Share

บทที่ 8

Author: ฉินอันอัน
สวี่อินอินค่อยๆ เงยศีรษะขึ้น

แสงอาทิตย์ส่องสว่างบาดตายิ่งนัก ตรงที่ไกลออกไปคนผู้หนึ่งกำลังควบอาชาสูงใหญ่ พร้อมนำคนกลุ่มหนึ่งทะยานเข้ามาด้วยความรวดเร็ว และหยุดตรงเบื้องหน้าสวี่อินอิน

ประชาชนไม่ต่อสู้ขุนนาง ถึงแม้กลุ่มชาวบ้านที่เข้ามามุงดูความครึกครื้นเหล่านั้นจะชมเหตุการณ์อย่างเพลิดเพลินได้อรรถรสอยู่ในตอนแรก แต่เมื่อมองเห็นท่านโหวซึ่งสวมชุดเกราะ ห้ออาชาศึกที่ตัวสูงใหญ่กว่าคนเข้ามา ฝูงชนต่างพร้อมใจกันแหวกทางให้ทันที

ชีเจิ้นปรายสายตามองลงไปยังจุดที่ต่ำกว่า ประเมินดรุณีที่เนื้อตัวเปียกโชกคนนั้นซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไปอย่างละเอียดถี่ถ้วน

หลังผ่านไปครู่หนึ่ง ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก็ถามด้วยเสียงเรียบเฉยว่า “เป็นเจ้าเองหรือที่เข้ามาฟ้องร้องต่อทางการ?”

เขาหันหลังให้ดวงอาทิตย์ และเป็นสวี่อินอินที่เผชิญหน้ากับแสงอาทิตย์โดยตรง เพียงเสี้ยวขณะเดียวก็ถูกแสงอาทิตย์เจิดจ้าร้อนแรงส่องทะลุเข้าตาจนลืมไม่ขึ้น

ทั้งที่มองไปแล้วดูบอบบางอ่อนแอ มิหนำซ้ำบนดวงหน้ายังเปรอะดินโคลนสกปรก มิอาจเทียบทาริกาจากตระกูลเศรษฐีผู้รากมากดีได้เลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าชีเจิ้นมองปราดเดียวกลับเห็นแผ่นหลังตั้งตรงของนางได้ทันที

สวี่อินอินยังมิทันเอ่ยวาจา อวิ๋นเชวี่ยที่ไม่ชอบหน้าสวี่อินอินอย่างถึงที่สุดก็ชิงเข้าไปคุกเข่าลงฟุ่บต่อเบื้องหน้าชีเจิ้นก่อนทันที

ม้าของชีเจิ้นตกใจ ฉับพลันทันใดนั้นก็ยกขาหน้าขึ้นสูง

อวิ๋นเชวี่ยตกใจจนหน้าซีดเผือด

เคราะห์ดีที่ชีเจิ้นรั้งเชือกบังเหียนไว้ได้อย่างคล่องแคล่วหมดจด ม้าจึงไม่เหยียบอวิ๋นเชวี่ย

อวิ๋นเชวี่ยคุกเข่าบนพื้นด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ชี้สวี่อินอินด้วยโทสะสุดขีดและโขกศีรษะต่อชีเจิ้นว่า “ท่านโหวเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพวกบ่าวเลยเจ้าค่ะ ดึงดันจะเข้ามาฟ้องทางการท่าเดียว! พวกบ่าวเองก็จนปัญญาแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ…”

อวิ๋นเชวี่ยเป็นบ่าวรับใช้ซึ่งเกิดในจวนโหว มีหรือจะไม่ทราบอุปนิสัยของเจ้านายในเรือน?

สิ่งที่ท่านโหวให้ความสำคัญมาตลอดชั่วชีวิตก็คือศักดิ์ศรีของจวนโหว เขาไม่มีวันปล่อยเด็กสาวที่โง่เขลาและไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ไปเด็ดขาด!

