LOGIN“ไหนเจ้าของร้าน!”
ภวัตตวาดลั่นเรียกหาเจ้าของผับ สายตาคมกริบตวัดมองร่างภูมิฐานที่เดินออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ชายหนุ่มดึงเงินปึกนึงออกมาก่อนส่งให้
“ค่าเสียหาย ที่เหลือเก็บจากไอ้หน้าอ่อนนี่ ขอเตือนว่ามึงอย่ามายุ่งกับน้องกูอีก คราวหน้าเหลือแต่ชื่อแน่”
เขาพูดอย่างไม่ยี่หระ ชี้หน้าวรวุฒิที่กลัวจนลนลาน ศุภกิจ เจ้าของร้านหนุ่มรับเงินมาอย่างพึงพอใจ ไม่โวยวายเรื่องข้าวของที่เสียหายสักคำเดียว
“กลับไปกินนมแม่ซะไป ถ้ายังไม่อยากตาย อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีก ทั้งๆ ที่มึงมีเมียอยู่แล้ว แล้วก็คนของมึงด้วย ไอ้พวกขยะสังคม”
ภวัตหันไปชี้หน้าวรวุฒิที่สภาพดูไม่ได้ ก่อนลากน้องสาวคนสวยออกจากผับไป ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของทุกคน
“คุณโก้เป็นยังไงบ้างครับ”
ลูกน้องของวรวุฒิเข้าไปถามเจ้านายหนุ่มทันที
“เจ็บน่ะสิ ถามได้ ไอ้พวกโง่เอ๊ย! แค่นี้ก็สู้มันไม่ได้”
วรวุฒิตวาดกลับ รู้สึกเสียหน้ามาก สายตามองตามไปอย่างเคียดแค้น ก่อนที่จะผวาซ้ำสองเมื่อแฟนสาวเดินเข้ามาในผับ ดีที่เพียงแพรกลับไปแล้ว ไม่งั้นงานเข้าแน่!!
ภวัตพาน้องสาวกลับมาถึงคอนโด ก่อนที่จะเริ่มคุยเรื่องสำคัญ “ฉันจะพาแกกลับบ้าน” เสียงดุดันของพี่ชายทำให้เพียงแพรตาโต
“แต่แพรยังเรียนไม่จบ เหลืออีกตั้งปีกว่านะคะ”
เพียงแพรรีบเอาเรื่องเรียนมาอ้าง รู้สึกหัวเสียที่โดนบังคับ
“หึ! แล้วแกมีผัวกี่คนแล้วล่ะ”
ภวัตถามด้วยน้ำเสียงดุดัน ตั้งใจพูดจี้ใจดำน้องสาว รู้ดีว่าแม้ภายนอกเพียงแพรจะดูเหลวไหลแต่ก็ไม่ใช่คนที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัว หากไม่พูดแบบนี้ รับรองว่าน้องสาวไม่กลับแน่
ถ้าอยากพามันกลับปักษ์ใต้ก็ต้องชวนทะเลาะ ให้มันทนไม่ไหว!
