ANMELDEN
ในขณะเดียวกันนพที่นั่งตรวจงานอยู่ชั้นสองกำลังย้อนกล้องดูเหตุการณ์กับลูกน้องคนสนิท ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ผ่านกล้องทุกตัว รวมถึงคลิปที่ลานจอดรถถึงกับขมวดคิ้ว
“แล้วไอ้ห่านอร์ธมันไปเตะเขาทำไมวะนั่น”
“นั่นสิพี่ ปกติผู้หญิงในร้านโดนลวนลาม ลูกค้าเหล่านั้นก็แค่โดนไล่กลับ ไม่เห็นคุณนอร์ธจะทำแบบนี้”
“หรือว่ามันรู้จักกับน้องเขา” หัวคิ้วของคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หย่อนชนกัน นิ้วที่คีบปากกาก็พาควงหมุนติ้วไปด้วย บ่งบอกถึงการใช้ความคิด “ว่าแต่ไปไหนแล้ว”
“เห็นว่ากลับแล้วครับ มีงานต่ออีกสาขา”
“ถ้าอย่างนั้นมึงไปเรียกไอ้เคมา เดี๋ยวเฮียจะถามมัน”
“ครับเฮีย”
ลูกน้องของเขาออกไปไม่ทันไร ประตูบานเดิมก็ถูกผลักเข้ามาใหม่ด้วยศรีภรรยา เขาหมุนกลับมากอดอก ทว่าคนทั้งสองเอาแต่สบตากันไม่มีใครพูด จนดวงตาคู่สวยละจากหน้าของสามีมองไปยังกล้องวงจรปิดนั้นแล้วเลิกคิ้ว
“อะไร ยังไงสิ?”
และแน่นอนคำตอบที่ได้จากพี่ชายคนในคลิปคือการยักไหล่
“ไม่รู้ ไว้ค่อยถาม”
“ที่เข้ามานี่..จะคุยเรื่องเด็กนั่นเหมือนกัน”
ร่างเล็กลากสายตากลับมามองนพ ก่อนจะเดินถอยร่นไปนั่งบนโซฟา บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมที่จะพูดถึงเรื่องจริงจัง เรียกให้ร่างสูงขยับท่าดึงแผ่นหลังมานั่งตัวตรงด้วย เพื่อตั้งใจฟังเธอ
“จะไล่ออก?”
“เปล่า.. จะย้ายไปอยู่แผนกแม่บ้าน”
“เพราะ?”
“ก็..จะได้ไม่โดนอีกไง”
“ทำแบบนี้ไม่ได้วาด”
“ทำไม?”
“ทำแบบนี้เด็กคนอื่นจะคิดยังไง ไม่สองมาตรฐานเรอะ เด็กคนอื่นก็เคยโดนลวนลาม ก็เห็นแก้สถานการณ์กันได้ กฎมันก็บอกอยู่ เอาคนที่พร้อม ไม่ได้บังคับมาทำงานนะ”
“ก็จริง..”
สาวเจ้าพึมพำเห็นด้วย แต่ใบหน้าถัดไปทางวิตกกังวล
“ทำไมวาดถึงเอ็นดูนางเป็นพิเศษ? เพราะสวยเหรอ..หรือตัวเล็ก น่าเอ็นดู”
“จ้ะ! แหม.. ออกมาหมดเลยนะในหัวสมอง” ทันทีที่ภรรยาได้ยินและคว่ำปาก นพถึงกับหัวเราะลั่น ก่อนจะกระแอมกระไอแล้วตั้งใจฟังอีกครั้ง “เด็กมันร้อนเงิน..”
“ทุกคนที่มาทำงานก็ร้อนเงิน”
ผายมือออกนอกลำตัว แสดงท่าทางไม่เห็นด้วย
“แล้วจะให้ปานทำไง ให้น้องออกเหรอ คนมันเดือดร้อนอะนพ..ปานทำไม่ลง ถึงจะปิดตาข้างนึงก็เถอะ”
คราวนี้กลายเป็นนพที่เงียบ หมุนเก้าอี้กลับไปจ้องจอคอมอีกครั้ง ย้อนกลับไปตอนที่พรีมกำลังทำงาน ตั้งแต่เข้างาน จนใกล้จะถึงตอนถูกคุกคาม พลางขมวดคิ้ว
“แต่ว่าก็ว่านะ เด็กคนนี้แม่งหน้าคุ้น...”
“หืม?”
“หน้าคุ้น เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
นพพึมพำเสียงแผ่ว แต่กลับมองหน้าภรรยาเหมือนกำลังหาคำตอบ
.
.
ด้านของพรีม
บรรยากาศในหมู่คณะของเพื่อนใหม่ยังคงครึกครื้นอย่างต่อเนื่อง แบบไร้แอลกอฮอล์เนื่องจากพวกเขาเลือกที่จะไม่ดื่มเอง เหตุผลคงเพราะตอนทำงานจิบมาจากแขกจนเบื่อแล้ว ไม่ก็เตรียมร่างกายเอาไว้เพื่อตอนนั้น บนโต๊ะถึงได้มีแต่น้ำอัดลม ส่วนพรีมไม่ดื่มน้ำอัดลมเพราะเธอชอบท้องอืด
“อิ่มไหมพรีม เอาอีกไหม”
กล้วยหันมาถาม แต่หล่อนไม่ได้จะเอาคำตอบ เพราะจังหวะถามมือบางเอื้อมไปหยิบพิซซ่าในกล่องมาแล้ว พรีมที่ปฏิเสธไม่ทันจึงยึดฉุดข้อมือหล่อนเอาไว้
“เอ่อ..ไม่เอาแล้วจ้ะ ขอบคุณนะ”
และรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ที่หล่อนเลือกวางลง แทนที่จะยัดเยียดเธอ
“พี่เค เฮียเรียกพี่”
จังหวะนั้นคนอื่นอาจจะไม่ได้ยินเสียงนี้ แต่พรีมได้ยิน เธอหันไปมองตาม เห็นเคพยักหน้ารัวๆและกระตือรือร้นเตรียมจะลุก แต่ก่อนไปไม่วายยกน้ำดื่ม แบบรวดเดียวหมดประหนึ่งว่าล้างคอ เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าหลังจากนี้อาจคอแห้ง หาน้ำดื่มไม่ทัน จากนั้นก็ลุกพรวดเดินเร็วออกไป ทิ้งเธอไว้กับเพื่อนอีกหลายคน
“เจอเฮียรึยัง”
ไม่นานก็ต้องลากสายตามายังกล้วย ที่จู่ๆก็ถามขึ้น แต่พอหันไปมอง เหมือนไม่ใช่แค่กล้วยที่อยากรู้คำตอบ แต่ทั้งโต๊ะ
อะไรกันเนี่ย..
“ยังเลย”
พรีมตอบตามความจริง และแน่นอนว่าคำถามต่อไปจะต้องตามมา
“ทั้งสองคนเหรอ?”
“อื้ม..เราเจอแค่เจ้อ่ะ”
“แล้ว..พรีมพักที่ไหน”
ทว่าคำถามนี้ทำให้ต้องเงียบไปอึดใจ ราวกับเธอเองก็ตงิดใจเช่นกัน ให้กับคำถามคุมเครือ ประหนึ่งต้องการจับผิด และเพราะหญิงสาวเป็นคนโกหกไม่เป็น ถามอะไรมาก็ว่าไปตามนั้นจึงโพล่งออกไปง่ายๆ เพียงแค่คำตอบนี้ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกคนหันขวับ...เรียกได้ว่าทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“ที่นี่ไง”
“............”
“มีอะไรเหรอ”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