อวิ๋นเชวี่ยเงยหน้าขึ้น สายตาบังเอิญปะทะกับสวี่อินอินที่อยู่อีกด้านหนึ่งพอดี

แต่เดิมคิดว่า สวี่อินอินจะต้องอ้อนวอนร้องขอความเมตตาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึงสุดขีดแน่ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องตัวสั่นสะท้านบ้าง

แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เด็กสาวคนนี้ ทั้งที่ชีวิตได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างสาหัสเพียงนี้ แม้พบหน้าบิดาผู้ให้กำเนิดตนเองแล้ว แต่นางกลับไม่ซาบซึ้งตื้นตัน ไม่แม้กระทั่งแสดงความรู้สึกใดออกมาด้วยซ้ำไป

อวิ๋นเชวี่ยเบิกตากว้าง เสี้ยวพริบตาเดียวนั้นคล้ายว่าคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

แต่กระนั้นก็ไม่ทันแล้ว เพราะชีเจิ้นได้ตวัดแส้ม้าขึ้น และเฆี่ยนอย่างทารุณบนร่างกายของนางแล้ว

อวิ๋นเชวี่ยถูกเฆี่ยนด้วยแส้ม้า ผืนอาภรณ์บนแผ่นหลังพลันขาดวิ่นเป็นแนวยาว นางแผดเสียงโหยหวนออกมาทันใด ดิ้นทุรนทุรายไปมาบนพื้น

ชีเจิ้นกวาดสายตามองปราดหนึ่ง แม่ทัพในตระกูลที่ตามหลังเขามาด้วยนั้นก็พลิกตัวลงมาจากหลังอาชา และจัดการลากตัวอวิ๋นเชวี่ยออกไปทันที

ก่อนจะถูกลากออกไป อวิ๋นเชวี่ยเจ็บจนเหงื่อกาฬไหลชุ่มโชก เสี้ยวขณะของแสงอสนีบาตและประกายไฟ นางมองเห็นสายตาของสวี่อินอิน

สายตาคู่นั้นนิ่งสงบไร้เกลียวคลื่น ราวกับบ่อน้ำเก่าคร่ำครึอันไร้ซึ่งระลอกคลื่น

และในเสี้ยวขณะเดียวกันนี้เอง สวี่อินอินเลื่อนมือขึ้นทำท่าปาดลำคอให้อวิ๋นเชวี่ยเห็นช้าๆ

นางเคยสาบานกับตนเอง ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากให้นางตาย จะต้องตายเร็วกว่านาง

คนอย่างนาง พูดคำไหนคำนั้นมาตลอด

แสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องอย่างแรงกล้าจนผู้คนลืมตาไม่ขึ้น ชีเจิ้นเหลือบสายตามองศพของแม่นมฮวาที่อยู่ด้านข้าง

บรรดาบ่าวรับใช้คนอื่นที่เหลือ ตกใจกลัวแส้นั้นของชีเจิ้นจนเหงื่อกาฬท่วมแผ่นหลังอยู่ต่างกุลีกุจอเข้ามายกร่างไร้วิญญาณของแม่นมฮวาออกไป

ตอนนี้เองชีเจิ้นค่อยผินศีรษะมองสวี่อินอิน “เจ้าเองหรือที่เข้ามาฟ้องทางการ?”

บัดนี้คนที่จวนโหวนำมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนก็เริ่มขับไล่กลุ่มชาวบ้านที่มุงเหตุการณ์อยู่ออกไปแล้ว

เหล่าชาวบ้านแม้จะเสียดายความครึกครื้นนี้ กระนั้นแล้วก็ไม่กล้าล่วงเกินผู้มีอำนาจเหนือกว่า ทันใดนั้นบริเวณศาลาว่าการแห่งนี้ก็เหลือเพียงชีเจิ้นแล้ว

เขาประเมินสวี่อินอินอย่างเงียบเชียบไม่ส่งเสียง ทว่าภายในใจกลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยมีความรู้สึกใดกับเด็กสาวตรงหน้าคนนี้แม้แต่น้อย

เขามีบุตรตั้งกี่คนแล้ว และหนึ่งในนั้นก็มีคนที่ทำให้เขารู้สึกใจอ่อนได้มากที่สุดอยู่แล้ว นั่นก็คือชีจิ่น

ชีจิ่นอ่อนโยนและใจดี ฉลาดเฉลียวรู้ความและมีความกตัญญู ครั้นถึงวัยสิบสองปีก็ถูกคัดเลือกให้เข้าวังเป็นสหายร่วมเรียนขององค์หญิงแล้ว

หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ชีจิ่นคงได้เป็นหนึ่งคนที่มีอนาคตยาวไกลที่สุดในบรรดาบุตรีสกุลชีแล้ว

