เข้าสู่ระบบคนอะไรเถื่อนนัก เชอะ! แต่เราไม่ได้บอกที่อยู่ให้เขารู้เสียหน่อย ชิ จ้างให้ก็ไม่กลัวหรอก จ้างให้ขาอ่อนก็ไม่ได้เห็นหรอก
อรนภัสคิดว่าเขาคงแกล้งขู่เธอไปแบบนั้นเอง
ครู่ใหญ่ เสียงข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาอรนภัสตกใจกับข้อความที่บอกบ้านเลขที่ของเธอชัดเจน เขารู้ได้ยังไงนี่ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาอีกทำให้เธอจำใจต้องรับสาย
“ยอมรับสายแล้วเหรอ”
เสียงเข้มที่เอ่ยมาตามสายทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะอีกครั้ง
“คุณรู้ที่อยู่ฉันได้ยังไงคะ” เธอถามเสียงระรัว
“แหม... เป็นธรรมดา พี่ต้องสนใจทุกเรื่องของว่าที่เมียสิ แล้วทำไมเรื่องแค่นี้จะไม่รู้”
“คุณ!”
อรนภัสพวงแก้มแดงเรื่อเมื่อได้ยินคำพูดนั้น คนอะไรขี้ตู่นัก เธอไปเป็นว่าที่เมียเขาตอนไหนกัน
“พรุ่งนี้พี่จะไปหาเธอที่บ้าน ไปฝากเนื้อฝากตัวกับพ่อแม่ของเธอ และจะรับเธอไปที่ร้านขนมด้วย”
ภวัตแจ้งความประสงค์ ทั้งๆ ที่เขารู้จักบิดามารดาของเธอดี
“ไม่ได้นะคะ” อรนภัสรีบห้ามเสียงระรัว
“ทำไมล่ะ” ภวัตเลิกคิ้วเข้มอย่างไม่ชอบให้ใครขัดใจ
“จะให้ฉันบอกคุณพ่อกับคุณแม่ยังไงเรื่องของคุณ ที่จู่ๆ คุณก็โผล่มา แล้วไหนจะแฟนฉันอีก”
เธอปด เขารุกเหลือเกิน ไม่ให้เธอได้ตั้งตัวเลย
“เธอยังไม่มีแฟน”
ชายหนุ่มแย้งเสียงเรียบติดจะขรึมเหมือนไม่ชอบให้เธอพูดเรื่องไร้สาระ
“ฉัน…” เป็นอีกครั้งที่อรนภัสพูดไม่ออก
“พรุ่งนี้จะเข้าไปหาจริงๆ ห้ามปฏิเสธ ฉันไม่ชอบให้ใครขัดใจ”
อรนภัสตาโต ค่อนขอดในใจ คนอะไรเผด็จการเป็นอาชีพ!
“เอ่อ... แค่มารับได้ไหมคะ ฉันยังไม่รู้จะบอกพ่อกับแม่ว่ายังไง ถ้าจู่ๆ คุณจะโผล่เข้าไปหาท่านเลยแบบนี้”
เธอพูดแล้วต้องกัดริมฝีปาก ทำไมเธอต้องไปรับปากเขาด้วยนี่
“ก็บอกไปว่า... ว่าที่สามีจะมารับ”
“คุณ” อรนภัสทำเสียงขัดใจ
“ก็ได้” ชายหนุ่มรับปากเพราะไม่อยากทำให้เธอโกรธ
“แล้วปกตินอนดึกหรือเปล่า หวังว่าพี่คงไม่ได้โทรมากวนนะ แค่อยากได้ยินเสียงเธอก่อนนอน คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดี”
ภวัตลูบหน้าร้อนๆ ของตัวเอง
เฮ้อ! ซ้อมตั้งนานกว่าจะพูดออกมาได้ งานนี้สงสัยต้องขอบคุณเพื่อนรัก
อรนภัสไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่พูดสายด้วยหน้าแดงจัดขนาดไหน เธอคิดว่าเขากำลังหน้าเคร่ง ทำเสียงวางอำนาจอยู่ต่างหาก
“เอ่อ... ทำไมคะ อยากคุยกับฉันเหรอ”
หญิงสาวอดถามต่อไม่ได้ เริ่มผ่อนคลายเมื่อเขาชวนคุย ไม่ได้มีท่าทีพูดจาลวนลามเธออย่างที่คิด
“พี่จะโทรไปหาเธอทุกคืนได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้จะบุกถึงบ้านเลย”
