เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!

เกิดใหม่ทั้งที ข้าผู้นี้จะเกี้ยวคุณชายตระกูลเว่ย!!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-04-16
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
68Bab
5.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ฉางเล่อ...ลืมตาขึ้นมาหลังความตายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว นางพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของ หร่วนฉางเล่อ ประมุขตระกูลหร่วนผู้มากรักหลายใจ ทั้งยังได้รับขนานนามว่าเป็นสตรีแพศยาอันดับหนึ่งของเมืองฉางอัน ...จากหญิงสาวยุคปัจจุบัน ...เข้าไปอยู่ร่างประมุขคนงามที่ทั้งเด็ดขาดและโหดเหี้ยม นอกจากจะต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง นางยังต้องเล่นละครเป็นหร่วนฉางเล่อที่ตนไม่เคยรู้จัก ความลับมากมายของตระกูลหร่วน อำนาจเบื้องหลังที่ทำให้ผู้คนชวนอกสั่นขวัญแขวน ยังมีสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมาอยางจับผิดนั่นอีก!!! ยังดีที่นางมีช่วงพักกาย ...พักใจ ...พักสายตา สวรรค์...ผู้งานดีทั้งนั้นเลย!! คุณชายตระกูลนั้นก็น่ามอง ประมุขผู้นั้นก็หล่อเหลา ยิ่งเป็นบุรุษตระกูลเว่ยก็ยิ่งน่าดึงดูด โดยเฉพาะ...เว่ยหรงเหยียน คุณชายสามตระกูลเว่ย บุรุษที่ไม่เคยอยู่ในสายตาผู้ใดคนนั้น!!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1

ความมืด...กระชากลมหายใจ

ความเจ็บปวด...ล่องลอยดุจปอยนุ่น

ความอาวรณ์ในห้วงสุดท้ายของลมหายใจ ฉางเล่อหลับตาลงอย่างสงบ ยอมรับแล้วในทุกๆ โชคชะตาไม่ว่าวันนี้หรือในอดีต ไม่เสียใจที่เคยตัดสินใจช่วยไม่ให้เด็กคนหนึ่งถูกรถชน เพราะเทียบกันแล้วอนาคตที่ไร้วันพรุ่งนี้ของหญิงสาว แลกกับชีวิตในวันพรุ่งนี้ของเด็กน้อยให้มีโอกาสได้เติบโต ได้ใช้ชีวิต ได้มีโอกาสทำหลายๆ อย่างในสิ่งที่อยากทำ

ตั้งแต่ยังเด็กสุขภาพก็อ่อนแอเหลือทน พยายามแล้วที่จะดิ้นรนอยู่ให้นานที่สุด ทว่าเมื่อสวรรค์ลิขิตมาให้อายุสั้น ดังนั้นกล่าวโทษสิ่งใดล้วนไม่อาจแก้ไข...

“...ฟะ...ฟื้นแล้ว!!! ประมุขหร่วนฟื้นแล้ว!!! ให้คนรีบเข้าวังไปกราบทูลไทเฮาเร็วเข้า!!!”

เสียงฝีเท้าวุ่นวายดังขึ้นจนน่าหนวกหู ฉางเล่อขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ หญิงสาวพยายามจะพลิกตัวหากไม่ใช่ว่า...ตอนนี้หญิงสาวกำลังนอนคว่ำ!!! ความเจ็บปวดแล่นลามมาจากหัวไหล่ด้านหลังข้างขวา มือข้างขวาสั่นเทา แผ่นหลังชาหนึบ ง่วงงุนทว่าก็อยากจะลืมตาขึ้นมามอง

เสียงพูดคุยดังสับสน เสียงฝีเท้าของคนไม่ต่ำกว่าสิบคน สัมผัสเย็นสบายที่ป้ายลงบนไหล่ แต่ก็มีความแสบร้อนและคันยุบยิบตามมา

“นางเป็นอย่างไรบ้าง”

“ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วแต่ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องคอยดูอย่าให้แผลอักเสบ พวกเรานับว่า...รักษาชีวิตเอาไว้ได้แล้ว”

เสียงถอนหายใจตามมาหลังประโยคด้วยความโล่งอกนั้น ฉางเล่ออยากส่งเสียงแต่คอแหบแห้ง เรี่ยวแรงหดหายแม้แต่จะขยับริมฝีปากก็ยังทำไม่ได้

“คืนนี้ก็เฝ้านางให้ดีอย่าให้มีเรื่องผิดพลาด”

“ข้าเฝ้าเอง” เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นข้างเตียง แวบหนึ่งฉางเล่อคล้ายมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่ต่อมาทั้งหมดนั้นก็เลือนรางอีกครั้ง

ห้วงของความทรงจำสุดท้าย...

“ฉิง ข้าหวังว่าเจ้าจะตัดสินใจไม่พลาด”

“นางกำลังจะตาย”

“ตอนที่เจ้าเอายาให้นางกินเข้าไป นางหมดลมหายใจไปแล้ว เจ้าควรปล่อยให้นางตาย”

“ใช่ ข้าควรปล่อยให้นางตาย แต่ข้า...ทำไม่ได้ ให้อย่างไรนางก็เคยช่วยชีวิตข้า เคยช่วยชีวิตพวกเจ้า ช่วยชีวิตครอบครัวของพวกเจ้า”

“แต่เจ้าก็รู้ว่านางทำอะไรหลังจากนั้น”

“ใช่ข้ารู้ แต่ข้ายืนมองนางตายไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้”

หญิงสาวได้ยินบทสนทนาของคนเหล่านั้น แยกแยะได้ว่ามีสตรีหนึ่งและบุรุษอีกสี่คน นางพยายามลืมตาขึ้นมอง

“ประมุขหร่วนท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง” อีกฝ่ายเอ่ยถามขึ้นเช่นนั้น

ประมุขหร่วน?? ใครกัน?

คำตอบของคำถามนั้น...

หลังจากรู้สึกตัวตื่นฉางเล่อถึงได้ตระหนัก แท้ที่จริงแล้วหญิงสาวฟื้นตื่นขึ้นมาในร่างของหร่วนฉางเล่อ สตรีวัยสิบเก้าผู้มั่งคั่ง ร่ำรวย

นอกเหนือไปจากนั้นนางยังเป็นประมุขผู้มากรักหลายใจ ทั้งยังได้รับขนานนามว่าเป็นสตรีแพศยาอันดับหนึ่งของเมืองฉางอัน!!

...จากหญิงสาวยุคปัจจุบัน เข้ามาอยู่ร่างประมุขคนงามที่ทั้งเด็ดขาดและโหดเหี้ยม ฉางเล่อได้แต่นั่งกุมขมับครุ่นคิดเพียงลำพังด้วยความสับสน ไม่เข้าใจ ไม่อยากเชื่อ

ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าเดินมาหยุดตรงประตูห้อง “ประมุขข้าเองเจ้าค่ะ ข้านำมื้อเที่ยงมาให้ วันนี้เป็นผัดเต้าหู้กับน้ำแกงปลาจินอวี๋”

“เข้ามาสิ” หญิงสาวจัดชุดบนตัวแล้วนั่งมองหญิงสาวอีกคนที่กำลังก้าวเข้ามาในห้อง หร่วนฉิง...คนสนิทของหร่วนฉางเล่อ เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดและได้ยินมาว่าเป็นเพียงคนเดียวที่หร่วนฉางเล่อไว้ใจ อีกฝ่ายเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าหร่วนฉางเล่อนั้น...จดจำสิ่งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้าไม่ได้

ใช่แล้ว...นั่นเป็นข้ออ้างที่สิ้นคิดที่สุดที่หญิงสาวนึกออก แต่ถึงตอนนี้มันก็ยังคงได้ผลอยู่ หร่วนฉิงเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปก็ไม่สงสัยสักนิด ที่สำคัญอีกฝ่ายยังช่วยปิดบังเพื่อให้เวลาหญิงสาวได้ปรับตัวอีกหน่อย

