Share

ตระกูลมู่ 1

สองเท้าก้าวเดินไปโรงเก็บหญ้าข้าง ๆ กันพร้อมหยิบหญ้ามากำหนึ่งขนาดไม่ใหญ่มาก มาวางไว้ให้ม้าทั้งสองตัวกิน เพียงไม่นานผลก็ออกมา เมื่อม้าสีน้ำตาลเข้มทางซ้ายมือใช้เท้าเขี่ยหญ้าไปให้ม้าที่อยู่ทางขวามือ สัญชาตญาณของความเป็นแม่ย่อมให้ผู้เป็นลูกได้กินอิ่มก่อนเสมอ

          “ม้าตัวสีน้ำตาลเข้มทางซ้ายมือเป็นแม่ สีอ่อนหน่อยทางขวามือเป็นลูก หากหมดธุระของเจ้าแล้วข้าขอตัว” มู่เหรินบอกเสียงเรียบพร้อมสะบัดชายผ้าจากไป

           คุณชายเหวินฉินอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงกับความเย็นชาของคุณชายมู่เหริน ดวงตาคมมองตามร่างโปร่งบางคล้ายคนหัวใจสลาย เขาใช้เวลาร่วมเดือนกว่าจะได้บัตรคิว หวังจะได้พบหน้าสนทนาแต่กลับอยู่ด้วยไม่ถึงหนึ่งเค่อ สนทนาไม่กี่ประโยคก็หมดเวลาเพราะคำตอบนั้นถูกต้องตามกฎที่มู่เหรินให้ไว้กับทุกคน

          กลับกันหากมู่เหรินตอบผิดจะได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารด้วยเป็นเวลาหนึ่งมื้อ แม้คนอื่นอาจไม่เห็นค่าแต่สำหรับเหวินฉินแล้วมันเหมือนรางวัลที่คุ้มค่ากับการรอคอย ทว่าบัดนี้หัวใจดวงน้อยกลับถูกตัดเยื่อใยอย่างไม่ไยดี

          “จิ่นกวาง ทำไมคุณชายเจ้าถึงได้เย็นชาต่อข้านักเล่า ไม่เห็นใจข้าบ้างหรือ เฝ้ารอมาเนิ่นนานที่จะได้พบเจอแต่กลับได้เจอไม่ถึงหนึ่งเค่อ”

           เหวินฉินเอ่ยถามบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายมู่เหรินด้วยความเศร้าเสียใจ ทว่าแววตากลับมีความลึกล้ำยากจะมองเห็นก่อนจะเลือนหายไป

           จิ่นกวางเพียงแค่มองตามอย่างเห็นใจโดยไม่ตอบอะไร ผายมือเชิญคุณชายเหวินฉินออกจากจวนพร้อมหัวใจชอกช้ำเหมือนรายอื่น ๆ ที่ผ่านมา...

“เจ้าแน่ใจหรือต้องการเช่นนี้”

          น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามพร้อมดวงตาคมดุจ้องมองผู้มาร้องขอออกจากตระกูลมู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อีกใจก็เห็นดีด้วยขณะเดียวกันกลับรู้สึกกังวลและห่วงใย

          “ขอรับ อีกในไม่ช้าข้าคงเป็นที่ต้องการของทุกแคว้น หากไม่ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้”

          มู่เหรินกล่าวตอบบิดาด้วยความนอบน้อม ดวงตานิ่งเรียบอย่างตัดสินใจดีแล้ว

          “ถึงเจ้าจะตัดสินใจออกจากตระกูลมู่แต่นามเดิมยังคงอยู่ แม้คนภายนอกจะได้รับข่าวลือว่าเจ้าไม่ใช่บุตรของแม่ทัพมู่ซู่เหลียนแล้ว แต่ขอให้รู้ไว้เจ้าคือบุตรของข้าที่เกิดจากสตรีที่ข้ารักที่สุด หนทางเดียวที่ข้าจะทำให้เจ้าได้ จงเดินทางไปยังหุบเขาปีศาจไปหาท่านอาวุโสกุ้ยกู๋เขาจะสอนวรยุทธ์ให้แก่เจ้า นี่หยกราตรีที่ท่านเคยให้ไว้ เมื่อเจอค่อยยื่นให้ดูแล้วท่านอาวุโสจะทราบเอง”

          “ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจ ภายภาคหน้าหากมีศึกใหญ่หลวงข้าอยากให้ท่านพ่อฟังคำปรัชญาการศึกจากข้าก่อนออกเดินทาง”

