Share

บทที่ 5

Penulis: เย่ว์เหมี่ยว
"คุณหนูใหญ่ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ชายที่เข้ามาสวมชุดเสื้อผ้ากางเกงสีดำ พอเขาเห็นมู่จิ่วซีก็คุกเข่าลงทันที

มู่จิ่วซีให้เขาลุกขึ้นและเอ่ยกล่าว : "ข้าไม่เป็นไร เย่ฮาน ท่านพ่อทราบเรื่องในวันนี้หรือเปล่า?"

"คุณท่านเพิ่งทราบขอรับ เขาโกรธจนทุบโต๊ะจนหัก เรื่องนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนต้องการทำร้ายฆ่าคุณหนูใหญ่"

เย่ฮานคือหนึ่งในผู้พิทักษ์เงาข้างกายคนหนึ่งของแม่ทัพใหญ่มู่

"ท่านพ่อคาดเดาว่าเป็นใครที่ต้องการทำร้ายฆ่าข้า?" มู่จิ่วซีถาม

เย่ฮานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย : "คุณท่านบอกว่ามีสองคนที่น่าสงสัยมาก หนึ่งคือสนมเอกสามเซียวหลิงเย่ว์ สองคือคุณหนูใหญ่ไป๋ชิงขอรับ"

มู่จิ่วซีเงียบไม่พูดอะไร นางเองก็สงสัยสนมเอกสามเหมือนกัน

แคว้นเกาอวิ๋นค่อนข้างพิเศษ จักรพรรดิเป็นเพียงเด็กอายุแค่สิบขวบ โม่จุนคือเสด็จลุงห้าของจักรพรรดิองค์น้อยนี้

จักรพรรดิองค์ก่อนได้ทรงนำทัพเป็นการส่วนพระองค์และสิ้นพระชนม์ลง ฮองเฮาที่มีพระชันษาเพียง 25 พรรษาก็กลายเป็นพระพันปีหลวง มกุฎราชกุมารที่อายุ 8 พรรษาก็ต้องสืบทอดราชบัลลังก์ แต่ก็ต้องมาประสบจากแรงกดดันของหลายฝ่าย

โม่จุนได้ใช้เวลาสามปีในการช่วยพระพันปีหลวงและจักรพรรดิองค์น้อยในการรักษาเสถียรภาพของราชสำนักและการสงครามจนได้รับความไว้วางใจอย่างลึกซึ้งจากพระพันปีหลวงและองค์จักรพรรดิ สมกับเกียรติในฐานะท่านผู้สำเร็จราชการแทน

ส่วนสนมเอกสามเซียวหลิงเย่ว์เป็นพระเชษฐนีของเสด็จพี่สามของโม่จุน (พระเชษฐนี หมายถึง พี่สะใภ้)

ตอนนั้นเซียวหลิงเย่ว์และโม่จุนได้มีใจชอบพอกัน แต่เนื่องจากท่านพ่อของเซียวหลิงเย่ว์ไม่ได้ยกย่องในจักรพรรดิองค์น้อยผู้นี้และเข้าข้างท่านอ๋องสามผู้ทะเยอทะยาน เซียวหลิงเย่ว์จึงถูกบังคับและกลายเป็นสนมเอกสาม

ผลลัพธ์คือโม่จุนใช้วิธีโหดร้ายคุกคามกดดันจัดการ ซึ่งตระกูลเซียวพ่ายแพ้ก็เท่ากับต้องมีการสูญเสีย ท่านอ๋องสามเลยขาขาดและกลายเป็นคนพิการ

พระพันปีหลวงเมื่อทรงเห็นว่าเซียวหลิงเย่ว์ได้คลอดบุตรสาวออกมาแล้วก็เลิกที่จะต่อความยาวสาวความยืดและทรงปฏิบัติต่อนางอย่างคนในราชวงศ์

