Share

บทที่ 3

Penulis: จูน
ก่อนที่หยวนซื่อจะแต่งงานกับมหาเสนาบดีเซี่ย นางเป็นหญิงสาวที่มีชื่อเสียง และมีความรู้จากการอ่านหนังสือมามากมาย แม้ไม่ถึงกับมีความรู้มากมายจนล้นฟ้า แต่นางก็เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจงดงาม

นางมองไปยังใบหน้าของจื่ออัน ในใจทุกข์ทรมานมาก นางรู้ว่าลูกสาวของตนเองได้ตายไปแล้ว

แค้นครั้งนี้ที่ฆ่าลูกสาวนาง จะไม่ชำระได้อย่างไร?

วันที่สิบแปดเดือนห้า เซี่ยจื่ออันลูกสาวของมหาเสนาบดีเซี่ยได้แต่งงานกับท่านอ๋องเหลียง มู่หรงซิน งานแต่งใหญ่โตโอ่อ่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ฟ้ายังไม่สว่าง จื่ออันก็ถูกปลุกขึ้นมาจากเตียง แต่งหน้าแต่งตัวทรงเครื่องพระราชทานสวยสดงดงามอย่างสง่า

ฺฮูหยินหลิงหลง และเซี่ยหว่านเอ๋อถึงกับเข้ามาดูด้วยตนเอง ตอนทีฺ่ฮูหยินหลิงหลงกำลังส่งจื่ออันออกนอกประตูไป ก็พูดเสียงต่ำว่า “ทางที่ดีที่สุดวันนี้เจ้าก็ทำตัวดี ๆ ขึ้นเกี้ยวไป มิเช่นนั้น เจ้าได้เจอดีแน่”

เซี่ยหว่านเอ๋อก็ก้าวขึ้นมา พร้อมพูดเยาะเย้ย “แม้เจ้าจะเป็นลูกสาวคนโตแล้วยังไงล่ะ? ยังไงก็ต้องแต่งกับคนพิการไม่ต่างกัน? ได้ยินมาว่าท่านอ๋องเหลียงทั้งโหดร้ายและไร้ความปราณี ชอบทุบตีนางสนมเป็นพิเศษ ตำแหน่งชายาของเจ้านี้ ไม่รู้ว่าจะอยู่พ้นหนึ่งปีรึเปล่า? หากเจ้าตาย ก็น่าเสียดายจริง ๆ ที่คราวหลังจะไม่มีคนให้ข้าแกล้งแล้ว”

พูดจบก็ยิ้มพอใจอย่างเย่อหยิ่ง

ผ้าคลุมสีแดงคลุมลงมาจนถึงตาของจื่ออัน บดบังความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ไม่ประสงค์ดีไว้

ตามประเพณีแล้ว ตอนที่จื่ออันจะออกจากประตูไปต้องอำลาผู้อาวุโสในบ้าน และท่านย่าก่อน

ในวังส่งนางข้าหลวงมาพาจื่ออันขึ้นเกี้ยว และอยู่ดำเนินพิธีการจนเสร็จสิ้นพร้อมกับจื่ออัน

ฮูหยินผู้เฒ่าพยายามอย่างหนักที่จะพูดด้วยความรักว่า “ต่อไปเจ้าแต่งงานเข้าวังไปแล้ว อย่าได้ทำตัวซุกซนเหมือนก่อนแต่งงาน ในฐานะชายา ต้องระวังทุกคำพูดและกิริยาท่าทาง สง่าผ่าเผย มีน้ำใจ และอย่าเป็นเหมือนเช่นแม่เจ้าเด็ดขาด ทั้งวันเอาแต่อิจฉาหึงหวง และรู้จักสร้างแต่ปัญหา”

ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ปล่อยโอกาสที่จะใส่ร้ายหยวนซื่อ แม้แต่ต่อหน้านางข้าหลวงในวังเยี่ยงนี้ เนื่องจากก่อนที่หยวนซื่อจะแต่งงานเข้ามาในสำนัก ด้วยชื่อเสียงนางที่โด่งดังจนเกินไป บวกกับพอเข้าสำนักมานางไม่มีลูกชายให้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงอยากปลดนางออกมานานแล้ว

จื่ออันกำหมัดเงียบ ๆ “หลานจะทำตามคำสั่งสอนของท่านย่าอย่างเคร่งครัด”

เธอยังคงทนรออย่างอืดอัดใจ รอการระเบิดที่จะมาถึงในอีกไม่นานอย่างใจเย็น...