          มู่เหรินกล่าวเสียงเรียบนิ่งไม่มีสั่นไหว ดวงตาเรียวมองบิดานิ่ง ๆ แต่ฉายไปด้วยความจริงใจ

          “เชิญ”

         “รู้เรา รู้เขา ร้อยศึกไม่แพ้ ไม่รู้เขา รู้แต่เรา ชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา ทุกศึกพ่ายแพ้”

          มู่ซู่เหลียนแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉี ผู้ปกครองกองทัพทหารตะวันออกนิ่งอึ้งกับปรัชญาการศึกของบุตรคนเล็กที่มิรู้ว่าเรียนรู้จากที่ใดมา

          “เจ้าได้ปรัชญาการศึกนี้มาจากที่ใด” มู่เหรินยกยิ้มบางมิได้ตอบคำถามเพราะที่แห่งนี้ไม่มีหนังสือสามก๊กหรือแม้กระทั่งซุนวู ถึงจะบอกไปก็ไม่รู้จัก สู้ไม่กล่าวสิ่งใดเลยดีกว่า

          “มีสิ่งใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่”

          มู่ซู่เหลียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บุตรสุดท้องฉลาดหลักแหลมมากเกินไปจนน่ากลัว หากมีใครรับรู้เรื่องนี้จักเป็นภัยในภาคหน้า มู่เหรินกล่าวไว้คงมิผิด อีกในไม่ช้าคงได้มีการแย่งชิง ตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่า

          แม้ตนจะรับใช้ราชวงศ์มาเนิ่นนานแต่บุตรชายคนนี้เกิดจากสตรีที่รักอีกทั้งให้สัญญาไว้ก่อนจะสิ้นลมว่าจะให้มู่เหรินได้ทำตามใจอิสระไม่บังคับฝืนใจให้รับใช้ราชวงศ์เหมือนดังตน อีกทั้งตนเองก็ยังมีบุตรชายอีกสามคนที่ยังรับหน้าที่เหล่านี้ และหากคาดเดาไม่ผิดหากฮ่องเต้รู้เรื่องการศึกที่เฉียบขาดจากมู่เหรินแผ่นดินคงได้ลุกเป็นไฟจากการก่อสงคราม

          “เมื่อยามมิอาจพิชิต พึงตั้งรับ เมื่ออยู่ในฐานะพิชิตได้ พึงโจมตี พึงตั้งรับ เมื่อข้าศึกมีกำลังมาก พึงโจมตี เมื่อข้าศึกมีรี้พลไม่พอ ข้าคงช่วยท่านพ่อได้เพียงแค่นี้ ต้องกราบขอโทษที่ข้าอกตัญญูมิอาจทดแทนคุณได้แต่เมื่อถึงเวลาข้าจะกลับมาอีกครั้ง”

          มู่เหรินกล่าวอย่างหนักแน่น รูปแบบการรบที่ร่ำเรียนมาในยุคสมัยในหนังสือมหาพิชัยสงครามน่าจะพอช่วยบิดาได้ไม่มากก็น้อย แต่หากยังรั้งอยู่ แคว้นฉีคงคิดตนเป็นใหญ่รุกรานดินแดนอื่นจนแผ่นดินลุกเป็นไฟ หรือไม่ตระกูลมู่อาจถูกสังหารทั้งตระกูลด้วยข้อหาก่อกบฏเพราะคงไม่มีราชวงศ์คนใดเห็นขุนนางฉลาดมากเกินไปจนทำให้บัลลังก์สั่นคลอนได้ ทางเดียวที่ทำได้คือจากไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ก้อนแป้งน้อยในวันนั้น...