แต่เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

เหตุการณ์นอกเหนือความคาดหมายที่ว่านี้ก็คือสวี่อินอิน

ตอนแรกสุดที่สืบรู้ภูมิหลังของสวี่อินอิน คนทั้งจวนโหวล้วนมืดแปดด้าน

นับแต่ท่านโหวผู้เฒ่าไปจนถึงนางหวังมารดาผู้ให้กำเนิดสวี่อินอิน ล้วนแต่สิ้นหวังกับสวี่อินอินทั้งสิ้น

ชีอวิ๋นถิงยังถึงขั้นเสนอแนะอย่างตรงไปตรงมาให้ส่งสวี่อินอินไปใช้ชีวิตที่ชนบท

และเป็นเพราะจุดนี้เอง ทำให้ชีเจิ้นรู้สึกสะท้อนใจขึ้นมา

ถึงอย่างไร หากพูดกันในแง่ของความรู้สึกแล้ว ชีจิ่นที่พวกเขาเลี้ยงดูประคบประหงมมาหลายสิบปีก็มีความผูกพันให้กันมากจนยากเกินทำใจตัดขาด

และหากจะพูดในแง่ของผลประโยชน์ ชีจิ่นก็เป็นตัวแทนของคุณหนูใหญ่เป็นหน้าเป็นตาในวงสังคมชนสูงศักดิ์ให้จวนหย่งผิงโหวมานานหลายปีแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์กับเหล่าองค์ชายและองค์หญิงทุกพระองค์ในราชสำนักเองก็ไม่เลวด้วย

เปรียบเทียบกันแล้ว สวี่อินอินมีอะไรบ้าง?

ที่ถูกทอดทิ้งก็เป็นชะตากรรมของนาง

ความจริงต่อให้รับสวี่อินอินกลับไปแล้ว ตำแหน่งของนางก็มิอาจสำคัญไปกว่าชีจิ่น

ชีเจิ้นมองบุตรีที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งรู้สึกเสียดายขึ้นมา

น่าเสียดายจริงๆ กล้าฟ้องร้องต่อทางการกล้าได้กล้าเสีย แม้ยามที่ต้องเผชิญกับบ่าวรับใช้เจ้าเล่ห์กลับกลอกก็รู้จักปกป้องตนเอง หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญก็สามารถประคองตนเองให้มั่นคงได้

แม้กระทั่งในยามนี้เมื่อได้เห็นหน้าบิดาที่ไม่เคยพบกันมาก่อนของตนเองแล้ว ก็ยังข่มอารมณ์ให้นิ่งสุขุม สันหลังเหยียดตรงได้

อุปนิสัยเช่นนี้ คล้ายคลึงกับเขาในตอนหนุ่มอย่างน่าเหลือเชื่อ

หรือว่า สิ่งนี้จะเป็นความผูกพันทางสายโลหิต?

สวี่อินอินผงกศีรษะ ยอมรับอย่างกล้าหาญ “ใช่”

ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยดินโคลน บัดนี้แห้งจนจับตัวเป็นแผ่นไปเสียแล้ว เลอะเทอะมอมแมมจนมองคิ้วคางเครื่องหน้าไม่ถนัด

มีเพียงดวงตาคู่นั้นของนาง ที่ดูสว่างเป็นประกายอย่างน่าประหลาด

ในใจชีเจิ้นพลันรู้สึกสั่นไหว จึงเอ่ยถามค่อยๆ ว่า “เป็นเพราะเหตุใดเล่า? หรือแม่นมมิได้สั่งสอนให้เจ้ารู้ประเพณี? เจ้ามิทราบหรือว่า สำหรับดรุณีในตระกูลสูงศักดิ์ การรักษาชื่อเสียงของตระกูลนั้นสำคัญกว่าเรื่องใดทั้งปวง?”

คำถามนี้ทำให้ผู้คนตกใจกลัวถึงขีดสุด

ทว่าสวี่อินอินกลับยังคงนิ่งเฉยไม่ทุกข์ร้อน นางเงยศีรษะขึ้นจ้องมองชีเจิ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังแค่นเสียงหัวเราะออกมาและเอ่ยปากตอบกลับว่า “ไม่มี พวกนางมาด้วยจุดประสงค์เดียว นั่นคืออยากสังหารข้า”

สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านเข้ามา ทำสวี่อินอินจามออกมาหนึ่งที

