Share

ตระกูลมู่ 2

“เอาเถิดข้ามิได้คาดหวังให้ใครมาแทนคุณ แค่เจ้ามีชีวิตก็ดีก็พอแล้ว อีกอย่างเรื่องการรบอย่าได้แพร่งพรายไปที่ใดเพราะชีวิตเจ้าจะลำบากยิ่งกว่าเดิม”

          แม้จะดุดันแต่ก็ยังห่วงใยเพราะอย่างไรก็ยังเป็นบุตร มู่เหรินยิ้มรับ

          “ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้าจะต้องเอาตัวรอดในเรื่องนี้ได้ เพียงแต่สิ่งที่ข้ากังวลคือท่านพี่ทั้งสามจะไม่ยินยอม เป็นเช่นนั้นพวกท่านจะลำบาก ท่านพ่อโปรดบอกเล่าแก่ท่านพี่เองได้หรือไม่ขอรับ”

          “เรื่องนั้นข้าจะจัดการเอง แต่การไปครั้งนี้จงนำพาหลิงหวางไปด้วย” มู่เหรินนิ่วหน้ากับคำขอ นึกไปถึงเจ้าของชื่อที่เป็นดั่งเงาของเขา ชอบแอบอยู่มุมห้องมืด ๆ และคานไม้ ไม่มีปากเสียง ปิดหน้าสวมชุดดำจนแทบจำหน้าไม่ได้

          “หากเป็นความต้องการของท่านพ่อข้าคงมิอาจขัด คืนนี้ข้าจักเริ่มออกเดินทาง หากเจอกันในภายภาคหน้าลูกอาจไปล่วงเกินท่านโปรดอภัยให้ข้าเพราะข้าทำสิ่งใดย่อมมีเหตุผล”

          มู่ซู่เหลียนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเพราะมู่เหรินทำสิ่งใดมิเคยไม่มีเหตุผลมาก่อน แม้จะยังเยาว์วัยทว่ากลับไม่เหมือนดังพี่น้องคนอื่น ๆ แววตาล้ำลึกมิอาจหยั่งรู้หรือคาดเดาได้จนบางครั้งอดคิดมิได้ว่ามู่เหรินเป็นเทพเซียนจากที่ใดมา

          “ข้ากราบลาท่านพ่อ”

          มู่เหรินก้มหัวคำนับอย่างนอบน้อมและถอยหลังจากมา กิริยาดูนุ่มนวลแต่ไม่ได้ชักช้าทว่ากลับดูสง่างามอ่อนโยน

          มู่เหรินออกจากห้องบิดาเดินมาหยุดมองพี่ชายทั้งสามคนซึ่งฝึกวิทยายุทธ์กันอย่างแข็งขันที่สนามประลองด้วยสายตาเรียบเฉย พี่ชายคนโตอายุเพียงยี่สิบปีมีนามว่ามู่เจี๋ย ใบหน้าคมเข้มที่ได้บิดามาอีกทั้งรูปร่างสูงใหญ่สมกับว่าที่แม่ทัพคนต่อไป เป็นคนที่จริงจัง เข้มงวด เถรตรง

          พี่รองอายุสิบเก้ามีนามว่ามู่ฉุนเหยียน ใบหน้าหล่อคมคายทว่าผิวขาวเนียนได้มารดา เป็นคนอ่อนโยนหนักแน่น ภายนอกเหมือนคนใจดีแต่อย่าไปยั่วโมโหพี่รองเป็นอันขาดเพราะเงาหัวอาจจะไม่เหลือ

          สุดท้ายพี่สามมีนามว่ามู่ซูหยวน นิสัยเจ้าเล่ห์ ฉลาดทันคนไม่แพ้พี่น้องคนอื่น เชี่ยวชาญการรักษาและใช้พิษเพราะถูกนำไปฝากไว้กับอาจารย์ที่เทือกเขาหยวนซานของสำนักหลิวซูซูตั้งแต่เด็ก เกิดก่อนเขาเพียงแค่ปีเดียว มู่ซูหยวนเป็นเพียงคนเดียวที่รูปร่างคล้ายกับเขาที่สุด แม้สี่พี่น้องจะไม่มีความเหมือนกันเพราะต่างมารดาแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนคือหวงเขายิ่งกว่าจงอางหวงไข่