    “หยุนซีข้าจะลาออกจากเป็นฮ่องเต้!” เสี้ยวเหวินหวางตะโกนบอกองครักษ์คู่พระทัยอย่างหงุดหงิด นึกว่าจะหลุดพ้นวังวนของวังหลวงแล้ว แต่ต้องมาดำรงตำแหน่งฮ่องเต้แคว้นเว่ยอย่างจำใจ ถ้าไม่ใช่ตนเองเป็นเหตุทำให้เรื่องวุ่นวายคงไม่อยู่ในถูกบังคับเช่นนี้ และเขาต้องครองตำแหน่งนี้มาสิบปีแล้ว! ร่างสูงเดินไปเดินมาเพื่อหาวิธีออกไปท่องเที่ยวข้างนอก แม้ไม่ได้เป็นอิสระอย่างที่ปรารถนา แต่ได้หนีเที่ยวสักเล็กน้อยก็ยังดี “ฝ่าบาทองค์ชายน้อยเพิ่งสิบสี่ปี ยังไม่สามารถครองบัลลังก์แทนได้พ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของหยุ่นซีทำให้เสี้ยวเหวินหวางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอย่างปลดปลง เขาไม่ได้มีบุตรจริงๆ เพียงแต่เด็กน้อยก้อนแป้งนั้นเขาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่สามสี่ขวบซึ่งครอบครัวที่แท้จริงถูกสังหารยกครัวด้วยสาเหตุอันใดไม่ทราบ แต่เขาไปเจอช่วงที่หนีออกไปเที่ยวพอดี จึงทันได้ช่วยชีวิตไว้ได้จากนั้นจึงเอากลับมาด้วยหมายมั่นจะให้เป็นคนสืบทอดบัลลังก์ต่อไป แม้ไม่ใช่สายโลหิตกษัตริย์ แต่ทุกคนที่นี่ต่างเข้าใจว่าเป็นบุตรของเขาโดยที่ไม่ทราบว่ามารดาคือผู้ใด จะใช่สายโลหิตหรือไม่เขาไม่สนใจหรอกขอเพียงได้ไปจากวังหลวงนี่เสียที ทว่าน่าเสี

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 2 (จบ)

    “เจ้าไม่สบาย” คำตอบของเฟิ่งเซียนทำให้กวยเตียวน้ำนิ่งอึ้ง หวนคิดไปถึงครั้งแรกแต่เขาไม่สบายก็เป็นเรื่องปกติเพราะนั่นมันครั้งแรกของเขา ส่วนครั้งที่สองเขาลองกินยาของมู่ซูหยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็เรียกร้องเอาแต่ใจจากเฟิ่งเซียนจนตัวเองไม่สบาย ส่วนครั้งที่สาม ฝันไปเถอะ เพราะมันยังไม่มี! “เอ่อ นั่นมันครั้งแรกของข้าไม่สบายไม่น่าแปลกใจ แต่ว่าครั้งที่สองข้าเผลอไปกินยาของมู่ซูหยวนเข้ามันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น แต่สาบานได้ว่าครั้งนี้ข้าไม่ได้กินยาอะไรมาเลยนะ” กวยเตียวน้ำพูดตอบอย่างละอายใจหน่อยๆ แต่ก็ยังเบียดร่างกายเข้าร่างหนาอย่างออดอ้อน มองเห็นคนตรงหน้าขบกรามแน่น “เจ้าร่วมรักกับข้าจำเป็นต้องใช้ยาเซียวหรือ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกบ่งบอกว่ากำลังโกรธ ทำให้กวยเตียวน้ำส่ายหน้าไปมาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากอย่างเอาอกเอาใจ “เปล่า ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย วันนี้ให้ข้าปรนนิบัติเจ้านะ” ดวงตาออดอ้อนไม่ได้ทำให้เฟิ่งเซียนใจอ่อน เขาดันอีกฝ่ายลงจากตัก ก่อนจะลุกขึ้นจากไปอย่างไร้เยื่อใย กวยเตียวมองตามร่างสง่างามด้วย

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 1

    “สายน้ำวันนี้อาจไหลไปทางทิศตะวันตก แต่อีกไม่นานมันจะไหลไปทางทิศตะวันออก จะเลือกสิ่งใดให้ใช้หัวใจไตร่ตรองเถิด” กวยเตียวน้ำทอดถอนหายอยู่ริมหน้าต่างภายในตำหนัก หวนคิดไปถึงคำทำนายของท่านเจ้าสำนักอารามเมฆขาวซึ่งบัดนี้เหลือเพียงแค่นามให้ผู้คนได้จดจำเท่านั้น คำทำนายในวันนั้นทำให้เขากลับมานั่งกินนอนกินอยู่ในตำหนักของเฟิ่งเซียน รัชทายาทแคว้นเยียนที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปไกลโข คิดว่าอีกฝ่ายคิดหลอกใช้ตนและมีคนใหม่จึงได้หันหลังจากแคว้นเยียนด้วยหัวใจเจ็บปวด ทว่าที่ผ่านมากลับกลายเป็นเขาที่ฟูมฟายไปเองฝ่ายเดียว เพราะที่จริงตัวรัชทายาทกลับติดตามเขาเป็นเงาอยู่เบื้องหลังโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และคนที่เขาเห็นมาโดยตลอดกลับเป็นเพียงตัวแทนพระองค์เท่านั้น แม้ช่วงแรกๆ เขาจะแยกไม่ออก ทว่าเมื่อนานวันเข้าจึงสามารถแยกออกได้เพราะตัวแทนไม่กล้าแม้นจะแตะต้องตัวและชอบทิ้งระยะห่างเสมอ เมื่อครั้งนั้นที่เขาได้เข้าใจผิด เพราะตัวแทนได้พูดคุยสนิทสนมกับฮุ่ยจื่อบุตรีคนสำคัญของเสนบดีฝ่ายซ้ายอีกทั้งเอ่ยปากบอกว่าเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น การเล่นละครในค