เอากับเขาสิ แล้วแบบนี้จะให้เธอตอบว่าไม่ได้หรือไง เขาเล่นดักทางเอาไว้แบบนี้
“คุณพูดแบบนี้ฉันจะปฏิเสธได้เหรอคะ”
อรนภัสเริ่มต่อล้อต่อเถียงกับเขาบ้าง
“ไม่อยากให้ปฏิเสธไงเลยดักคอเอาไว้ก่อน”
ภวัตพูดขึ้น แล้วเขาก็กลอกตาไปมา การจีบหญิงนี่มันยากเอาการอยู่เหมือนกันแฮะ เขาเองก็ไม่ใช่คนโรแมนติกเสียด้วยสิ
“อร”
ชายหนุ่มเห็นเธอเงียบเสียงไปนานจึงเอ่ยเรียก คิดว่าอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว
“คะ”
อรนภัสหลุดจากภวังค์ความคิดขานรับเขางงๆ เมื่อเห็นเขาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฝันดีก็แล้วกัน ไม่กวนแล้ว พรุ่งนี้จะไปรับนะ”
เขาตัดบทแต่ยังไม่วางสาย อรนภัสเผลอยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธออยากบอกเขาว่าฝันดีเช่นกันแต่ไม่กล้า
“บอกฉันด้วยว่าฝันดี จะได้เสมอกัน” เขารุกเร้าเอาคำตอบ
“ฝันดีค่ะ คนเผด็จการ”
เธอว่าใส่โทรศัพท์แล้วกดวางสาย ภวัตถือโทรศัพท์ค้าง จะเอ่ยเรียกแต่อีกฝ่ายชิ่งวางสายไปเรียบร้อยแล้ว มือหนาวางโทรศัพท์บนหัวเตียง เขาไม่ได้เข้านอนและหลับฝันดีอย่างที่บอกเธอสักนิด แต่กำลังจะออกไปจัดการกับน้องสาวตัวแสบต่างหาก
จุดประสงค์ที่เขามากรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อมาทำความรู้จักกับอรนภัสเท่านั้น แต่เป็นเพราะเพียงแพรน้องสาวของเขาด้วย!!!
ร่างโปร่งบางที่เต้นอยู่กลางผับในตัวเมืองใหญ่อย่างสุดฤทธิ์สุดเดชทำให้ดวงตาคมกริบตวัดมองอย่างโมโห สายตาของผู้เป็นนายทำให้หินผา... ลูกน้องคนสนิทถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ นึกเป็นห่วงหญิงสาวขึ้นมาทันที กำลังจะโดนระเบิดลูกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
“ว้าย ใครน่ะ!”
เพียงแพรตวัดสายตาดุๆ หันมามอง ก่อนจะตาโตอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นดวงตาดุดันชนิดที่ถอดแบบกันมากำลังมองตรงมาอย่างโกรธจัด “พี่วัต!” เพียงแพรร้องเสียงหลง เมื่อพี่ชายมาโผล่เอาที่นี่ ในขณะที่เธอกำลังเหวี่ยงร่างโยกย้ายส่ายไปมาอย่างเมามัน
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้”
เสียงกัมปนาทดังไปทั่วแข่งกับเสียงเพลงอึกทึกของผับหรูใจกลางเมืองหลวงศิวิไลซ์
“เฮ้ย! พี่วัตมาได้ไงนี่”
เพียงแพรตกใจเมื่อได้ยินเสียงราวฟ้าพิโรธของพี่ชาย รู้ว่าอีกฝ่ายโมโหร้าย ดุดันขนาดไหนเวลาโกรธ
“ฉันก็นั่งรถมาน่ะสิ ถามโง่ๆ”
คำตอบของพี่ชายทำให้เพียงแพรลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ปกติภวัตจะบอกก่อนล่วงหน้าให้เธอได้เตรียมตัวว่าเขาจะเดินทางจากปักษ์ใต้มาเยี่ยมที่กรุงเทพฯ แต่คราวนี้เขามาแบบไม่ให้เธอตั้งตัวจริงๆ
“กลับ!”