          “มู่เหริน”

          มู่ฉุนเหยียนหันมาเจอมู่เหรินที่ยืนมองอยู่ริมระเบียงก็พุ่งทะยานเข้ามาหา สองมือรวบตัวเขากอดรัดไปมาจนเริ่มตาลาย เมื่อมีหนึ่งคนหยุดซ้อมอีกสองคนที่เหลือก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

          “เมื่อวานข้าไม่อยู่เพียงวันเดียวเหวินฉินมาหาเจ้าอีกแล้วหรือ”

          มู่เจี๋ยเอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตามองน้องเล็กอย่างเป็นห่วงก่อนจะช่วยดึงร่างโปร่งบางออกมาจากน้องรอง

          “พอแล้วเดี๋ยวมู่เหรินก็กระดูกหักไปกับแรงเจ้าหรอก”

          คำกล่าวของพี่ใหญ่ทำให้มู่ฉุนเหยียนสำรวจร่างโปร่งบางอย่างวิตก เมื่อครู่ตนดีใจที่ได้พบน้องเล็กของบ้านจึงลืมตัวไปชั่วขณะ มู่เหรินมองพี่ชายที่ทำตัวเหมือนเขาเป็นสตรีบอบบางอย่างเอือมระอา ทั้ง ๆ ก็มีวรยุทธ์มิต่างกัน

          “ก็มาให้แก้ปริศนาให้ตามปกติขอรับ”

          มู่เหรินยิ้มบางกับกิริยาสามพี่น้อง แม้จะเบื่อไปบ้างแต่อย่างไรวันนี้อาจเป็นวันสุดท้ายที่ได้พบเจอ แม้จะผูกพันแต่หากทำให้บ้านเมืองสงบจึงจำเป็นต้องไป

          มู่ซูหยวนก็ไม่น้อยหน้าเอาคางมาเกยไหล่เขามองมาอย่างไม่ยินดียินร้าย ทว่าต้องจับมือพี่สามไว้แน่นเพราะไม่รู้ว่าจะคิดพิเรนทร์เอาเข็มพิษอะไรมาจิ้มเขาเล่นอีก เนื่องจากสามวันก่อนเจ้าตัวนึกอยากลองยา เอาพิษตะวันดับแสงมาจิ้มเขาจนหนาวเยือกไปถึงกระดูก เพียงครู่ก็ร้อนจนลมปราณแทบแตกซ่าน ไม่รู้ว่ามู่ซูหยวนรักน้องแบบไหนกันถึงชอบแกล้งเขาบ่อย ๆ

          “งั้นหรือ ว่าไปน้องพี่ดังใหญ่แล้วนะ”

          มู่ฉุนเหยียนเอ่ยหยอกล้อ มู่เหรินยิ้มบางเก็บความเศร้าหมองไว้ในส่วนลึกเพราะพรุ่งนี้ตระกูลมู่จะไม่มีคุณชายสี่มู่เหรินอีกต่อไป ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้บิดาจะหาโทษอันใดมาขับไล่เขาออกจากจวนได้แต่คงเป็นเรื่องที่ทำให้จวนแม่ทัพเสียชื่อเสียง ไม่เช่นนั้นเหตุผลคงไม่เพียงพอแม้จะเป็นเพียงแค่ข่าวลือก็ตาม จะจริงหรือเท็จย่อมไม่มีผู้ใดทราบ

“วันนี้ข้าทำอาหารไว้ ท่านพี่ทั้งสามไปรับประทานเสียหน่อยดีไหมขอรับ ใกล้จะยามอู่แล้ว” (ยามอู่ 11.00น.-13.00น.)

