Share

บทที่ 17

Author: ฉินอันอัน
ภายในห้องเงียบลง และทุกคนต่างก็ก้มหน้า เพราะกลัวว่าไฟจะลามมาถึงศีรษะของตนเอง

จู่ ๆ ชีหยวนก็รู้สึกว่าน่าตลกดี นางจึงถามเสียงเบา “ท่านแม่ แค่นี้น้องรองก็หวาดกลัวแล้วหรือเจ้าคะ?”

นางหวังตะลึงงันเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

คงเป็นเพราะว่าช่างน่าตลกเหลือเกิน ชีหยวนจึงทนไม่ไหวและขำออกมา

นางเงยหน้ามองนางหวังช้า ๆ “น้องรองเพียงแค่ฟังเรื่องพวกนี้ ก็หวาดกลัวจนต้องร้องไห้ แต่ข้า ในคืนนั้นได้เห็นการตายของคนขายเนื้อสวี่ด้วยตาตนเอง แถมยังถูกแม่บุญธรรมคุกคามอีก ท่านแม่ ท่านคิดบ้างหรือไม่ ว่าข้าเคยใช้ชีวิตแบบใดมาเจ้าคะ?”

นางหวังถูกถามเสียแล้ว

ความจริงวันที่แม่นมจางกลับมา ก็เล่าเรื่องพ่อแม่บุญธรรมของชีหยวนให้ฟังแล้ว

แต่ตอนนั้น สิ่งที่นางหวังตกใจยิ่งกว่าคือแม่นมฮวาเสียชีวิตแล้ว แถมชีหยวนยังต้องการไปฟ้องร้องที่ศาลอีก

กลับลืมเรื่องนี้ไปเลย

ต่อมาถึงจะนึกออก แต่สิ่งที่คิดมากยิ่งกว่านั้นก็คือ ชีหยวนอาศัยอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมแบบนี้ เกรงว่าอยู่ใกล้สิ่งแวดล้อมแบบใดก็จะเป็นแบบนั้น นิสัยก็อาจจะไม่ได้ดีมากนัก

ส่วนชีหยวนจะใช้ชีวิตอย่างไรเมื่ออยู่ข้างกายสามีภรรยาคู่นั้น

นางไม่เคยคิดถึงเลยจริง ๆ

เวลานี้ชีหยวนเอ่ยขึ้นมาอย่างง่ายดายขนาดนี้ นางถึงกับพูดอะไรไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

ขณะเดียวกันความรู้สึกผิดก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

ก็จริง แค่อาจิ่นได้ยินก็หวาดกลัวจนเป็นแบบนี้แล้ว เช่นนั้นชีหยวน...

นางรู้สึกเสียใจเล็กน้อย “อาหยวน ข้าไม่รู้...”

ใช่สิ ไม่รู้

และก็ไม่มีใครอยากจะรู้ด้วย

หากนางไม่ฆ่าแม่นมฮวา และฟ้องศาลจนดึงดูดความสนใจจากเสนาบดีหลู แม้แต่ประตูของตระกูลนี้นางคงไม่มีคุณสมบัติจะก้าวเข้ามาได้ด้วยซ้ำ

ความจริงชีหยวนไม่รู้สึกเสียใจเลย อาจเป็นเพราะชาติก่อนถูกทำร้ายมาหลายครั้งเกินไป จนชินชาไปตั้งนานแล้ว

ในเวลานี้ ชีจิ่นรีบลุกขึ้นมาจากเตียงยาวของนางหวังอย่างลุกลี้ลุกลน ร้องไห้พลางจับมือของชีหยวน และคุกเข่ากับพื้น “พี่หญิง ท่านอย่าโทษท่านแม่เลย ทุกอย่างเป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ!”

นางร้องไห้เสียงต่ำ ราวกับน้อยใจจนถึงขีดสุดแล้ว “เป็นข้าที่ไม่ดีเอง เป็นข้าที่เอ่ยเรื่องนี้และทำให้ท่านเสียใจ พี่หญิงไม่ควรใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแบบนั้น ความทุกข์ของพี่หญิงล้วนรับแทนข้า”

เดิมทีความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่เพิ่งเกิดขึ้นของนางหวัง พลันมลายหายไปจนหมดสิ้นในทันที

นางลุกขึ้นยืน และออกคำสั่งด้วยเสียงที่เคร่งขรึมทั้งซ้ายขวา “ยังไม่รีบพยุงคุณหนูรองให้ลุกขึ้นอีก!”