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 2 (จบ)

    “ไม่หนีแล้วหรือ” เสียงเอ่ยถามจากทางด้านหลังทำให้เหวินฉินสะดุ้ง เขาวิ่งมาจนเหงื่อโทรมกายทว่าคนตรงหน้ากลับไม่มีเหงื่อสักหยดเดียว แต่เมื่อคิดถึงคืนนั้นเขาได้แต่หน้าแดงด้วยความอับอาย ทั้งอึดและทนจริงๆ ฮือออ เขาอยากจะดึงภาพลักษณ์ของพี่ชายฝาแฝดมาใช้เหลือเกิน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เหรินกับคนนี้เขากลับหลุดความเป็นตัวเองมาเสียตลอด จนบางครั้งแทบทำให้เสียแผน แม้จะเพียงเล็กน้อยเขาก็ยังดีใจที่มีอิสระแม้เวลาเพียงน้อยนิดก็ตาม “ไม่หนีแล้ว ข้าเหนื่อยจะเอาอย่างไรว่ามา” เหวินฉินกอดอกตอบกลับอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าเขาจะหนีอีกฝ่ายครั้งแรกเสียเมื่อไร นี่หนีมาสามปีแล้วแต่ก็ยังหนีไม่พ้น! “แต่งงานกับข้านะ” แค่ก ๆ ๆ เหวินฉินสำลักน้ำลายตนเองมองคนที่ขอแต่งงานอย่างไม่ดูสภาพอากาศเลยสักนิด ความโรแมนติกนะมีไหม! ไม่สินี่มันใช่เวลาไหม เขามองคนตรงหน้าอย่างมึนงง “ข้าว่าข้ากำลังฝัน” เหวินฉินพึมพำหันหลังกลับเดินต่อไป ทว่าร่างสูงที่พุ่งเข้ามากอดทำให้ไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ “ถ้าเจ้าอยากท่องเที่ยวข้าจะพาเจ้าไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ถ้าเจ้าอยากมีครอบ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 1

    ทุ่งหญ้าที่งดงามภายในเมืองเล็กๆ ของแคว้นฉีที่แทบไม่มีผู้ใดสนใจ เวลานี้มีร่างสูงในอาภรณ์สีเขียวอ่อนนอนเล่นอย่างสบายอารมณ์บนทุ่งหญ้าแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในมือถือดอกหญ้าแกว่งไปมาตรงหน้า ก่อนจะจับมาคาบไว้ในปาก ขาทั้งสองไขว้กันมือสองข้างหนุนใต้ศีรษะตัวเอง วันนี้ก้อนเมฆบนท้องฟ้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บ้างก็เป็นรูปคล้ายมังกร บ้างก็เหมือนแค่กบตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรท้องฟ้าที่นี่ก็แสนสดใสไม่เปลี่ยนไป ไม่มีสงครามชวนให้ปวดหัว ไม่มีผู้คนที่คิดแทงข้างหลังตลอดเวลา และไม่มีผู้ใดบ่งการชีวิตอีกแล้ว คิดมาถึงตรงนี้เหวินฉินก็ถอนหายใจอย่างปลดปลง ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นอิสระ ต้องเป็นเงาให้พี่ชายฝาแฝดและไม่มีตัวตนเหวินฉินในสายตาของใคร มีแค่ตัวตายตัวแทนเท่านั้น เกิดมาพร้อมกันแต่ไม่รู้ว่าทำไมมารดาถึงเลือกพี่ชายอยู่เบื้องหน้าและให้ตนเป็นแค่เงาที่ไม่มีใครรู้ตัวตนอยู่เบื้องหลัง ยกเว้นคนผู้นั้น มู่เหริน น่าเสียดายที่วาสนาไม่บรรจบกันอีกทั้งยังเป็นศัตรู แม้ใจไม่อยากกระทำแต่ชีวิตเขาถูกกำหนดมาแล้วให้ไร้ตัวตน จึงไม่อาจทำตามใจตนเองได้

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ลิขิตหวนคืน...2 (จบ)