และด้วยต้นเหตุเช่นนี้ เซียวหลิงเย่ว์จึงทั้งรักและเกลียดโม่จุน

มู่จิ่วซีเดาว่าเซียวหลิงเย่ว์อาจจะยังรักโม่จุนเลยไม่อยากให้เขาได้สู่ขออภิเษกแต่งงาน

ท้ายที่สุดแล้วความเป็นเจ้าของและความอิจฉาของผู้หญิงนั้นก็น่ากลัวอย่างมาก

ภายนอกต่างพูดกันว่าท่านผู้สำเร็จราชการแทนก็มีพระชันษาตั้ง 23 แล้วแต่ยังไม่ได้อภิเษกเพราะเนื่องจากลืมเซียวหลิงเย่ว์ไม่ได้

"สนมเอกสามก็น่าสงสัยจริงๆ ส่วนคุณหนูใหญ่ไป๋เหตุใดถึงต้องสงสัยว่าทำร้ายข้า?" มู่จิ่วซีขมวดคิ้ว

เย่ฮานรีบกล่าว : "คุณหนูใหญ่ไป๋บางทีอาจไม่ได้ต้องการทำร้ายคุณหนูใหญ่ แต่อาจต้องการโยนความผิดให้คุณหนูรองไป๋เฟิ่งหว่าน"

มู่จิ่วซีก็เข้าใจในฉับพลัน ตระกูลไป๋คือจวนอัครมหาเสนาบดี การต่อสู้ภายในของตระกูลชั้นสูงล้วนเป็นการสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะโดยที่มือไม่ต้องเปื้อนเลือด

ไป๋เฟิ่งหว่านเป็นลูกของอนุภรรยาคนรองแต่กลับได้รับความรักการโปรดปราณยิ่งกว่าไป๋ชิง ถึงอย่างไรอัครมหาเสนาบดีไป๋ก็รักและโปรดปราณอนุภรรยาคนรองอยู่คนเดียว

ถ้าไม่ใช่เพราะภรรยาหลวงป่วยหนักนอนติดเตียงตาไม่หลับมาโดยตลอด อนุภรรยาคนรองคงได้ขึ้นเป็นภรรยาหลวงไปนานแล้ว

พอคิดแบบนี้ ไป๋ชิงที่ต้องการฆ่าไป๋เฟิ่งหว่านก็จะสมเหตุสมผล นางเลยต้องใช้มู่จิ่วซีเป็นเครื่องมือ ซึ่งนางก็คงไม่เต็มใจ

"คุณหนูใหญ่ไป๋ชิงเองก็ชอบท่านผู้สำเร็จราชการแทนขอรับ" เย่ฮานกล่าวเพิ่มอีกประโยค

มู่จิ่วซีได้แต่ส่งเสียงยิ้มเหอะๆ : "หน้าอย่างกับโลงผุแบบนั้นทำไมถึงได้มีผู้หญิงมาชอบเยอะขนาดนี้ พวกนางไม่กลัวว่ากอดๆ นอนอยู่ก็แข็งตายหรอกหรือไง"

เย่ฮานตกใจถลึงตาอ้าปากค้าง จากนั้นมุมปากเขาก็กระตุกขึ้น สำหรับคำด่าหยาบคายของคุณหนูใหญ่แล้ว เขาหมดคำจะพูดจริงๆ

"คุณหนูใหญ่ คุณท่านถามว่าคุณหนูต้องการถอนหมั้นหรือไม่ขอรับ เดิมทีคุณท่านคิดว่างานภิเษกนี้ก็ถือว่าไม่เลว แต่ตอนนี้การอภิเษกกับท่านผู้สำเร็จราชการแทนคงจะอันตรายอย่างมากสำหรับคุณหนูใหญ่"

"ท่านพ่อช่างรู้ใจข้าจริงๆ ใครอยากจะไปแต่งงานกับหน้าโลงผุแบบนั้นกัน ถอน ถอน ถอน ยังไงก็ต้องถอนหมั้น แต่ว่า มันจะต้องไม่ใช่พวกเราเป็นฝ่ายขอถอนหมั้น แบบนี้ไม่สมเหตุผล ยังไงให้ท่านผู้สำเร็จราชการแทนเป็นคนเอ่ยปากเองจะดีกว่า แบบนี้พวกเรายังรีดไถเขาเงินได้อีกก้อน"

