Compartir

บทที่ 4

last update Fecha de publicación: 2026-09-06 08:25:16

บทที่ 4 รู้วิธีเป็นสามี

คำพูดของหญิงสาวยังติดอยู่ในความคิดของเซียวฉางเยี่ยแม้ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว ท่านไม่รู้วิธีเป็นสามี ตลอดชีวิตสามสิบสองปี เขาเคยถูกกล่าวหามามากมาย หยาบกระด้าง เลือดเย็น ไม่รู้ธรรมเนียม ไร้ชาติตระกูล แม้กระทั่งคำว่าหมาป่าชายแดนก็เคยได้ยินขุนนางในเมืองหลวงใช้เรียกตนลับหลัง เขาไม่เคยสนใจ ตั้งแต่อายุสิบกว่าปี ชีวิตก็อยู่ท่ามกลางกองทัพ บุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายล้วนสนใจเพียงว่าเมื่อข้าศึกบุกมา ผู้ใดจะรอด ผู้ใดจะตาย และเสบียงในคลังจะพอให้ทหารผ่านฤดูหนาวไปได้หรือไม่ ไม่มีผู้ใดสนใจว่าเขาพูดจาไพเราะหรือเปล่า ไม่มีผู้ใดถามว่าเขารู้จักเอาใจคนหรือไม่ ยิ่งไม่มีผู้ใดกล้าบอกต่อหน้าว่าเขาทำสิ่งใดไม่เป็น กระทั่งมีพระชายา หญิงสาวอายุสิบแปดผู้ งดงามคนนั้น นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะอาหาร แล้วกล่าวหน้าตาเฉยว่า—เขาไม่รู้วิธีเป็นสามี น่าหงุดหงิดเสียจริง เซียวฉางเยี่ยโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ อ่านต่อไม่รู้เรื่องแล้ว

ยามดึก เรือนใหญ่เงียบสงัด หว่านอี๋อาบน้ำเสร็จแล้ว นางสวมเพียงอาภรณ์สำหรับนอนเนื้อบางแต่มีเสื้อคลุมทับอีกชั้น เส้นผมยาวซึ่งเพิ่งแห้งหมาดถูกปล่อยสยายลงด้านหลัง สาวใช้กำลังใช้หวีไม้ค่อย ๆ สางปลายผมให้ หว่านอี๋หลับตา หลายวันที่ผ่านมาทำให้นางเริ่มคุ้นกับความเงียบของแดนเหนือขึ้นบ้าง ที่นี่ไม่มีเสียงรถม้าของเหล่าคุณหนูวิ่งผ่านหน้าจวน ไม่มีเสียงดนตรีจากงานเลี้ยงในเรือนข้างเคียง ไม่มีข่าวว่าวันพรุ่งนี้ตระกูลใดจัดงานชมบุปผา กลางคืนมีเพียงเสียงลม บางครั้งมีเสียงม้าจากด้านนอก และไกลออกไปคือเสียงทหารเปลี่ยนเวร เป็นโลกที่แตกต่างจากเมืองหลวงโดยสิ้นเชิง นางกำลังจะบอกสาวใช้ว่าพอแล้ว เสียงฝีเท้ากลับดังขึ้นจากนอกเรือน ฝีเท้าหนักสม่ำเสมอหว่านอี๋ลืมตา นางจำเสียงนี้ได้แล้ว ม่านประตูถูกเปิดออก ไอเย็นจากด้านนอกพัดเข้ามาพร้อมร่างสูงใหญ่ สาวใช้ทั้งสองรีบก้มศีรษะ “ท่านอ๋อง”

เซียวฉางเยี่ยถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก “ออกไป” ทั้งสองมองผู้เป็นนายโดยไม่รู้ตัว หว่านอี๋เองก็แปลกใจแต่ไม่ได้ห้าม ไม่นานประตูก็ปิดลงในห้องเหลือเพียงคนสองคน นางมองเขาผ่านกระจกทองแดง “ท่านอ๋องมีอะไรหรือ” “มานอน” คำเดียวหว่านอี๋หันกลับไปมองเต็มตา เขากำลังปลดสายรัดเอวอย่างไม่รีบร้อน สีหน้าเป็นธรรมชาติราวกับเขากลับมานอนในเรือนนี้ทุกคืน “คืนนี้?” เซียวฉางเยี่ยเงยหน้าขึ้น “มีปัญหา?” “ข้านึกว่าท่านมีที่นอนของท่านแล้ว” มือของชายหนุ่มหยุดเล็กน้อย แน่นอนว่าเขารู้ว่านางหมายถึงที่ใด “ข้าไปหาอวี้หลันคืนเดียว คืนอื่นข้าอยู่ค่าย” “ท่านไม่จำเป็นต้องรายงานข้า” “แต่เจ้ากำลังเข้าใจผิด” “ข้าไม่ได้สนใจ” เซียวฉางเยี่ยมองนางอยู่ครู่หนึ่ง “โกหกไม่เก่ง” หญิงสาวหันมาทันที “ข้าไม่ได้หึงท่าน” “ข้ายังไม่ได้บอกว่าเจ้าหึง” นางนิ่งไป ก่อนจะรู้ว่าตนตกหลุมคำพูดของเขาเข้าแล้ว หว่านอี๋จึงตัดสินใจไม่พูดอีก นางลุกขึ้นหมายจะเดินไปยังเตียง แต่เมื่อผ่านข้างกายเขา เสียงทุ้มกลับดังขึ้น “คืนแรกเจ้าคงเจ็บมาก” ฝีเท้าของนางหยุดทันที