เสียงดุดันพูดอย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
เพียงแพรแม้จะดูไม่เกรงกลัวใคร เป็นสาวเปรี้ยวเข็ดฟันขนาดไหน แต่พอเจอพี่ชายเอาจริงเข้าก็หงอ เธอไม่ได้กลัวแต่เกรงใจ ปัจจุบันภวัตเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ครอบครัว แถมเงินที่เธอใช้อยู่ทุกบาททุกสตางค์ก็เป็นเงินของพี่ชายแทบทั้งสิ้น
“ใครน่ะแพร”
วรวุฒิเข้ามาสอบถามเพื่อนสาวที่มาเที่ยวด้วยกัน ทำท่าทีปกป้องอย่างไม่คิดเกรงกลัว
ภวัตตวัดสายตาคมดุมองหนุ่มหล่อสำอางที่ยืนประกบใกล้ๆ กับน้องสาวคนรอง วรวุฒิได้สบตาคมกริบนั้นก็เริ่มกลัว แต่ยังใจกล้าเพื่ออยากแสดงให้เพียงแพรเห็นว่าสามารถปกป้องเธอได้
“พี่ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ ถ้าเมาแล้วก็กลับบ้านไปซะ”
น้ำเสียงของไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมทำให้ภวัตมองตอบดั่งเพชฌฆาต วรวุฒิถึงกับขาสั่น แต่เพราะกำลังตามจีบเพียงแพรอยู่ อีกอย่างคืนนี้ก็กะว่าจะเผด็จศึกหญิงสาวให้ได้ จึงยังปักหลักดึงดันไม่ไปไหน
“โก้ เอ่อ... นายกลับไปสนุกกับคนอื่นๆ เถอะ”
เพียงแพรหันไปบอกชายหนุ่มข้างๆ ถ้าพี่ชายเธอโกรธ วรวุฒิไม่เหลือซากแน่
“ทำไมต้องกลัวด้วย เขาเป็นอะไรกับแพร บอกโก้มาเดี๋ยวนี้ เขาบังคับแพรใช่ไหม โก้ไม่กลัวหรอก โก้จะปกป้องแพรเอง”
วรวุฒิยังแสดงความเป็นลูกผู้ชายพูดอย่างแสนดีเพื่อเรียกคะแนนจากหญิงสาว
ภวัตไม่อยากฟังใครพล่ามอีก เขาลากมือน้องสาวออกจากผับอย่างไม่คิดสนใจ เพราะไม่เช่นนั้นอาจสายเกินไป
“เดี๋ยว ปล่อยเพียงแพรเดี๋ยวนี้ ไม่ว่านายจะเป็นใคร โอ๊ย!!!”
วรวุฒิพูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนหมัดหนักๆ ของภวัตเข้าให้
“แล้วมึงเป็นใคร มาตามตอแยน้องสาวกูทำไม ไอ้หน้าอ่อน”
ภวัตกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมา วรวุฒิถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น
“พะ... พี่เป็นพี่ชายของแพรเหรอ”
วรวุฒิละล่ำละลักถามเสียงสั่น ดวงตาดุดันคมกริบราวมีดโกนคู่นั้นทำให้ชายหนุ่มแทบฉี่ราด
“ไอ้หน้าอ่อนอย่างมึง แค่มองตาก็รู้ อยากจะฟันน้องสาวกูใช่ไหม?”