เย่ฮานอ้างปากค้างยิ่งกว่าเก่า เขาตลึงจนตาทั้งสองของเขาแทบถลนออกมาราวกับว่าเขานั้นไม่เคยรู้จักคุณหนูใหญ่ของเขาเลย

"คุณหนูใหญ่ แบบนี้จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของท่านนะขอรับ"

"ข้ายังมีชื่อเสียงอีกเหรอ? จะบอกอะไรให้ ชื่อเสียงมันตีเป็นเงินได้สักเท่าไหร่? ข้าเพิ่งจะอายุ 17 ไม่ได้รีบร้อนแต่งงาน อีกอย่างชายหนุ่มรูปงามก็มีตั้งเยอะ เหตุใดข้าถึงต้องยอมละทิ้งชายหนุ่มมากมายราวกับผืนป่าขนาดใหญ่นี้ด้วย เจ้ากลับไปบอกท่านพ่อข้า เรื่องหมั้นหมายนี้ยังไงก็ต้องถอนหมั้น"

แน่นอนว่ามู่จิ่วซีไม่อยากแต่งงาน นางคือคนของยุคในปัจจุบัน แต่งงานอายุ 17 งั้นหรอ? บ้าไปแล้วปะ

ผู้ชายของพรรค์นี้ก็เป็นเหมือนกับอาหารเสริม เป็นของที่ไม่ได้จำเป็น

เย่ฮานก็จากไปอย่างกังวลใจ มู่จิ่วซีก็เริ่มทำท่าแพลงก์ออกกำลังกายต่อ

เช้าวันรุ่งขึ้น มู่จิ่วซีถูกลู่เอ๋อร์เรียกปลุกให้ตื่น เนื่องจากขุนนางผู้บัญชาการศาลต้าหลี่เย่อู่เหิงได้มาถึงแล้ว

มู่จิ่วซีสวมเสื้อคลุมตัวนอกแล้วก็เดินออกมา พอนางเห็นเย่อู่เหิง ดวงตาทั้งสองข้างก็ทอเป็นประกาย

ในใจก็คิดว่าเจ้าของร่างเดิมต้องตาบอดแล้วแน่ ชายรูปงามคนนี้ไม่ได้แย่ไปกว่าท่านผู้สำเร็จราชการแทนแม้แต่น้อย ไม่นึกเลยว่าในหัวของนางจำอะไรชายคนนี้ไม่ได้เลย

พอเห็นเย่อู่เหิงในชุดคลุมยาวสีขาวนวลดั่งดวงจันทร์ รูปร่างสูงตระหง่านและยืนด้วยท่าทางอันภูมิใจในตนเอง

ผมสีดำถูกมัดรวบเอาไว้และไร้ซึ่งเครื่องประดับบนหัว ดวงตาเรียบเฉี่ยวทั้งสองข้าง แววตาอันคมกริบแฝงไปด้วยความสง่า มุมปากทียกขึ้นทำให้เผยยิ้มอันราบเรียบดั่งกับดอกบัว เขาเหมือนแฝงไปด้วยแสงตะวันอันคุ้นเคย

อายุเพียงแค่ 20 กว่าๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทำให้มู่จิ่วซีน้ำลายไหลเมื่อได้เห็น ความเย็นชา ความทระนงตน ช่างสง่างามอย่างยิ่ง จนทำให้มู่จิ่วซีกระหายจนอยากแปลงร่างเป็นหมาป่าและเห่าหอนบรู๊วบรู๊ว

"อู่เหิงขอคารวะคุณหนูใหญ่มู่" เย่อู่เหิงทำความเคารพมู่จิ่วซี ด้านหลังเขามีเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยตามมาด้วยสี่คน

"ใต้เท้าเย่ไม่ต้องพิธีรีตรอง มานั่งพูดคุยกันเถอะ" สายตาของมู่จิ่วซีล้วนเต็มไปด้วยความชื่นชมจนทำให้เย่อู่เหิงที่ถูกมองสับสนไม่เข้าใจ

คุณหนูใหญ่มู่ท่านนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพบมาก่อน วันนี้ทำไมนางถึงได้ดูสนใจเขามากขนาดนี้?