แต่กระนั้นนางยังคงไม่แยแสเช่นเดิม ไม่หลบซ่อนหลีกหนี เพียงแต่เอ่ยอย่างเยือกเย็นออกมาว่า “บ่าวคนเดียวยังกล้าสังหารข้า ข้าไม่เชื่อใจผู้ใดเด็ดขาด เพราะฉะนั้น ข้าจำต้องมาฟ้องทางการก่อนเพื่อปกป้องตนเอง อย่างน้อยต้องให้ได้ความปลอดภัยก่อน ถึงจะสามารถเรียนรู้ธรรมเนียมประเพณีของพวกท่านได้”

ความจริงที่พูดมาก็ไม่ผิดแม้แต่น้อย

ชีเจิ้นเองก็รู้สึกพอใจกับการแสดงออกของสวี่อินอินมากเช่นกัน

ถึงอย่างไรเมื่อเทียบกับคนไร้ประโยชน์ที่รู้จักแต่เลี้ยงสุกรผ่าไม้ฟืนสักคนหนึ่งแล้ว แม้นางจะไม่รู้จักธรรมเนียมประเพณี แต่กลับตอบโต้ได้รวดเร็วและรู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ได้อย่างดี นั่นก็อยู่นอกเหนือการคาดคะเนของเขาไปไกลมากแล้ว

เพียงแต่…

ยังมีบางสิ่งที่ดูจะผิดแปลกไป ตอนที่สวี่อินอินประจันหน้ากับเขา ไม่มีความเคารพและความสนิทสนมใกล้ชิดที่บุตรสาวพึงมีต่อบิดาแม้แต่น้อย

ในตอนที่ชีจิ่นอยู่ต่อหน้าเขา ไม่เคยปรากฏท่าทีเช่นนี้มาก่อน

เขากระแอมเสียงหนึ่งออกมาอย่างเยือกเย็น “ปากคอเราะราย ไร้การอบรมสั่งสอน!”

สวี่อินอินมิได้รู้สึกแปลกใจกับการโต้ตอบของเขาแม้แต่น้อย

พวกคนที่เรียกว่าญาติทางสายเลือดกลุ่มนี้ ไม่เคยรักไม่เคยทะนุถนอมนาง ไม่เคยนับนางเป็นญาติมาจนถึงตอนนี้

ที่มากไปกว่านั้น คือการตัดสินคุณค่านางเหมือนสิ่งของ

เมื่อนางมีประโยชน์ ต่อให้ไร้ซึ่งความผูกพัน ตระกูลชีก็จะให้ข้าวให้ที่นอนกับนาง

แต่หากว่านางไร้ประโยชน์แล้ว ต่อให้นางจะควักหัวใจควักปอดให้ไป คนเหล่านั้นก็มีแต่จะรู้สึกว่าเลือดเนื้อของนางเหม็นคาวไร้คุณค่า

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไยจะต้องแสร้งว่าเลือดเนื้อลึกซึ้งแน่นแฟ้นกันด้วยเล่า?

นางกำลังจะเอ่ยวาจา ทว่ากลับมีเสียงคุ้นหูระลอกหนึ่งแว่วดังมาจากที่ไกลๆ “หย่งผิงโหว?”

ชีเจิ้นผินศีรษะกลับไปทันใด กระทั่งมองเห็นผู้มาใหม่ พริบตาเดียวก็สำรวมความดุดันน่าเกรงขามก่อนหน้าไปทันที รีบร้อนลงจากหลังอาชาและค้อมกายทำความเคารพ “ใต้เท้า!”

สวี่อินอินหันขวับ ก็ปะทะกับสายตาอันคุ้นเคยคู่นั้นเข้าพอดี

เซียวอวิ๋นถิงเลิกคิ้ว กระทั่งเห็นดวงตาของสวี่อินอินชัดเจนแล้ว ก็หันบอกให้ชีเจิ้นมิต้องมากพิธีโดยที่ไม่เปลี่ยนสีหน้า “ท่านโหวมิต้องมากพิธี จริงสิ ท่านโหวเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่หรือ?”

