Se connecter“นี่คุณกล้าพูดกับผมแบบนี้เหรอ”
“ฉันพูดให้คุณได้สติค่ะ ทำยังกับยายมลไม่ใช่ลูก เขาเป็นลูกของเรานะคะ” เอาไงเอากัน เธอทนกับความไร้เหตุผลของสามีมานานหลายปีแล้ว
แล้วก็ไร้เหตุผลอยู่แค่เรื่องเดียว ก็คือเรื่องของประพงศ์นั่นแหละ ไม่ว่าครอบครัวนั้นทำอะไร ก็ผิดไปหมด
“ใช่สิ คุณไม่ได้รักผมนี่นา โดนบังคับให้แต่งงานเหมือนกัน อยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปี คุณคงไม่มีความสุขเลยใช่ไหม”
“ฉันยอมรับว่าโดนบังคับให้แต่งงานกับคุณจริง แต่อยู่ด้วยกันมาหลายปีฉันก็มีความสุขดี ตอนแรกฉันไม่ได้รักคุณจริง ๆ นั่นแหละ แต่อยู่กันไป คุณมีดีหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวคือชอบวางอำนาจและเอาแต่ใจ ชอบข่มขู่คนอื่น ซึ่งฉันไม่ชอบ”
“นี่คุณ!” พฤกษ์อึ้งไป มองภรรยาอย่างคาดไม่ถึง ว่าอีกฝ่ายจะต่อว่าเขาขนาดนั้น
“ฉันไม่เคยพูดเลย และหลายครั้งที่ต้องทนเพราะลูก แต่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว คุณเห็นความสะใจของคุณสำคัญมากกว่าความสุขของลูกได้ยังไงกัน ที่ลูกยอมแต่งงานเพราะลูกไม่อยากให้ฉันโดนคุณตำหนิหรือด่าว่า หรือทะเลาะกับคุณ ฉันรู้ดี ฉันเลี้ยงลูกมากับมือ”
“...” พฤกษ์พูดไม่ออก ไม่เคยเจอภรรยาในโหมดนี้มาก่อน
“คุณโกรธฉัน จะตบฉันก็ได้นะ”
“อย่ามาท้า” พฤกษ์โมโหทำท่าจะตบภรรยาให้หน้าหัน แต่ก็ชะงัก ทิพย์สุคนหลับตา คิดว่าตัวเองต้องโดนตบแน่นอน
“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยลงไม้ลงมือกับคุณ” พฤกษ์ลดมือลง หมายถึงทิฐิลดลงด้วย
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณกับลูกเสียใจ” ทิพย์สุคนมองสามีอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยปากขอโทษออกมา
“ฉันก็แค่คิดว่าหากลูกโดนบังคับให้แต่งงาน อาจจะเจอคู่ไม่ดี ลูกอาจจะไม่โชคดีเหมือนฉัน”
“คุณบอกว่าผมดีเหรอ”
“คุณก็มีข้อดีค่ะ ข้อเสียก็รับได้ ฉันว่าคนเราน่ะจะอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่เพราะมีข้อดีมากมายหรอกค่ะ แต่เพราะอีกคนรับข้อเสียของอีกคนได้ต่างหาก ไม่ว่าจะสถานะไหน จะเพื่อนหรือแฟน เช่นคุณมีข้อดีมากมาย แต่ชอบตบตี ลงไม้ลงมือ ฉันก็คงรับไม่ได้” เธออยู่กับพฤกษ์มานานหลายปี จึงรู้ดีว่าหากพฤกษ์โกรธ เธอจะทำตัวอย่างไรให้เขาใจเย็นลง
“ผมรักคุณนะ” พฤกษ์ดึงภรรยาไปกอดแนบอก
“ฉันก็รักคุณค่ะ”
“ผมจะโทร. ไปขอโทษลูกนะ”
“เราไปหาลูกกันดีกว่าไหมคะ จะได้ไปเยี่ยมแกด้วย ฉันอยากไปเยี่ยมแกน่ะค่ะ”
“ได้สิ ช่วงไหนเราว่างเราก็ไปเยี่ยมลูกกัน” หลังจากปรับความเข้าใจกัน ทั้งสองก็เปิดอกคุยกัน