         มู่เหรินเอ่ยถามอย่างเอาใจเพราะอาจจะไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้อีก “จริงหรือ เอาสิ ว่าแต่วันนี้เจ้าทำสิ่งใดให้ข้าทานกัน”

          มู่ซูหยวนเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น มู่เหรินยกยิ้มมุมปากเบาบางกับกิริยาพี่น้องแต่ละคน หากเป็นไปได้เขาเองก็อยากให้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ตลอดไป

          “วันนี้มีมัสมั่นไก่ แกงกะหรี่ ต้มข่าไก่”

          “เอาเถอะเจ้าบอกมาพวกข้าก็ยังนึกไม่ออกหรอก อาหารของเจ้านั้นแปลกตาแต่กลับอร่อยมิเหมือนใคร หากเจ้าเปิดโรงเตี๊ยมคงมีชื่อเสียงโด่งดัง”

          มู่เจี๋ยเอ่ยตอบพร้อมหัวเราะออกมาอย่างพึงใจ แม้ชื่ออาหารแต่ละอย่างล้วนไม่คุ้นหู ไม่รู้จัก แต่อร่อยจนยากจะลืม

          ทั้งสี่กอดคอกันเดินไปห้องอาหารที่เตรียมไว้ ต่างรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มู่เหรินมองดูพี่น้องร่วมบิดาด้วยรอยยิ้มบาง เก็บภาพความทรงจำไว้ภายในใจเพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร พี่ชายทั้งสามคนต่างหัวเราะหยอกล้อกันอย่างมีความสุขโดยมิอาจรับรู้เลยว่านับตั้งแต่พรุ่งนี้จะไม่มีน้องสี่อีกแล้ว…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ก้อนแป้งน้อยในวันนั้น...

    “หยุนซีข้าจะลาออกจากเป็นฮ่องเต้!” เสี้ยวเหวินหวางตะโกนบอกองครักษ์คู่พระทัยอย่างหงุดหงิด นึกว่าจะหลุดพ้นวังวนของวังหลวงแล้ว แต่ต้องมาดำรงตำแหน่งฮ่องเต้แคว้นเว่ยอย่างจำใจ ถ้าไม่ใช่ตนเองเป็นเหตุทำให้เรื่องวุ่นวายคงไม่อยู่ในถูกบังคับเช่นนี้ และเขาต้องครองตำแหน่งนี้มาสิบปีแล้ว! ร่างสูงเดินไปเดินมาเพื่อหาวิธีออกไปท่องเที่ยวข้างนอก แม้ไม่ได้เป็นอิสระอย่างที่ปรารถนา แต่ได้หนีเที่ยวสักเล็กน้อยก็ยังดี “ฝ่าบาทองค์ชายน้อยเพิ่งสิบสี่ปี ยังไม่สามารถครองบัลลังก์แทนได้พ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของหยุ่นซีทำให้เสี้ยวเหวินหวางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจอย่างปลดปลง เขาไม่ได้มีบุตรจริงๆ เพียงแต่เด็กน้อยก้อนแป้งนั้นเขาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่สามสี่ขวบซึ่งครอบครัวที่แท้จริงถูกสังหารยกครัวด้วยสาเหตุอันใดไม่ทราบ แต่เขาไปเจอช่วงที่หนีออกไปเที่ยวพอดี จึงทันได้ช่วยชีวิตไว้ได้จากนั้นจึงเอากลับมาด้วยหมายมั่นจะให้เป็นคนสืบทอดบัลลังก์ต่อไป แม้ไม่ใช่สายโลหิตกษัตริย์ แต่ทุกคนที่นี่ต่างเข้าใจว่าเป็นบุตรของเขาโดยที่ไม่ทราบว่ามารดาคือผู้ใด จะใช่สายโลหิตหรือไม่เขาไม่สนใจหรอกขอเพียงได้ไปจากวังหลวงนี่เสียที ทว่าน่าเสี

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 2 (จบ)