“พี่วัต”
เพียงแพรที่นั่งสงบนิ่งก้มหน้าอยู่คราแรกลุกขึ้นมองพี่ชายอย่างโกรธจัด ภวัตลูบไหล่ไปมาด้วยความเจ็บหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว
“ฉันพูดแทงใจดำแกหรือไง หึ! อย่านึกว่าฉันไม่เห็นนะที่แกไปดีดดิ้นเหมือนไส้เดือนกิ้งกืออยู่กลางผับน่ะ คราวนี้ที่ฉันมาไม่บอกแกเพราะรู้มาว่าแกเที่ยวเตร่ เมาหัวราน้ำ ผลการเรียนตกต่ำ แกผลาญเงินไปเดือนละเท่าไหร่ไอ้แพร ไอ้ฉันนี่ก็เป็นคนหาเงินงกๆ นั่งลงเดี๋ยวนี้ อย่ามายืนค้ำหัวฉัน เวลาฉันพูดอยู่อย่าริอ่านมาเถียง”
ภวัตตวาดน้องสาวเสียงดังก้อง เพียงแพรยกมือปิดหูแทบไม่ทัน ลูกน้องที่รออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งกับเสียงอันดังราวฟ้าถล่มของผู้เป็นนาย
“แพรก็แค่ไปเปิดหูเปิดตากับเพื่อนเท่านั้นเอง อ้อ! แล้วอย่ามาดูถูกแพรด้วย แพรไม่เคยทำตัวเหลวไหลถึงขนาดปล้ำผู้ชายทำผัว”
หญิงสาวโมโหคำพูดของพี่ชาย บ้าที่สุด ดันมาถามเธอว่ามีผัวกี่คนแล้ว อยากจะหาอะไรเย็บปากพี่ชายนัก ปากจัดแบบนี้ไงถึงหาเมียไม่ได้
“ดูแกแต่งตัวสิ นั่นใส่เสื้อในหรือเปล่า ใส่เสื้อเปิดผ้าเปิดผ่อนแบบนี้ผู้ชายที่ไหนก็อยากจะควัก แล้วชุดแกน่ะผ้ามันมีแค่นี้หรือไงปิดก้นลงมานิดเดียวจวนจะเห็นกางเกงในอยู่แล้ว มันขัดลูกหูลูกตาฉันจริงๆ”
ภวัตมองชุดที่น้องสาวใส่เป็นเสื้อเกาะอกกระโปรงยาวแค่คืบถึงกับส่ายหน้าไปมา
“ใครๆ เค้าก็ใส่กันแบบนี้ทั้งนั้น พี่วัตน่ะเชยอยู่แต่บ้านป่าเมืองเถื่อน” เพียงแพรเถียงอย่างเซ็งจัด
“เออ... บ้านป่าเมืองเถื่อนที่แกว่าน่ะ มันบ้านเกิดเมืองนอนแกหรือเปล่า”
“หึ!” เพียงแพรทำเสียงขึ้นจมูก
“ถ้าแกยังไม่หยุดเถียง ฉันจะไม่ให้แกเรียนอีก”
นายหัวหนุ่มยื่นคำขาด
“พี่วัต!”
เพียงแพรเสียงดังใส่พี่ชาย นี่เขาจะบังคับเธอมากเกินไปแล้วนะ
“นี่แกกล้าขึ้นเสียงใส่ฉันหรือไง เงินที่แกผลาญอยู่ทุกวันนี้มันเงินของฉัน”
“อย่ามาลำเลิกทวงบุญคุณนะ พี่วัตมีหน้าที่ส่งแพรเรียน พ่อยังไม่เห็นว่าอะไรเลย”
เธอยังเถียงไม่ลดละ ภวัตทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาว
“อย่าเอาพ่อมาอ้าง พ่อจะไปทันอะไรแก แล้วพ่อไม่สบายมาก แกมาเรียนที่นี่เคยกลับไปดูดำดูดีคนที่บ้านบ้างไหม”
นายหัวหนุ่มถอนใจพรืด หน้าแดงก่ำตามอารมณ์ที่เดือดขึ้นเรื่อยๆ
“แต่แพรยังเรียนไม่จบ พี่จะให้แพรกลับไปทำอะไร กรีดยางอยู่ปักษ์ใต้หรือไง ไม่เอาหรอกนะ แพรทำไม่เป็น แล้วยัยเมียเลี้ยงโนตมนั่นล่ะ ให้มันดูแลพ่อไปสิ นังปีศาจน่ะ แพรเกลียดขี้หน้ามัน”
“แกเป็นลูกต้องดูแลพ่อแม่ เขมจิราเค้าเป็นคนอื่น”
ภวัตให้เหตุผลเสียงขรึม