เกี้ยวสีแดงอันใหญ่ประดับด้วยผ้าไหมอันล้ำค่ากำลังรออยู่หน้าประตูสำนัก สะพานโค้งประดับด้วยหินมรกต แสดงให้เห็นได้ชัดว่าเจ้าสาวมีฐานะที่ร่ำรวย กองเกียรติยศยืนอยู่สองข้างทาง เสียงขลุ่ยงานมงคลดังขึ้น ประทัดแถวยาว ถูกจุดทีละเส้นทีละเส้น จนถนนทั้งสายเป็นเต็มไปด้วยเศษขยะสีแดง

ฝ่ายเจ้าบ่าวท่านอ๋องเหลียงมู่หรงซินอยู่ในชุดเจ้าบ่าวนั่งบนหลังม้าขาวอย่างสง่างาม มือจับบังเหียนไว้ และมองแม่สื่อแบกเจ้าสาวเซี่ยจื่ออันด้วยสายตาที่เย่อหยิ่งออกไป

ขณะที่อยู่บนหลังม้าขาว ท่าทางของเขาน่าเกรงขาม และไม่เห็นอาการบาดเจ็บของขาที่พิการเลย ถ้าไม่รู้มาก่อนหน้านี้ เธอยังคิดอยู่เลยว่าเขาเป็นเพียงชายหนุ่มรูปงามที่มีชีวิตร่ำรวย ไม่ได้พิการแต่อย่างใด

องค์รัชทายาทมู่หรงเฉียวก็มาด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงความยินดีกับพี่ชายของตน เขารู้สึกมีความสุขจริง ๆ ที่เซี่ยจื่ออันแต่งงานกับพี่ชายที่ไร้ค่าคนนั้น เพื่อที่ตนเองจะได้แต่งงานกับเซี่ยหว่านเอ๋ออย่างมีความสุข แค่ได้รับการสนับสนุนจากมหาเสนาบดี ก็เหมือนได้โลกทั้งใบมาอยู่ในมือ

ทั่วทุกสารทิศเต็มไปด้วยผู้คนและทหารล้อมเอาไว้จนเสียงดังวุ่นวายไปหมด วันนี้เป็นวันที่โอรสของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันซึ่งก็คือท่านอ๋องเหลียง อภิเษกสมรสกับลูกสาวของมหาเสนาบดีเซี่ย นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น

ขณะที่กำลังจะขึ้นไปบนเกี้ยว เจ้าสาวกลับกระโดดลงมาจากหลังของแม่สื่อทันที และฉีกผ้าคลุมหัวสีแดงทิ้ง จากนั้นโยนมันลงพื้น และป่าวประกาศอย่างเย็นชาว่า “ข้าไม่แต่ง!”

เหตุการณ์นี้ทำให้ทหารและผู้คนที่มาห้อมล้อมต่างตกใจ คุณหนูลูกมหาเสนาบดีบ้าไปแล้วหรืออย่างไร? ตอนนี้เกี้ยวก็มาถึงประตูแล้ว ยังจะมาเล่นแง่บอกไม่แต่งอะไรอีก?