    “เจ้าไม่สบาย” คำตอบของเฟิ่งเซียนทำให้กวยเตียวน้ำนิ่งอึ้ง หวนคิดไปถึงครั้งแรกแต่เขาไม่สบายก็เป็นเรื่องปกติเพราะนั่นมันครั้งแรกของเขา ส่วนครั้งที่สองเขาลองกินยาของมู่ซูหยวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็เรียกร้องเอาแต่ใจจากเฟิ่งเซียนจนตัวเองไม่สบาย ส่วนครั้งที่สาม ฝันไปเถอะ เพราะมันยังไม่มี! “เอ่อ นั่นมันครั้งแรกของข้าไม่สบายไม่น่าแปลกใจ แต่ว่าครั้งที่สองข้าเผลอไปกินยาของมู่ซูหยวนเข้ามันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น แต่สาบานได้ว่าครั้งนี้ข้าไม่ได้กินยาอะไรมาเลยนะ” กวยเตียวน้ำพูดตอบอย่างละอายใจหน่อยๆ แต่ก็ยังเบียดร่างกายเข้าร่างหนาอย่างออดอ้อน มองเห็นคนตรงหน้าขบกรามแน่น “เจ้าร่วมรักกับข้าจำเป็นต้องใช้ยาเซียวหรือ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกบ่งบอกว่ากำลังโกรธ ทำให้กวยเตียวน้ำส่ายหน้าไปมาแล้วก้มลงจูบริมฝีปากอย่างเอาอกเอาใจ “เปล่า ข้าไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย วันนี้ให้ข้าปรนนิบัติเจ้านะ” ดวงตาออดอ้อนไม่ได้ทำให้เฟิ่งเซียนใจอ่อน เขาดันอีกฝ่ายลงจากตัก ก่อนจะลุกขึ้นจากไปอย่างไร้เยื่อใย กวยเตียวมองตามร่างสง่างามด้วย

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ คู่ลิขิตมิอาจหลีกพ้น 1

    “สายน้ำวันนี้อาจไหลไปทางทิศตะวันตก แต่อีกไม่นานมันจะไหลไปทางทิศตะวันออก จะเลือกสิ่งใดให้ใช้หัวใจไตร่ตรองเถิด” กวยเตียวน้ำทอดถอนหายอยู่ริมหน้าต่างภายในตำหนัก หวนคิดไปถึงคำทำนายของท่านเจ้าสำนักอารามเมฆขาวซึ่งบัดนี้เหลือเพียงแค่นามให้ผู้คนได้จดจำเท่านั้น คำทำนายในวันนั้นทำให้เขากลับมานั่งกินนอนกินอยู่ในตำหนักของเฟิ่งเซียน รัชทายาทแคว้นเยียนที่ทำให้เขาเข้าใจผิดไปไกลโข คิดว่าอีกฝ่ายคิดหลอกใช้ตนและมีคนใหม่จึงได้หันหลังจากแคว้นเยียนด้วยหัวใจเจ็บปวด ทว่าที่ผ่านมากลับกลายเป็นเขาที่ฟูมฟายไปเองฝ่ายเดียว เพราะที่จริงตัวรัชทายาทกลับติดตามเขาเป็นเงาอยู่เบื้องหลังโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และคนที่เขาเห็นมาโดยตลอดกลับเป็นเพียงตัวแทนพระองค์เท่านั้น แม้ช่วงแรกๆ เขาจะแยกไม่ออก ทว่าเมื่อนานวันเข้าจึงสามารถแยกออกได้เพราะตัวแทนไม่กล้าแม้นจะแตะต้องตัวและชอบทิ้งระยะห่างเสมอ เมื่อครั้งนั้นที่เขาได้เข้าใจผิด เพราะตัวแทนได้พูดคุยสนิทสนมกับฮุ่ยจื่อบุตรีคนสำคัญของเสนบดีฝ่ายซ้ายอีกทั้งเอ่ยปากบอกว่าเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น การเล่นละครในค

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 2 (จบ)

