่ข้าแบบนี้คงต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว” แล้วอุ้มเขาไปที่เตียงหลังใหญ่เสินเฉารีบเอื้อมมือหยิบเสื้อคลุมมาปกปิดเรือนร่างของตนเอาไว้ขณะที่ถูกมู่สงอุ้มออกมาจากห้องอาบน้ำ ไม่ได้ปฏิเสธการกระทำเอาแต่ใจของเขาแต่อย่างใด.....................ตำหนักเสินอี้เกือบจะสิบวันแล้วที่เสินอ

  • มิติลี้รัก   91

    “เจ้านี่นะ ให้ข้าได้ดูละครรักสนุก ๆ ต่ออีกหน่อยก็ไม่ได้”“ผู้กำกับเช่นท่านทำให้คนดูอย่างข้าหงุดหงิดมาก เลิกแกล้งพวกเขาแล้วก็จัดการให้มันเรียบร้อยเถิด ข้าหิวแล้ว ขืนชักช้าจะไม่รอกินข้าวพร้อมท่านแล้วนะ”“ข้าจะรีบจัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้แหละ มานั่งใกล้ ๆ ข้ามา” เสินอี้รีบลุกไปจูงมือยอดดวงใจ “เจ้าช่วยข้าตัดสินใจทีเถิดฟูเหริน ข้าควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี” พานางนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน ไร้ความเย็นชาเช่นสักครู่เหม่ยลี่ถลึงตาใส่คนข้าง ๆ แล้วโน้มหน้าไปใกล้หูเขา“ทำไมโยนภาระมาให้ข้าแบบนี้เล่า”“ในฐานะที่เจ้าเป็นฟูเหรินของข้า ข้าอยากรู้ความคิดเห็นของเจ้า”“ท่านจะถามให้มากความทำไม ก็อย่างที่ข้าเคยบอกท่านไปนั่นแหละ ถ้าพวกเขามีใจให้กันก็จับแต่งงานกันก็หมดเรื่อง” แล้วหันไปมองฮุ่ยเซียนกับโฉมงามซื่อเหม่ยเหนียง “พวกท่านอยากแต่งงานกันไหม.. ฮุ่ยเซียน”ฮุ่ยเซียนหันไปมองสตรีที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ เห็นนางหน้าแดงก่ำ มองแต่มือที่เท้าอยู่กับพื้น“ถ้าต้องให้เลือกระหว่างความตายกับการแต่งงาน ข้าต้องอยากแต่งงานอยู่แล้วเหนียงเนี่ยง เพราะข้ารักนางจึงอยากใช้ชีวิตอยู่กับนางมากที่สุด”เหม่ยลี่คลี

  • มิติลี้รัก   72

    “จริงเจ้าค่ะ นางไม่เอาก็ยังคะยั้นคะยอช่วยเลือกให้ เห็นแล้วขัดหูขัดตายิ่งนัก”“หลันหลัน จะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากระวังคำหน่อย” เจิ้งผินเฟยตำหนิสาวใช้เสียงเรียบ ที่พูดออกไปไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะมาได้ยิน แต่ตัวนางเองนี่แหละที่รับฟังไม่ได้ ไม่อยากได้ยินให้ระคายเคืองความรู้สึกมากไปกว่านี้“หนูปี้ขออภัยเจ

  • มิติลี้รัก   71

    “อยากไปมากเลยหรือ”“อือ อยากไปมาก ๆ” พยักหน้ารับรัว ๆ“พรุ่งนี้ค่อยไปก็แล้วกัน”“แต่ข้าอยากไปตอนนี้เลยนี่นา”“จะไปได้อย่างไร ดูใบหน้าของเจ้าสิ”“ข้าไปได้ แค่เอาผ้าคลุมไปแบบนี้ก็พอแล้ว” แล้วรีบเอาผ้าที่มาคลุมศีรษะ ตวัดซ้ายตวัดขวาพรางใบหน้าอย่างคล่องแคล่ว “แค่นี้ก็ไม่เห็นแผลแล้ว ทีนี้ก็ไปได้แล้ว”เห็

  • มิติลี้รัก   70

    หางคิ้วเข้มกระดกขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้ามองนางอย่างขุ่นข้องหมองใจ เมื่ออ่านความรู้สึกของนาง.. แม้นางจะเศร้าใจ แต่นางก็ยังเต็มใจให้เขาไปพบพวกนางตามลำพัง ประเสริฐ ๆ“ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว”“นี่!” เหม่ยลี่มองตามร่างใหญ่ที่เดินจากไปอย่างงง ๆ “เสินอี้หยุดก่อน” รีบก้าวยาว ๆ ไปดึงแขนเขาไว้“มีอะไรอีก

  • มิติลี้รัก   69

    เจิ้งผินเฟยนิ่งอึ้งตะลึงเป็นหุ่นกระบอก พูดไม่ออก ได้แต่มองสตรีที่กำลังดูแลตน จนนางเงยหน้าขึ้นมามองจึงได้สติ รีบส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมรอยยิ้มเจื่อน“ข้าไม่เป็นไร แล้วเจ้าเล่า”“ข้าไม่เป็นอะไร ไม่ได้ล้มด้วย”“ข้าขอโทษด้วย ข้าผิดเองที่รีบจนไม่ทันดูให้ดี” เจิ้งผินเฟยกล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมก้มศีรษะให้เล็กน้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status