จากนั้นก็มองชีหยวนอย่างเย็นชา และกำลังจะตำหนิ

ทันใดนั้นผ้าม่านกลับถูกเปิดออก ชีอวิ๋นถิงถือกล่องเดินเข้ามาอย่างตื่นเต้น แต่เมื่อเห็นชีจิ่นคุกเข่าอยู่ตรงหน้าชีหยวน ก็สาวเท้าเข้ามาทันที

เขาหิ้วชีจิ่นให้ลุกขึ้นยืนด้วยมือข้างเดียว และดึงมาไว้ด้านหลังของตนเอง พลางมองชีหยวนอย่างดุร้าย “เจ้าต้องการจะทำอะไร?! เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร ถึงตาเจ้ามาสั่งสอนอาจิ่นในจวนนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”

นิ้วมือของเขาแทบจะจิ้มไปบนใบหน้าของชีหยวนอยู่แล้ว

ชีจิ่นด้านหนึ่งยิ้มหยันในใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ดึงแขนเสื้อของชีอวิ๋นถิงอย่างน่าสงสาร “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ท่านอย่าทำให้พี่หญิงเสียใจเพราะข้าเลย...”

ชีหยวนรู้สึกเอือมระอาอย่างมากในใจ

ชีอวิ๋นถิงกลับโกรธมากจนเป็นบ้า คว้ามือของชีหยวนไว้แน่น และถึงกับเงื้อมฝ่ามือขึ้นมา คิดอยากจะตบนาง

เมื่อเห็นชีอวิ๋นถิงยกมือ นางหวังก็ตกใจ และรีบห้าม “อวิ๋นถิง!”

ชีอวิ๋นถิงฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก หากฝ่ามือนี้ตบลงไป นั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นแล้ว ไม่แน่ว่าหูของชีหยวนอาจจะหนวกเลยก็ได้

แม้นางหวังจะไม่ค่อยชอบบุตรสาวที่นิสัยเย็นชาคนนี้ แต่ก็ไม่อยากสร้างปัญหาขึ้นมา

ชีจิ่นดูเหมือนอยากจะไปดึงเอาไว้ แต่กลับไม่ได้ลงมือเลย

มาไม้นี้อีกแล้ว ชีหยวนหลบไปด้านข้างด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ขณะเดียวกันก็ดึงแขนของชีอวิ๋นถิงไว้ด้วยมือข้างเดียว และผลักไปด้านหน้าอย่างแรง

ชีอวิ๋นถิงสูญเสียการทรงัว และพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างแรง กระแทกฉากกั้นจนล้มลงไปเสียงดังปัง จากนั้นเขาก็ล้มลงกับพื้นไปพร้อมกับฉากกั้น

นางหวังชื่นชอบความหรูหรา ฉากกั้นที่ตั้งอยู่ภายในห้องนางยังคงเป็นสินเดิมของนางด้วย ฐานทำจากไม้จื่อถานที่หายาก แกะสลักเป็นลวดลายแปดเซียนข้ามทะเล และฝังด้วยกระจกบานใหญ่

เวลานี้ฉากกั้นล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง และแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุด สิ่งที่แย่ที่สุดก็คือ ชีอวิ๋นถิงที่ล้มลงกับพื้นพร้อมฉากกั้นก็โดนเศษกระจกที่กระเด็นบาดจนเป็นแผลเล็ก ๆ หลายจุดทั้งบนใบหน้าและบนมือ

ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันหมด

ด้วยทักษะของชีอวิ๋นถิง พวกนางต่างก็คิดว่าชีหยวนคงจะต้องเจอความลำบากไม่น้อย

ใครจะรู้ว่าคุณชายใหญ่ไม่ได้ทำร้ายใคร ตรงกับข้ามกลับทำตนเองล้มลงไปอย่างน่าอนาจเช่นนี้เสียเอง

ชีจิ่นตะโกนร้องเสียงแหลมยิ่งขึ้น “ท่านพี่เจ้าคะ!”