ภวัตผลักร่างที่เล็กกว่าออกแทนที่จะกระทืบซ้ำ ไม่อยากรังแกคนไม่มีทางสู้ วรวุฒิรู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อโดนหยามเกียรติ เขาพยักหน้าให้ลูกน้องของบิดาที่ติดตามมาจัดการภวัต ร่างสูงของนายหัวหนุ่มโดนขวดเหล้าทุบเข้าที่ไหล่จนได้รับบาดเจ็บ
“หมาลอบกัดหรือไง”
ภวัตสบถอย่างโมโห คนที่คิดว่ามาคนเดียวกลับมีลูกน้องมาด้วย อีกทั้งยังหุ่นล่ำทั้งนั้น ลูกน้องที่ติดตามมาของภวัตจัดการถล่มคนของวรวุฒิจนน่วม
พีระอวยพรให้บุตรชายคนโตและสะใภ้ด้วยความสุขที่ได้เห็นลูกชายเป็นฝังเป็นฝากับเขาเสียที“โธ่... พ่อ ไม่ต้องฝาก อรก็ดูแลฉันดีอยู่แล้วน่า”ภวัตพูดแก้เก้อเมื่อเห็นสายตาของบิดา ทุกคนหัวเราะชอบใจ อรนภัสยิ้มอายๆ ไม่กล้าสบตาคมๆ ของคนข้างๆ“ขอให้คุณวัตมีความสุขมากๆ นะคะ”เขมจิราเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ ภวัตเมินเฉยไม่ยินดียินร้ายกับประโยคของแม่เลี้ยงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก จนอรนภัสต้องรีบแก้สถานการณ์ตึงเครียดเหล่านั้นลง“ขอบคุณค่ะคุณเขม” อรนภัสยิ้มหวานให้อีกฝ่าย“ค่ะ” เขมจิราหน้าเจื่อนเล็กน้อย ฝืนยิ้มแกนๆ ให้ทั้งสอง“วัต พ่อฝากยัยอรด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ อร... หนูก็อย่าเอาแต่ใจตัวเองนะลูก”ภวัตและอรนภัสกราบคุณไกรสร ก่อนที่คุณอรนุชจะอวยพรเป็นคนถัดไป“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข รีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะจ๊ะ”“วัตฝากน้องฉันด้วยนะ”กฤษณะตบไหล่เพื่อนเบาๆ อรนภัสไหว้พี่ชายก่อนจะโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน คนขี้หวงข้างๆ รีบดึงเจ้าสาวออกมาด้วยใบหน้าขึงขังทำให้ทุกคนลอบอมยิ้มญาติผู้ใหญ่อีกหลายคนต่างอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนจะเลี่ยงออกจากห้อง…แขนภายิ้มให้พี่สาว บีบมืออย่างให้กำลังใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเสียใจแค่ไหน
“คิดถึง” เขาบอกเสียงทุ้ม แตกต่างจากใบหน้าดุๆ นั้น“คะ” เธอขานรับงงๆ ทำให้เขามองอย่างเอ็นดู“พี่บอกว่าคิดถึงอรไง”เขาสำทับอีกครั้ง มองสบดวงตากลมโต แล้วหน้าแดงน้อยๆ“พี่วัต”อรนภัสมองใบหน้าแดงจัดที่ลามไปถึงใบหูของชายหนุ่มแล้วอดอมยิ้มไม่ได้“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” ภวัตกระซิบถามเสียงติดจะพร่าเล็กน้อย ส่วนอรนภัสหัวใจสั่นรัวได้แต่ยืนให้เขากอดเพราะทำอะไรไม่ถูก“ใครเค้าจะไปคิดถึงกันคะ”เธอปากแข็งก้มหน้างุดด้วยความอาย ใบหน้าแดงเรื่อร้อนระอุจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้“งั้นแปลว่าคิดถึงมาก”เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเธอนึกหมั่นไส้“บอกว่าไม่สักหน่อย” เธอบ่นอุบชิดอกเขา“ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้... ปากแข็ง”ภวัตมีความสุขที่ได้ต่อล่อต่อเถียง“แล้วผู้ชายล่ะคะ”อรนภัสเองก็ไม่ต่างกัน เธอมีความสุขที่ได้พูดคุยกับเขาแบบนี้มากกว่าการคุยโทรศัพท์ การได้เห็นหน้าทำให้ความรู้สึกคิดถึงแทบจะจางหายไป“ผู้ชายคนอื่นเป็นไงพี่ไม่รู้ แต่สำหรับพี่ ถ้าพี่บอกว่าคิดถึง ก็หมายความว่าคิดถึงจริงๆ” ภวัตพูดจริงจัง“หึ! จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”อรนภัสย่นจมูกใส่ ค้อนให้อย่างน่ารัก“ก็แล้วแต่จะคิดนะ”เขาบอกเหมือนไม่ใส่ใ