“ค่ะ” ทิพย์สุคนรับคำ รู้สึกมีความสุขที่ได้ปรับความเข้าใจกับสามี
งานแต่งงานไร่ข้าง ๆ ถูกจัดขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน แต่เพราะไม่กินเส้นกัน พฤกษ์กับทิพย์สุคนจึงไม่ได้ถูกเชิญไปร่วมงาน
ธรแต่งงานกับวิไลลักษณ์เพราะเขาสงสารเธอ หญิงสาวถูกบังคับให้แต่งงานก็จริง แต่ถ้าเขาไม่แต่งกับเธอ เธอก็จะถูกมารดาเลี้ยงจับไปขายให้เสี่ยคนอื่น เขาจึงต้องช่วยเหลือเธอเอาไว้
วิไลลักษณ์เป็นคนน่ารัก เรียบร้อย อ่อนหวาน และหัวอ่อน เธอไม่มีพิษมีภัยกับใคร เขารู้ดีว่าไม่ได้รักเธอ แต่ความสงสารก็ทำให้เขาทิ้งเธอไม่ลงเหมือนกัน
“พี่ธรคะ วิเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้แล้วนะคะ” วิไลลักษณ์เอ่ยกับสามี
เธอดูแลเอาใจใส่เขาอย่างดี ในฐานะที่เขาคือสามีและผู้มีพระคุณ ถ้าไม่ได้เขา เธอก็คงโดนมารดาเลี้ยงบังคับให้ทำอะไรต่อมิอะไร หรือโดนขายซ่องไปแล้ว
“ครับ” ธรรับคำ เพราะเขานั้นรักมั่นกับภัคธีมา แม้เธอจะแต่งงานไปแล้ว เขาก็ยังคงรักเธอ ดังนั้นเขาจึงไม่เคยแตะต้องเธอเลย
เขาแค่ช่วยเธอ ไม่ได้ต้องการที่จะล่วงเกินเธอ วิไลลักษณ์เป็นคนร่างกายอ่อนแอ ที่สำคัญก็คือป่วยบ่อย เขาจึงอยากดูแลเธอให้ดี และอยู่กันไปแบบนี้ ในฐานะพี่ชายน้องสาวและเพื่อนที่ดีต่อกัน
ชีวิตครอบครัวของธรกับวิไลลักษณ์เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ชีวิตครอบครัวของภัคธีมาและนทีเป็นไปอย่างดุเดือด
“นี่แกทำอาหารอะไรของแก ไม่เป็นสับปะรดแบบนี้” นราด่าทอลูกสะใภ้ ภัคธีมาต้องปกป้องตัวเอง เธอจึงไม่ยอมให้ใครมารังแกอีก
“อาหารก็คืออาหาร จะไปเป็นสับปะรดได้ยังไงกัน”
“นี่แก!” นราตรงเข้าไปจะตบหน้าของลูกสะใภ้ปากดี แต่อีกฝ่ายหลบ ทำให้เธอเข้าไปตบหน้าลูกชายที่เดินเข้ามาพอดิบพอดี
เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของนทีเต็ม ๆ
“โอ๊ย! คุณแม่ทำอะไรครับ ผมเจ็บนะ มาตบผมทำไม”
“แม่ขอโทษลูก” นราเอ่ยขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนที่จะกุมหน้าลูกชายเอาไว้ แล้วลูบเบา ๆ ที่ทำให้ลูกชายเจ็บ
“แก นังมลเดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งนักนะ แกแกล้งฉันกับลูกใช่ไหม ถึงได้ทำกับข้าวเค็มขนาดนี้”
“ไม่ใช่นะ ต้องมีใครแกล้งเติมเกลือลงไปแน่ ๆ ค่ะ” สาวใช้ที่แกล้งภัคธีมาสะดุ้งไปตาม ๆ กัน