นี่จึงทำให้เหล่าคนใช้ได้สติกลับมา และพยุงชีอวิ๋นถิงให้ลุกขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน

นางหวังสาวเท้าไปไม่กี่ก้าวก็ถึงข้างกายชีอวิ๋นถิงแล้ว นางสำรวจตั้งแต่บนลงล่าง ก็สงสารจนทนไม่ไหว “รีบไปตามหมอหลวงเข้ามาเร็วเข้า!”

บนมือของชีอวิ๋นถิงมีเศษกระจกที่ยังไม่ได้ถูกดึงออกมาด้วย

เวลานี้บนใบหน้าและลำคอของเขาล้วนเต็มไปด้วยรอยเลือด ดูน่ากลัวยิ่งนัก

นางหวังตกใจจนอกสั่นขวัญหายไปหมด

ชีจิ่นยิ่งทนไม่ไหวจนร้องให้ออกมา “พี่หญิง ทำไมท่านถึงปล่อยให้ท่านพี่ล้มลงไปได้เล่าเจ้าคะ?”

ในห้องวุ่นวายเหมือนอยู่ในสงคราม จนแม้แต่ตอนที่ชีเจิ้นเข้ามาก็ยังตกใจ

เขาเหลือบมองชีจิ่นที่ร้องไห้อย่างร้อนรน แถมยังมีชีอวิ๋นถิงที่กลายเป็นมนุษย์เลือดไปเสียแล้วอีก

จากนั้นค่อยมองไปชีหยวนที่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองและยืนอยู่ด้านข้าง

ทันใดนั้นก็ปวดศีรษะจนขมวดคิ้ว “นี่โวยวายอะไรกันหรือ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

ชีจิ่นพุ่งเข้าใส่ชีเจิ้น “ท่านพ่อ! พี่หญิงทะเลาะกับพี่ใหญ่ และทำร้ายจนพี่ใหญ่ได้รับบาดเจ็บหนักเจ้าค่ะ!”

มีเศษกระจกอยู่เต็มพื้น ชีเจิ้นรีบรับนางไว้ และหันไปมองทางชีหยวน

ชีหยวนรู้สึกถึงสายตาของชีเจิ้น ก็หัวเราะออกมาอย่างไม่มีความเกรงกลัวใด ๆ “น้องรอง เหตุใดเจ้าถึงโกหกตาใสเช่นนี้เล่า?”

นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เห็นได้ชัดว่าข้าไม่ได้หาเรื่องเขา แต่เขากลับคิดจะตบข้า ข้าไม่อยากโดนตบจึงหลบก็แค่นั้นเอง เหตุใดปากของเจ้าถึงพูดเหมือนกับว่า ผู้หญิงบอบบางอ่อนแอไร้เรียวแรงอย่างข้าคนนี้เป็นคนทำร้ายเขาอย่างนั้นเล่า?”

น้ำเสียงของนางไม่ค่อยดีนัก และเอ่ยเสียงขรึม “ข้าแค่เพิ่งกลับมาบ้าน ต่อให้พวกเจ้าไม่ชอบข้า ก็ไม่ควรใส่ร้ายข้าแบบนี้กระมัง?”

ชีจิ่นตกใจจริง ๆ นางคิดไม่ถึงเลยว่าชีหยวนจะเป็นคนที่ยากจะรับมือแบบนี้!

ชีเจิ้นกลับรู้นิสัยของบุตรชายตนเองดี

เดิมทีเขาก็ไม่ชอบชีหยวน แถมยังเป็นคนอารมณ์ร้อนอีก เมื่อครู่นี้คงตั้งใจที่จะหาเรื่องชีหยวนอย่างแน่นอน

แต่ชีหยวนหลบหลีกได้ จึงไม่อาจพูดได้ว่าเป็นความผิดของชีหยวน

คงไม่อาจยืนอยู่ที่เดิมรอให้ถูกตีหรอกกระมัง?