แต่เมื่อนึกได้ว่านางเป็นลูกผู้ลากมากดี เอาแต่ใจ มีชื่อเสียงว่าบ้าผู้ชายแล้ว บุคคลิกของเขาก็เย็นชาขึ้นมา

ผู้หญิงที่เป็นดั่งของร้อนในมือ ก็คงมีแต่ผู้ชายดุร้ายอย่างท่านผู้สำเร็จราชการแทนเท่านั้นที่จะปราบเอาอยู่กระมัง?

"คุณหนูใหญ่มู่ ไม่ทราบว่าพอจะเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานให้อีกรอบได้หรือไม่ขอรับ?" เย่อู่เหิงถามด้วยประโยคที่มักใช้เป็นทางการ

"ได้แน่นอน" มู่จิ่วซีรีบพูดขึ้นมา เพียงแต่สายตาของนางยังยิ้มแย้มมองใบหน้าที่หล่อเหลาของเย่อู่เหิง

เย่อู่เหิงก็สึกว่าตัวเองร้อนที่หูขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าตนเองเป็นคู่หมั้นของท่านผู้สำเร็จราชการแทน?

"เรื่องนี้มีจุดผิดปกติหลายอย่าง ข้าน้อยจะต้องสืบสวนอย่างเคร่งขรัดเพื่อหาข้อสรุปอธิบายคุณหนูใหญ่มู่ให้จงได้" เย่อู่เหิงรู้สึกว่าถ้าเขายังไม่รีบไป เกรงว่าคงต้องผู้หญิงคนนี้ตะขรุบเข้าให้แน่

"ใต้เท้าเย่ เจ้าเชื่อที่ข้าถูกคนผลักลงน้ำไหม?" จู่ๆ สายตาของมู่จิ่วซีก็ไร้ซึ่งความชื่นชมและเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา

เย่อู่เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย : "หมอหลวงเวินถูกคนทุบที่ท้ายทอยด้านหลังจนเสียชีวิตจริง จากนั้นเขาก็ถูกคนโยนลงน้ำ ดังนั้นเรื่องคบชู้กับคุณหนูใหญ่มู่จึงสามารถชี้แจ้งให้กระจ่างได้"

"ที่หลังข้ายังคงมีร่องรอยของการถูกผลักอยู่ หากใต้เท้าเย่ไม่เชื่อที่ข้าถูกผลัก ทางที่ดีท่านควรจะได้เห็นกับตา ไม่อย่างนั้นผ่านไปไม่กี่วันร่องรอยก็คงหายไปแล้ว ข้าเองก็คงจะหมดหนทางแก้ตัว" มู่จิ่วซีขณะที่พูดอยู่ก็ลุกขึ้นมาและเตรียมที่จะถอดเสื้อคลุมด้านนอกออก

เย่อู่เหิงถึงกับตกตะลึง ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวขึ้นมา ในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาประโยคหนึ่งว่าไร้ยางอาย
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 507