เพียงแพรหน้าบูดบึ้งเมื่อคิดถึงมารดาเลี้ยง ความจริงเธอไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียนที่กรุงเทพฯ หรอก หากไม่เพราะมารดาเสียชีวิตเมื่อจับได้ว่าบิดาลักลอบได้เสียกับเขมจิรา มารดาสิ้นไปได้ไม่นานบิดาก็ยกย่องเขมจิราขึ้นมาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา เธอเกลียดยัยแม่มดเขมจิรามากที่สุด จึงหนีมาเรียนกรุงเทพฯ และไม่เคยคิดอยากจะกลับไปเหยียบที่บ้านอีก มีเพียงพี่ชายเท่านั้นที่มาเยี่ยม เธอยิ่งกว่ารู้ว่าภวัตรักเธอแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ใช่น้องสาวที่ดีนักของเขา กะว่าเรียนจบแล้วจะหางานทำที่นี่ ไม่กลับไปเหยียบปักษ์ใต้อีก
“แกใจดำ พ่อไม่สบายก็ไม่ยอมไปเยี่ยม ใจคอแกจะไม่กลับไปเหยียบบ้านเกิดเมืองนอนเลยหรือไง เมื่อสามปีก่อน พ่อประสบอุบัติเหตุรถชน แกโผล่ไปดูครั้งเดียวแล้วก็หายหน้าหายตาไปเลย”
ภวัตเสียงอ่อนลง
“หึ! นังปีศาจมันดูอยู่นี่ แพรไปจะช่วยอะไรได้ ไม่ใช่หมอสักหน่อย แล้วพ่อก็ยังไม่ตาย แพรไม่มีความหมายกับพ่อหรอก พ่อหลงเมียเด็กจะตาย”
“ไอ้แพร”
“พี่วัตก็เอาแต่ขึ้นเสียง แพรไม่กลับไปอยู่บ้านหรอกนะ ไม่รู้จะทำอะไรกิน”
“ฉันจะให้แกไปเก็บขี้ยางขาย ถ้าแกยังปากมาก มาเรียนกรุงเทพฯ แกก็เรียนแค่ราชภัฏ ฉันจะจัดการให้แกย้ายกลับไปเรียนราชภัฏในจังหวัดแทน ส่วนยัยปีศาจนั่นจะไล่ไปได้ยังไง พ่อยังอยู่ ไล่ไปก็หัวใจวายสิ เค้ารักเค้าห่วงของเค้าจะตาย” ภวัตพูดอย่างระอา
“ไม่!” เพียงแพรยังเสียงแข็งใส่พี่ชาย
“เลือกเอา แกจะอยู่ที่นี่ หรือจะกลับบ้านกับฉัน แต่ถ้าแกคิดว่าอยู่ที่นี่ไม่อดตายจะหางานทำส่งเสียตัวเองเรียนก็ได้นะ งานสบายหน่อยฉันจะแนะนำให้เอาไหม”
“งานสบาย” เพียงแพรทวนคำพูด มองหน้าพี่ชายนิ่ง
“ขายตัวไง แค่นอนแบอยู่บนเตียง”
“พี่วัต! กรี๊ดดดดด...”
เพียงแพรกรีดร้องเสียงแหลม ภวัตปิดหูแทบไม่ทัน
“อย่ามากรี๊ดเหมือนชะนีเรียกหาผัว ฉันแสบแก้วหู ไปเก็บของได้แล้ว ฉันให้เวลาแกสิบนาที ถ้าแกยังอิดออดโดนแน่ เร็ว!!!”
คำสั่งเฉียบขาดทำให้เพียงแพรได้แต่ก้มหน้ารับ รู้ดีว่าพี่ชายเป็นคนยังไง ปกครองลูกน้องเป็นร้อยๆ ยังไม่มีใครกล้าขัดใจเลยแม้แต่คนเดียว
หญิงสาวได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในใจเมื่อในที่สุดก็ต้องตามพี่ชายกลับบ้าน เธออยากรู้นักว่านอกจากบิดาแล้วพี่ชายจะยอมฟังใครอีกบ้าง แล้วหน้าตาภรรยาของพี่ชายจะเป็นยังไง ปากแบบนี้ชาตินี้คงหาเมียไม่ได้หรอก ชิ!!!
ภวัตลอบยิ้มเมื่อต้องเล่นบทโหด ปกติพื้นฐานนิสัยของเพียงแพรจะเป็นคนเอาการเอางาน ขี้เล่น เขาอยากได้น้องสาวคนนั้นกลับมาเหลือเกิน แต่เพราะเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ตอนมารดาเสียแล้วบิดามีภรรยาใหม่ทำให้เพียงแพรต่อต้าน ประชดตัวเองด้วยการทำตัวเหลวไหลจนน่าใจหาย
จังหวัดสงขลา...