เขาสีหน้าถมึงทึงและตำหนิชีอวิ๋นถิง “คำพูดของข้า เจ้าไม่เก็บมาใส่ใจสักนิดเลยใช่หรือไม่?!”

นางหวังเหลือบมองชีหยวนด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน และส่งสัญญาณให้ชีหยวนเอ่ยออกมาเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์

ทั้งครอบครัวทะเลาะเบาะแว้งจนคล้ายกับเป็นศัตรูกันเช่นนี้ ใช้ได้เสียที่ไหน?

ชีหยวนแค่ทำเป็นมองไม่เห็นเท่านั้น

นางไม่ได้โง่เขลาขนาดที่จะไปเอาอกเอาใจคนที่ไม่สนใจตนเอง

ชีอวิ๋นถิงน้อยใจจนอยากจะตาย “ท่านพ่อ นางอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงที่ใดกัน? ตอนที่นางดึงข้า แรงเยอะมากเลยนะขอรับ!”

เขาถูกชีหยวนดึงจนล้มลงไปต่างหากเล่า!

“หุบปาก!” ชีเจิ้นอึดอัดใจ “เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก!”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
Jocky Tagool
สะใจ แรงมาก็แรงไปจ้า
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 805

    ชีหยวนรับรู้ได้นางขมวดคิ้ว ถอนมือกลับมา กล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “ก็แค่เรื่องเล็กน้อย มิใช่เรื่องใหญ่อันใด อีกไม่กี่วันก็คงหายเอง”แท้จริงนางคิดเช่นนี้เอง ไม่ว่าบาดแผลจะหนักหนาเพียงใด นางกลับเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกไม่กี่วันก็คงหายไล่เฉิงหลงพลันโกรธขึ้นมาเล็กน้อยทว่าเขาย่อมรู้ดีว่าโทสะนี้หาใช่มีเหตุผลอันใดไม่คุณหนูใหญ่ชีเป็นอะไรกับเขากัน?หากจะนับให้ชัด ก็เพียงสหายร่วมงาน เป็นผู้มีพระคุณแต่ทว่า หัวใจเขากลับมิยอมเชื่อฟังคำสั่งตนเองตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่เขาเริ่มมีใจต่อคุณหนูใหญ่ชี?ไล่เฉิงหลงครุ่นคิดเนิ่นนาน แต่ก็หานึกไม่ออกว่าคือเวลาใดแน่ชัดทว่า มีอยู่ค่ำคืนหนึ่งที่เขาจำได้อย่างชัดแจ้งคืนที่ชีหยวนออกไปสังหารองค์หญิงเป่าหรงทั้ง ๆ ที่เขาสะสางเรื่องของชินอ๋องหวยเหลียงเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็ยังเจตนาอ้อมไปยังหน้าผา ทอดมองผนังภูเขาสูงชัน และไม้เลื้อยกับต้นเถาวัลย์เหล่านั้น แล้วก็ยืนเหม่อลอยอยู่เนิ่นนานชั่วขณะนั้น ทั้งที่เขามองไม่เห็นแม้เพียงเงาร่างของชีหยวน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีหยวนปีนขึ้นไปแล้วหรือไม่แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขารู้สึกว่าเพียงยืนรออยู่เบื้องล่าง คอยรออยู่ชั่วขณะ ก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 804