ชีเจิ้นกระแอมกระไอออกมาอย่างประหม่าเล็กน้อย “กระหม่อม กระหม่อมมารับบุตรีกลับเรือนพ่ะย่ะค่ะ”

 
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (2)
goodnovel comment avatar
Sam Sung
พระเอกมาช่วยแล้ว
goodnovel comment avatar
Jocky Tagool
ครอบครัวเห็นขี้ดีกว่าไส้ อย่าไปอยู่กับพวกมันค่ะ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 805

    ชีหยวนรับรู้ได้นางขมวดคิ้ว ถอนมือกลับมา กล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า “ก็แค่เรื่องเล็กน้อย มิใช่เรื่องใหญ่อันใด อีกไม่กี่วันก็คงหายเอง”แท้จริงนางคิดเช่นนี้เอง ไม่ว่าบาดแผลจะหนักหนาเพียงใด นางกลับเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกไม่กี่วันก็คงหายไล่เฉิงหลงพลันโกรธขึ้นมาเล็กน้อยทว่าเขาย่อมรู้ดีว่าโทสะนี้หาใช่มีเหตุผลอันใดไม่คุณหนูใหญ่ชีเป็นอะไรกับเขากัน?หากจะนับให้ชัด ก็เพียงสหายร่วมงาน เป็นผู้มีพระคุณแต่ทว่า หัวใจเขากลับมิยอมเชื่อฟังคำสั่งตนเองตั้งแต่เมื่อใดกัน ที่เขาเริ่มมีใจต่อคุณหนูใหญ่ชี?ไล่เฉิงหลงครุ่นคิดเนิ่นนาน แต่ก็หานึกไม่ออกว่าคือเวลาใดแน่ชัดทว่า มีอยู่ค่ำคืนหนึ่งที่เขาจำได้อย่างชัดแจ้งคืนที่ชีหยวนออกไปสังหารองค์หญิงเป่าหรงทั้ง ๆ ที่เขาสะสางเรื่องของชินอ๋องหวยเหลียงเสร็จสิ้นแล้ว แต่ก็ยังเจตนาอ้อมไปยังหน้าผา ทอดมองผนังภูเขาสูงชัน และไม้เลื้อยกับต้นเถาวัลย์เหล่านั้น แล้วก็ยืนเหม่อลอยอยู่เนิ่นนานชั่วขณะนั้น ทั้งที่เขามองไม่เห็นแม้เพียงเงาร่างของชีหยวน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีหยวนปีนขึ้นไปแล้วหรือไม่แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขารู้สึกว่าเพียงยืนรออยู่เบื้องล่าง คอยรออยู่ชั่วขณะ ก

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 804

    สวี่เฟิ่งเชี่ยวอยู่ด้านล่างโกรธจนกระทืบเท้า จะไล่ตามไปโดยสัญชาตญาณทว่าพอเพิ่งจะลงมาถึงข้างล่าง ชีหยวนก็หันกายกลับพลันพุ่งตัวโถมลงมาอย่างแรง กดทับสวี่เฟิ่งเชี่ยวล้มกระแทกลงกับพื้น ตัวนางกดร่างของสวี่เฟิ่งเชี่ยวไว้แน่นหนาสวี่เฟิ่งเชี่ยวถึงกับตะลึงงันไป เผลอหลุดคำด่าออกมา “เจ้าคนชั่ว! เจ้าคนหลอกลวง! เจ้านี่เหมือนที่ท่านอ๋องกล่าวไว้ไม่มีผิด ปากไม่เคยพูดความจริงเลยสักคำ!”ครั้งนี้ชีหยวนไม่ตอบโต้สักคำ ไม่พูดพร่ำทำเพลงฟาดฝ่ามือลงไปฉาดใหญ่ทันที จนหูของสวี่เฟิ่งเชี่ยวอื้ออึงขึ้นมาในบัดดลโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ชีหยวนฟาดฝ่ามือที่สองลงไปอีกจากนั้น ไม่รอให้สวี่เฟิ่งเชี่ยวได้ตั้งตัวเปล่งเสียงด่าออกมา ก็ตามติดด้วยฉาดที่สาม และต่อด้วยฉาดที่สี่……ตบไม่หยุดจนสองแก้มของสวี่เฟิ่งเชี่ยวบวมพองประหนึ่งหัวหมู พูดเป็นประโยคเต็ม ๆ สักคำก็มิอาจเปล่งออกมาได้ชีหยวนจึงเอ่ยเสียงเย็น “ข้าชิงชังผู้อื่นมาตบหน้าข้าเป็นที่สุด”ครั้งหนึ่งในอดีต ตอนที่นางอยู่ในค่ายฝึกหน่วยกล้าตาย รุ่นพี่ที่สอนนางในตอนนั้น มักจะชอบตบหน้าผู้อื่นทำท่าท่าไม่คล่องแคล่ว ปฏิบัติภารกิจพลาด ก็ต้องถูกตบหน้าตอนนั้นนางไม่เคยแม้แต่จะคิด