ไหล่ปวดตุบตอนหยิบตะเกียบขึ้นมา หน้าผากเองก็เจ็บแปลบ... ได้ยินหร่วนฉิงบอกว่าไทเฮาโดนลอบสังหาร นางที่อยู่ใกล้ที่สุดสละชีวิตเพื่อปกป้องไทเฮาแคว้นเก่อเก๋อ

ใช่...ฟังไม่ผิดหรอกที่นี่ก็คือแคว้นเก่อเก๋อ ดินแดนที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ ไม่มีในแผนที่ ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็นในบันทึก ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วที่นี่มีอยู่จริง หรือเป็นเพียงโลกอีกใบที่อยู่คนละมัลติเวิร์ส[1]...

[1] พหุภพ หรือ พหุจักรวาล คือแนวคิดตามสมมติฐานว่ามีเอกภพจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนเกิดขึ้นและสลายไปอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเอกภพซึ่งก็คือโลกปัจจุบันของเราก็เป็นหนึ่งในนั้น

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

JullaJakarin Tian
JullaJakarin Tian
สนุกค่ะ เขียนได้ดี มีเขียนผิดบ้างแต่ก็น้อยมาก ยังจับใจความได้
2026-05-26 16:17:17
1
0
Alisa Shorty
Alisa Shorty
สนุกดี ให้รางวัล
2026-04-22 09:34:14
2
0
Jaa Jaa
Jaa Jaa
สนุกมากมีครบรสชาติคนแต่งได้ดีงามคะ
2026-04-16 09:19:38
2
0
68 Bab
บทที่ 1.1
ความมืด...กระชากลมหายใจความเจ็บปวด...ล่องลอยดุจปอยนุ่นความอาวรณ์ในห้วงสุดท้ายของลมหายใจ ฉางเล่อหลับตาลงอย่างสงบ ยอมรับแล้วในทุกๆ โชคชะตาไม่ว่าวันนี้หรือในอดีต ไม่เสียใจที่เคยตัดสินใจช่วยไม่ให้เด็กคนหนึ่งถูกรถชน เพราะเทียบกันแล้วอนาคตที่ไร้วันพรุ่งนี้ของหญิงสาว แลกกับชีวิตในวันพรุ่งนี้ของเด็กน้อยให้มีโอกาสได้เติบโต ได้ใช้ชีวิต ได้มีโอกาสทำหลายๆ อย่างในสิ่งที่อยากทำตั้งแต่ยังเด็กสุขภาพก็อ่อนแอเหลือทน พยายามแล้วที่จะดิ้นรนอยู่ให้นานที่สุด ทว่าเมื่อสวรรค์ลิขิตมาให้อายุสั้น ดังนั้นกล่าวโทษสิ่งใดล้วนไม่อาจแก้ไข...“...ฟะ...ฟื้นแล้ว!!! ประมุขหร่วนฟื้นแล้ว!!! ให้คนรีบเข้าวังไปกราบทูลไทเฮาเร็วเข้า!!!”เสียงฝีเท้าวุ่นวายดังขึ้นจนน่าหนวกหู ฉางเล่อขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ หญิงสาวพยายามจะพลิกตัวหากไม่ใช่ว่า...ตอนนี้หญิงสาวกำลังนอนคว่ำ!!! ความเจ็บปวดแล่นลามมาจากหัวไหล่ด้านหลังข้างขวา มือข้างขวาสั่นเทา แผ่นหลังชาหนึบ ง่วงงุนทว่าก็อยากจะลืมตาขึ้นมามองเสียงพูดคุยดังสับสน เสียงฝีเท้าของคนไม่ต่ำกว่าสิบคน สัมผัสเย็นสบายที่ป้ายลงบนไหล่ แต่ก็มีความแสบร้อนและคันยุบยิบตามมา“นางเป็นอย่างไรบ้าง”“ตอนนี้รู้สึ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2