ผู้คนเริ่มสังเกตเห็นความโกรธบนใบหน้าของท่านอ๋องเหลียงมู่หรงซิน ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นช้า ๆ อย่างชัดเจน

มหาเสนาบดีเซี่ยตื่นตกใจอยู่ครู่หนึ่ง นัยน์ตาฉายแววบึ้งตึง จากนั้นรีบก้าวเท้าเข้ามา หวังจะหยิบผ้าคลุมหัวสีแดงมาคลุมให้ แต่เซี่ยจื่ออันกลับถอยหลัง และมองเขาอย่างเยือกเย็น

“อย่าก่อเรื่องเลย วันนี้เป็นวันดีที่อ๋องเหลียงบุตรชายแท้ ๆ ขององค์จักรพรรดิ์จะได้แต่งงานกับบุตรสาวของมหาเสนาบดีเซี่ยเช่นเจ้าและท่านอ๋องเหลียง อย่าทำให้วุ่นวาย” สีหน้าของมหาเสนาบดีเซี่ยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คิดไม่ถึงเพราะสองสามวันนี้นางก็เชื่อฟังดี แต่กลับเก็บไว้เพื่อก่อเรื่องวันนี้ เขาประมาทเกินไปจริง ๆ

วันนี้เพื่อนร่วมงานอก็อยู่กันเต็มไปหมด ช่างขายหน้าจริง ๆ

จื่ออันแบกรอยแผลไว้ทั่วตัว เธอถอดเฟิ่งกวานมงกุฏแต่งงานออก แล้วเดินกะโผลกกะเผลกไปยืนข้างหน้าม้า คุกเข่าลงต่อหน้าท่านอ๋องเหลียง เชยคางขึ้นด้วยท่าทางดื้อดึง “ท่านอ๋องเหลียงเพคะ วันนี้หม่อมฉันไม่ได้มีเจตนาทำให้พระองค์เสียหน้า ที่หม่อมฉันต้องล้มงานอภิเษกก็เพราะไม่มีทางเลือก ท่านพ่อและองค์รัชทายาทใช้ไม้กระบองบังคับขู่เข็ญหม่อมฉัน และยังตั้งข้อหากุเรื่องว่าแม่ของหม่อมฉันคบชู้และจะปลดนางออก จึงบังคับให้หม่อมฉันอภิเษกกับพระองค์ เพื่อที่ว่าน้องสาวหม่อมฉัน เซี่ยหว่านเอ๋อจะได้แต่งงานเป็นสนมขององค์รัชทายาท หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์ถูกคนพวกนั้นใช้เป็นเครื่องมือ จึงออกมาประกาศล้มเลิกงานอภิเษกวันนี้เพคะ หม่อมฉันก็ยินดีรับโทษจากท่านอ๋องเหลียงและฮองเฮา ต่อให้ตายพันครั้งก็จะไม่ว่าอะไรเพคะ!”

ท่านอ๋องเหลียงเห็นตอนที่จื่ออันเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามา ความโกรธก็พุ่งขึ้นมา เขาเงยหน้าด้วยสายตาที่มืดมน จ้องไปยังมหาเสนาบดีเซี่ย และตอบอย่างเย็นชา “ ดีมาก ดีมาก นับว่าข้าได้เห็นวิธีการอุบายของท่านแล้วท่านมหาเสนาบดี”

มู่หรงเฉียวคิดไม่ถึงว่าเซี่ยจื่ออันจะปฏิเสธที่จะขึ้นเกี้ยวต่อหน้าเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พลเรือนประชาชีและเหล่าทหาร ซ้ำยังเอาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานออกมาพูด เขาโกรธจนถึงขีดสุด ก้าวขึ้นมาถีบจื่ออันจนล้ม “นังแพศยา เจ้าพูดเรื่องไรสาระอะไรกัน?”

มหาเสนาบดีเซี่ยเองแสดงอาการเจ็บใจออกมาทางสีหน้า และกล่าวด้วยความโกรธว่า “นังปีศาจ ที่เจ้าได้แต่งงานกับท่านอ๋อง ก็เพราะเจ้าข้อร้องอ้อนวอนมาเอง ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ยอม เจ้าพยายามจะเป็นจะตายให้ได้เข้าไปเป็นสนมในวัง ที่เจ้าโต้เถียงร้อนรนอยู่ตอนนี้ ใครเป็นคนสอนเจ้ากันแน่!!! ใช่แม่ของเจ้าหรือเปล่าที่โหยหาอยากจะให้เจ้าแต่งงานกับองค์รัชทายาท เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้เป็นเป็นใหญ่เป็นโต! พ่อเคยบอกเจ้าแต่แรกแล้ว ว่าอย่าได้โลภเช่นนี้ การได้รับความโปรดปราณจากิท่านอ๋องเหลียง ก็เป็นบุญที่เจ้าสร้างสมมาสามชาติแล้ว!”