“กลับมาแล้วเหรอ”
พีระที่นั่งอยู่บนรถเข็ญเอ่ยถามบุตรชาย ก่อนหันไปมองใบหน้างอง้ำของบุตรสาวคนรองที่เดินตามเข้ามาอย่างกระฟัดกระเฟียด เขาดีใจเหลือเกินที่ได้เจอบุตรสาว
“พี่วัตบังคับให้กลับ แล้วก็ไม่ให้ไปเรียนอีกด้วย”
พีระอวยพรให้บุตรชายคนโตและสะใภ้ด้วยความสุขที่ได้เห็นลูกชายเป็นฝังเป็นฝากับเขาเสียที“โธ่... พ่อ ไม่ต้องฝาก อรก็ดูแลฉันดีอยู่แล้วน่า”ภวัตพูดแก้เก้อเมื่อเห็นสายตาของบิดา ทุกคนหัวเราะชอบใจ อรนภัสยิ้มอายๆ ไม่กล้าสบตาคมๆ ของคนข้างๆ“ขอให้คุณวัตมีความสุขมากๆ นะคะ”เขมจิราเอ่ยบอกเสียงสั่นๆ ภวัตเมินเฉยไม่ยินดียินร้ายกับประโยคของแม่เลี้ยงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาเสียอีก จนอรนภัสต้องรีบแก้สถานการณ์ตึงเครียดเหล่านั้นลง“ขอบคุณค่ะคุณเขม” อรนภัสยิ้มหวานให้อีกฝ่าย“ค่ะ” เขมจิราหน้าเจื่อนเล็กน้อย ฝืนยิ้มแกนๆ ให้ทั้งสอง“วัต พ่อฝากยัยอรด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ อร... หนูก็อย่าเอาแต่ใจตัวเองนะลูก”ภวัตและอรนภัสกราบคุณไกรสร ก่อนที่คุณอรนุชจะอวยพรเป็นคนถัดไป“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข รีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะจ๊ะ”“วัตฝากน้องฉันด้วยนะ”กฤษณะตบไหล่เพื่อนเบาๆ อรนภัสไหว้พี่ชายก่อนจะโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน คนขี้หวงข้างๆ รีบดึงเจ้าสาวออกมาด้วยใบหน้าขึงขังทำให้ทุกคนลอบอมยิ้มญาติผู้ใหญ่อีกหลายคนต่างอวยพรคู่บ่าวสาวก่อนจะเลี่ยงออกจากห้อง…แขนภายิ้มให้พี่สาว บีบมืออย่างให้กำลังใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายเสียใจแค่ไหน
“คิดถึง” เขาบอกเสียงทุ้ม แตกต่างจากใบหน้าดุๆ นั้น“คะ” เธอขานรับงงๆ ทำให้เขามองอย่างเอ็นดู“พี่บอกว่าคิดถึงอรไง”เขาสำทับอีกครั้ง มองสบดวงตากลมโต แล้วหน้าแดงน้อยๆ“พี่วัต”อรนภัสมองใบหน้าแดงจัดที่ลามไปถึงใบหูของชายหนุ่มแล้วอดอมยิ้มไม่ได้“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า” ภวัตกระซิบถามเสียงติดจะพร่าเล็กน้อย ส่วนอรนภัสหัวใจสั่นรัวได้แต่ยืนให้เขากอดเพราะทำอะไรไม่ถูก“ใครเค้าจะไปคิดถึงกันคะ”เธอปากแข็งก้มหน้างุดด้วยความอาย ใบหน้าแดงเรื่อร้อนระอุจนรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้“งั้นแปลว่าคิดถึงมาก”เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจจนเธอนึกหมั่นไส้“บอกว่าไม่สักหน่อย” เธอบ่นอุบชิดอกเขา“ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้... ปากแข็ง”ภวัตมีความสุขที่ได้ต่อล่อต่อเถียง“แล้วผู้ชายล่ะคะ”อรนภัสเองก็ไม่ต่างกัน เธอมีความสุขที่ได้พูดคุยกับเขาแบบนี้มากกว่าการคุยโทรศัพท์ การได้เห็นหน้าทำให้ความรู้สึกคิดถึงแทบจะจางหายไป“ผู้ชายคนอื่นเป็นไงพี่ไม่รู้ แต่สำหรับพี่ ถ้าพี่บอกว่าคิดถึง ก็หมายความว่าคิดถึงจริงๆ” ภวัตพูดจริงจัง“หึ! จะเชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”อรนภัสย่นจมูกใส่ ค้อนให้อย่างน่ารัก“ก็แล้วแต่จะคิดนะ”เขาบอกเหมือนไม่ใส่ใ