อร่อยๆ ให้กิน ส่วนเธอนั้นกำลังครุ่นคิดว่าจะช่วยคนทั้งสองอย่างไร แม้จะมั่นใจว่าพสุธาจะต้องรู้ความจริงในที่สุด แต่ท่าทีของเขาทำให้เธอผิดหวังพอสมควร คิดว่าเขาจะมาทำร้ายมารดา“หลีกไป”“ไม่ค่ะ พี่ดินเป็นบ้าไปแล้วหรือไง จะทำร้ายคุณแม่เหรอคะ”“เกิดอะไรขึ้น” ธรที่อยู่ในห้องครัวรีบวิ่งออกมาดูเหตุการณ์“พี่ดินน่ะสิคะ จะทำร้ายคุณแม่” พอสิ้นประโยคนั้น พสุธาก็คุกเข่าลงตรงหน้า ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งไป“ผมขอโทษครับคุณแม่ ขอโทษที่เข้าใจคุณแม่ผิด พี่ขอโทษนะนิล ขอโทษที่พูดจาไม่ดี ทำให้เสียใจ” ประโยคนั้นทำให้ภัคธีมาปล่อยโฮออกมา ก่อนที่เธอจะถลาเข้าไปกอดลูกชายเอาไว้แนบอก สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ ทำเอานิลรัตน์ต้องร้องไห้ตาม เข้าไปกอดบิดาบุญธรรมเอาไว้ สิ้นสุดการรอคอย ในที่สุดมารดาบุญธรรมของเธอก็ได้กอดลูกชายอีกครั้ง ได้ปรับความเข้าใจกัน“เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวยืนชิดกันหน่อยครับ ยิ้มหน่อยครับยิ้มหน่อย” ตากล้องเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยของเธอ และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของพสุธา สันต์ชอบถ่ายรูปตั้งแต่สมัยเรียน จึงรับจ้างถ่ายรูปรับปริญญา งานแต่ง งานบวช แทบทุกงานที่เพื่อน ๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันจ้าง ในราคาย่อมเ
“เพราะหนีไปแล้วนึกว่าจะเจอผู้ชายที่ดี แต่ไม่ดีไง”“ผิดค่ะ คุณพ่อธรดีมาก ดีมากถึงมากที่สุด ดีกว่าผู้ชายหลายคนในชีวิตนี้ที่นิลเจอมาเสียอีก ไปสืบประวัติคุณพ่อได้เลยว่าไม่เคยทำเรื่องเลวร้าย มีแต่ทำความดี ชอบทำบุญทำทาน แล้วที่สำคัญก็ช่วยเหลือคนอื่นไปทั่ว”“หุบปาก”“พี่ต้องฟังค่ะ คนที่ดีกับเราอาจจะไม่ดีกับคนอื่นก็ได้ สิ่งที่นิลพูดกับพี่ไม่ใช่ให้พี่เกลียดคุณย่านราของพี่ แต่อยากให้พี่ยอมรับความจริงที่ว่าคุณแม่ไม่ได้เกลียดพี่ ไม่ได้ทอดทิ้งพี่ และออกตามหาพี่มาตลอด แต่คุณย่านราพามาซ่อน อื้อ...” เสียงของนิลรัตน์หายเข้าไปในลำคอ เมื่อเขาคว้าเธอมาบดจูบปิดเสียงช่างเจรจานั้นของเธอเอาไว้เธอถึงกับตาโต รีบผละออกห่าง เช็ดริมฝีปากตัวเองไปมา ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูนิลรัตน์เม้มปากก่อนที่จะวิ่งหนีออกมาจากห้อง ในขณะที่พสุธาได้แต่นอนอึ้งอยู่บนเตียงเขาทำท่าจะเรียกเธอเอาไว้ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ ให้เธอหนีไปแบบนี้ก็ดีแล้ว เธอจะได้เลิกยุ่งกับเขาสักทีรอให้หายดีเขาจะไปตามสืบหาความจริงแน่นอนถึงแม้ว่าบิดามารดาจะไม่ได้มาเยี่ยมเยียนแต่ก็ยังส่งตัวแทนมาอยู่ดี และตัวแทนก็นำอาหารของมารดามาให้เขากินทุกวันหลังจากโดนจูบวันน