    ฮั้วอวิ๋นเทียนหันมองจื่ออวิ๋นเฟยด้วยแววตาปวดร้าว เขากล่าวอย่างเสียใจ : "ทำไมเป็นแบบนี้? เป็นฝีมืออาจื่อใช่ไหม?"จื่ออวิ๋นเฟยพาเขามานั่งข้างนอกและถอนใจสารภาพ : "อาจื่อสวมหน้ากากหนังมนุษย์ปลอมตัวเป็นหญิงอุ้มท้อง มู่จิ่วซีเจตนาดีช่วยหญิงอุ้มท้องจนถูกอาจื่อทำร้ายในระยะประชิด แผลที่เอวบาดเจ็บสาหัส แต่โชคดีที่นางทานยาเทพสถิตย์ทันที"แม้จื่ออวิ๋นเฟยจะเสียยายาเทพสถิตย์ไปสองเม็ดจนเขาอยากจะสบถ แต่พอรู้ว่ามู่จิ่วซีไม่เป็นอะไร เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มที่จะเสีย หากมู่จิ่วซีเป็นอะไรไป เขาคงจะเสียใจมากกว่าไม่ง่ายที่ในชีวิตนี้เขาจะมีเพื่อนสนิทไว้พูดคุย ได้เป็นศิษย์น้องของเขาร่วมกันค้นคว้าวิจัย เขาไม่อยากเสียนางไปจริงๆมีแค่นางสามารถปรุงยาเทพสถิตย์ฮั้วอวิ๋นเทียนตัวสั่นยิ้มเจื่อน : "ตอนนั้นเพื่อจะปกป้องอาจื่อ ข้าเลยขอยาเทพสถิตย์และหน้ากากหนังมนุษย์ให้นาง แต่กลับถูกเอามาใช้เล่นงานจิ่วซี จิ่วซีพูดถูกแล้ว ข้ามันไม่ทันสังเกต"ชิงเฟิงตายไปแล้ว มู่จิ่วซีคงทำใจไม่ได้ในทันที วิธีเดียวที่จะคลายปมแค้นในใจนางคือต้องจับอาจื่อ เจ้ารู้ไส้อาจื่อเป็นอย่างดี เจ้าพอจะช่วยนางได้ไหม?" จื่ออวิ๋นเฟยถามฮั้วอวิ๋นเทียนกล

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 506

    จื่ออวิ๋นเฟยใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามซับเหงื่อมู่จิ่วซี เขาถอนหายใจมองใบหน้าซีดเซียวของนางผู้หญิงคนนี้ทำเวรทำกรรมอะไรมา แผลตรงอกไม่ทันหาย ตรงเอวก็มาเป็นต่อ แค่มองก็รู้ว่าถูกแทงระยะประชิดมู่จิ่วซีได้สติในเช้าวันรุ่งขึ้น นางตะโกนเสียงดัง : "ชิงเฟิง ! ชิงเฟิง?"ลู่เอ๋อร์กล่าวร้องห่มร้องไห้ : "คุณหนู ท่านอย่าเพิ่งขยับตัว ชิงเฟิงจากไปแล้วเจ้าค่ะ"มู่จิ่วซีกำผ้าห่มแน่น ในหัวยังคงเห็นภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวานทั้งหมดชิงเฟิงตายเพราะช่วยนาง คนลงมือสังหารไม่ใช่อาจื่อ แต่เป็นมือธนูที่เชี่ยวชาญอีกคนต้องโทษนางที่มองแผนการปลอมเป็นหญิงตั้งครรภ์ไม่ออก ตอนนั้นเหตุการณ์โกลาหล ผู้คนวิ่งเตลิดร้องขอความช่วยเหลือนางช่วยหญิงตั้งภรรค์คนนั้นไว้เพราะอยากให้ต้องตายทั้งกลม ไม่คาดคิดว่าอาจื่อจะใช้ประโยชน์จากความใจอ่อนย้อนมาทำร้ายนางเองผู้หญิงคนนี้ฉลาด โหดร้ายชั่วช้า"ฉินหลานจื่อ! ข้าขอสาบาน ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อหาเจ้าให้เจอ ข้าจะเลาะเนื้อเฉือนกระดูกเจ้าเพื่อแก้แค้นให้ชิงเฟิง!" มู่จิ่วซี"คุณหนูใหญ่ ท่านใจเย็นก่อน! เดี๋ยวแผลฉีก!" จื่ออวิ๋นเฟยเดินเข้ามาเห็นคราบเลือดบนเตียงขณะมู่จิ่วซีหุนหันเคียดแค้นโม่จุนเด