“ไม่อร่อยเหรอคะพี่วัต”อรนภัสมองตามเมื่อเห็นภวัตตักทานเพียงคำเดียวก็วางช้อน ชายหนุ่มไม่ตอบแต่หยิบทิชชูยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวทำท่าจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก เขาจึงกุมเอาไว้เช็ดปากให้เธอเบาๆ อรนภัสหน้าแดงอีกรอบในการกระทำของอีกฝ่าย“ที่กินเลอะให้ไอติมติดปากแบบนี้ อยากให้พี่จูบให้เกลี้ยงล่ะสิ เสียดายคนในร้านเยอะ” ภวัตแหย่ อรนภัสตาโต“ไม่ใช่เสียหน่อย คนหลงตัวเอง แต่ยังไงก็ขอบคุณค่ะ”เธอตอบอย่างงอนๆ“เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”เขาถามตาพราว อรนภัสมองสบตาก็หลบวูบแทบไม่ทัน เขาคงไม่ขอเธอแบบเมื่อคืนอีกนะ “ใช่” เขาเหมือนรู้ใจ หญิงสาวเงยหน้ามองตาโต พวงแก้มแดงจัด บิดมือไปมา“พี่วัตน่ะ”อรนภัสเรียกชายหนุ่ม ไม่รู้จะทำอะไรดี ภวัตกอดอกพิงหลังกับพนักเก้าอี้ มองคนขี้อายอย่างเอ็นดู อรนภัสเสไปหยิบน้ำขึ้นดื่ม กินต่อไปก็ถูกเขามองไม่วางตา“อิ่มแล้วค่ะ” หญิงสาวโพล่งออกไป“อ้าวไหงอิ่มเร็วจัง เพิ่งกินไปเอง”“อรอยากเข้าห้องน้ำค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”คนขี้อายเอ่ยบอกแล้วรีบลุกไปทันที ภวัตมองตามอย่างหวงๆ ก่อนจะเดินตามไปไม่ให้เธอคลาดสายตาทางด้านอรนภัสเข้าห้องน้ำมาได้ก็เอาแต่ยืนลูบแก้มแดงๆ ของตัวเอง หญิงสาวบิดไปบิดมา
“ไม่ต้องใส่แล้วกางเกงใน มันขาดจนใส่ไม่ได้ ใส่กระโปรงยาวแบบนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าไม่ใส่อะไรข้างใน นอกจากพี่คนเดียว”เอากับเขาสิ อรนภัสบิดไปบิดมาทำอันใดไม่ถูก จะให้เธอตอบว่าไงล่ะ ก็มันขาดไปแล้วนี่นาภวัตขับรถมาส่งอรนภัสที่บ้านในเวลาดึกพอสมควร ระหว่างทางหญิงสาวเอาแต่มองออกไปนอกรถด้วยความอาย บิดามารดาที่ยังไม่นอนมองว่าที่ลูกเขยและลูกสาวอย่างเอ็นดู ภวัตนั่งคุยกับท่านทั้งสองอีกครู่จึงขอตัวกลับอรนภัสยืนส่งชายหนุ่มที่บ้านก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำนอน เธอพลิกไปพลิกมาอย่างกระสับกระส่าย ความรู้สึกวาบหวามยังตราตรึงอยู่ในหัวใจ เผลอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองไปมา สะบัดหัวกับหมอนเมื่อในหัวคิดแต่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ อรนภัสกดรับด้วยความรู้สึกหัวใจพองโต ได้ยินเสียงแหบห้าวทักทายมาตามสายเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง“ทำอะไรอยู่”ภวัตกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสุขอย่างที่สุด“กำลังคิดถึงพี่วัต อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ อรกำลังจะนอนค่ะ”อรนภัสเผลอพูดความคิดของตัวเองออกไป ภวัตเผลอยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัดลามไปถึงใบหู เขาเองกำลังคิดถึงเธอใจแทบขาดเ