    “ไม่หนีแล้วหรือ” เสียงเอ่ยถามจากทางด้านหลังทำให้เหวินฉินสะดุ้ง เขาวิ่งมาจนเหงื่อโทรมกายทว่าคนตรงหน้ากลับไม่มีเหงื่อสักหยดเดียว แต่เมื่อคิดถึงคืนนั้นเขาได้แต่หน้าแดงด้วยความอับอาย ทั้งอึดและทนจริงๆ ฮือออ เขาอยากจะดึงภาพลักษณ์ของพี่ชายฝาแฝดมาใช้เหลือเกิน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ามู่เหรินกับคนนี้เขากลับหลุดความเป็นตัวเองมาเสียตลอด จนบางครั้งแทบทำให้เสียแผน แม้จะเพียงเล็กน้อยเขาก็ยังดีใจที่มีอิสระแม้เวลาเพียงน้อยนิดก็ตาม “ไม่หนีแล้ว ข้าเหนื่อยจะเอาอย่างไรว่ามา” เหวินฉินกอดอกตอบกลับอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าเขาจะหนีอีกฝ่ายครั้งแรกเสียเมื่อไร นี่หนีมาสามปีแล้วแต่ก็ยังหนีไม่พ้น! “แต่งงานกับข้านะ” แค่ก ๆ ๆ เหวินฉินสำลักน้ำลายตนเองมองคนที่ขอแต่งงานอย่างไม่ดูสภาพอากาศเลยสักนิด ความโรแมนติกนะมีไหม! ไม่สินี่มันใช่เวลาไหม เขามองคนตรงหน้าอย่างมึนงง “ข้าว่าข้ากำลังฝัน” เหวินฉินพึมพำหันหลังกลับเดินต่อไป ทว่าร่างสูงที่พุ่งเข้ามากอดทำให้ไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้ “ถ้าเจ้าอยากท่องเที่ยวข้าจะพาเจ้าไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ถ้าเจ้าอยากมีครอบ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ อิสระที่โหยหา (เหวินฉิน) 1

    ทุ่งหญ้าที่งดงามภายในเมืองเล็กๆ ของแคว้นฉีที่แทบไม่มีผู้ใดสนใจ เวลานี้มีร่างสูงในอาภรณ์สีเขียวอ่อนนอนเล่นอย่างสบายอารมณ์บนทุ่งหญ้าแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ในมือถือดอกหญ้าแกว่งไปมาตรงหน้า ก่อนจะจับมาคาบไว้ในปาก ขาทั้งสองไขว้กันมือสองข้างหนุนใต้ศีรษะตัวเอง วันนี้ก้อนเมฆบนท้องฟ้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บ้างก็เป็นรูปคล้ายมังกร บ้างก็เหมือนแค่กบตัวหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรท้องฟ้าที่นี่ก็แสนสดใสไม่เปลี่ยนไป ไม่มีสงครามชวนให้ปวดหัว ไม่มีผู้คนที่คิดแทงข้างหลังตลอดเวลา และไม่มีผู้ใดบ่งการชีวิตอีกแล้ว คิดมาถึงตรงนี้เหวินฉินก็ถอนหายใจอย่างปลดปลง ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นอิสระ ต้องเป็นเงาให้พี่ชายฝาแฝดและไม่มีตัวตนเหวินฉินในสายตาของใคร มีแค่ตัวตายตัวแทนเท่านั้น เกิดมาพร้อมกันแต่ไม่รู้ว่าทำไมมารดาถึงเลือกพี่ชายอยู่เบื้องหน้าและให้ตนเป็นแค่เงาที่ไม่มีใครรู้ตัวตนอยู่เบื้องหลัง ยกเว้นคนผู้นั้น มู่เหริน น่าเสียดายที่วาสนาไม่บรรจบกันอีกทั้งยังเป็นศัตรู แม้ใจไม่อยากกระทำแต่ชีวิตเขาถูกกำหนดมาแล้วให้ไร้ตัวตน จึงไม่อาจทำตามใจตนเองได้

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ลิขิตหวนคืน...2 (จบ)