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 505

    มู่จิ่วซีหันไปมอง เห็นธนูเพลิงดอกหนึ่งพุ่งไปยังหญิงสาวด้านหลังคนนั้นอีกทั้งนางเป็นหญิงท้องตั้งครรภ์มู่จิ่วซีไม่มีเวลาให้คิดมาก นางพุ่งตัวเข้าไปหาจากบนม้า กริชเล็งเควี้ยงออกไปยังธนูดอกนั้น ส่วนนางก็กระโจนคว้าหญิงตั้งครรภ์เอาไว้"คุณหนูใหญ่!" ชิงเฟิงตะโกนลั่นตามเข้ามาร่างกายของมู่จิ่วซีกระโจนไปหาหญิงตั้งครรภ์ ขณะมือของนางกำลังจะคว้าหญิงตั้งครรภ์คนนั้น นางกลับขนลุกชันขึ้นมาทั้งตัว นางจึงเอี้ยวตัวไปด้านข้าง"ฉวก!" กริชเล่มหนึ่งปักลงตรงเอวด้านซ้ายของนางมีดบินในมือของมู่จิ่วซีเล็งปาดไปที่คอของผู้หญิงตรงหน้าอย่างแรงนางเห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นชัดเจน เป็นสาวชาวบ้านธรรมดาๆ ทว่าตรงจมูกระหว่างตามีไฝสีดำเม็ดเล็กอาจื่อ! คาดไม่ถึงว่านางจะปลอมเป็นคนท้องเพียงเพื่อจะสังหารมู่จิ่วซี"มู่จิ่วซี เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!" เสียงของอาจื่อแฝงไปด้วยความเย็นเยือกสุดขั้วพร้อมกับเบี่ยงศีรษะไปด้านหลัง หลบเลี่ยงคอ ทว่ามีดบินก็ยังกรีดเข้าที่หน้า บาดหน้ากากหนังมนุษย์จนเป็นรอย เลือดสดไหลซึมออกมาดวงตาของมู่จิ่วซีทั้งสองข้างคือความโกรธแค้น มีดบินปรากฎขึ้นในมืออีกครั้ง อาจื่อกลิ้งหลบไปด้านหลังสองตลบแล

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 504

    "แน่นอนอยู่แล้ว เซวียนหยวนเชาเมื่อก่อนคิดอยากจะช่วยหวางชิว หวางชิวไม่ใช่คนในราชวงศ์ แล้วเขาเป็นใครกันแน่? เขาถึงได้ไม่ไหว้หน้าเซวียนหยวนห้าว?" มู่จิ่วซียิ้มกล่าวโจวเหยาส่ายหัวและกล่าว : "หวางชิวแทรกซึมเข้าในแคว้นเกาอวิ๋น 20 กว่าปีแล้ว คงมีน้อยคนมากที่จะรู้ตัวตนแท้จริงของเขาในแคว้นเป่ยจิ้น"มู่จิ่วซีพยักหน้าพูด : "ดูเหมือนเซวียนหยวนห้าวใกล้จะมาแล้ว ในเมื่อหวางชิวสำคัญขนาดนั้น คราวนี้แคว้นเป่ยจิ้นคงต้องได้สังเวยเลือดครั้งใหญ่""คุณหนูใหญ่ เราจะต้องปล่อยหวางชิวไปในตอนสุดท้ายใช่ไหม?" โจวเหยาร้อนรนกล่าว "ถ้าต้องปล่อยเขาไป แบบนั้นเป็นการปล่อยเสือกลับภูเขาชัดๆ""เจ้าคิดว่าข้าใจดีขนาดนั้น?" ดวงตาทั้งสองข้างของมู่จิ่วซีมองโจวเหยาโจวเหยาตกตะลึง จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังกล่าวออกมา : "งั้นข้าก็สบายใจได้แล้ว เขารู้ความลับของแคว้นเกาอวิ๋นมากเกินไป ถ้าต้องปล่อยเขากลับแคว้นเป่ยจิ้น ถือว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเรา""วางใจเถอะ ต่อให้ปล่อยเขาออกกรมพระราชวังนครบาลไป ก็คงกลับไม่ถึงแคว้นเป่ยจิ้น เรื่องนี้ข้ากับโม่จุนได้ปรึกษากันแล้ว อนุญาตให้เซวียนหยวนเชามกุฎราชกุมารพิการคนนี้กลับไปได้เท่านั้น" มุมปาก