ผู้คนที่ได้ฟังดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองเซี่ยจื่ออันอย่างคลางแคลงใจ แม้ว่ามหาเสนาบดีเป็นคนไม่ซื่อตรงต่อคนเท่าไหร่ แต่ในฐานะพ่อคนหนึ่งก็ไม่น่าจะทำเรื่องที่ใช้กำลังบีบบังคับลูก เป็นไปได้ไหมที่จะมีเรื่องภายในที่ใครก็ไม่รู้จริง ๆ ?

คิด ๆ ดูว่าแม่ของเซี่ยจื่ออันนั้นก็เคยเป็นหญิงที่หวังสูงมาก่อน เป็นไปได้ไหมว่านางคิดที่อยากจะให้ลูกสาวตัวเองแต่งงานกับองค์รัชทายาทเพื่อที่วันข้างหน้า นางจะได้ทะยานสู่ตำแหน่งอันสูงส่งต่อไป?

ฝ่ายหนึ่งก็เป็นสมาชิกตำแหน่งสูงสุดของยุคสมัยนี้ อีกฝ่ายหนึ่งก็เป็นหญิงสาวและหญิงแต่งงานแล้วที่เอาแต่เก็บตัว มองตามความเป็นจริง แน่นอนว่าคนต้องยอมเชื่อมหาเสนาบดีมากกว่า

จื่ออันเห็นผู้คนที่มองมาด้วยสายตาดูถูก แต่สีหน้าเธอก็ยังคงเดิม เธอหยิบใบหย่าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ใบหย่าใบนี้เป็นสิ่งที่ท่านพ่อทิ้งไว้เมื่อวาน ท่านพ่อพูดว่า หากข้ายอมขึ้นเกี้ยว ใบหย่าใบนี้ก็จะถูกทำลาย หากไม่ขึ้นก็จะเอาใบหย่านี้มาป่าวประกาศให้โลกรู้ และพิจารณาถึงความผิดแม่ข้า”

แค่ท่านอ๋องเหลียงยกมือขึ้น ก็มีคนก้าวมารับใบหย่าจากมือเธอไปส่งให้ท่านอ๋องเหลียงทันที

ท่านอ๋องเหลียงพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยื่นมือออกไปและทิ้งใบหย่าลงบนพื้นอย่างง่ายดาย คนที่มุงอยู่ตาแหลม ก็รีบอ่านเนื้อหาในใบหย่าทันที

ทุกคนอยู่ในความตกใจ ตัวอักษรแต่ละตัวในใบหย่านี้ดูไร้หัวใจ สิ่งที่เซี่ยจื่ออันพูดมาทั้งหมดดูเหมือนจะจริง

สีหน้ามหาเสนาบดีเซี่ยเดี๋ยวดำเดี๋ยวขาว เขาไม่คิดไม่ฝันว่าเซี่ยจื่ออันจะกล้าเอาใบหย่านี้ออกมาประกาศให้โลกรู้จริง ๆ ที่เมื่อวานทิ้งใบหย่านี้ไว้ ก็เพื่อที่ตนจะใช้กดดันนาง ทำให้นางเชื่อฟัง แต่วันนี้กลับกลายเป็นข้อผูกมัดเสียแล้ว

ใบหน้าของท่านอ๋องเหลียงมองเซื่ยจื่ออันอย่างไร้อารมณ์ “เจ้าปฏิเสธที่จะขึ้นเกี้ยวและล้มงานอภิเษก เรื่องนี้ฮองเฮาจะเป็นจัดการ เจ้ารอไปก่อน”

พูดจบเขามององค์รัชทายาทมู่หรงเฉียวอย่างเฉยเมย กล่าวว่า “องค์รัชทายาท ของมงคลจากเจ้าและมหาเสนาบดี ข้าได้รับและจะจำใส่ใจเอาไว้เสมอ!”