ความร้อนแล่นขึ้นมาตั้งแต่ลำคอจนถึงใบหู หว่านอี๋หันกลับมาช้า ๆ “ท่านพูดเรื่องนี้ทำไม” “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้?” นางอยากหายตัวไปจากตรงนั้นเสียเดี๋ยวนี้ เซียวฉางเยี่ยกลับพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับกำลังกล่าวถึงบาดแผลของทหารคนหนึ่ง “เจ้าเดินทางมาไกล ร่างกายเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังเป็นครั้งแรก....ข้าจึงไม่ได้มาหาเจ้าในคืนต่อมา” หว่านอี๋ชะงัก ความอับอายยังอยู่ แต่ความรู้สึกอีกอย่างกลับแทรกเข้ามา “ท่าน...ตั้งใจให้ข้าพัก?” เขาขมวดคิ้วเหมือนคำถามนี้ประหลาด “ไม่เช่นนั้นจะเพราะอะไร” นางพูดไม่ออก ตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางไม่เคยคิดถึงเหตุผลนี้แม้แต่น้อย นางคิดว่าเขาได้สิ่งที่ต้องการจากเจ้าสาวแล้วจึงกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม กลับไปหาสตรีที่คุ้นเคยกว่า กลับไปยังกองทัพ ทิ้งพระชายาที่ถูกยัดเยียดมาให้ไว้ในเรือนใหญ่ แต่สำหรับเขา—กลับเป็นเพียงเพราะเห็นว่านางควรพัก

เซียวฉางเยี่ยมองสีหน้าของภรรยาแล้วพอเดาได้ว่านางกำลังคิดอะไร เขาไม่ได้อธิบายเพิ่ม ไม่เห็นความจำเป็น เรื่องที่ควรทำ เขาก็ทำแล้ว เพียงแต่ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะไม่เข้าใจวิธีคิดของเขาเลย เช่นเดียวกับที่เขาไม่เข้าใจวิธีคิดของนาง “ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านมาหาข้าทุกคืน” หว่านอี๋กล่าวในที่สุด “แต่ข้าเป็นพระชายาที่เพิ่งแต่งเข้ามา อย่างน้อยท่านควรรักษาหน้าข้าบ้าง” เซียวฉางเยี่ยนิ่ง “ข้าไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้” นางเชื่อ ยิ่งเห็นสีหน้าเขายิ่งเชื่ออย่างหมดใจ “ในกองทัพไม่มีผู้ใดสอนข้าว่า หลังแต่งภรรยาแล้วต้องทำอย่างไร” “เรื่องบางเรื่องไม่ต้องมีคนสอน” “แต่เจ้าบอกเองว่าข้าไม่รู้” เขาก้าวเข้ามา หว่านอี๋เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที “แล้วอย่างไร” “ก็สอนข้า” คำตอบทำให้นางทำตัวไม่ถูก ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว เมื่ออยู่ใกล้กันเช่นนี้ ความแตกต่างของรูปร่างยิ่งชัดเจนหว่านอี๋ต้องเงยหน้าจึงจะสบตาเขาได้ “ข้าไม่ได้หมายความ—” “สายไปแล้ว” แขนแข็งแรงรวบร่างนางขึ้นอย่างง่ายดาย หญิงสาวตกใจจนคว้าไหล่เขาโดยสัญชาตญาณ “เซียวฉางเยี่ย!” เขาหยุด ดวงตาลึกมองลงมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางเรียกชื่อเขาตรง ๆ ไม่มีคำว่าท่านอ๋อง ไม่มีความห่างเหินตามธรรมเนียม ริมฝีปากชายหนุ่มขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย “จำชื่อสามีได้ก็ดี” “ปล่อยข้าลง” เขาไม่ปล่อย ม่านมุ้งถูกปลดลงในเวลาต่อมา แสงเทียนด้านนอกจึงถูกกรองจนเหลือเพียงสีแดงสลัว และหว่านอี๋ก็เพิ่งรู้ว่า—นางอาจไม่ควรท้าทายบุรุษผู้นี้ด้วยคำว่า ไม่รู้วิธีเป็นสามี