    มือหนารวบร่างอีกฝ่ายมากอดพร้อมจุมพิตริมฝีปากคู่นั้นอย่างหวงหา จากอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน อาภรณ์ที่สวมใส่หายวับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาถอดด้วยอาคมที่นำมาใช้ผิดที่ผิดทางไปหน่อย แต่มันก็สะดวกรวดเร็ว รสจูบที่ร้อนแรง หนักหน่วง ทว่ายังไม่พอ... เขาต้องการมากกว่านี้ “อ่ะ...” ร่างงดงามที่ไร้อาภรณ์ของกุ้ยกู๋สะดุ้งเบาๆ แอ่นกายรับกับมือหนาที่บีบยอดอกปลุกเร้าให้ความปรารถนาลุกโชนไปด้วยกัน สายตาร้อนแรงที่ส่งมาทำให้หน้าร้อนผ่าว แม้นี่มิใช่ครั้งแรกแต่อารมณ์ร้อนแรงที่ส่งมาทำให้รู้ว่าไฟสวาทที่ก่อขึ้นมานั้นยากจะมอดดับลงไปได้ ริมฝีปากร้อนผ่าวบรรเลงเพลงรักทั่วร่างงดงามที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูทั่งร่าง อีกทั้งเป็นรอยรักที่ประทับลงอย่างตั้งใจเป็นจ้ำๆ ตามซอกคอขาว ยอดอกสีชมพูแข็งเป็นไตสู้มือหนาที่บดขยี้ อีกทั้งริมฝีปากร้อนดูดเม้มจนคนใต้ร่างครางสะท้าน “อ๊ะ...อ่ะ...” น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยครางออกมาอย่างอดทนไม่ไหว อารมณ์พิศวาสถูกปลุกเร้ามากขึ้น มือหนาลูบไล้บนสะโพกนุ่มและบีบขย้ำอย่างมันมือ แก่นกายที่เคยอ่อนตัวของคนใต้ร่างแข็งขืนขึ้นอีกทั้งสีชมพูอ่อนมีน้ำเ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   ตอนพิเศษ ไม่ปล่อยมือชั่วนิจนิรันดร์ 1

    กาลเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลิงหวางครองบัลลังก์ได้ห้าสิบปีจึงได้สละบัลลังก์ให้เฟิงเถิงขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน ส่วนตนเองนั้นได้ก้าวออกจากวังหลวงจับมือมู่เหรินออกท่องเที่ยวไปทั่วหล้า และไปดูแลสำนักหมื่นเมฆาอย่างเต็มกำลัง แม้ทั้งสองอายุเลยเจ็ดสิบปีไปแล้ว ทว่าด้วยพลังวัตรที่ถูกสืบทอดมาหลายร้อ

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 4

    หลิงหวางหอบหายใจพูดห้วนๆ มู่เหรินได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือไปด้านหลังคล้องคออีกฝ่ายเอาไว้จนร่างกายโค้งโก่ง มือหนาเอื้อมมาประคองร่างของเขาขึ้นขยับขึ้นลงให้ส่วนที่ตั้งชันแทรกลึกเข้าไปแตะต้องจุดไวสัมผัสของเขาไม่หยุด และเป็นท่าเขย่าพสุธาที่เขาเอ่ยถามหลิงหวางเสียด้วย “อ๊ะ...อา...อา.

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 3

    มือหนาลูบไล้กายที่ขาวเนียนอย่างหลงใหล ก่อนจะมาหยุดที่ลงบนต้นขาด้านในซึ่งทำให้เจ้าตัวสะดุ้งตกใจ มู่เหรินเบิกตากว้างยิ่งขึ้นอย่างตกใจ เมื่อหลิงหวางก้มหน้าลงไล้เลียดูดดึงตั้งแต่สะดือเรื่อยลงมาถึงโคนแก่นกาย ลิ้นเล็กๆ ไล้เลียความเป็นชายของเขาอย่างไม่นึกรังเกียจ สองมือหยกเย้าพวกช่อด้านหลังอย

  • มู่เหรินจอมคนอัจฉริยะ   บทส่งท้าย หงส์มังกรเคียงคู่ 1

    มู่เหรินผ่านเหตุการณ์มามากมายก็ได้กลับไปยังแคว้นฉีอย่างสง่าผ่าเผย เขาอยู่ที่นั่นเพียงหกเดือนก่อนจะตัดสินใจกลับมาอยู่ร่วมกับหลิงหวาง โดยที่เจ้าตัวไปสู่ขอเขากับมู่ซูเหลียนผู้เป็นบิดาและกว่าจะถูกยกให้หลิงหวางต้องเสียโลหิตและขวัญกำลังใจไปไม่น้อย แต่ทุกอย่างก็เป็นตามที่คาดหมาย อาจเพราะเขาไม่ใช่บุตรคนแรก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status