เสียงรถที่ชนกันโครมใหญ่ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นกรีดร้องตกใจ ก่อนที่จะมีพลเมืองดีโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจและโทร. เรียกรถพยาบาลพสุธาเสียเลือดมาก ทำให้ธรต้องเป็นคนบริจาคเลือดช่วยเหลือลูกชาย เนื่องจากกรุ๊ปเลือดของธรเป็นกรุ๊ปเลือดเดียวกันกับพสุธาพสุธาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลายจากสลบไปหลายวัน เขาได้เจอหน้าบิดาและมารดาบุญธรรมเป็นอันดับแรก“ดินเป็นยังไงบ้างลูก” แม่เลี้ยงจันทราเอ่ยถามลูกชาย“ผมเป็นอะไรไปครับ”“ดินขับรถไปชนเข้ากับรถบรรทุกจ้ะ สลบไปหลายวัน แถมยังเสียเลือดมากอีก ดีที่...” แม่เลี้ยงจันทราชะงัก อึกอักหันไปมองหน้าสามี“ดีที่อะไรครับ”“แม่พูดได้เหรอ”“ทำไมเหรอครับ”“คนที่บริจาคเลือดให้ลูกน่ะก็คือคุณธร พ่อของลูก เพราะลูกเลือดกรุ๊ปเดียวกับเขา” พอสิ้นประโยคนั้น พสุธาก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที“พ่อรู้จักคบกับคุณธรมาหลายปีแล้ว ถึงจะไม่สนิทกันมาก แต่เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ดินไม่ต้องเชื่อที่พ่อเล่าก็ได้นะ แต่พ่ออยากเล่านิยายน้ำเน่าเรื่องหนึ่งให้ลูกฟัง”พ่อเลี้ยงอินทร์เห็นว่าลูกบุญธรรมนอนเจ็บอยู่ อย่างไรก็คงเดินหนี วิ่งหนี ปฏิเสธไม่อยากฟังไม่ได้ จึงค่อยๆ เริ่มเล่าเรื่องของธรกับภัคธีมาให้ลูกชายได้ฟัง“
เสียใจ เขาไม่ได้สนใจอะไรนอกจากนั่งอยู่หน้าโลงศพ ข้าวปลาไม่กิน เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยมาร่วมงานก็ถามคำตอบคำหรือไม่ตอบ อาการของเขาค่อนข้างหนัก แต่ยังไม่มีใครรู้เรื่องที่นราคิดจะฆ่านิลรัตน์ เพราะยังไม่มีใครแจ้งตำรวจนิลรัตน์เห็นสภาพของพสุธา เธอเลยยังไม่คิดที่จะแจ้งตำรวจ ในขณะที่บิดามารดานั้นก็แล้วแต่เธอ พวกท่านอยากให้เธออโหสิกรรมให้คนที่ตายไปแล้ว ในลึกๆ แล้วผู้หญิงชั่วร้ายที่คิดจะฆ่าคนอื่นแบบนั้นก็ไม่สมควรให้อภัยพสุธาจัดงานศพให้ย่าของเขาจนเสร็จเรียบร้อย แล้วหลังจากนั้นก็นำเถ้ากระดูกไปลอยอังคาร เขาอธิษฐานให้ท่านไปสู่คติ ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี“คุณพ่อกับคุณแม่มีอะไรเหรอครับ” พสุธาเอ่ยถามบิดากับมารดาบุญธรรมเมื่อท่านเรียกพบ“พ่อกับแม่มีคนจะให้ดินเจอน่ะ” พ่อเลี้ยงอินทร์บอกกับลูกชายบุญธรรมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักความห่วงใย“ใครกันครับ” หลังจากประโยคนั้น ร่างของธรกับภัคธีมาก็เดินเข้ามา ทำให้พสุธาต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาด้วยกันคือนิลรัตน์“นี่คือคุณธรกับคุณภัคธีมา เป็นบิดาและมารดาบุญธรรมของหนูนิลรัตน์” พ่อเลี้ยงอินทร์แนะนำประโยคนั้นฟาดลงกลางใจของพสุธาอย่างที่สุด เพร