    สวี่เฟิ่งเชี่ยวอยู่ด้านล่างโกรธจนกระทืบเท้า จะไล่ตามไปโดยสัญชาตญาณทว่าพอเพิ่งจะลงมาถึงข้างล่าง ชีหยวนก็หันกายกลับพลันพุ่งตัวโถมลงมาอย่างแรง กดทับสวี่เฟิ่งเชี่ยวล้มกระแทกลงกับพื้น ตัวนางกดร่างของสวี่เฟิ่งเชี่ยวไว้แน่นหนาสวี่เฟิ่งเชี่ยวถึงกับตะลึงงันไป เผลอหลุดคำด่าออกมา “เจ้าคนชั่ว! เจ้าคนหลอกลวง! เจ้านี่เหมือนที่ท่านอ๋องกล่าวไว้ไม่มีผิด ปากไม่เคยพูดความจริงเลยสักคำ!”ครั้งนี้ชีหยวนไม่ตอบโต้สักคำ ไม่พูดพร่ำทำเพลงฟาดฝ่ามือลงไปฉาดใหญ่ทันที จนหูของสวี่เฟิ่งเชี่ยวอื้ออึงขึ้นมาในบัดดลโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชีหยวนฟาดฝ่ามือที่สองลงไปอีกจากนั้น ไม่รอให้สวี่เฟิ่งเชี่ยวได้ตั้งตัวเปล่งเสียงด่าออกมา ก็ตามติดด้วยฉาดที่สาม และต่อด้วยฉาดที่สี่……ตบไม่หยุดจนสองแก้มของสวี่เฟิ่งเชี่ยวบวมพองประหนึ่งหัวหมู พูดเป็นประโยคเต็ม ๆ สักคำก็มิอาจเปล่งออกมาได้ชีหยวนจึงเอ่ยเสียงเย็น “ข้าชิงชังผู้อื่นมาตบหน้าข้าเป็นที่สุด”ครั้งหนึ่งในอดีต ตอนที่นางอยู่ในค่ายฝึกหน่วยกล้าตาย รุ่นพี่ที่สอนนางในตอนนั้น มักจะชอบตบหน้าผู้อื่นทำท่าท่าไม่คล่องแคล่ว ปฏิบัติภารกิจพลาด ก็ต้องถูกตบหน้าตอนนั้นนางไม่เคยแม้แต่จะคิด

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 803

    แส้ของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลม ครั้นเมื่อชีหยวนเอื้อมมือคว้าจับ ก็พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงพุ่งแล่นเข้ามาโดยปกติแล้ว นางเป็นผู้ที่มีอดทนต่อความเจ็บปวดได้เป็นพิเศษ ทว่าครั้งนี้ แม้แต่ตัวนางเองยังเกือบกลั้นไม่อยู่เฉียดจะอุทานร้องออกมาทว่านางก็ยังกัดฟันข่มทนไว้ได้ ผลักสวี่เฟิ่งเชี่ยวกระแทกเข้ากับผนังเขาอย่างแรงชีฉางถิงก็พลันคลานออกไปได้สำเร็จในที่สุดชีหยวนจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ยังไม่ทันจะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ สวี่เฟิ่งเชี่ยวก็หัวเราะเย็นอย่างเหี้ยมเกรียมใส่ชีหยวน “คำร่ำลือในยุทธภพ ต่างพูดกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลชี เป็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่ว่าต่อผู้ใดก็เย็นชาเฉยเมยไปเสียหมด บัดนี้ดูไปแล้ว คำร่ำลือนั้นก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสียทั้งหมดนะ?”นางพลิกมือกลับบิดข้อศอกของชีหยวน พลันออกแรง ผลักกลับอย่างฉับพลัน พลันทำให้ชีหยวนถูกกดเข้ากับผนังหน้าผาแทน จ้องมองเลือดในฝ่ามือของชีหยวนแล้วหรี่ตาลง “จุ๊ ๆ ๆ เพียงเพื่อน้องชาย เจ้ากลับยอมสละได้ถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านอ๋องถึงเอ่ยว่าเจ้านั้นไร้หัวใจไร้ธรรมเล่า?”“ท่านอ๋อง?”ชีหยวนแค่นหัวเราะออกมา “ใช่แล้วสิ เหตุใดท่านอ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 802