แฮ่ม...วกกลับมาที่แคว้นเก่อเก๋อที่มีเมืองฉางอันเป็นเมืองหลวง โลกที่คล้ายคลึงกับโลกแห่งอดีตของยุคจีนโบราณ ทั้งการแต่งกายแบบฮั่นฝู อักษรก็ใช้อักษรแบบสิงเฉ่า[1]ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมเองก็คล้ายคลึงกัน ภาษาพูด สิ่งที่ยึดถือปฏิบัติ ทุกอย่างล้วนคุ้นเคยจนยากจะแยกแยะว่าไม่เกี่ยวข้องกันในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หร่วนฉิงผู้นี้ก็คือคนที่เอายาลูกกลอนเซิงหัวป้อนให้หญิงสาวกินเข้าไป ทั้งที่องครักษ์ของนางอีกสี่คนนั้นล้วนมั่นใจว่านางสิ้นใจไปแล้ว...พวกเขาไม่ผิด... หร่วนฉางเล่อตายไปแล้วจริงๆ และอาจเพราะยาล้ำค่าเม็ดนั้น บวกกับโชคชะตาที่ทำให้ฉางเล่อได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน นางยืมร่างเพื่อคืนวิญญาณและมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะ...ประมุขตระกูลหร่วนเพราะได้ยินบทสนทนาหญิงสาวจึงรู้สึกไว้ใจหร่วนฉิง ดังนั้นในช่วงพักฟื้นเพื่อรอให้ร่างกายหายดี ห้องพักของนางมีเพียงหร่วนฉิงเท่านั้นที่เข้าใกล้ได้เว้นเพียงในเวลาทำความสะอาด หรือเวลาเปลี่ยนยาทำแผลที่จะมีหมอหลวงถูกส่งมาที่จวน หร่วนฉิงจะอยู่ด้วยทุกครั้ง ราวกับกลัวว่าจะมีสิ่งใดผิดพลาดในทุกๆ วันหมอหลวงถูกส่งมายังจวนตระกูลหร่วน ขันทีคนสนิทของไทเฮาจะถูกส่งมาคอยติดตามการรัก
Baca selengkapnya
บทที่ 1.3
“พวกเจ้าได้ยินอะไรมาเล่า”“ได้ยินมาว่าไม่ว่าประมุขหร่วนจะทำความผิดร้ายแรงอย่างไร ไทเฮาก็ทรงปกป้องนางเสมอ”“นางเป็นหลานสาวของสหายสนิทวัยเยาว์แน่นอนไทเฮาย่อมทรงเอ็นดูเป็นธรรมดา”“แล้วจริงหรือไม่เจ้าคะที่คนนอกลือกัน”“เรื่องอะไร”“ก็เรื่องที่ว่า...ประมุขตระกูลหร่วนเป็นสตรีผู้มากรักหลายใจ ทั้งยังได้รับขนานนามว่าเป็นสตรีแพศยาอันดับหนึ่งของเมืองฉางอัน ว่ากันว่าองครักษ์สี่ทิศของนางล้วนเป็น...คนรักลับๆ”“ข้าว่าน่าสงสัยนะเจ้าคะ ไม่เห็นหรือว่าที่นี่บ่าวไพร่ล้วนเต็มไปด้วยบุรุษและสตรีที่หน้าตางดงามหล่อเหลา ที่ดูใช้ได้หน่อยก็เป็นบ่าวชั้นเลว ที่หน้าตาหล่อเหลาก็ได้รับใช้ใกล้ชิด แม้แต่คนคุ้มกันของจวนก็เต็มไปด้วยองครักษ์ที่หน้าตาหล่อเหลาน่ามองทั้งสิ้น”“เอาล่ะเงียบได้แล้ว พ่อบ้านมาแล้ว”“สวีกงกง”“พ่อบ้าน”“ตอนนี้ประมุขกำลังพักผ่อน เชิญด้านนี้ก่อนเถิดข้าแจ้งให้องครักษ์ฉิงทราบแล้ว นางกำลังไปแจ้งท่านประมุข”“รบกวนแล้ว”คนเหล่านั้นเดินไปตามเรือนระเบียงของสวน ฉางเล่อถอนหายใจปิดบัญชีในมือแล้วปีนลงมาจากต้นอวี้หลาน ตอนลงมาก็เด็ดดอกอวี้หลานสีขาวติดมือมาด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้คนจิตใจสงบ ถึงอย่างนั้นนางกลับรู้