“อร”ภวัตบีบปลายคางหญิงสาวเบาๆ ใบหน้าก้มลงทำท่าจะประทับกับริมฝีปากสีหวาน“พี่วัต อย่าค่ะ”อรนภัสเบี่ยงหลบ ริมฝีปากร้อนจึงพลาดไปประทับที่พวงแก้มแดงเรื่อแทน ภวัตกระชับร่างบางเข้าหา กดจุมพิตหนักๆ ที่พวงแก้มนวล “อื้อ พี่วัตขา...”“ขา...”ภวัตขานรับแล้วงับใบหูขาวเนียนของหญิงสาวอย่างมันเขี้ยว อรนภัสเบี่ยงหลบด้วยความเสียวซ่าน สัมผัสได้ถึงแรงหอบสะท้อนรุนแรงของเขา ชายหนุ่มควบคุมสติของตนอีกต่อไปไม่ไหว เขาขอแค่ได้ชื่นใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงขาดใจเป็นแน่“อร... พี่ขอนะคนดี”เสียงแหบห้าวดูพร่าสะท้านไม่เป็นตัวของตัวเอง อรนภัสนอนนิ่งอยู่กับที่อย่างทำอันใดไม่ถูก ลึกๆ คือความตื่นเต้นยากที่จะบรรยาย หัวใจเธอมันเต้นแรงจนต้องเผยอริมฝีปากหอบอย่างไม่รู้ตัว นั่นเป็นสัญญาณให้ภวัตประคองใบหน้าหวานไว้ในอุ้งมือร้อนทั้งสอง บดขยี้ริมฝีปากสวยอย่างกระหายเร่าร้อน ปากบนล่างของเธอร่านร้อนด้วยการขบเม้มของชายหนุ่ม ก่อนที่ลิ้นสากจะสอดแทรกเข้าหา กระหวัดรัดรึงคุกคามแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงภวัตรุกเร้าเอาแต่ใจ เปิดเผยความดิบเถื่อนต้อนให้อีกฝ่ายยินยอม มือหนาเริ่มเกาะกุมทรวงสาวที่สะท้อนขึ้นลงด้วยแรงหอบหายใจ อรนภ
“นึกว่าเมียจะยืนเป็นตุ๊กตาหน้าร้านอยู่แบบนั้น เห็นไม่ขึ้นรถมาเสียที” ภวัตหัวเราะชอบใจ ขับรถออกไปจากบริเวณร้าน“บอกแล้วไงว่าอรยังไม่ได้เป็นเมียพี่วัตนะ” เธอว่าให้“กำลังจะเป็น พี่หาฤกษ์หมั้นได้แล้วนะ หมั้นแล้วแต่งเลย”“เร็วจังเลยค่ะ” อรนภัสตาโตหันไปมอง“ช้าจะตาย อยากกอดเมียปล้ำเมียจะแย่”“พี่วัตน่ะ พูดอะไร คนบ้าๆๆ”อรนภัสตีแขนล่ำๆ ให้หลายที หน้าแดงแล้วแดงอีก ภวัตหัวเราะชอบใจ อยากจะปล้ำจูบนัก เดี๋ยวเถอะแม่ตัวดี มาทำหน้าแดงใส่“จะพาไปกินข้าว แล้วอยากไปไหนต่อหรือเปล่า พี่เคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว มีเวลาให้อรเป็นเดือนๆ เลยนะ”“โห... คนอู้งาน” อรนภัสตาโต แต่ก็พอใจในคำพูดของชายหนุ่ม“ไม่ชอบหรือไงที่พี่มาหา”“ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบเสียหน่อย” อรนภัสอุบอิบตอบ“อะไรนะ อยากให้พี่มาหาทุกวันเหรอ” คนอยากแหย่พูดขึ้น“อรไม่ได้พูดแบบนั้นนะ อย่ามาทำเนียน” เธอว่าให้แบบงอนๆ“กินข้าวเสร็จเดี๋ยวพาไปดูหนัง”ภวัตบอกหญิงสาวที่แสนคิดถึงข้างกาย เขาไม่เคยจีบหญิงมาก่อนเพราะในชีวิตมีแต่งานกับงาน ไม่เคยคิดว่าการจีบกันต้องไปทำอะไรพวกนี้ด้วย ลองสอบถามน้องสาวดู ยัยตัวแสบบอกเขาเอาไว้ว่าให้ทำแบบนี้ ผู้หญิงชอบให้เอาอกเอาใจ เสมอ