เซียวฉางเยี่ยเคยมีสตรี อวี้หลันไม่ใช่คนแรกที่เขาเคยใกล้ชิดในชีวิต เพียงเป็นคนที่อยู่กับเขานานที่สุด เขาอายุสามสิบสอง มีเลือดเนื้อ มีความต้องการ และไม่เคยเห็นว่าความต้องการตามธรรมชาติของบุรุษเป็นสิ่งที่ต้องเสแสร้งปฏิเสธ แต่ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาสนใจเรือนร่างของสตรีมากนัก สำหรับเขา เรื่องเหล่านี้เหมือนการกินอาหารเมื่อหิว ดื่มน้ำเมื่อกระหาย และนอนเมื่อเหนื่อย เสร็จแล้วก็จบ รุ่งเช้ายังมีทหารรออยู่ ยังมีชายแดนให้รักษา ยังมีคนรอคำสั่งของเขาอีกนับหมื่น แต่กับหญิงสาวผู้นี้กลับไม่เหมือนเดิม ตั้งแต่คืนวิวาห์ ภาพตอนนางยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่มีอาภรณ์และเครื่องประดับบดบังกลับติดอยู่ในความทรงจำอย่างน่ารำคาญ ตอนนั้นเขาคิดเพียงว่า—งาม งามเสียจนฮ่องเต้เฒ่าคงคิดมาดีแล้วก่อนยอมส่งนางมา แต่หลายวันผ่านไป เขากลับยังจำได้คืนนี้ยิ่งชัดเจนกว่าเดิม ความงามที่เคยถูกมองผ่านสายตาระแวงในคืนแรก บัดนี้อยู่ใกล้เสียจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองว่าไม่มีผลต่อความรู้สึก นางตัวเล็กเมื่ออยู่ในอ้อมแขนเขา ผิวกายอบอุ่น มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นกลิ่นเครื่องหอมหรือกลิ่นจากเส้นผม และทุกครั้งที่นางพยายามรักษาความเย่อหยิ่งเอาไว้ทั้งที่เห็นชัดว่ากำลังเสียเปรียบ กลับยิ่งทำให้ความสนใจของเขาถูกดึงไว้กับนาง จิ้งจอกน้อย คำเดิมผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีความเยาะเย้ยอยู่มากเท่าเดิมแล้ว ชายหนุ่มไม่เคยคิดว่าตนจะลุ่มหลงสตรี เรื่องเช่นนั้นฟังดูไร้สาระ แต่คืนนี้เขากลับต้องยอมรับอย่างหนึ่ง—เขาชอบร่างนี้ ชอบมากเสียด้วย และการยอมรับนั้นไม่ได้ทำให้เขาคิดจะถอยห่าง ตรงกันข้าม สำหรับคนอย่างเซียวฉางเยี่ย เมื่อสิ่งใดเป็นของตนและตนพึงใจ เขาไม่เคยมีเหตุผลต้องปฏิเสธมัน