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 803

    แส้ของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้นเต็มไปด้วยหนามแหลม ครั้นเมื่อชีหยวนเอื้อมมือคว้าจับ ก็พลันรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงพุ่งแล่นเข้ามาโดยปกติแล้ว นางเป็นผู้ที่มีอดทนต่อความเจ็บปวดได้เป็นพิเศษ ทว่าครั้งนี้ แม้แต่ตัวนางเองยังเกือบกลั้นไม่อยู่เฉียดจะอุทานร้องออกมาทว่านางก็ยังกัดฟันข่มทนไว้ได้ ผลักสวี่เฟิ่งเชี่ยวกระแทกเข้ากับผนังเขาอย่างแรงชีฉางถิงก็พลันคลานออกไปได้สำเร็จในที่สุดชีหยวนจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ยังไม่ทันจะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ สวี่เฟิ่งเชี่ยวก็หัวเราะเย็นอย่างเหี้ยมเกรียมใส่ชีหยวน “คำร่ำลือในยุทธภพ ต่างพูดกันว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลชี เป็นผู้ไร้ซึ่งความรู้สึก ไม่ว่าต่อผู้ใดก็เย็นชาเฉยเมยไปเสียหมด บัดนี้ดูไปแล้ว คำร่ำลือนั้นก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสียทั้งหมดนะ?”นางพลิกมือกลับบิดข้อศอกของชีหยวน พลันออกแรง ผลักกลับอย่างฉับพลัน พลันทำให้ชีหยวนถูกกดเข้ากับผนังหน้าผาแทน จ้องมองเลือดในฝ่ามือของชีหยวนแล้วหรี่ตาลง “จุ๊ ๆ ๆ เพียงเพื่อน้องชาย เจ้ากลับยอมสละได้ถึงเพียงนี้ เหตุใดท่านอ๋องถึงเอ่ยว่าเจ้านั้นไร้หัวใจไร้ธรรมเล่า?”“ท่านอ๋อง?”ชีหยวนแค่นหัวเราะออกมา “ใช่แล้วสิ เหตุใดท่านอ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 802

    ความสามารถทั้งปวงของสวี่เฟิ่งเชี่ยวนั้น ล้วนเรียนติดมาจากสวี่ไห่และตงอิ๋งเรียกได้ว่า นางเติบโตขึ้นท่ามกลางกองซากศพตั้งแต่เยาว์วัยด้วยเหตุนี้ นางจึงมิได้ให้เกียรติแก่ชีวิตใด ๆ เลย มองข้ามไปอย่างสิ้นเชิงช่างเป็นผู้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาจริงๆชีหยวนเคยปะทะกับนางมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นองค์หญิงเป่าหรงถูกกักขังแล้ว สวี่เฟิ่งเชี่ยวกับองค์หญิงเป่าหรงสนิทชิดใกล้ นางจึงมาหาเรื่องชีหยวนเพื่อองค์หญิงเป่าหรงนางกดบ่าของชีหยวน แล้วผลักนางลงมาจากหอคอยสูงเจ็ดชั้นโชคดีที่ชีหยวนตอบสนองรวดเร็ว ยึดกิ่งไม้ของต้นไม้โบราณที่ข้าง ๆ ได้ทัน จึงพอชะลอแรงตกลงมาได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตคงสิ้นไปแล้วหากว่ากันตามจริง ความสามารถของสวี่เฟิ่งเชี่ยวหาได้ด้อยกว่านางไม่เลยแต่ชีหยวนกลับมิได้กังวล เพียงเอ่ยอุทานเอะใจ “เหตุใดฮองเฮาแห่งท้องทะเลเช่นเจ้า ถึงได้มาที่เมืองหลวงได้ แล้วยังปลอมปนเข้ามาเป็นสตรีในตระกูลเฝิง กลายเป็นคุณหนูเฝิงไปเสียได้?”สายตาที่สวี่เฟิ่งเชี่ยวมองชีหยวนนั้น ตั้งแต่วินาทีแรกก็ผิดแปลกไปแล้วสตรีผู้นี้กลับรู้จักตนและดูเหมือนจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตนอย่างถ่องแท้นางวางมือไว้ตรงเอวราวไม่ใส่ใจ พลา