    ความสามารถทั้งปวงของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้น ล้วนเรียนติดมาจากสวี่ไห่และตงอิ๋งเรียกได้ว่า นางเติบโตขึ้นท่ามกลางกองซากศพตั้งแต่เยาว์วัยด้วยเหตุนี้ นางจึงมิได้ให้เกียรติแก่ชีวิตใด ๆ เลย มองข้ามไปอย่างสิ้นเชิงช่างเป็นผู้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาจริงๆชีหยวนเคยปะทะกับนางมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นองค์หญิงเป่าหรงถูกกักขังแล้ว สวี่เฟิ่งเชี่ยวกับองค์หญิงเป่าหรงสนิทชิดใกล้ นางจึงมาหาเรื่องชีหยวนเพื่อองค์หญิงเป่าหรงนางกดบ่าของชีหยวน แล้วผลักนางลงมาจากหอคอยสูงเจ็ดชั้นโชคดีที่ชีหยวนตอบสนองรวดเร็ว ยึดกิ่งไม้ของต้นไม้โบราณที่ข้าง ๆ ได้ทัน จึงพอชะลอแรงตกลงมาได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตคงสิ้นไปแล้วหากว่ากันตามจริง ความสามารถของสวี่เฟิ่งเชี่ยวหาได้ด้อยกว่านางไม่เลยแต่ชีหยวนกลับมิได้กังวล เพียงเอ่ยอุทานเอะใจ “เหตุใดฮองเฮาแห่งท้องทะเลเช่นเจ้า ถึงได้มาที่เมืองหลวงได้ แล้วยังปลอมปนเข้ามาเป็นสตรีในตระกูลเฝิง กลายเป็นคุณหนูเฝิงไปเสียได้?”สายตาที่สวี่เฟิ่งเชี่ยวมองชีหยวนนั้น ตั้งแต่วินาทีแรกก็ผิดแปลกไปแล้วสตรีผู้นี้กลับรู้จักตนและดูเหมือนจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนอย่างถ่องแท้นางวางมือไว้ตรงเอวราวไม่ใส่ใจ พลา

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 801

    ชีฉางถิงถึงกับตะลึงงันเขามั่นใจคิดไปเองว่า วันนี้เพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ออกมาดูตัว ออกมาพบหญิงสาวที่อาจเป็นภรรยาในอนาคตของตนแต่ไม่คาดคิดเลยว่า สิ่งที่ต้อนรับเขา กลับไม่ใช่ท่าทีความอ่อนโยนหรือความเอียงอายของหญิงสาว หากแต่เป็นคมดาบอันวาววับเย็นเยียบเขาอย่างไรเสียก็เป็นคนเกิดในตระกูลแม่ทัพ ขณะที่ตนเองแม้ตั้งใจเล่าเรียนเพื่อเตรียมสอบบัณฑิต แต่ทักษะการฝึกกายให้แข็งแรงก็ยังได้ฝึกมาอยู่บ้าง ทันใดนั้นจึงง้างขาเตะออกไปเต็มแรงช่องทางแคบเพียงเส้นเดียวนี้ เกินกว่าจะเคลื่อนไหวได้ถนัดจริง ๆชีฉางถิงถอยร่นไม่หยุด เท้ายกเตะถีบต่อเนื่องไม่ขาด เฝิงไฉ่อินตัวปลอมกลับไม่อาจลงมือได้ในทันใด จึงโกรธเกรี้ยวตวาดว่า “เจ้าหาเรื่องตายงั้นหรือ!”เอ่ยพลางควักเอาลูกดอกจากเอว กระโจนขว้างไปยังชีฉางถิงอย่างแรงที่ตรงนั้นคับแคบยิ่งนัก ชีฉางถิงไม่มีทางหลบพ้น ลูกดอกปักเข้าที่บ่าของเขาเต็ม ๆ เจ็บจนร้องลั่นออกมาเสียงหนึ่ง ล้มตัวลงนั่งกองกับพื้น“เตะสิ ทำไมไม่เตะต่อเล่า?” ‘เฝิงไฉ่อิน’ สีหน้าเย็นเยียบ เอียงศีรษะย่อตัวลง คว้าจับปกเสื้อชีฉางถิง แล้วชกหมัดหนึ่งเข้าที่จมูกของชีฉางถิงชีฉางถิงเลือดกำเดาทะลักออ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 800