“นังนี่มันเป็นลูกของแม่กับชู้ของดินยังไงล่ะ มันจะมาหลอกดินนะ” ประโยคของผู้เป็นย่าทำให้พสุธาถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว ที่เขาช็อกก็เพราะว่าเขาตกหลุมรักนิลรัตน์นั่นเอง แต่เธอกลับเป็นน้องสาวต่างบิดาของเขานิลรัตน์ครางเบา ๆ ก่อนจะฟื้นขึ้นมา เธอลูบท้ายทอยไปมาด้วยความเจ็บ นั่นทำให้นราพยักหน้าให้ทิสาจิกผมของนิลรัตน์เอาไว้“โอ๊ย! พี่ดินช่วยด้วยค่ะ” นิลรัตน์ตะโกนเรียกพสุธา“หุบปากซะ ถ้าแกยังไม่อยากตาย” มีดที่จ่อมาทางด้านหลังทำให้นิลรัตน์หยุดกึก“อย่านะครับคุณย่า ยังไงผมก็ไม่กลับไปหาเขาอยู่แล้ว เขาทิ้งผมตั้งแต่เด็ก ผมเกลียดเขา ผมไม่มีวันญาติดีกับเขาหรอกครับ แต่คุณย่าอย่าทำร้ายคนอื่นเลยนะครับ”“นี่ดินห่วงนังนี่อย่างนั้นเหรอ”“ไม่ใช่ครับ แต่ผมไม่อยากให้คุณย่าต้องมีความผิดติดตัว ผมเป็นห่วงคุณย่าครับ” พสุธารีบยกมือขึ้นห้ามปราม“อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นย่าจะแทงนังนี่ให้ไส้ทะลัก”“โอ๊ย!” นิลรัตน์ร้องเสียงหลง ทำให้ทุกคนตกใจ“เป็นอะไร” เป็นจังหวะที่นราเผลอ วิบตานั้น นิลรัตน์ก็เอี้ยวตัวมาทางด้านหลังปัดมีดในมือของนราหล่นลงไปยังหน้าผาเบื้องล่าง“ผลักนังนี่ลงไปซะ” นราที่เซจนเกือบล้มเพราะชรามากแล้ว ตะโกนบอกทิสาที่เ
การเปิดตัวคบกันของเธอกับพสุธาทำให้หลายคนช็อก เพราะพสุธาไม่เคยมีท่าทีสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน“ย่าของพี่ดินใจดีไหมคะ” เธอเอ่ยถามเมื่อเขาจะพาเธอไปพบย่าของเขา“ใจดีครับ ทำไม กลัวเหรอ” เขาจับมือของแฟนสาวเอาไว้ กุมเอาไว้มั่น พร้อมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งให้เธอ“ไม่ได้กลัวค่ะ แค่ถามดูเฉย ๆ” เธอยิ้มให้เขา จากที่มารดาเล่า ย่านราเป็นคนร้ายกาจมาก เธอเลยรู้สึกกลัวตั้งแต่ไม่เจอหน้า“ถึงแล้วครับ” เขาเอ่ยบอก ตรงหน้าคือหญิงชราที่กำลังนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านไม้ที่ยื่นออกมารับลมเย็น ๆ“มาสิครับ พี่บอกย่าแล้ว”“สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้หญิงชราตรงหน้า ท่านมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มออกมา ทำให้เธอต้องยิ้มตาม“นี่เหรอจ๊ะแฟนของหลาน หน้าตาน่ารักเสียจริง” นราเอ่ยขึ้น“ครับย่า”“ลูกเต้าเหล่าใครล่ะ บ้านอยู่ไหน” นราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคล้ายจะเอ็นดู“หนูอยู่กาญจนบุรีค่ะ อยู่กับพ่อแม่บุญธรรมน่ะค่ะ”“อยู่กาญจนบุรีเหรอ” นราชะงักไป“ทำไมเหรอคะ”“ปะ... เปล่าไม่มีอะไร”“ผมว่าจะมาทำอาหารกินกับย่าด้วยครับ”“จะพาแฟนมาแสดงฝีมือทำอาหารให้กินล่ะสิ” นราเอ่ยถาม มองสำรวจเด็กสาวตรงหน้าก็คิดในใจว่า หน้าตาไม่เห็นเหมือนกับอดีตลูกสะใภ้ คนไม่บ