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 503

    มู่จิ่วซีกล่าวอย่างยิ้มมีเสน่ห์ : "ถึงอย่างไรเจ้าก็ห้ามทำไม่ดีกับข้า ไม่งั้นหลังจากนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า อ่อใช่ เจ้าเคยคิดถึงกิจการในห้าแคว้นอื่นของท่านอ๋องสี่ไหม? ร่วมมือกับท่านพี่ฮั้วไหม?"มู่จิ่วซีเคยพูดถึงแผนการของฮั้วอวิ๋นเทียนให้โม่จุนฟัง"ฮั้วอวิ๋นเทียนคนนี้มันเจ้าเล่ห์ ต่อให้ข้าไม่ร่วมมือ เข้าก็ยังได้ทราบข้อมูลข่าวกรองก่อนใคร ลงมือก่อนใคร ข้าเองได้แต่เป็นฝ่ายถูกกระทำ ในเมื่อเขาเสนอมาว่าจะให้แบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่ง ข้าก็ตกลง เจ้าสมควรได้รับไว้"มู่จิ่วซีทันใดนั้นก็คลายกังวลและยิ้มกล่าว : "แล้วทางพระพันปีหลวงล่ะ?""อีกห้าแคว้นยังมีตำหนัก ไม่ได้ประกอบธุรกิจ ยังมีโฉนดอยู่ บางส่วนมอบคืนให้ราชวงศ์ ส่วนกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับพระพันปีหลวงก็คงจะรู้ว่าไม่อาจเอากลับมาได้ ทั้ง 5 แคว้นแย่งไปจนเกลี้ยงแล้ว"โม่จุนกล่าวต่อ "ต่อให้ทหารมังกรดำของข้าอยู่ใน 5 แคว้น ก็ไม่อาจเอากลับมาได้ แบบนั้นจะเป็นหารเปิดเผยตัวตนพวกเขา ดังนั้นแผนการของฮั้วอวิ๋นเทียนจึงถูกใจข้าพอดี ข้าเดิมทีก็อยากจะร่วมมือกับเขา ในเมื่อเขามาหาเองถึงที่ งั้นทางเราก็จะไว้หน้าเขา""เจ้าเองก็จิ้งจอกเฒ่า" มู่จิ่วซีมองเขาซึ่งวา

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 502

    "ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ดูเหมือนว่าเราจะเดาผิด" มู่จิ่วซีกล่าว "แผลจะได้ไม่ต้องปริ"มู่จิ่วซีกุมอก"หากเป็นที่ลับตา ยังมีอีกที่หนึ่ง" โม่จุนหันมองมู่จิ่วซี"จวนท่านอ๋องสาม?" มู่จิ่วซีเลิกคิ้ว"ใช่ เขาหนีออกไปได้แล้ว ใครจะคิดว่าเขาจะกลับมา?" โม่จุนรีบกลับเลี้ยวม้าออกไปนอกวังด้านหลังตามขบวนมายาวเป็นหางว่าว เย่ฮาน ชิงเฟิงและทหารมังกรดำตามมาติดๆจนเมื่อมาถึงจวนอ๋องสาม เดิมทีควรจะเงียบสงัด ทว่ากลับได้ยินเสียงร้องไห้จากด้านในหลังจากโม่จุนอุ้มมู่จิ่วซีลงจากม้าก็กระโดดข้ามกำแพงเรือนเข้าไป ไม่ได้เข้ามาทางประตูใหญ่พอถึงพื้นก็ได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง ทั้งสองสีหน้าเปลี่ยนไปมาก"ท่านผู้สำเร็จราชการแทน ช่วยด้วย!" บ่าวรับใช้รีบตะโกนเรียกเมื่อเห็นโม่จุนและมู่จิ่วซีโม่จุนเห็นบ่าวรับใช้นอนจมกองเลือดเลยรีบเข้าไปถาม : "ที่นี่เกิดอะไรขึ้น?""พระชายา พระชายาถูกลักพาตัวไปแล้วเจ้าค่ะ องค์หญิงสือบาดเจ็บ..." บ่าวรับใช้ชี้นิ้วไปด้านในโม่จุนรีบเรียกคนด้านหลังให้มาช่วยปฐมพยาบาล ส่วนเขาเองกับมู่จิ่วซีรีบเข้าไปด้านใน ตามทางมีองครักษ์มากมายถูกฆ่า ทั้งสองสีหน้าแย่มากกว่าเก่าหลังจากท่าน