ทั้งมู่หรงเฉียว และมหาเสนาบดีต่างมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป

ตรงระเบียงฝั่งตรงข้ามสำนัก มีบุรุษสวมชุดคลุมจิ่นผาวสีดำยืนอยู่ มีใบหน้าเย็นชา คิ้วโก่งดั่งคันศร นัยน์ตาราวกับทะเลลึก เขาหันหน้ายืนรับลม ท่าทางสูงส่งน่าเกรงขาม กำลังมองพิจารณาทุกสิ่งอย่างตรงหน้า

“ท่านอ๋อง ท่านอยากลงไปช่วยท่านอ๋องเหลียงสักหน่อยรึไม่พะย่ะค่ะ ? น่าอับอายเช่นนี้ ข้าเกรงว่าตอนนี้ท่านอ๋องเหลียงคงใกล้จะเป็นบ้าตายแล้ว”ทหารองค์รักษ์สวมชุดสีดำกล่าว

บุรุษผู้นั้นส่ายหัวช้า ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น “มองดูคึกครื้นดี ไม่ใช่เรื่องใหญ่!”

คนที่กล้าต่อว่าองค์รัชทายาทมีอยู่ไม่กี่คน สาวน้อยคนนี้ช่างซื่อตรง แต่น่าเสียดายที่คนซื่อตรง มักจะตาอย่างอนาถเสมอ...
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1168

    ร่างกายของแม่ทัพเฒ่าฉินสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “เจ้าสาปแช่งปู่รึ เจ้าเคยคำนึงถึงญาติพี่น้องหรือไม่?”เมื่อหมอหลวงมาถึง กลับไม่มีคนในตระกูลฉินคอยเฝ้าเขาอยู่ในห้อง ดังนั้นจึงมีเพียงแต่บ่าวรับใช้หลังจากตรวจสอบอาการเสร็จ หมอหลวงก็กล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง “ท่านแม่ทัพเฒ่า เมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านได้ไปที่ใดมา? แล้วท่านเคยเข้าไปในพื้นที่โรคระบาดหรือไม่?” “ไม่เคย ข้าไม่เคยไปที่นั่น” สีหน้าของแม่ทัพเฒ่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหลวง “ท่านกำลังสงสัยว่าข้าติดเชื้อโรคระบาดใช่หรือไม่?”“อาการช่างคล้ายคลึงกันยิ่งนัก” หมอกลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“เป็นไปไม่ได้!” แม่ทัพเฒ่าฉินรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก “ท่านวินิจฉัยผิดหรือไม่?”“ข้าจะจัดยาให้ท่านสองชนิดก่อน หากดื่มยาเหล่านี้แล้วไม่ได้ผล เช่นนั้นไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้วขอรับ” หมอหลวงกล่าวแม่ทัพเฒ่าฉินกล่าวด้วยความลนลาน “ฉินโจวบังคับให้ท่านพูดเช่นนี้ใช่หรือไม่?”หมอหลวงรู้สึกประหลาดใจ “แม่ทัพเฒ่า ท่านหมายความว่าอย่างไร? เหตุใดแม่ทัพฉินถึงต้องบังคับให้ข้าพูดเช่นนี้?”หมอหลวงชะงักไปชั่วครู่หนึ่งแล้วโพล่งถาม “ท่านเคยพูดคุยกับองค์ชายเ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1167