นางเป็นภรรยาเขา เป็นพระชายาที่แต่งเข้ามาอย่างถูกต้อง ดังนั้นในความคิดอันตรงไปตรงมาของเขา ความปรารถนาที่มีต่อนางจึงไม่มีสิ่งใดต้องละอาย มีเพียงหว่านอี๋เท่านั้นที่เริ่มเสียใจกับคำพูดของตนมากขึ้นทุกขณะ ความใกล้ชิดในคืนนี้หนักหน่วงกว่าคืนแรก ไม่มีความระแวงเช่นวันนั้นมาคั่นกลางอีกแล้ว เหลือเพียงบุรุษผู้หนึ่งซึ่งเริ่มรู้ว่าตนพึงใจภรรยามากเพียงใด และหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งไม่ยอมเอ่ยปากขอร้องง่าย ๆ เพราะความทระนงที่ฝังอยู่ในกระดูก กระทั่งท้ายที่สุด ความดื้อรั้นของนางก็แพ้ให้กับความเหนื่อยล้า มือเรียวซึ่งเคยผลักอกเขาเปลี่ยนเป็นกำชายเสื้อไว้แน่น “ท่าน...” เซียวฉางเยี่ยหยุดมอง ดวงตาของหญิงสาวมีความชื้นบาง ๆ ใบหน้าซึ่งปกติงดงามเย็นเยียบยามนี้แดงระเรื่อ เส้นผมที่เคยสางเรียบร้อยกระจายอยู่บนหมอน ความทระนงยังอยู่ แต่เหลือบางเสียจนแทบปิดความอ่อนแอไม่มิด เขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนผ่อนกำลังลงเพียงเล็กน้อย หว่านอี๋หายใจอยู่พักใหญ่จึงมีแรงเอ่ย “นี่หรือ...วิธีเป็นสามีของท่าน” เขานิ่งไป ก่อนตอบอย่างจริงจัง “เจ้าบอกให้ข้าเรียนรู้” หญิงสาวแทบอยากลุกขึ้นกัดเขา “ข้าไม่ได้ให้ท่านเรียนเช่นนี้” “เช่นนั้นคราวหน้าค่อยบอก” หว่านอี๋เบิกตา คราวหน้า? นางยังไม่ทันได้ต่อว่า เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ประโยคนั้นดำเนินต่อจนจบ หลังจากนั้นในห้องจึงแทบไม่มีบทสนทนาอีก มีเพียงแสงเทียนซึ่งค่อย ๆ สั้นลงม่านมุ้งที่ไหวเบา ๆ เสียงลมเหนือด้านนอก และค่ำคืนที่ยาวนานกว่าที่หญิงสาวคาดคิดไว้มาก

หว่านอี๋จำไม่ได้ว่าตนหลับไปเมื่อใด รู้เพียงความคิดสุดท้ายก่อนสติจะจมหายคือ—นางไม่ควรพูดว่าเขาไม่รู้วิธีเป็นสามีเลยจริง ๆ รุ่งเช้า เซียวฉางเยี่ยตื่นตามเวลาที่ร่างกายคุ้นเคย ฟ้ายังไม่สว่างข้างกายเขา หว่านอี๋ยังหลับสนิท คราวนี้ไม่ใช่การแสร้งหลับอย่างคืนวิวาห์ หญิงสาวนอนตะแคงหันหลังให้เขา เส้นผมยาวกระจายเต็มหมอน ผ้าห่มถูกดึงขึ้นสูงเกือบถึงใบหู ราวกับแม้ยามหลับก็ยังต้องการหนีให้ห่างจากคนข้างหลัง เซียวฉางเยี่ยมองอยู่ครู่หนึ่ง เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ ปกติเมื่อตื่น เขาจะลุกทันที ไม่เคยมีเหตุผลให้นอนมองคนบนเตียง แต่เช้านี้กลับเสียเวลาอยู่หลายอึดใจ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังใบหน้าด้านข้างของนางเมื่อคืนเขาคิดว่านางงาม เช้านี้ก็ยังงาม แม้ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีชาด ไม่มีอาภรณ์หรูหรา และกำลังหลับจนไม่รู้ตัว ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยฮ่องเต้เฒ่าช่างส่งตัวปัญหามาให้เขาจริง ๆ เขาลุกขึ้นสวมอาภรณ์ หยิบดาบขึ้นคาดเอว เมื่อเปิดประตูออกไป พ่อบ้านซึ่งรออยู่ไม่ไกลรีบเข้ามา “ท่านอ๋อง” เซียวฉางเยี่ยกำลังจะเดินผ่าน กลับหยุดฝีเท้า “อย่าปลุกพระชายา” พ่อบ้านอึ้งงัน “ขอรับ?” ชายหนุ่มหันมามอง อีกฝ่ายรีบก้มศีรษะทันที “ขอรับ” “ให้นางนอน” พูดจบก็เดินจากไปไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม

พ่อบ้านสูงวัยยืนอยู่หน้าประตูอีกครู่หนึ่งหลายปีที่รับใช้ท่านอ๋อง เขาเคยรับคำสั่งเรื่องศึก เรื่องเสบียง เรื่องม้า เรื่องอาวุธ และแม้กระทั่งเรื่องประหารคน แต่คำสั่งว่า—อย่าปลุกพระชายา ให้นางนอน กลับเป็นคำสั่งที่แปลกหูที่สุดคำหนึ่ง ภายในห้อง หว่านอี๋ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ส่วนบุรุษที่เดินจากไปแล้วนั้นก็ยังไม่รู้ตัวเช่นกันว่า การกลับเรือนใหญ่เมื่อคืนด้วยความถือดีเพียงเพราะถูกภรรยากล่าวหาว่าไม่รู้วิธีเป็นสามี—กลับทำให้เขาค้นพบเรื่องที่อันตรายกว่าคำสบประมาทนั้นมาก เขาเริ่มพึงใจภรรยาของตนแล้ว ยังไม่ใช่หัวใจ ยังห่างไกลจากความรัก แต่เป็นความพึงใจที่หยั่งรากอยู่ในสัญชาตญาณของบุรุษอย่างชัดเจน และสำหรับคนเช่นเซียวฉางเยี่ย— เมื่อเริ่มอยากได้สิ่งใดแล้วเขาไม่เคยเป็นคนรู้จักคำว่า พอ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 69