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 801

    ชีฉางถิงถึงกับตะลึงงันเขามั่นใจคิดไปเองว่า วันนี้เพียงแค่เชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ออกมาดูตัว ออกมาพบหญิงสาวที่อาจเป็นภรรยาในอนาคตของตนแต่ไม่คาดคิดเลยว่า สิ่งที่ต้อนรับเขา กลับไม่ใช่ท่าทีความอ่อนโยนหรือความเอียงอายของหญิงสาว หากแต่เป็นคมดาบอันวาววับเย็นเยียบเขาอย่างไรเสียก็เป็นคนเกิดในตระกูลแม่ทัพ ขณะที่ตนเองแม้ตั้งใจเล่าเรียนเพื่อเตรียมสอบบัณฑิต แต่ทักษะการฝึกกายให้แข็งแรงก็ยังได้ฝึกมาอยู่บ้าง ทันใดนั้นจึงง้างขาเตะออกไปเต็มแรงช่องทางแคบเพียงเส้นเดียวนี้ เกินกว่าจะเคลื่อนไหวได้ถนัดจริง ๆชีฉางถิงถอยร่นไม่หยุด เท้ายกเตะถีบต่อเนื่องไม่ขาด เฝิงไฉ่อินตัวปลอมกลับไม่อาจลงมือได้ในทันใด จึงโกรธเกรี้ยวตวาดว่า “เจ้าหาเรื่องตายงั้นหรือ!”เอ่ยพลางควักเอาลูกดอกจากเอว กระโจนขว้างไปยังชีฉางถิงอย่างแรงที่ตรงนั้นคับแคบยิ่งนัก ชีฉางถิงไม่มีทางหลบพ้น ลูกดอกปักเข้าที่บ่าของเขาเต็ม ๆ เจ็บจนร้องลั่นออกมาเสียงหนึ่ง ล้มตัวลงนั่งกองกับพื้น“เตะสิ ทำไมไม่เตะต่อเล่า?” ‘เฝิงไฉ่อิน’ สีหน้าเย็นเยียบ เอียงศีรษะย่อตัวลง คว้าจับปกเสื้อชีฉางถิง แล้วชกหมัดหนึ่งเข้าที่จมูกของชีฉางถิงชีฉางถิงเลือดกำเดาทะลักออ

  • ยอดหญิงในเงามาร   บทที่ 800

    จะมีหนทางใดในการล้างแค้นตระกูลชีเล่า ทำให้การแต่งงานครั้งนี้ล้มไม่เป็นท่าหรือ?ชีหยวนคือนักฆ่า ดังนั้นนางจึงพิจารณาปัญหาจากมุมของนักฆ่า แล้วก็พลันเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ เร่งฝีเท้าไปยังหลังเขาเฝิงอวี้จางก็กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับนายท่านรองชีเขาเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “ใครจะคิดเล่า ว่าตระกูลเราจะได้มาดองกันเช่นนี้? นี่ช่างเป็นวาสนาแท้ ๆ!”แต่นายท่านรองชีกลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่ลึก ๆ เพราะยังมิได้ตกลงกันแท้จริง จะกล้าพูดว่าเป็นดองแล้วได้อย่างไร?เขาส่ายหน้าเล็กน้อย เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “สุดท้ายก็ยังต้องดูว่าเด็ก ๆ จะชอบพอกันหรือไม่ เพราะการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต หาใช่เรื่องจะสะเพร่าได้”เวลานี้คนตระกูลชีกล่าวว่าอย่างไรก็ย่อมเป็นไปตามนั้นเฝิงอวี้จางย่อมไม่โต้เถียง เพียงยิ้มรับคำ แต่ในใจกลับวางใจลงไปมากต่างกับไฉ่เวย ไฉ่อินผู้นี้เป็นเด็กสาวที่ไม่เหมือนใครจริง ๆนางชอบอ่านตำรา และยังชอบทำความดีช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่เล็ก ๆ เห็นน้องชายหรือน้องสาวถูกรังแก ก็มักออกหน้าปกป้องพวกเขาเสมอเด็กสาวเช่นนี้ เขามั่นใจว่าชีฉางถิงต้องชอบเป็นแน่ขณะนั้นเอง ชีฉางถิงกลับยืนเก้ ๆ กัง ๆ ไม่รู้จะวางมือไว้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status