    นางสามารถเสียสละได้ แต่จะไม่มีทางทรยศต่อประชาชนเป่ยโม่เด็ดขาดสำหรับความจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิและประเทศชาติ นางจะต้องรักประชาชนก่อน จึงจะสามารถภักดีต่อองค์จักรพรรดิได้ฉินโจวกล่าวคำเบา “ข้าเข้าไปในพระราชวังเพื่อเชิญหมอหลวงแล้ว ท่านปู่พักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะออกไปเดินเล่นรับลมสักหน่อย”ดวงตาของแม่ทัพเฒ่าฉินอัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ก็พยายามอย่างหนักเพื่อระงับมันฉินโจวเดินออกจากห้อง และเห็นว่าฉินเป้าน้องชายของตนนั่งอยู่ที่สวน เมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็ถามว่า “ท่านปู่เป็นอย่างไรบ้าง?”ฉินโจวจำคำพูดของท่านปู่ได้อย่างแม่นยำ จึงเมินเฉยต่อเขาและตอบอย่างใจเย็น “เข้าไปดูด้วยตนเองสิ”ฉินเป้าคลี่ยิ้ม แต่มันกลับดูอ้างว้างอย่างยิ่ง “ข้าได้ยินสิ่งที่ท่านปู่พูดกับท่านแล้ว ข้าไม่อยากเข้าไป”ฉินโจวตกตะลึง “เพราะเหตุใด เขาทุ่มเทความพยายามทั้งหมดไปกับหารวางแผนเพื่อเจ้า เจ้าควรขอบคุณท่านปู่สิ”ฉินเป้าหัวเราะเยาะ “จริงรึ? หากเขาทอดทิ้งท่านเพื่อตระกูลได้ ในอนาคตเขาจะไม่ทอดทิ้งข้าหรือ? ข้าไม่ต้องการชื่อเสียงหรือความดีงามใด ๆ พวกมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการเลย”ฉินโจวดูถูกน้องชายมาโดยตลอด เพราะเขาไม่ได

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1166

    ทั้งสองคนเดินออกไปและหยุดอยู่บนทางเดิน หมอมองฉินโจวพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “ท่านแม่ทัพ ข้ากำลังสงสัยว่าท่านแม่ทัพเฒ่าจะป่วยด้วยโรคระบาดขอรับ”ฉินโจวตกตะลึง “โรคระบาด? เป็นไปได้อย่างไร? ปู่ของข้าไม่เคยออกไปข้างนอก และไม่เคยติดต่อกับผู้ป่วยโรคนี้เลย แล้วเขาจะติดเชื้อโรคระบาดได้อย่างไร?”“ข้าเคยรักษาผู้ป่วยโรคระบาดมาก่อน ซึ่งอาการคล้ายคลึงกันอย่างมาก ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอ ตาแดง หายใจเร็วขึ้น เมื่อเกิดอาการเหล่านี้พร้อมกันจะอันตรายอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดขอรับ” หมอกล่าว“เป็นไปไม่ได้ หากจะติดเชื้อโรคระบาดก็ต้องสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่แล้ว แต่ท่านปู่ของข้าไม่เคยใกล้ชิดคนเหล่านั้นเลย แล้วเขาจะติดเชื้อได้อย่างไร?” ฉินโจวยังคงไม่เชื่อหมอประสานหมัด “ทั้งหมดนี้คือคำวินิจฉัยของข้า หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อ ก็สามารถขอให้หมอคนอื่นมาตรวจดูได้ หรือท่านจะพาเขาไปที่พระราชวัง และขอให้หมอหลวงช่วยตรวจอาการ ข้าไร้ความสามารถ จึงอาจวินิจฉัยผิดพลาดได้ ลาก่อนขอรับ ๆ!”สิ้นคำ หมอก็หยิบกล่องยาแล้วออกไปโดยไม่เขียนใบสั่งยาด้วยซ้ำฉินโจวสับสนไม่น้อย ท่านปู่ติดเชื้อโร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1165