    นางเป็นภรรยาของเขา ยังอยู่ในจวนของเขา ยังเป็นพระชายาของเขา ไม่มีหนังสือหย่าไม่มีราชโองการถอนสมรส แล้วเหตุใดเขาจึงต้องกลายเป็นคนที่แตะต้องภรรยาตัวเองไม่ได้? หลายคืนที่แยกกัน ความคิดถึง ความโหยหา ความหึงหวงความโกรธจากฝ่ามือที่เคยฟาดลงบนใบหน้า ทุกอย่างปะปนจนไม่มีสิ่งใดเหลือความชัดเจน นอกจากความต้องการอ

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 68

    บทที่ 30 สิ่งที่สามีมีสิทธิ์ หลายวันต่อมา หิมะที่ตกหนักเหนือชายแดนเริ่มละลาย น้ำจากชายคาหยดลงบนพื้นหินเป็นจังหวะช้า ๆ กลางวันอากาศอุ่นขึ้นเล็กน้อย ทว่ากลางคืนยังหนาวจัด ลมหอบกลิ่นหิมะเก่าปะปนกับกลิ่นไม้สนจากแนวเขาเข้ามาในจวน เรือนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ตะเกียงจุดตามเวลา อาหารขึ้นโต๊ะตามเวลา สาวใช้เดิน

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 67

    “ข้าเพียงไม่เข้าใจว่า ท่านต้องการอะไรจากข้าอีก” ประโยคนี้ทำให้ฉางเยี่ยยิ่งหงุดหงิด “ข้าต้องการให้เจ้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร” หว่านอี๋หัวเราะเบามาก “เช่นเดียวกับที่ท่านรู้ว่าอะไรควรไม่ควรกับพระชายารองหรือเจ้าคะ” ฉางเยี่ยนิ่ง “อย่าเอาเยี่ยนหรงมาเกี่ยวเพราะนางเป็นภรรยาข้าอย่างถูกต้อง” คำตอบออกมาโดยไม่ลังเ

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 66

    บทที่ 29 คนที่ไม่ควรอยู่ในจดหมาย หิมะหยุดตกตั้งแต่กลางดึก รุ่งเช้า ทั่วทั้งจวนอ๋องถูกคลุมด้วยสีขาวบาง ๆ หว่านอี๋ตื่นก่อนฟ้าสว่างเล็กน้อย นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลืมตาขึ้นมองม่านเหนือเตียง ด้านข้างว่างเปล่า ความจริงควรคุ้นแล้ว ตลอดหลายคืนที่ผ่านมา ฉางเยี่ยแทบไม่ได้กลับมานอนที่นี่ บางคืนห้องหนังส

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 65

    “ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้คิดเช่นนี้” หว่านอี๋ลดตะเกียบลง “ก่อนหน้านี้ข้ายังไม่เข้าใจแต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว” ฉางเยี่ยเกลียดคำนี้ขึ้นมาจริง ๆ “เข้าใจอะไร” หว่านอี๋มองเขา ครู่หนึ่งเกือบจะไม่ตอบ สุดท้ายกลับกล่าวเบา ๆ “เข้าใจว่าท่านเป็นบุรุษเช่นไร” ใบหน้าฉางเยี่ยมืดครึ้ม “บุรุษเช่นไร” นางหลุบตา “ท่านอ๋องอยากให

  • ม่านรัก ม่านทระนง    บทที่ 64

    บทที่ 28 คนใหม่คนเก่า สามวันแล้ว เซียวฉางเยี่ยไม่ได้กลับมานอนที่เรือนใหญ่ คืนแรกเขาอยู่เรือนพระชายารองคืนที่สองนอนห้องหนังสือ คืนที่สาม—กลับไปเรือนพระชายารองอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อหน้าหว่านอี๋ แต่เรื่องในจวนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีคนรายงาน เพียงมองอาหารเย็นที่ไม่ต้องรอ มองน้ำอุ่นที่ไม่ต้องเตรียม

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status