    จะมีหนทางใดในการล้างแค้นตระกูลชีเล่า ทำให้การแต่งงานครั้งนี้ล้มไม่เป็นท่าหรือ?ชีหยวนคือนักฆ่า ดังนั้นนางจึงพิจารณาปัญหาจากมุมของนักฆ่า แล้วก็พลันเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ เร่งฝีเท้าไปยังหลังเขาเฝิงอวี้จางก็กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับนายท่านรองชีเขาเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ใครจะคิดเล่า ว่าตระกูลเราจะได้มาดองกันเช่นนี้? นี่ช่างเป็นวาสนาแท้ ๆ!”แต่นายท่านรองชีกลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่ลึก ๆ เพราะยังมิได้ตกลงกันแท้จริง จะกล้าพูดว่าเป็นดองแล้วได้อย่างไร?เขาส่ายหน้าเล็กน้อย เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “สุดท้ายก็ยังต้องดูว่าเด็ก ๆ จะชอบพอกันหรือไม่ เพราะการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต หาใช่เรื่องจะสะเพร่าได้”เวลานี้คนตระกูลชีกล่าวว่าอย่างไรก็ย่อมเป็นไปตามนั้นเฝิงอวี้จางย่อมไม่โต้เถียง เพียงยิ้มรับคำ แต่ในใจกลับวางใจลงไปมากต่างกับไฉ่เวย ไฉ่อินผู้นี้เป็นเด็กสาวที่ไม่เหมือนใครจริง ๆนางชอบอ่านตำรา และยังชอบทำความดีช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่เล็ก ๆ เห็นน้องชายหรือน้องสาวถูกรังแก ก็มักออกหน้าปกป้องพวกเขาเสมอเด็กสาวเช่นนี้ เขามั่นใจว่าชีฉางถิงต้องชอบเป็นแน่ขณะนั้นเอง ชีฉางถิงกลับยืนเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะวางมือไว้

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 703

    เซียวจิ่งจาวไม่อยากคุยกับเฝิงไฉ่เวยต่อเขาเพียงแค่ขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ “เจ้าชวนข้าออกมาเพื่ออะไรกันแน่?”“ไม่ได้ทำอะไร ก็แค่เพราะหากท่านอ๋องไม่ได้นัดข้า ข้าก็ยากจะออกมาได้” เฝิงไฉ่เวยมองเขาอย่างเฉยชา “ตอนนี้ท่านอ๋องไปได้แล้ว”ผู้หญิงคนนี้!เซียวจิ่งจาวแทบอดทนไม่ไหว “เจ้าคิดจะทำอะไรแน่?”เฝิงไฉ่

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 704

    จนกระทั่งเซียวจิ่งจาวปล่อยมือออก เฝิงไฉ่เวยจึงไออย่างหนักแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่ถอยสักก้าวจะกลัวอะไร?นางไม่อยากทนถูกรังแกอีกแล้วสิ่งที่ชีหยวนทำได้ นางก็ทำได้เช่นกันแต่นางยังไม่ทันที่จะเอ่ยวาจาเชือดเฉือนใส่เซียวจิ่งจาวออกมาอีก ประตูก็ถูกเคาะเบา ๆ สาวใช้ที่อยู่ข้างนอกเรียกนางเสียงแผ่วเฝิง

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 705

    ในฐานะที่เป็นเชื้อพระวงศ์ เซียวจิ่งจาวย่อมจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใครนั่นก็คือเถียนเป่าซื่อ หลานชายของไทเฮาเถียน!และยังเป็นคุณชายน้อยจากตระกูลของเฉิงเอินกง ผู้เคยกดจวนฉู่กั๋วกงไว้แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าตระกูลเถียนรักและทะนุถนอมลูกชายคนเล็กคนนี้เพียงใดไม่รู้เป็นเพราะฮวงจุ้ยไม่ดีหรืออย่างไร

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 714

    ท่านโหวผู้เฒ่าชีมีสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคืองฮูหยินผู้เฒ่าชีฮึดฮัด “หูของอวิ๋นจื่อถูกตีจนบวม ปากก็มีเลือดซิบออกมา เวลานี้ทั้งหน้าก็ยังไม่หายบวม ส่วนเจียหล่างก็ถูกข่มขวัญจนหวาดกลัวมิใช่น้อย!”นางโกรธจนแทบควบคุมไม่อยู่ ครั้นได้ยินข่าววันนี้ โมโหจนปวดท้องไม่หยุดครั้นพบหน้าท่านโหวผู้เฒ่าชี นางก็ส

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status