Baca selengkapnya
บทที่ 1.4
หร่วนเป่ย... ชายหนุ่มหล่อเหลาเก่งกาจทั้งเรื่องพิษและกำลังภายใน หนึ่งในองครักษ์สี่ทิศของหร่วนฉางเล่อ โดนเด่นสูงใหญ่ไม่เป็นสองรองใคร ใบหน้าดุดันรูปร่างกำยำล่ำสัน เดิมทีเคยเป็นคนของแคว้นโยวโจวทางเหนือ แต่เพื่อยาถอนพิษของคนรักเขายอมแลกอิสระของตัวเองอยู่ข้างกายหร่วนฉางเล่อยี่สิบปี หรือหากนางตายเขาก็จะเป็นอิสระหร่วนซี... ทวนทมิฬแห่งตะวันตก ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาล้ำเลิศ เขาเป็นหนึ่งเดียวที่ยอมก้าวเข้ามาในจวนตระกูลหร่วน เพราะต้องการเงินสามรถม้า!!! หร่วนฉางเล่อไม่ถาม ไม่ซักไซ้ว่าเงินนั้นเขาจะเอาไปทำอะไร แต่ตกลงทำสัญญาทันทีพร้อมเงินสามรถม้าและสัญญาหนึ่งฉบับ!!!คนสุดท้ายหร่วนตง... องครักษ์ผู้นี้ซับซ้อนกว่าผู้ใด เขารักใคร่ชอบพอกับแม่ครัวของตระกูลหร่วน จินอวี๋... สัญญาขายตัวของจินอวี๋ให้อย่างไรหร่วนฉางเล่อก็ไม่ยอมยกให้ ไม่ยอมขาย ดังนั้นหร่วนตงจึงเข้ามาเป็นองครักษ์ของตระกูลหร่วน ทว่าคนนอกกลับคิดว่าเขาเองก็มีสัญญาบางอย่างกับหร่วนฉางเล่อหร่วนฉิงกล่าวว่า...หร่วนฉางเล่อท้าทายเขาทางวาจา ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร หากเขาอยู่ข้างกายหญิงสาวครบสิบปี สัญญาขายตัวเป็นทาสของจินอวี๋กับบิดามารดา หร่วนฉางเล
Baca selengkapnya
บทที่ 1.5
“เจ้าค่ะสมควรต้องไป เริ่มที่ประมุขซูเพราะเขาคุ้นเคยกับท่านที่สุด จากนั้นจึงเป็นประมุขตระกูลเว่ยที่มีฐานะเป็นคหบดีอันดับหนึ่ง ไล่ลงไปยังประมุขตระกูลรองลงมาอย่างตระกูลหยาง ตระกูลเสิ่น จากนั้นก็ตระกูลเหวินและตระกูลซู”“ตระกูลหร่วนเล่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่”“อันดับสามเจ้าค่ะ”เห็นบัญชีของตระกูลหร่วนในแต่ละเดือน ขนาดร่ำรวยมั่งคั่งถึงเพียงนี้ยังอยู่เพียงอันดับสาม?! หร่วนฉางเล่อสูดหายใจเข้าลึกยิ้มบาง จากนั้นเดินเข้าไปทักทายคหบดีจากจวนต่างๆนางยอบกายให้ประมุขซู ซูจั้นชิง จากร้านเครื่องหอมและแพรพรรณ ไล่ลำดับไปเรื่อยๆ สายตาก็กวาดมองพวกเขา พยายามจดจำรายละเอียดและสังเกตพวกเขาไปทีละคน“ส่งของเยี่ยมไปหลายครั้งไม่ได้ไปเยือนด้วยตัวเอง