    หัวใจของฉินโจวเย็นเยียบราวกับน้ำ “ใช่ ตราบใดที่ข้าตายในสนามรบ ตระกูลฉินก็ยังจะเป็นผู้กล้า และเป็นขุนนางผู้มีเกียรติ”แม่ทัพเฒ่าฉินเงียบไปครู่ใหญ่ จากนั้นกล่าวคำเบา “ในฐานะหลานสาวตระกูลฉิน มันเป็นหน้าที่ของเจ้าที่ต้องเสียสละเพื่อชื่อเสียง และรากฐานของตระกูล”ฉินโจวกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ “หลายปีที่ผ่านมานี้ ข้ายังทำไม่พออีกหรือ? ตอนนี้มีใครในตระกูลฉินบ้างที่ไม่เกาะกินเลือดนี้ของข้า?”แม่ทัพเฒ่าฉินลุกยืนขึ้นพลางกล่าวอย่างเย็นชา “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว คราวนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าจะต้องเข้าไปในพระราชวัง ข้าให้คำมั่นกับฮองเฮาเฉาแล้ว ว่าวันนี้เจ้าจะไปที่นั่นเพื่อทูลขอรับคำสั่ง หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะรับคำสั่งและออกรบด้วยตนเอง”“ท่าน...” ฉินโจวมองเขาด้วยสายตาโศกเศร้า “ท่านปู่ ข้าก็เป็นหลานสาวของท่านเหมือนกัน ท่านไม่สงสารข้าบ้างหรือ?”“ปู่สงสารเจ้าสิ แต่ภารกิจหน้าที่ของตระกูลฉินจะต้องถูกส่งต่อ ตอนนี้น้องชายของเจ้าโตพอแล้ว เจ้าจะต้องพาเขาไปสร้างความสำเร็จทางการทหารด้วย และเจ้าจะได้รับส่วนแบ่งของน้องเจ้า เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลฉินก็จะได้ผู้สืบทอดคนใหม่”ฉินโจวผงะไปชั่วครู่ ก่อนระเบิดหัวเราะ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1164

    เมื่อได้ยินคำพูดของฉินโจว แม่ทัพเฒ่าฉินก็โมโหมากจนเคราสั่นสะท้าน “อาโจว อะไรจะสำคัญไปกว่าการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่? องค์จักรพรรดิเพียงต้องการขยายอาณาเขตของแคว้น เจ้าควรรู้เอาไว้ว่าเมื่อเรายึดครองต้าโจวสำเร็จ เป่ยโม่จะมีพื้นที่เพิ่มมากกว่าครึ่งหนึ่ง และมันจะเป็นความดีความชอบของตระกูลฉิน ทำให้ตระกูลของเราถูกจดจำไปหลายชั่วอายุคน! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอดรึ? เจ้าไม่ต้องการบอกคนทั้งโลก ว่าแม้ฉินโจวจะเป็นสตรี แต่นางก็สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างผ่าเผยหรือ?”ฉินโจวมองดูใบหน้าที่ฉายแววตื่นเต้นปนโกรธเกรี้ยวของปู่ ทันใดนั้นนางก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติถูกต้อง มันคือความต้องการของนาง แต่ความสำเร็จของนางจะต้องไม่แลกกับการเหยียบย่ำกระดูกของประชาชนชาวเป่ยโม่นางรักเป่ยโม่และหวังที่จะขยายอาณาเขตของแคว้น นอกจากนี้นางยังต้องการเสาะหาดินแดนอุดมสมบูรณ์เพื่อประชาชน เพราะหวังว่าพวกเขาจะสามารถอยู่อาศัยและทำกินอย่างสงบสุข และพึงพอใจโดยไม่ต้องทนทุกข์จากการพลัดถิ่นอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้หากต้องการบรรลุอำนาจ นางจำต้องสละชีวิตประชาชนจำนวนมาก และนำเงินภาษีของทุกคนมาใช้ในการทำสงคราม ทำให้โรคร