“ไม่อร่อยเหรอคะพี่วัต”อรนภัสมองตามเมื่อเห็นภวัตตักทานเพียงคำเดียวก็วางช้อน ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หยิบทิชชูยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวทำท่าจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เขาจึงกุมเอาไว้เช็ดปากให้เธอเบาๆ อรนภัสหน้าแดงอีกรอบในการกระทำของอีกฝ่าย“ที่กินเลอะให้ไอติมติดปากแบบนี้ อยากให้พี่จูบให้เกลี้ยงล่ะสิ เสียดายคนในร้านเยอะ” ภวัตแหย่ อรนภัสตาโต“ไม่ใช่เสียหน่อย คนหลงตัวเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณค่ะ”เธอตอบอย่างงอนๆ“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”เขาถามตาพราว อรนภัสมองสบตาก็หลบวูบแทบไม่ทัน เขาคงไม่ขอเธอแบบเมื่อคืนอีกนะ “ใช่” เขาเหมือนรู้ใจ หญิงสาวเงยหน้ามองตาโต พวงแก้มแดงจัด บิดมือไปมา“พี่วัตน่ะ”อรนภัสเรียกชายหนุ่ม ไม่รู้จะทำอะไรดี ภวัตกอดอกพิงหลังกับพนักเก้าอี้ มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู อรนภัสเสไปหยิบน้ำขึ้นดื่ม กินต่อไปก็ถูกเขามองไม่วางตา“อิ่มแล้วค่ะ” หญิงสาวโพล่งออกไป“อ้าวไหงอิ่มเร็วจัง เพิ่งกินไปเอง”“อรอยากเข้าห้องน้ำค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”คนขี้อายเอ่ยบอกแล้วรีบลุกไปทันที ภวัตมองตามอย่างหวงๆ ก่อนจะเดินตามไปไม่ให้เธอคลาดสายตาทางด้านอรนภัสเข้าห้องน้ำมาได้ก็เอาแต่ยืนลูบแก้มแดงๆ ของตัวเอง หญิงสาวบิดไปบิดมา
“ไม่ต้องใส่แล้วกางเกงใน มันขาดจนใส่ไม่ได้ ใส่กระโปรงยาวแบบนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าไม่ใส่อะไรข้างใน นอกจากพี่คนเดียว”เอากับเขาสิ อรนภัสบิดไปบิดมาทำอันใดไม่ถูก จะให้เธอตอบว่าไงล่ะ ก็มันขาดไปแล้วนี่นาภวัตขับรถมาส่งอรนภัสที่บ้านในเวลาดึกพอสมควร ระหว่างทางหญิงสาวเอาแต่มองออกไปนอกรถด้วยความอาย บิดามารดาที่ยังไม่นอนมองว่าที่ลูกเขยและลูกสาวอย่างเอ็นดู ภวัตนั่งคุยกับท่านทั้งสองอีกครู่จึงขอตัวกลับอรนภัสยืนส่งชายหนุ่มที่บ้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำนอน เธอพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย ความรู้สึกวาบหวามยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ เผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมา สะบัดหัวกับหมอนเมื่อในหัวคิดแต่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ อรนภัสกดรับด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต ได้ยินเสียงแหบห้าวทักทายมาตามสายเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง“ทำอะไรอยู่”ภวัตกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสุขอย่างที่สุด“กำลังคิดถึงพี่วัต อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ อรกำลังจะนอนค่ะ”อรนภัสเผลอพูดความคิดของตัวเองออกไป ภวัตเผลอยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัดลามไปถึงใบหู เขาเองกำลังคิดถึงเธอใจแทบขาดเ