ประมุขหร่วนอย่าได้ถือโทษ หายดีแล้วกระมัง” ประมุขซูผู้นี้นับว่ามีสายตาและท่าทีจริงใจกับนาง หร่วนฉางเล่อสนทนากับเขาด้วยรอยยิ้ม“เจ้าค่ะ นับว่าดีขึ้นมากแล้ว”“เกรงว่ารัชทายาทคงไม่รู้ว่าเจ้าหายดีแล้ว ดังนั้นเทียบเชิญจึงส่งไปไม่ถึงจวนตระกูลหร่วน”หร่วนฉางเล่อยิ้ม “เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ครั้งก่อนมีคนของตำหนักตะวันออกส่งโบตั๋นไปที่จวนกระถางหนึ่ง ฝากท่านลุงกราบทูลรัชทายาทว่าข้า
Baca selengkapnya
บทที่ 1.6
“แล้วนางมีท่าทีอย่างไร”“แปลกขอรับ” เว่ยอวี้หลิงเป็นคนตอบ “ลูกรู้สึกว่านางแปลกไป แต่อธิบายไม่ถูกว่าแปลกอย่างไร”“ลูกคิดว่าหลังถูกปฏิเสธในงานเลี้ยงวันนั้น แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในที่สุดประมุขหร่วนก็เปลี่ยนใจไม่ชอบพอคุณชายเหวินแล้ว”“หืม” เว่ยฮูหยินเลิกคิ้ว “จะเป็นไปได้อย่างไร นับตั้งแต่นางก้าวขึ้นเป็นประมุข กี่ครั้งแล้วที่นางต้องขายหน้าเพราะถูกปฏิเสธ แต่นางก็ไม่เห็นเปลี่ยนไปสักนิด เคยชอบอย่างไรก็ยังชอบ เคยไร้ยางอายอย่างไรกยังเหมือนเดิม”“แต่คราวนี้ไม่เหมือนกันขอรับท่านแม่ นางไม่เหลือบมองพี่เหวินสักแวบ มองผ่านไปเหมือนคนไม่รู้จัก”“บางทีอาจแสร้งทำไปเช่นนั้น สตรีผู้นี้ร้ายกาจลุ่มลึก ขนาดบิดายังโดนนางสังหาร...”“ฮูหยินไม่มีหลักฐานอย่าได้กล่าวไปเรื่อย” เว่ยอวี๋กล่าวจบก็ไอออกมาจนหน้าซีด เขาลุกขึ้นจิบชาจากนั้นถูกประคองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เขามองฮูหยินของตนที่มีท่าทีเกลียดชังหร่วนฉางเล่อ สาเหตุน่ะหรือ??มองไปยังบุตรชายคนที่สาม เว่ยหรงเหยียน ปีนี้อายุเพิ่งยี่สิบและเพิ่งผ่านพิธีสวมหมวก ทว่าปอยผมบางส่วนกลับหงอกขาว ร่างกายอ่อนแอทรุดโทรม ใบหน้าขาวซีด แม้หล่อเหลาทว่ากลับไม่มีชีวิตชีวาย้อนกลับไปเ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.7
หร่วนฉิงปิดบังไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า...หญิงสาวจดจำเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นอยากรอดูปฏิกิริยาของหร่วนฉางเล่อตอนที่ได้พบเหวินเสวียน หากยังคงมีใจก็จะเล่าให้ฟัง หากไม่...ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะคนอย่างเหวินเสวียนไม่คู่ควรฟังดูเป็นความหวังดีของหร่วนฉิง ทว่าให้อย่างไรหร่วนฉางเล่อก็ยังรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลสักนิด แม้โต้แย้งไม่ได้แต่หลังเรื่องนี้หญิงสาวรู้สึกว่าแม้แต่หร่วนฉิงเองก็คงมีเรื่องที่ไม่ได้บอกนางเช่นกันรุ่งเช้าวันถัดมาหร่วนฉิงพาหญิงสาวออกไปที่ร้านสมุนไพรตระกูลหร่วน พยายามทำในสิ่งที่หร่วนฉางเล่อเคยทำก่อนหน้านี้ นั่นก็คือหากไม่ได้เข้าวังหลวงช่วงเช้านางจะไปที่ร้านสมุนไพร ช่วงบ่ายไปยังร้านหมอสามแห่งที่ตั้งอยู่สามจุดบนถนนที่คึกคักที่สุดของเมืองฉางอันบ่ายคล้อยไปตรวจใบชาที่ร้านใบชาและโรงเก็บใบชาตระกูลหร่วน เย็นย่ำค่อยกลับเข้าจวนไปตรวจทานบัญชีที่ถูกส่งมาจากร้านต่างๆ ดึกดื่นจึงได้พักผ่อนรถม้าหรูหรานั่งได้เกือบหกคน แต่ละด้านมีองครักษ์ผู้หล่อเหลาสะดุดตาคอยติดตามคุ้มกัน ข้างกายไม่มีสาวใช้มีเพียงหร่วนฉิงที่คอยดูแลทุกเรื่องหร่วนฉางเล่อถอนหายใจเสียงเบา “เอิกเกริก
Baca selengkapnya
บทที่ 1.8
ถัดออกไปสามร้านเป็นร้านที่อยู่เยื้องๆ ฝั่งตรงข้ามร้านบะหมี่ อวิ๋นหลางเพ่งมองรถม้าหรูหราที่จอดอยู่ เขาคิ้วขมวดมุ่นสายตาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“มีอะไรหรือ” เว่ยหรงเหยียนเอ่ยถามคนสนิท วันนี้เขาออกมาเลือกซื้อพู่กันใหม่แทนอันเก่าที่ใช้มานาน นึกไม่ถึงเมื่อมองตามสายตาคนสนิท เขากลับได้เห็นรถม้าของตระกูลหร่วน อีกทั้งยังได้เห็นหร่วนฉางเล่อนั่งอยู่ที่ร้านบะหมี่ข้างทางชุดสีฟ้าของนางโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล ม้วนมวยผมมีปิ่นทองรูปผีเสื้อที่สะท้อนกับแสงแดด หญิงสาวก้มลงเป็นระยะเพราะกำลัง... “นางกินทังปิ่งข้างถนน??”“ขอรับ” อวิ๋นหลางตอบสายตายังไม่อยากเชื่อ “ผู้ใดจะเชื่อ”“ร้านนั้นข้าเคยกินเมื่อนานมาแล้ว รสชาติดีทีเดียว” ชายหนุ่มพึมพำ “พวกเรากลับกันเถิด”ตอนนั่งรถม้าผ่านร้านทังปิ่งเขายกม่านรถม้าขึ้นเล็กน้อยเพราะอยากมองสตรีชุดสีฟ้า ทว่าน่าเสียดายที่นางใช้สองมือประคองยกชามทังปิ่งขึ้นดื่มน้ำแกง กว่านางจะวางลงรถม้าก็ผ่านไปแล้ว...อวิ๋นหลางแค่นเสียงเบาๆ “แม้แต่ชู้รักก็พามาครบทั้งสี่คน” เว่ยหรงเหยียนจัดแขนเสื้อไม่ได้พูดอะไรออกมา “คุณชายจะแวะไปที่ร้านสมุนไพรก่อนหรือไม่ขอรับ”“เอาสิ อำพันแดงเกือบหมดแล้ว ไปดูว่าที่ร้า
Baca selengkapnya
บทที่ 1.9