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 1163

    มือสังหารเหล่านั้นแต่งกายคล้ายกับชาวต้าโจวและสวมหน้ากากผ้าสีดำ กลุ่มคนนิรนามราวเจ็ดถึงแปดคนกระโดดลงมาจากท้องฟ้ากลางวันแสก ๆ ทันทีที่เท้าของคนเหล่านั้นแตะพื้น พวกมันก็เริ่มโจมตีอย่างดุดันฉินโจวเห็นมือสังหารคนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับกระบี่ยาว จากนั้นร่ายรำอยู่หลายกระบวนท่าราวกับนางฟ้าโปรยดอกไม้ ขณะแสงแดดตกกระทบกระบี่ส่องกระจายไปทั่วเหล่าทหารที่เพิ่งมาถึงกระโจนเข้าไปร่วมวงต่อสู้อย่างรวดเร็วหลังจากประดาบกันไปกว่าร้อยครั้ง มือสังหารก็ถูกบีบบังคับให้ล่าถอย ฉินโจวจ่อกระบี่ไปที่คอของหนึ่งในมือสังหาร พลางถามเสียงเข้ม “ตอบข้า ใครเป็นคนส่งเจ้ามา?”มือสังหารตอบอย่างเย็นชา “ฆ่าไอ้หมารับใช้เป่ยโม่ให้หมด!”“หมารับใช้เป่ยโม่? เห็นได้ชัดว่าพวกเจ้าไม่ได้เป็นคนเป่ยโม่ พวกเจ้ามาจากต้าโจวใช่หรือไม่?” ฉินโจวโมโหอย่างมาก ขณะชี้ดาบไปยังหน้าอกของอีกฝ่าย “ไอ้เลวมู่หรงเจี๋ยส่งพวกเจ้ามาใช่หรือไม่?”“หญิงเลวอย่าเจ้ากล้าเอ่ยชื่อของท่านอ๋อง ทำให้พระองค์มัวหมองได้อย่างไร?” มือสังหารตะโกนฉินโจวชักดาบกลับพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา “กลับไปซะ!”มือสังหารตกตะลึง ราวกับไม่คาดคิดว่าฉินโจวจะปล่อยตัวเขาไป”เ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 225

    "นี่…" ราชครูเหลียงตกใจจนมองไปที่จื่ออัน แล้วกลับมามองที่มีดสั้น อักษรบนมีดสั้นนั้น หากมิได้มองพลาดไปแล้ว เป็นอักษรมังกร เป็นไปได้อย่างไร? มีดสั้นที่มีอักษรมังกรจะมาอยู่ในมือของเซี่ยจื่ออันได้อย่างไร? เฉินซื่อและเซี่ยหว่านเอ๋อถูกมีดสั้นเล่มนี้ทำร้าย ไม่ผิดเลย ไม่ตายก็ถือว่าโชคดีแล้วความคิดนับพันแวบผ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 191

    ฮองเฮามองดูหยวนซื่ออย่างสงสัย และตรัสถามว่า “บอกข้าที มองข้ามอะไรไปหรือ?”หยวนซื่อยิ้มเล็กน้อย “สิ่งนั้นก็คือ แม้ว่าฝ่าบาทจะป่วยหนัก แต่ก็ยังอยู่ในวังซีเหวย”ฮองเฮาตรัสอย่างไม่พอใจว่า “มันเป็นเรื่องไร้สาระมิใช่หรือ? เป็นเพราะว่าฝ่าบาทกำลังพักฟื้นในวังซีเหวย จึงจำเป็นต้องต้องเลือกผู้ที่จะมาดูแลบ้านเมือ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 219

    จื่ออันไม่ได้พูดถึงช่องโหว่ในคำพูดของนาง และไม่ได้รอจนนางพูดจบก็ถามต่อว่า “งั้นหลังจากท่านแม่กระโดดลงจากรถม้านานเท่าใด องค์รักษ์ขององค์หญิงจึงตามมา?“ไม่ช้าก็ตามมาแล้ว น่าจะหลังจากเราเดินทางต่อมาได้สิบจั้งกระมัง องค์รักษ์ก็ตามมาทันแล้ว” ฮูหยินหลิงหลงเร่งรีบตอบกลับก่อนหน้านั้นมหาเสนาบดีเซี่ยที่ไม่ได้เ

  • ยอดหมอหญิงมหัศจรรย์   บทที่ 214

    แต่ว่าก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เซี่ยหว่านเอ๋อกับองค์รัชทายามมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้ว ถึงแม้ว่าหว่านเอ๋อจะเสียโฉม แต่องค์รัชทายาทก็ยังมีใจให้นางอยู่ เพียงแค่ความรู้สึกนี้ยังคงอยู่จนถึงวันที่หว่านเอ๋อได้อภิเษกสมรสก็พอแล้วมู่หรงจ้วงจ้วงช่วยพยุงหยวนซื่อขึ้นไปบนรถม้า หลังจากนั่งลงแล้ว จื่ออันก็ยังคงกุมมือหยวน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status