“อร”ภวัตบีบปลายคางหญิงสาวเบาๆ ใบหน้าก้มลงทำท่าจะประทับกับริมฝีปากสีหวาน“พี่วัต อย่าค่ะ”อรนภัสเบี่ยงหลบ ริมฝีปากร้อนจึงพลาดไปประทับที่พวงแก้มแดงเรื่อแทน ภวัตกระชับร่างบางเข้าหา กดจุมพิตหนักๆ ที่พวงแก้มนวล “อื้อ พี่วัตขา...”“ขา...”ภวัตขานรับแล้วงับใบหูขาวเนียนของหญิงสาวอย่างมันเขี้ยว อรนภัสเบี่ยงหลบด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสได้ถึงแรงหอบสะท้อนรุนแรงของเขา ชายหนุ่มควบคุมสติของตนอีกต่อไปไม่ไหว เขาขอแค่ได้ชื่นใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงขาดใจเป็นแน่“อร... พี่ขอนะคนดี”เสียงแหบห้าวดูพร่าสะท้านไม่เป็นตัวของตัวเอง อรนภัสนอนนิ่งอยู่กับที่อย่างทำอันใดไม่ถูก ลึกๆ คือความตื่นเต้นยากที่จะบรรยาย หัวใจเธอมันเต้นแรงจนต้องเผยอริมฝีปากหอบอย่างไม่รู้ตัว นั่นเป็นสัญญาณให้ภวัตประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือร้อนทั้งสอง บดขยี้ริมฝีปากสวยอย่างกระหายเร่าร้อน ปากบนล่างของเธอร่านร้อนด้วยการขบเม้มของชายหนุ่ม ก่อนที่ลิ้นสากจะสอดแทรกเข้าหา กระหวัดรัดรึงคุกคามแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงภวัตรุกเร้าเอาแต่ใจ เปิดเผยความดิบเถื่อนต้อนให้อีกฝ่ายยินยอม มือหนาเริ่มเกาะกุมทรวงสาวที่สะท้อนขึ้นลงด้วยแรงหอบหายใจ อรนภ
“นึกว่าเมียจะยืนเป็นตุ๊กตาหน้าร้านอยู่แบบนั้น เห็นไม่ขึ้นรถมาเสียที” ภวัตหัวเราะชอบใจ ขับรถออกไปจากบริเวณร้าน“บอกแล้วไงว่าอรยังไม่ได้เป็นเมียพี่วัตนะ” เธอว่าให้“กำลังจะเป็น พี่หาฤกษ์หมั้นได้แล้วนะ หมั้นแล้วแต่งเลย”“เร็วจังเลยค่ะ” อรนภัสตาโตหันไปมอง“ช้าจะตาย อยากกอดเมียปล้ำเมียจะแย่”“พี่วัตน่ะ พูดอะไร คนบ้าๆๆ”อรนภัสตีแขนล่ำๆ ให้หลายที หน้าแดงแล้วแดงอีก ภวัตหัวเราะชอบใจ อยากจะปล้ำจูบนัก เดี๋ยวเถอะแม่ตัวดี มาทำหน้าแดงใส่“จะพาไปกินข้าว แล้วอยากไปไหนต่อหรือเปล่า พี่เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว มีเวลาให้อรเป็นเดือนๆ เลยนะ”“โห... คนอู้งาน” อรนภัสตาโต แต่ก็พอใจในคำพูดของชายหนุ่ม“ไม่ชอบหรือไงที่พี่มาหา”“ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบเสียหน่อย” อรนภัสอุบอิบตอบ“อะไรนะ อยากให้พี่มาหาทุกวันเหรอ” คนอยากแหย่พูดขึ้น“อรไม่ได้พูดแบบนั้นนะ อย่ามาทำเนียน” เธอว่าให้แบบงอนๆ“กินข้าวเสร็จเดี๋ยวพาไปดูหนัง”ภวัตบอกหญิงสาวที่แสนคิดถึงข้างกาย เขาไม่เคยจีบหญิงมาก่อนเพราะในชีวิตมีแต่งานกับงาน ไม่เคยคิดว่าการจีบกันต้องไปทำอะไรพวกนี้ด้วย ลองสอบถามน้องสาวดู ยัยตัวแสบบอกเขาเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้ ผู้หญิงชอบให้เอาอกเอาใจ เสมอ