“ก็ดี...จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” หากนางเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยบุรุษรุมล้อม ...เช่นนั้นก็คงลำบากแล้ว! ฉางเล่อบอกตัวเองเสียงเบาแม้แต่หร่วนฉิงเองก็ไม่ได้ยินจวนคหบดีอันดับหกของเมืองฉางอันแน่นอนย่อมหรูหราโอ่อ่า ตระกูลซูขึ้นชื่อเรื่องเครื่องหอมและแพรพรรณ ทันทีที่ลงจากรถม้ากลิ่นหอมบนตัวพ่อบ้านก็กระสาเข้าจมูก เป็นกลิ่นหอมของไม้จันทน์เทศไม่ฉุนจนเกินไป อ่อนจางคล้ายมีคล้ายไม่มีแต่ก็ได้กลิ่นติดปลายจมูก“ประมุขหร่วนในที่สุดท่านก็มา นายท่านกำชับว่าหากท่านมาให้ข้าพาเข้าไปยังเรือนของคุณชายน้อย”“ได้” นางยิ้มเพราะเตรียมกำไลข้อเท้าสำหรับเด็กทารกมาอวยพรคู่หนึ่ง เมื่อเข้าไปถึงเรือนในซูอวิ้นก็ออกมาต้อนรับ เขาพานางเข้าไปในห้องที่มีฮูหยินและคุณชายน้อย “ขอให้สุขภาพแข็งแรง เป็นอนาคตของนายท่านและคนตระกูลซูต่อไป” นางสวมกำไลให้ทารกน้อยด้วยรอยยิ้ม กำไลนั้นทำให้ฮูหยินน้อยตระกูลซูยิ้มกว้าง“ประมุขหร่วนช่างคิดยิ่งนัก” กำไลทองมีจี้สองอันห้อยอยู่ ข้างหนึ่งเป็นทองคำแกะเหรียญเงิน อีกข้างเป็นกระพรวนทรงกลมอันเล็กส่งเสียงกรุ๋งกริ๋งซูจั้นชิงเดินเข้ามาพร้อมกับส่งเสียง “ได้ยินว่าเจ้ามาถึงแล้ว” เขามองกำไลข้อเท้าที่อยู่บนข้อเท้าหลา
Baca selengkapnya
บทที่ 1.10
“เฮ้อ...” นางมองหร่วนฉิงจากนั้นจิบสุราไปคำหนึ่ง ละสายตาไปมองนางรำที่กำลังเดินออกไปจากลาน ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าการร่ายรำจบลงตั้งแต่ตอนไหนตอนนั้นเองคุณหนูสิบตระกูลเหวินกลับลุกขึ้นเสนอตัวดีดพิณเพื่อเป็นการอวยพร ทว่าเพลงที่นางเลือกเล่นกลับเป็นเพลงที่ซาบซึ้งกินใจระหว่างคนรัก ระหว่างที่เล่นพิณก็เอาแต่ชม้ายชายตามองไปยังคุณชายตระกูลหยาง“ข้าไปสุขาครู่เดียวไม่ต้องตามมา” นางลุกขึ้นจากนั้นยกมือห้ามหร่วนฉิงจากนั้นเดินออกไปเงียบๆ งานเลี้ยงก็คืองานเลี้ยงแต่ที่นางอยากหลบออกมาก็เพราะ...เหนื่อยปั้นหน้า เมื่อยที่ต้องนั่งฝืนทำตัวสูงส่งสง่างามงานเลี้ยงด้านนอกยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่หร่วนฉางเล่อนั้นหลบออกมาเดินสูดอากาศ นางยืนพิงต้นฮว๋ายริมทางเดินเงียบๆ ครู่ต่อมาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินผ่านไป“คุณชายท่านรู้สึกไม่สบายหรือ สีหน้าของท่าน...”“ข้าก็ดูเหมือนคนป่วยเช่นนี้ทุกวัน ไม่ต้องกังวลข้าไม่เป็นไรเพียงรู้สึกไม่สบายท้องเท่านั้น สงสัยไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงนานกินเยอะไปจึงอึดอัด ขอข้าเดินเล่นตรงนี้สักครู่แล้วจะตามกลับเข้าไปในงาน”“ให้ข้า...”“อวิ๋นหลางข้าขออยู่คนเดียวสักครู่”“ขอรับ”หญิงสาวแอบหลบอยู่หลังต้นฮว๋
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status