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 259

    ผู้หญิงกลุ่มก็ตกใจวิ่งหนีกับคำพูดของมู่จิ่วซีเมื่อนึกว่าต้องไปเย็บศพ พวกนางมีหรือจะกล้าสัมผัส ไม่เรียนแล้วดีกว่ามู่จิ่วซีพอเห็นพวกผู้หญิงหนีออกไปอย่างรังเกียจ นางก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆแต่คนของของแคว้นซีเย่ว์กลับยิ้มไม่ออกพอได้ยินคำพูดของมู่จิ่วซี พวกเขาก็กลับคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถทำเรื่องเย

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 238

    ต่อให้พวกเขาเข้าใจเพียงเล็กน้อย ยังไงก็ยังเป็นภาพที่มู่จิ่วซีแข่งชนะอยู่ดี ส่วนคนอื่นก็มีแค่โม่จุนเท่านั้นที่รู้ ไม่สิ ยังมีฮั้วอวิ๋นเทียนด้วยไอผู้ชายคนนั้นอย่ากลับมาอีกเลยจะดีที่สุด พอเขาเห็นรอยยิ้มของฮั้วอวิ๋นเทียนที่ยิ้มให้มู่จิ่วซีก็รู้สึกบาดตาอย่างมาก"จริงงั้นเหรอ ถ้าเงิน 10,000 ตำลึงกับของสิ่ง

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 412

    มู่จิ่วซีไม่อยากจะมีหูไว้ได้ยิน ขายหน้ามากจริงๆ"คุณหนูใหญ่มู่ ข้าขออนุญาต" ชายชุดดำเดินมาจับแขนมู่จิ่วซีไพล่ไว้ด้านหลังและมัดเข้าด้วยกัน จากนั้นก็พยุงมู่จิ่วซีไปยังเรือนหลังเซวียนหยวนเชายืนอยู่ในเรือนราวกับว่ากำลังฟังเสียงเคลื่อนไหวโดยรอบ จากนั้นมุมปากเขาก็กระตุกยิ้มขึ้นมาและหันหลังเดินเข้าไปข้างในเ

  • มเหสีร้อยเล่ห์ของท่านผู้สำเร็จราชการแทน   บทที่ 500

    "เจ้าไปวาดใบหน้าของหน้ากากหนังมนุษย์ของอาจื่อออกมาก่อน" มู่จิ่วซีกล่าว"เออ ข้า ข้าก็จำไม่ค่อยได้แล้ว เป็นผู้หญิงธรรมดามากๆ ไม่สะดุดตาเลย ข้าตอนนั้นกำลังเพิ่งเริ่มศึกษาค้นคว้า เลยทำหน้ากากออกมาแค่ผืนเดียว ถ้าของมันดี ข้าคงอดไม่ได้ที่จะต้องยกให้คนอื่นใช่ไหมล่ะ?" จื่ออวิ๋นเฟยทำสีหน้าโศกเศร้า"ไม่มีเอกลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status