    มือหนารวบร่างอีกฝ่ายมากอดพร้อมจุมพิตริมฝีปากคู่นั้นอย่างหวงหา จากอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน อาภรณ์ที่สวมใส่หายวับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาถอดด้วยอาคมที่นำมาใช้ผิดที่ผิดทางไปหน่อย แต่มันก็สะดวกรวดเร็ว รสจูบที่ร้อนแรง หนักหน่วง ทว่ายังไม่พอ... เขาต้องการมากกว่านี้ “อ่ะ...” ร่างงดงามที่ไร้อาภรณ์ของกุ้ยกู๋สะดุ้งเบาๆ แอ่นกายรับกับมือหนาที่บีบยอดอกปลุกเร้าให้ความปรารถนาลุกโชนไปด้วยกัน สายตาร้อนแรงที่ส่งมาทำให้หน้าร้อนผ่าว แม้นี่มิใช่ครั้งแรกแต่อารมณ์ร้อนแรงที่ส่งมาทำให้รู้ว่าไฟสวาทที่ก่อขึ้นมานั้นยากจะมอดดับลงไปได้ ริมฝีปากร้อนผ่าวบรรเลงเพลงรักทั่วร่างงดงามที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูทั่งร่าง อีกทั้งเป็นรอยรักที่ประทับลงอย่างตั้งใจเป็นจ้ำๆ ตามซอกคอขาว ยอดอกสีชมพูแข็งเป็นไตสู้มือหนาที่บดขยี้ อีกทั้งริมฝีปากร้อนดูดเม้มจนคนใต้ร่างครางสะท้าน “อ๊ะ...อ่ะ...” น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยครางออกมาอย่างอดทนไม่ไหว อารมณ์พิศวาสถูกปลุกเร้ามากขึ้น มือหนาลูบไล้บนสะโพกนุ่มและบีบขย้ำอย่างมันมือ แก่นกายที่เคยอ่อนตัวของคนใต้ร่างแข็งขืนขึ้นอีกทั้งสีชมพูอ่อนมีน้ำเ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ไม่ปล่อยมือชั่วนิจนิรันดร์ 1

    กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลิงหวางครองบัลลังก์ได้ห้าสิบปีจึงได้สละบัลลังก์ให้เฟิงเถิงขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน ส่วนตนเองนั้นได้ก้าวออกจากวังหลวงจับมือมู่เหรินออกท่องเที่ยวไปทั่วหล้า และไปดูแลสำนักหมื่นเมฆาอย่างเต็มกำลัง แม้ทั้งสองอายุเลยเจ็ดสิบปีไปแล้ว ทว่าด้วยพลังวัตรที่ถูกสืบทอดมาหลายร้อ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 4

    หลิงหวางหอบหายใจพูดห้วนๆ มู่เหรินได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือไปด้านหลังคล้องคออีกฝ่ายเอาไว้จนร่างกายโค้งโก่ง มือหนาเอื้อมมาประคองร่างของเขาขึ้นขยับขึ้นลงให้ส่วนที่ตั้งชันแทรกลึกเข้าไปแตะต้องจุดไวสัมผัสของเขาไม่หยุด และเป็นท่าเขย่าพสุธาที่เขาเอ่ยถามหลิงหวางเสียด้วย “อ๊ะ...อา...อา.

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 3

    มือหนาลูบไล้กายที่ขาวเนียนอย่างหลงใหล ก่อนจะมาหยุดที่ลงบนต้นขาด้านในซึ่งทำให้เจ้าตัวสะดุ้งตกใจ มู่เหรินเบิกตากว้างยิ่งขึ้นอย่างตกใจ เมื่อหลิงหวางก้มหน้าลงไล้เลียดูดดึงตั้งแต่สะดือเรื่อยลงมาถึงโคนแก่นกาย ลิ้นเล็กๆ ไล้เลียความเป็นชายของเขาอย่างไม่นึกรังเกียจ สองมือหยกเย้าพวกช่อด้านหลังอย

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 1

    มู่เหรินผ่านเหตุการณ์มามากมายก็ได้กลับไปยังแคว้นฉีอย่างสง่าผ่าเผย เขาอยู่ที่นั่นเพียงหกเดือนก่อนจะตัดสินใจกลับมาอยู่ร่วมกับหลิงหวาง โดยที่เจ้าตัวไปสู่ขอเขากับมู่ซูเหลียนผู้เป็นบิดาและกว่าจะถูกยกให้หลิงหวางต้องเสียโลหิตและขวัญกำลังใจไปไม่น้อย แต่ทุกอย่างก็เป็นตามที่คาดหมาย อาจเพราะเขาไม่ใช่บุตรคนแรก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status